Chapter 414
414 / 1536
13 min read
Chapter 414 Against Two Women
Published Apr 8, 2026, 07:47 AM
# บทที่ 414: ประจันหน้าสองนารี
*เฟี้ยว! เฟี้ยว!*
ศรสังหารสองดอกพุ่งแหวกอากาศเข้าหาหูเฉียวมู่ ทว่านางกลับแผ่ซ่านกลิ่นอายกดขันเข้าต้านทานไว้ได้ทันควัน ก่อนจะอาศัยความไวคว้าจับลูกศรทั้งสองไว้มั่นและสะบัดย้อนกลับไปยังทิศทางเดิมอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ทว่ากลับมีศรอีกสองดอกพุ่งสวนออกมาเข้าปะทะจนเกิดการระเบิดกึกก้องพร้อมกันในพริบตา
*เฟี้ยว! เฟี้ยว!*
รากไม้นับไม่ถ้วนโหมกระหน่ำโจมตีเข้าหาหูเฉียวมู่อีกครั้ง แต่นางยังคงพลิ้วกายหลบหลีกการจู่โจมเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือหนึ่งกวัดแกว่งศัตราวุธทำลายล้างพันธนาการไม้ แต่ดวงตายังคงจับจ้องไปยังซาบีน่าและจางเสี่ยวหลงไม่วางตา ‘พวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่? เหตุใดจึงใช้แต่การโจมตีที่อ่อนโทรมเช่นนี้ หรือว่าพวกมันกำลังวางกับดักอะไรบางอย่างอยู่?’
จางเสี่ยวหลงยกยิ้มบางพลางขยับนิยามพลังควบคุมผืนป่า ทันใดนั้นพื้นพสุธาก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น แมกไม้นับหมื่นพุ่งพรวดขึ้นจากใต้ดินโอบล้อมร่างของหญิงสาวเอาไว้ ก่อตัวเป็นผ่าจำลองขนาดหย่อมในชั่วอึดใจ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังใช้พลังควบคุมพฤกษาที่จำลองมาจากลิลเลีย สั่งให้ต้นไม้เหล่านั้นถอนรากขึ้นมาเดินเหินราวกับมนุษย์!
จากนั้น จางเสี่ยวหลงจึงร่ายมนตร์สร้างพฤกษาเพชฌฆาตและพืชพิษที่เลียนแบบมาจากพลังของมิเลีย แม้พิษของมันจะไม่ถึงแก่ชีวิต แต่ก็เพียงพอจะสร้างความปั่นป่วนได้อย่างมหาศาล
แม้ซาบีน่าจะเคยเห็นพลังนี้ตอนที่จางเสี่ยวหลงกักขังปังเต๋อมาแล้ว แต่นางก็ยังอดไม่ได้ที่จะทึ่งในความสามารถอันหลากหลายของเขา ทว่าเมื่อนึกถึงคำอธิบายเรื่องการควบคุมวิญญาณที่เขาจำลองมาจากโอซรุ่นที่สอง นางจึงปักใจเชื่อว่าเขาคงจะจำลองความสามารถมาจากเหล่าดรายแอดตนอื่นๆ เช่นกัน
*ฟุ่บ! ฟุ่บ!*
“บัดซบ!” หูเฉียวมู่สบถคำรามพลางหลบหลีกการโจมตีของพฤกษาเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าไม่ว่านางจะทำลายพวกมันไปรวดเร็วเพียงใด ต้นไม้เหล่านั้นกลับฟื้นคืนสภาพกลับมาได้เสมอ นางต้องโคจรลมปราณปกป้องใบหน้า โดยเฉพาะเมื่อพืชพิษเหล่านั้นเริ่มพ่นหมอกพิษออกมาปกคลุมไปทั่วป่าจำลอง ‘ชิ! พลังของนังดรายแอดนี่มันช่างน่ารำคาญสิ้นดี!’
