Chapter 84
84 / 121
7 min read
บทที่ 84: สถานที่เกิดเหตุ
Published Mar 17, 2026, 04:05 AM
บทที่ 84: สถานที่เกิดเหตุ
หลังจากวางสาย ลวี่ไป๋หันไปมองถงซูเจวียนและพบว่าเธอก็กำลังจ้องมองเขาอยู่เช่นกัน
ดูเหมือนว่าสิ่งที่ได้รับแจ้งผ่านทางโทรศัพท์จะมีความเนื้อหาใกล้เคียงกัน
ลวี่ไป๋ถามขึ้นเรียบๆ “กลับสำนักพร้อมกันเลยไหม?”
ถงซูเจวียนไม่ปฏิเสธ เธอเพียงแต่กำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น “พวกมันฆ่าคนบริสุทธิ์ไปตั้งมากมาย”
หากเป็นการฆาตกรรมเพียงหนึ่งหรือสองคดีก็พอจะรับมือได้ แต่การที่มีคนตายเกือบร้อยคนในชั่วข้ามคืนนั้นถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่ง ใครก็ตามที่รู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตปรสิตย่อมต้องสงสัยว่าพวกมันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเป็นอันดับแรก
ลวี่ไป๋ตระหนักเรื่องนี้ดี เขารู้ว่าพวกสิ่งมีชีวิตปรสิตกำลังถูกใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรม แต่เขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องอธิบาย
ในทางกลับกัน เขาวางแผนที่จะกระโจนเข้าใส่เพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการสืบสวนคดีเหล่านี้มาไว้ในมือ
“พวกนายนี่งานล้นมือกันจริงๆ นะ” เหยาอี้นอนกึ่งนั่งกึ่งเอนบนเตียงคนไข้ พลางเอ่ยเยาะเย้ยทีเล่นทีจริง
เมื่อได้ยินดังนั้น ถงซูเจวียนก็ตอบโต้กลับไปทันที “นายอยู่โรงพยาบาลมาสองวันแล้ว ดูจากสภาพแล้วก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรมากนี่นา ไม่รีบกลับไปช่วยงานที่สำนักหน่อยเหรอ?”
ลวี่ไป๋ดื่มนมถั่วเหลืองอึกสุดท้ายจนหมด ก่อนจะทิ้งขยะลงในถุงพลาสติกเพื่อเตรียมนำไปทิ้งตอนออกไป
“เรากลับสำนักกันเถอะ นายก็ดูแลตัวเองให้ดี ไม่ต้องรีบร้อน”
ประโยคหลังเขามุ่งบอกเหยาอี้ โดยเน้นน้ำเสียงตรงคำว่า “ดูแลตัวเอง” เป็นพิเศษ
หลังจากบอกลา เหยาอี้ก็นั่งมองทั้งสองคนเดินออกจากห้องผู้ป่วยไปพร้อมกัน
ห้องผู้ป่วยกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
เมื่อแน่ใจว่าอยู่ตามลำพังแล้ว เขาก็ถอนหายใจยาว พลางกดมือลงบนหน้าอกอย่างแรงจนเกิดรอยแดงหลายจุด ก่อนจะปล่อยมือออกอย่างสิ้นหวัง
เมื่อครู่นี้ตอนทานมื้อเช้า ถงซูเจวียนได้เปิดมู่ลี่ออกช่องหนึ่งเพื่อระบายอากาศ และมันยังคงเปิดค้างไว้ตอนที่เธอจากไป
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านช่องว่างของมู่ลี่ กระทบลงบนผนังห้อง ดูสว่างจ้าจนบาดตา
...
