Chapter 63
63 / 2257
7 min read
Chapter 63 - Mastermind
Published Mar 12, 2026, 08:02 PM
Chapter 63 - ผู้อยู่เบื้องหลัง
“ไปคุยกันในห้องหนังสือดีกว่าไหม?” ฉู่เผิงจ่านผายมือพลางนำทางหลินอี้ขึ้นไปยังชั้นสอง
ห้องหนังสือตั้งอยู่สุดทางเดิน ซึ่งน่าจะออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนจากภายนอก แต่หลินอี้ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงต้องไปคุยกันในห้องหนังสือ ในเมื่อคฤหาสน์หลังใหญ่ขนาดนี้แม้แต่พ่อบ้านสักคนยังไม่มี แล้วการคุยในห้องอื่นจะต่างกันตรงไหน?
คฤหาสน์หลังนี้อาจเคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความหรูหรา แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่กลับเป็นเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ หลินอี้ที่ช่างสังเกตเป็นทุนเดิมระหว่างเดินขึ้นบันได เขาสังเกตเห็นว่าคฤหาสน์ถูกดูแลรักษาให้สะอาดสะอ้านอยู่เสมอ ทว่ากลับมีร่องรอยการสึกหรอที่ราวจับบันได ซึ่งแสดงว่าคฤหาสน์หลังนี้เคยมีคนพักอาศัยอยู่เป็นเวลานานมาก่อน เพราะลำพังฉู่เผิงจ่านเองแทบจะไม่ได้กลับมาที่นี่เกินสัปดาห์ละครั้งด้วยซ้ำ
หลินอี้ไม่ได้สนใจเรื่องธุรกิจของฉู่เผิงจ่าน เพราะมันไม่เกี่ยวกับเขา
ด้วยทัศนคตินี้เองที่ทำให้หลินอี้ดูสุขุมและไม่หวั่นไหวต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ร่องรอยบนเก้าอี้หนังในห้องหนังสือเป็นสิ่งที่ยืนยันความคิดของหลินอี้ก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี เพราะท่านประธานคงเคยนั่งเก้าอี้ตัวนี้อยู่บ่อยครั้งในอดีต
“อี้ นั่งตรงไหนก็ได้นะ” เผิงจ่านกล่าวขณะเอนหลังพิงเก้าอี้หนังหลังโต๊ะทำงาน “ที่ด้านหลังมีตู้เย็นที่มีเครื่องดื่มอยู่ อยากดื่มอะไรหยิบได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องหมดอายุด้วย เพราะลุงฟู่คอยหมั่นเปลี่ยนให้ตลอด”
“ผมไม่หิวครับ” หลินอี้ตอบพลางส่ายหน้า “ลุงฉู่ครับ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าไหม?”
“ได้สิ เริ่มกันเลย” เผิงจ่านพยักหน้าเห็นด้วย
“เอาล่ะ ผมมั่นใจว่าลุงคงทราบอยู่แล้ว แต่พวกโจรที่ก่อเหตุเมื่อวานปล้นธนาคารเพื่อบังหน้าเท่านั้น เป้าหมายที่แท้จริงคือคุณหนูฉู่...” หลินอี้เริ่มเปิดประเด็น “ผมไม่รู้ว่าพวกมันต้องการอะไรจากเธอ หรือทำไมต้องวางแผนซับซ้อนขนาดนี้... ทั้งที่การลักพาตัวที่หน้าโรงเรียนหรือหน้าคฤหาสน์น่าจะง่ายกว่าตั้งเยอะ”
“ฮ่าฮ่า ลุงเข้าใจจุดที่เธอจะสื่อแล้ว เธอกำลังเตือนให้ลุงไปสืบหาเจตนาที่แท้จริงของพวกมันใช่ไหมล่ะ?” เผิงจ่านยิ้ม “สิ่งที่เธอพูดนั้นถูกแล้ว มันเป็นแผนการที่ยุ่งยากเกินความจำเป็นสำหรับการลักพาตัวธรรมดา แต่ทุกอย่างย่อมมีตรรกะอยู่เบื้องหลัง”
“ตรรกะอะไรครับ?” หลินอี้ไม่คิดว่าฉู่เผิงจ่านจะคิดไปไกลถึงขนาดนี้ บางทีเขาอาจจะกังวลมากเกินไป
“ก็ตามที่เธอว่านั่นแหละ” เผิงจ่านหุบยิ้ม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจัง “การปล้นธนาคารเป็นเพียงฉากบังหน้า แต่คนทั้งโลกไม่ได้มองแบบนั้น ในสายตาของคนทั่วไป เหมิงเหยาเป็นเพียงตัวประกันที่พวกมันบังเอิญจับตัวไปในระหว่างหลบหนี”
“อาชญากรรมทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งมันทำหน้าที่เบี่ยงเบนความสนใจของตำรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พวกคนร้ายมีเวลาวางแผนขั้นตอนต่อไปได้มากขึ้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่ลุงยังไม่เข้าใจ... พวกมันรู้ได้อย่างไรว่าเหมิงเหยาจะอยู่ที่ธนาคารในวันและเวลานั้น?”