‘ข้าต้องจัดการนังนี่ก่อน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางจับไอ้เด็กนั่นได้ และปราณของข้าคงจะเหือดแห้งไปกับไอ้ต้นไม้บ้าพวกนี้แน่’
ทว่าหูเฉียวมู่กลับเข้าใจผิดไปถนัดตา เพราะสิ่งที่นางเผชิญอยู่นั้นล้วนเป็นสิ่งที่จางเสี่ยวหลงรังสรรค์ขึ้นเพื่อถ่วงเวลาและบั่นทอนกำลังของนางโดยเฉพาะ
ซาบีน่าสั่งการให้หมู่มวลไม้รุกไล่หูเฉียวมู่อย่างหนัก ขณะที่เพอร์ซิกซ์ก็ระดมยิงศรเข้าใส่สุนัขจิ้งจอกจันทรานารีอย่างต่อเนื่อง ทำให้นางตกอยู่ในสภาวะคับขันจนยากจะตั้งตัว
“ชิ!” หูเฉียวมู่กัดฟันกรอด ก่อนจะคืนร่างสู่สัญชาตญาณสัตว์ป่า กลายเป็นสุนัขจิ้งจอกจันทราห้าหางอันสง่างามและทรงพลัง เช่นเดียวกับหูลิลลี่และหูเยว่ นางใช้หางทั้งห้าปัดป้องและกวัดแกว่งอาวุธทำลายล้างต้นไม้รอบกาย ทว่านั่นกลับเป็นความผิดพลาดมหันต์ เพราะหนามของพืชพิษได้ขีดข่วนเข้าที่หางของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนพิษเริ่มแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย
เมื่อเห็นสบโอกาส จางเสี่ยวหลงก็ปลดปล่อยกลิ่นอายจิ้งจอกสวรรค์แผ่ซ่านเข้ากดขบหูเฉียวมู่ ทำให้นางรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ทว่าเขาไม่ได้ใช้พลังกดดันสายเลือดทั้งหมดในคราวเดียว แต่ค่อยๆ เพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นทีละน้อย
แม้หูเฉียวมู่จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่สุนัขจิ้งจอกจันทราก็เป็นเพียงสัตว์เทพ ทว่าสายเลือดจิ้งจอกสวรรค์ของจางเสี่ยวหลงนั้นคือสัตว์ในตำนานที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกระดับ ยิ่งมีซาบีน่าและเพอร์ซิกซ์คอยสนับสนุน จังหวะและความเร็วของนางก็เริ่มถดถอย เปิดช่องว่างให้เหล่าพฤกษาเข้าจู่โจมได้สำเร็จ
“ไอ้พวกสารเลว! พวกแกจงใจปั่นหัวข้าเล่นงั้นรึ!” หูเฉียวมู่แผดคำรามด้วยความแค้นเคืองเมื่อสัมผัสได้ว่าระบบประสาทเริ่มปั่นป่วนและการเคลื่อนไหวเริ่มเชื่องช้าลง
*ตูม!*
หูเฉียวมู่รวบรวมพลังทั้งหมดระเบิดกลิ่นอายออกมาอย่างรุนแรง พัดพาต้นไม้และพืชพิษให้กระเด็นออกไป ก่อนจะทะยานร่างเข้าหาจางเสี่ยวหลงและซาบีน่าประดุจสายฟ้าฟาด ทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าอย่างไม่ลดละ
หลังจากการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ หูเฉียวมู่ก็หลุดพ้นจากวงล้อมป่าจำลองมาได้ นางพุ่งดิ่งเข้าหาจางเสี่ยวหลงและซาบีน่าพร้อมตะปบกรงเล็บหน้าเข้าใส่อย่างโหดเหี้ยม
ทว่าร่างของทั้งสองกลับเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาในพริบตา เมื่อจางเสี่ยวหลงใช้พลังเคลื่อนย้ายมิตินำซาบีน่าหลบฉากไป ทิ้งให้กรงเล็บสังหารกระแทกเข้ากับพื้นดินที่ว่างเปล่า
*บึ้ม!*
แรงปะทะมหาศาลส่งฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ทิ้งรอยกรงเล็บลึกไว้สองทางบนพื้นพสุธา