ควรกล่าวว่า ในปัจจุบันสำนักกิจการพิเศษในเมืองเจียงยวี่ยังไม่มีอาคารสำนักงานแยกเป็นสัดส่วน แผนกทั้งหมดจึงต้องปฏิบัติงานชั่วคราวภายในพื้นที่ภายใต้การดูแลของสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะเมืองเจียงยวี่
ดังนั้น แม้ว่าลวี่ไป๋จะไม่ได้มาที่นี่เป็นครั้งแรก แต่เขาก็ยังไม่สามารถเข้าไปได้หากไม่แสดงบัตรประจำตัว
พื้นที่รอคอยภายในโถงเต็มไปด้วยประชาชนทั่วไป ทั้งที่เป็นพยานผู้เห็นเหตุการณ์สิ่งมีชีวิตปรสิตหรือเหยื่อที่ถูกโจมตี ทุกคนต่างมาที่นี่เพื่อรับการสอบปากคำ
เจ้าหน้าที่ในชุดทำงานกึ่งทางการเดินขวักไขว่ไปมาทั่วโถงด้วยท่าทางเร่งรีบ
หน้าจอ LCD บนผนังพร้อมเสียงประกาศคอยแสดงข้อความเพื่อจัดระเบียบคนภายในโถง
ยุ่งเหยิง
เมื่อเห็นภาพนี้ สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของลวี่ไป๋คือคำว่า ‘ยุ่ง’
และดูเหมือนจะยุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนที่เขามาสำนักกิจการพิเศษครั้งแรก งานของทุกคนยังค่อนข้างเบาบาง ไม่ได้วุ่นวายขนาดนี้เลยสักนิด
“ลวี่ไป๋?”
เจ้าหน้าที่ในชุดสูทสีดำคนหนึ่งสังเกตเห็นลวี่ไป๋และรีบกวักมือเรียกเขา “ผู้อำนวยการสวีกำลังรอคุณอยู่ที่ห้องทำงาน ตามผมมาเลยครับ”
หลังจากบอกลาถงซูเจวียน ลวี่ไป๋ก็เดินตามเจ้าหน้าที่คนนั้นไปยังห้องทำงานผู้อำวยการที่ชั้นสอง
เมื่อพามาส่งถึงที่ เจ้าหน้าที่ก็ปลีกตัวออกไปอย่างรู้ความพร้อมกับปิดประตูห้องให้
ลวี่ไป๋นั่งลงบนเก้าอี้รับแขกอย่างสบายอารมณ์ “ดูเหมือนคุณจะไม่ค่อยรีบร้อนเท่าไหร่นะ”
“ไม่รีบเหรอ?”
สวีเฉียงพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา “มีคดีฆาตกรรมเกือบร้อยคดีในคืนเดียว แถมยังมีพยานเห็นเหตุการณ์เพียบ คุณรู้ไหมว่าเรื่องนี้มันร้ายแรงแค่ไหน?”
เขากอดอกพลางกล่าวต่อ “เบื้องบนสวดผมยับเลย สั่งให้เราเร่งจับตัวฆาตกรให้ได้โดยเร็วที่สุด”
“พูดเรื่องที่มีประโยชน์หน่อยสิ” ลวี่ไป๋รินชาให้ตัวเอง
เมื่อเวลาผ่านไป เขาเริ่มเข้าใจบุคลิกของผู้อำนวยการมากขึ้น และรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ถือสาเรื่องรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้
“สิ่งมีชีวิตปรสิตสามารถปลอมแปลงเป็นคนปกติได้ ผ่านไปคืนเดียว พวกมันไม่ได้หาตัวง่ายขนาดนั้นหรอก”
สวีเฉียงเม้มริมฝีปาก “ก็ถือซะว่าเป็นอย่างนั้นแล้วกัน ทีมสามของฝ่ายปฏิบัติการภาคสนามกำลังขาดหัวหน้าทีม คุณไปทำหน้าที่ชั่วคราวแทน เอ้า รับนี่ไป การเลื่อนตำแหน่งเร็วเกินไปมันผิดระเบียบ ผมเลยให้คุณได้แค่ตำแหน่งรองหัวหน้าทีมเท่านั้น ตกลงไหม?”
สวีเฉียงพูดพลางหยิบบัตรประจำตัวใบใหม่เอี่ยมออกมาจากลิ้นชักแล้ววางลงบนโต๊ะ
ลวี่ไป๋ไม่ได้มองรายละเอียดให้ถี่ถ้วนนัก เขาหยิบมันขึ้นมาทันที
“ได้เลย ตาแก่สวี” ตำแหน่งไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับลวี่ไป๋ สิ่งที่เขาต้องการก็แค่สถานะอย่างเป็นทางการเท่านั้น
“เรียกตามยศในเวลาทำงานด้วย”
สวีเฉียงเน้นย้ำด้วยการตบโต๊ะเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “ตอนนี้ทีมน่าจะอยู่แถวๆ ถนนเหอผิง ถึงผมจะไม่ได้คาดหวังว่าคุณจะเจออะไร... แต่ก็ไปที่เกิดเหตุเถอะ เลิกเดินเตร่อยู่ที่นี่ได้แล้ว”
...