“ผมลองคิดดูแล้วครับ ปกติทุกคนต้องไปทำบัตรธนาคารทุกปีสำหรับที่โรงเรียน และกว่าจะเลิกเรียนก็มักจะเป็นเวลาปิดทำการของธนาคารพอดี มีธนาคารเดียวแถวนั้นที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง เป็นธรรมดาที่ใครๆ ก็จะคิดว่าคุณหนูฉู่ต้องแวะไปที่นั่น” หลินอี้แสดงความคิดเห็นของเขา แต่นั่นเป็นคำอธิบายที่เผิงจ่านไม่เคยคิดถึงมาก่อน ท้ายที่สุดแล้วเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนพวกนี้เป็นใครหรือต้องการอะไร แม้ว่าพอมองย้อนกลับไปแล้วมันจะดูชัดเจนมากก็ตาม “คนพวกนี้กำลังพยายามเล่นงานลุงอยู่ใช่ไหมครับ?”
“มีความเป็นไปได้สูง” ฉู่เผิงจ่านพยักหน้า “ลุงกำลังเจรจาสัญญาฉบับหนึ่งกับอีกฝ่ายในช่วงที่ไปทำธุรกิจนี้ และพวกเขาได้ยื่นเงื่อนไขที่ไม่มีเหตุผลเอามากๆ ลุงไม่ยอมรับข้อเสนอ แต่พวกเขาก็ไม่ยอมถอยหลังให้เช่นกัน พวกเขาคอยยื้อเวลาไปเรื่อยๆ ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง... ซึ่งมันอาจจะเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวเหยาเหยาในครั้งนี้ก็ได้...”
“อ้อ?” หลินอี้กะพริบตา เขามองเห็นเหตุผลในคำพูดของฉู่เผิงจ่าน ว่าพวกโจรเบี่ยงเบนความสนใจของตำรวจไปได้อย่างไร คดีนี้คงใช้เวลาไขนานขึ้น ซึ่งนั่นทำให้พวกมันมีเวลามากขึ้น...
ทุกอย่างเริ่มสมเหตุสมผลขึ้นมา สิ่งที่อีกฝ่ายต้องทำก็แค่ส่งสัญญาณว่าเหมิงเหยาอยู่ในกำมือของพวกเขา และฉู่เผิงจ่านคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการเซ็นสัญญาที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขเอาเปรียบ
“ลุงค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นกรณีนี้ แต่ยังไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันข้อสงสัย...” เผิงจ่านถอนหายใจ “ถึงอย่างนั้น หลักฐานก็มีความหมายน้อยมากเมื่อเกี่ยวข้องกับคนระดับนี้”
“พวกเขาเป็นคนประเภทไหนครับ?” หลินอี้ถามพลางเข้าใจได้ในทันทีว่าคู่กรณีจะต้องอยู่ในระดับเดียวกันกับบริษัทของฉู่เผิงจ่านอย่างแน่นอน
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ชายหัวล้านสั่งไม่ให้แตะต้องตัวเหมิงเหยาเลย การลักพาตัวครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อข่มขู่ฉู่เผิงจ่าน หากเป็นไปได้ อีกฝ่ายก็หวังจะรักษาตัวเหมิงเหยาให้ครบสามสิบสองและไม่ได้รับบาดเจ็บ เพราะการทำให้ท่านประธานโกรธแค้นอาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างสองบริษัทมหาอำนาจ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างหนักต่อทั้งสองฝ่าย
หลินอี้ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคิดได้ดังนั้น อย่างน้อยความปลอดภัยของเหมิงเหยาก็ยังถือว่ามั่นคงพอสมควร แม้ว่าจะมีการลักพาตัวเกิดขึ้นอีกก็ตาม