“หือ?” หูเฉียวมู่รีบเงยหน้าขึ้นทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากเบื้องบน นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นกรงเล็บปีศาจโปร่งแสงขนาดมหึมาพุ่งดิ่งลงมาหมายจะบดขยี้ร่างของนาง นางไม่รอช้า อ้าปากพ่นบอลแสงปราณขนาดใหญ่เข้าปะทะอย่างสุดกำลัง
*ตูม!*
กรงเล็บปีศาจของจางเสี่ยวหลงสลายไปในพริบตา เนื่องจากพลังของเขายังห่างชั้นกับหูเฉียวมู่อยู่มาก ขณะที่บอลแสงของนางพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากว้าง ทว่าจางเสี่ยวหลงและซาบีน่าไม่ได้อยู่ในทิศทางนั้น การโจมตีของนางจึงพลาดเป้าไปอย่างสิ้นเชิง
*โฮก!!!*
“อั่ก!” หูเฉียวมู่ถึงกับเซถอยหลังเมื่อเสียงคำรามกึกก้องแผดพุ่งเข้าใส่ ร่างจิ้งจอกของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจากผลของ ‘เสียงคำรามราชาปีศาจ’ ของจางเสี่ยวหลง ทำให้สติสัมปชัญญะของนางเริ่มเลอะเลือน
หูเฉียวมู่สะบัดหัวอย่างบ้าคลั่งเพื่อเรียกสติ ทว่าหมอกดำทมิฬกลับพุ่งเข้าปกคลุมร่างของนางอย่างรวดเร็วด้วยพลัง ‘การกัดกร่อนของปีศาจ’ นางต้องช็อกอีกครั้งเมื่อตระหนักว่าหมอกเหล่านั้นอัดแน่นไปด้วยธาตุมืดอันเข้มข้น
นางรีบปลดปล่อยปราณแสงออกมาจนถึงขีดสุดเพื่อปกป้องตนเอง พร้อมแผ่ซ่านกลิ่นอายผลักดันหมอกร้ายเหล่านั้นออกไป
ความจริงแล้ว ซาบีน่าและเพอร์ซิกซ์สามารถจับกุมหูเฉียวมู่ได้อย่างรวดเร็วหากร่วมมือกัน แต่จางเสี่ยวหลงต้องการบั่นทอนกำลังกายและกำลังใจของนางให้ถึงที่สุดเสียก่อน เพื่อที่จะใช้พลังควบคุมวิญญาณได้อย่างไร้แรงต้าน
“แฮ่ก... แฮ่ก...” หลังจากการดิ้นรนอย่างหนัก หูเฉียวมู่หอบหายใจโรยแรง ปราณในร่างเหือดแห้งไปมหาศาลจากการหลบหนีออกจากป่าจำลอง
*ตึก... ตึก...*
หูเฉียวมู่รีบหันขวับไปมอง พบเพอร์ซิกซ์เดินออกมาจากพงไพรทางทิศตะวันตกพลางเล็งศรมาที่นาง โดยมีซาบีน่าลอยเด่นอยู่เหนือร่างของเขาพร้อมรอยยิ้มบางๆ ทว่าจางเสี่ยวหลงกลับหายไป “ไอ้พวกขี้ขลาด! พวกเจ้าดีแต่รุมข้า!”
“หึๆ” ซาบีน่าหัวเราะเยาะในลำคอ “เจ้าไม่คิดว่าตัวเองหน้าไหว้หลังหลอกไปหน่อยรึ? น้องชายของข้าอยู่เพียงขอบเขตวิญญาณ ส่วนเจ้าอยู่ขอบเขตราชันเช่นเดียวกับพวกเรา แต่เจ้ากลับจ้องจะปลิดชีวิตเขา”
“พวกเราไม่ได้อยากสู้กับเจ้า เพราะพวกเราเกิดจากธรรมชาติ แต่เจ้าทำพลาดมหันต์ที่คิดจะสังหารน้องชายของพวกเรา” หูเฉียวมู่ก้าวถอยหลังเมื่อเพอร์ซิกซ์เดินเข้ามาใกล้ แต่นางยังคงระแวดระวังไปรอบตัว เพราะยังไม่สัมผัสถึงร่องรอยของจางเสี่ยวหลง
“ถึงแม้เขาจะยังเยาว์วัย แต่เผ่าพันธุ์แห่งพฤกษาและธรรมชาติทั้งหมดต่างยอมรับเขาในฐานะผู้นำ ดังนั้นพวกเราจะไม่มีวันยอมให้เจ้าทำอันตรายเขาได้ และพวกเราพร้อมจะเผชิญหน้ากับคนในเผ่าของเจ้าโดยตรงหากพวกมันยังดึงดันจะฆ่าเขา!”