ถนนเหอผิง เป็นถนนที่มีบ้านพักสไตล์วิลล่าเรียงรายอยู่มากมาย จัดว่าเป็นย่านของผู้มีฐานะ
รถตำรวจหลายคันจอดเรียงรายอยู่หน้าวิลล่าหลังหนึ่ง
เส้นกั้นเขตของตำรวจถูกขึงไว้เป็นวงล้อมบริเวณทางเข้า
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ภาคสนามของสำนักกิจการพิเศษไม่สามารถดูแลสถานที่เกิดเหตุที่มีเกือบร้อยแห่งได้ทั่วถึง หลายคดีจึงยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของตำรวจในพื้นที่
เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายหลักฐานที่อาจเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จึงต้องเดินบนแผ่นไม้ที่วางเรียงเป็นทางเดินชั่วคราว
ทีมพิสูจน์หลักฐานกำลังวุ่นอยู่กับการบันทึกภาพรวมของสถานที่เกิดเหตุ ตรวจสอบลายนิ้วมือ รอยเท้า และร่องรอยที่น่าสงสัยทั้งหมด รวมถึงเก็บตัวอย่างเลือดและเนื้อเยื่อชีวภาพต่างๆ ซึ่งเป็นงานประจำที่ต้องทำแข่งกับเวลา
ในฐานะนักสืบผู้ช่ำชอง ผู๋กวงหรงคุ้นเคยกับความวุ่นวายในสถานที่เกิดเหตุเป็นอย่างดี เขาเดินตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยไม่สนใจเสียงรอบข้าง
เขาค่อยๆ เดินจากภายในตัวบ้านออกมายังสนามหญ้าเล็กๆ ด้านนอก
ไม่นานนัก เขาก็สังเกตเห็นรอยเหยียบย่ำบนสนามหญ้าใต้รั้ว และในขณะที่เขากำลังจะก้มลงตรวจสอบ เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากหน้าวิลล่า
เมื่อหันกลับไปมอง เขาเห็นกลุ่มเจ้าหน้าที่พิเศษเดินเรียงแถวเข้ามาทางประตูทางเข้า
“อีกแล้วเหรอ?” ผู๋กวงหรงขมวดคิ้ว
ทีมสืบสวนมักจะถูกคนกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าสำนักกิจการพิเศษแย่งงานไปทำอยู่บ่อยครั้ง เขาเคยรายงานเรื่องนี้ต่อผู้บังคับบัญชาแล้ว แต่กลับได้รับคำตอบเพียงว่าให้ปล่อยไป
เบื้องบนกำลังปกปิดอะไรอยู่กันแน่?
ไม่ว่าจะมองอย่างไร ผู๋กวงหรงก็รู้สึกได้ถึงเค้าลางของพายุที่กำลังจะมาถึง
ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่าใครบางคนในกลุ่มนั้นดูคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างมาก
“ผมลวี่ไป๋ รองหัวหน้าทีมปฏิบัติการภาคสนามทีมสาม สำนักกิจการพิเศษประจำเมืองเจียงยวี่ครับ”
ลวี่ไป๋โชว์บัตรประจำตัวให้ผู๋กวงหรงดูก่อน พร้อมกับส่งยิ้มอย่างเป็นมิตร “นักสืบผู๋ ยินดีที่ได้พบกันอีกนะครับ”
ผู๋กวงหรงโพล่งออกมา “คุณมาได้ยังไง...”
เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าใครบางคนจะสามารถเลื่อนขั้นจากผู้ต้องสงสัยกลายเป็นหัวหน้าทีมได้ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว
“คุณน่าจะชินแล้วนะ ตามปกติครับ สำนักกิจการพิเศษจะขอรับช่วงต่อจากนี้เอง”
“ไม่สิ พ่อหนุ่ม”
สารวัตรผู๋รู้สึกสับสนเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทางสบายๆ ของลวี่ไป๋ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป “หัวหน้าทีมลวี่ สำนักกิจการพิเศษทำอะไรกันแน่อยู่ครับ? ทำไมพวกคุณถึงต้องคอยแย่งงานของทีมสืบสวนเราไปเรื่อยๆ แบบนี้?”
ลวี่ไป๋ตบบ่าเขาเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบโยน
“คุณแค่สรุปไปว่าเหยื่อฆ่าตัวตายก็พอแล้วครับ”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.