“เอาล่ะ อย่าไปกังวลเรื่องนี้มากนักเลยอี้ เดี๋ยวลุงจัดการเอง ลุงคือฉู่เผิงจ่านนะรู้ไหม? เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้ลุงถอยหรอก...” ฉู่เผิงจ่านกำลังจะพูดต่อแต่ก็หยุดไว้ แล้วโบกมือปัดเรื่องนี้ไป “เราอย่าไปจดจ่อกับหัวข้อนี้เลย สิ่งที่สำคัญคือเธอต้องคอยอยู่ข้างเหยาเหยา จำที่ลุงบอกได้ไหมว่าให้มอบความรักให้แกบ้าง แม่ของเหยาเหยาทิ้งแกไปตั้งแต่ยังเล็ก แถมลุงก็มักจะไปทำงานนอกบ้านอยู่ตลอด... แกต้องการความรักจริงๆ นะ”
กำพร้าแม่ตั้งแต่เล็กงั้นเหรอ? หลินอี้ถอนหายใจเงียบๆ ลูกสาวบ้านรวย แต่มีแม่ที่จากไปและพ่อที่ไม่เคยอยู่บ้าน... พูดตามตรงก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กกำพร้าเลย ตัวหลินอี้เองก็เป็นเด็กกำพร้า และเขาก็เข้าใจความโดดเดี่ยวดี ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเงยหน้ามองท่านประธานแล้วพยักหน้า “วางใจให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะครับลุงฉู่ ผมเข้าใจดีว่าคุณหนูฉู่รู้สึกอย่างไร”
แต่หลินอี้กำลังคิดเอาเอง ฉู่เผิงจ่านไม่เคยพูดสักคำว่าแม่ของเธอเสียชีวิต... ถึงกระนั้น ก็ไม่ใช่ความผิดของหลินอี้ที่ตีความคำว่า 'ทิ้งไป' ผิดไป เพราะเด็กหนุ่มเองก็ไม่มีแม่เหมือนกัน
“ใช่แล้ว นั่นเป็นสาเหตุที่ลุงเรียกเธอมาที่นี่ เรื่องของพวกเธอน่ะ... เอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังก็แล้วกัน มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาโยนใส่เธอในตอนนี้ เราค่อยคุยเรื่องนี้กันในอนาคตนะอี้” เผิงจ่านกล่าวหลังจากลังเลเล็กน้อย เขาตัดสินใจว่าจะค่อยเป็นค่อยไป หลินอี้ยังไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องสัญญาที่ทำไว้ระหว่างตาแก่หลินกับพ่อของฉู่เผิงจ่านในตอนนี้ เขากลัวว่าเด็กคนนี้อาจจะรับมือกับข้อมูลที่กระทันหันเกินไปไม่ได้
หลินอี้ไม่ได้พลาดความลังเลในน้ำเสียงของเผิงจ่าน แต่เขาก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ ท่านประธานคงคิดว่ายังไม่ถึงเวลา และหลินอี้ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการรอ
“เอาเป็นว่าพวกนั้นไม่ได้ต้องการชีวิตคุณหนูฉู่ แค่นี้ก็น่าโล่งใจแล้วครับ!” หลินอี้กังวลเรื่องคุณหนูมาตลอด ใครจะไปรู้ วันดีคืนดีเธออาจจะตายไปต่อหน้าต่อตาในระหว่างที่เขารับหน้าที่คุ้มครองอยู่ แล้วเขาก็คงจะซวยหนัก เงินเดือนที่ถูกยกเลิกคงเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ความรับผิดชอบที่เกิดจากความล้มเหลวของเขาต่างหากที่เป็นปัญหาใหญ่กว่ามาก แถมยังมีชื่อเสียงของเขาอีก! เขาไม่มีทางปล่อยให้ใครตายต่อหน้าเขาเด็ดขาด โดยเฉพาะในตอนที่เขากำลังเฝ้าดูอยู่!
แน่นอนว่านั่นไม่นับรวมศัตรู หลินอี้ไม่มีทางยอมให้พวกพ้องต้องตายภายใต้การดูแลของเขาอย่างแน่นอน!
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.