“ว่าไงนะ!” หูเฉียวมู่ร้องอุทานด้วยความตกใจกับคำสารภาพของเพอร์ซิกซ์ “เจ้าต้อง—"
“แปลกใจนักหรือกับความสัมพันธ์ของพวกเรา?” ร่างของหูเฉียวมู่แข็งทื่อราวกับถูกสาป เมื่อเสียงของจางเสี่ยวหลงดังขึ้นจากเบื้องหลัง นางพยายามจะกระโดดหนี แต่เขากลับคว้าหางของนางไว้มั่นและเริ่มใช้ ‘วิชากลืนกินปีศาจ’ ทันที!
“อ๊ากกก!!!” หูเฉียวมู่ล้มลงไปกองกับพื้นและแผดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย เมื่อจางเสี่ยวหลงเริ่มสูบพลังวิญญาณและพลังชีวิตของนางไปอย่างรวดเร็ว “อ๊าก! หยุดนะ! ข้าจะตายแล้ว! หยุดเดี๋ยวนี้!”
“เจ้าคิดว่าข้าตั้งใจจะฆ่าเจ้าจริงๆ งั้นรึ?” จางเสี่ยวหลงเอ่ยถามอย่างเย็นชาขณะที่ยังไม่หยุดมือ “ถ้าข้าอยากให้เจ้าตาย ข้าคงไม่สั่งให้ซาบีน่ากับเพอร์ซิกซ์ออมมือไว้หรอก ด้วยระดับพลังที่เท่ากัน พวกเขาสามารถจับเจ้าได้ง่ายๆ และข้าก็สังหารเจ้าได้ในพริบตา”
“เจ้า...” ก่อนที่หูเฉียวมู่จะทันได้สบถคำสาปแช่ง จางเสี่ยวหลงก็ใช้พลังควบคุมวิญญาณกระชากวิญญาณของนางออกมาจากร่าง ทำให้นางมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวา “เจ้า... เจ้าจะทำอะไรข้า? ได้โปรด! อย่าทำให้ข้ากลายเป็นทาสเลย! ข้าไม่อยากเป็นทาสของเจ้า ต่อให้เจ้าจะเป็นจิ้งจอกสวรรค์ก็ตาม!”
“ข้าไม่จำเป็นต้องทำลายเกียรติเจ้าด้วยความเป็นทาสเพื่อให้เจ้ายอมสยบ แต่เจ้าจะเชื่อฟังข้าไปชั่วชีวิต” จางเสี่ยวหลงปลดปล่อยวิญญาณออกจากร่าง รูปร่างวิญญาณของเขาที่ผสานสายเลือดทั้งสามเข้าด้วยกันทำให้นางยิ่งสั่นสะท้านด้วยความกลัว
“เจ้า—” หูเฉียวมู่กลืนคำพูดลงคอทันทีเมื่อเห็นวิญญาณอีกดวงของตนปรากฏขึ้นตรงหน้า นางมองดูจางเสี่ยวหลงผสานวิญญาณที่สองของนางเข้ากับวิญญาณของเขาด้วยความอัศจรรย์ใจ ครู่ต่อมา นางก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ทำให้ตระหนักถึงชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
“ด้วยวิธีนี้ เจ้าจะไม่มีวันทำอันตรายข้าได้ และชีวิตของเจ้าจะผูกติดอยู่กับข้าไปจนวันตาย” จางเสี่ยวหลงส่งวิญญาณกลับคืนสู่ร่าง หูเฉียวมู่คืนร่างเป็นมนุษย์ทันทีพลางมองเขาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “ปกติข้าไม่ค่อยไว้ชีวิตศัตรูหรอกนะ แต่เห็นแก่ที่เจ้าเป็นจิ้งจอกจันทราและยังมีประโยชน์อยู่บ้าง ข้าเลยทำเพียงเท่านี้”
“แต่อย่าลืมล่ะ ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับข้า เจ้าเองก็ไม่มีวันรอดชีวิต ถ้าข้าตาย เจ้าก็ต้องตายตามไปด้วย ดังนั้นเจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าควรจะทำอย่างไร?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของหูเฉียวมู่ก็ซีดเผือดราวกับคนตาย ความทะนงตนพังทลายลงอย่างสิ้นเชิงเมื่อรู้ว่าชีวิตของตนอยู่ในกำมือของเด็กหนุ่มเบื้องหน้า เช่นนี้แล้วนางย่อมไม่อาจทำร้ายเขาได้ มิหนำซ้ำยังต้องคอยปกป้องเขาไม่ให้ใครมาทำอันตราย เพราะผลลัพธ์นั้นจะย้อนกลับมาที่ตัวนางเอง ‘บัดซบที่สุด! ทำไมข้าต้องมาเจอชะตากรรมอัปยศเช่นนี้ด้วย แม้จะยังมีอิสระ แต่วงจรชีวิตข้ากลับตกอยู่ในมือนิ้วของมัน!’
จางเสี่ยวหลงเอ่ยกับหูเฉียวมู่อีกครั้ง “เจ้ากลับไปที่มิติลับของเจ้าได้แล้ว พาแม่นางจิ้งจอกสองคนนั้นไปด้วย และข้าขอสั่งให้เจ้าปกป้องหูเยว่จากทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหูเกาหรือหูดง!”
“ว่าไงนะ?” คำสั่งนั้นทำให้หูเฉียวมู่มึนงง นางไม่เข้าใจว่าเขารู้จักหูเยว่ได้อย่างไร “เจ้ารู้จักนางได้อย่างไร?”
“ข้าไม่จำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดให้เจ้าฟัง บอกแค่ว่าตอนนี้หูเยว่คือผู้หญิงของข้า และข้าจะไปชิงตัวนางมาจากหูดงในเร็วๆ นี้” หูเฉียวมู่ถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะลอบถอนใจเมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ที่เขามีต่อเผ่าพันธุ์แห่งธรรมชาติที่ยกย่องเขาเป็นผู้นำ
“อ้อ อีกอย่าง หูซิ่วฟู่อยู่กับข้าแล้ว และนางไม่อยากกลับไปที่นั่นอีก เพราะพวกเจ้าเห็นนางเป็นเพียงเครื่องมือ ถึงขนาดสั่งให้นางใช้ร่างกายมาล่อลวงข้า นางจึงอยากตัดขาดจากพวกเจ้า และข้าก็นับปากว่าจะปกป้องนางเอง”
‘ชิ! นังเด็กเหลือขอนั่น! ที่แท้ก็ไปอยู่ในมือไอ้หมอนี่แล้ว แถมยังคาบข่าวเรื่องคำสั่งข้าไปบอกมันหมดเปลือก!’
“เฮ้! ข้าได้ยินสิ่งที่เจ้าคิดนะ รู้ใช่ไหม?” หูเฉียวมู่ขมวดคิ้วมุ่นใส่จางเสี่ยวหลง “อย่างที่ข้าบอก วิญญาณเราผูกกันอยู่ ไม่ต้องแปลกใจถ้าข้าจะล่วงรู้ความคิดเจ้า และถ้าข้าพบว่าเจ้าคิดร้ายต่อคนรอบข้างข้าแม้แต่นิดเดียว ข้าจะปลิดชีพเจ้าด้วยการทำลายวิญญาณทันที อย่าได้สงสัยในคำพูดข้าเชียว... เอาล่ะ ไปได้แล้ว!”
“ชิ!” หูเฉียวมู่กัดฟันกรอด ทะยานร่างจากไปด้วยกำลังที่เหลืออยู่ นางรีบหยิบโอสถขึ้นมาทานเพื่อฟื้นฟูร่างกาย แต่ยังคงเหลียวหลังกลับมามองจางเสี่ยวหลงด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“เจ้าแน่ใจนะว่านางจะไม่ทำอะไรเจ้า?” ซาบีน่าเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ขณะมองตามร่างของหูเฉียวมู่ที่ลับตาไปเรื่อยๆ
จางเสี่ยวหลงพยักหน้าอย่างมั่นใจ “พลังควบคุมวิญญาณของโอซนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก หูเฉียวมู่ไม่มีทางทำอะไรข้าหรือคนใกล้ชิดข้าได้แน่นอน และนางจะไม่มีวันบอกเรื่องของข้าให้หูเการู้อย่างเด็ดขาด”
เพอร์ซิกซ์ ผู้นำเผ่าเซนทอร์เอ่ยเสริม “ทว่าหูเกาอาจจะลงโทษนางหากนางไม่ทำตามคำสั่ง และอาจถึงขั้นปลิดชีวิตนางเสีย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าเจ้านั่นเป็นพวกบ้าอำนาจและโอหังเพียงใด ถ้านางตายไป นางก็คงไม่มีประโยชน์อะไรกับเจ้า”
“เจ้าพูดถูก” จางเสี่ยวหลงเห็นพ้อง “แต่ตอนนี้หูเกายังติดอยู่ในถ้ำปีศาจเพื่อจัดการกับผนึก คงทำอะไรนางไม่ได้ในเร็วๆ นี้ และจริงๆ ข้าก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าเขาจะลงโทษนางยังไง แต่ข้าคิดว่าเขาคงไม่โง่ขนาดจะฆ่านางทิ้ง เพราะนางคือหนึ่งในผู้อาวุโสคนสำคัญของเผ่า”
“เข้าใจแล้ว” เพอร์ซิกซ์พยักหน้า “แล้วเจ้าต้องการให้พวกเราช่วยจับซิงเหม่ยด้วยหรือไม่?”
“ไม่จำเป็น” จางเสี่ยวหลงกวักมือเรียกหลิวชิงอวี่และป้าซู่เสียงออกมาจากที่ซ่อน “แค่ชิงอวี่คนเดียวก็เกินพอที่จะจัดการซิงเหม่ยแล้ว พวกเจ้ากลับไปเฝ้าระวังเขตนี้ต่อเถอะ”
ทั้งสองพยักหน้ารับคำ ก่อนที่จางเสี่ยวหลงจะนำพาสองนารีกลับสู่เมืองกระบี่สวรรค์และมุ่งหน้าไปยังตระกูลกู่ทันที
เพอร์ซิกซ์ลอบถอนใจยาวพลางเอ่ยกับซาบีน่า “ไม่รู้สิ ข้ารู้สึกว่าถ้าเด็กคนนี้กลายเป็นศัตรูของเรา เขาคงจะเป็นศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด เพราะเขามีความสามารถประหลาดมากมายเหลือคณา โดยเฉพาะพลังควบคุมวิญญาณนั่น”
“ฮ่าๆ” ซาบีน่าหัวเราะร่วน “โชคดีที่เขาไม่ใช่ศัตรู ดังนั้นเราไม่ต้องกังวลหรอก ข้ามั่นใจว่าเขาจะนำพาเผ่าพันธุ์พวกเรากลับสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีตได้แน่ หน้าที่ของเราคือปกป้องและรอคอยเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น”
.
.
.
ซิงเหม่ยที่นั่งอยู่เพียงลำพังในสวนถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อจางเสี่ยวหลงและหญิงสาวอีกสองคนปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างปีศาจของป้าซู่เสียง แต่ก็รีบปรับสีหน้ายิ้มแย้มและถามหลิวชิงอวี่ “เจ้ากลับมาเมื่อไหร่กัน? แล้วทำไมจู่ๆ ทั้งสามคนถึงมาที่นี่ล่ะ?”
หลิวชิงอวี่เหลือบมองจางเสี่ยวหลงครู่หนึ่งก่อนจะตอบซิงเหม่ยด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “เจ้ายังไม่รู้จุดประสงค์ที่พวกเรามาที่นี่อีกงั้นรึ? ข้าผิดหวังในตัวเจ้าจริงๆ ซิงเหม่ย เจ้าพลาดมหันต์ที่ขายพวกเราให้กับเทียนกงจื่อและหูเฉียวมู่!”
ซิงเหม่ยถึงกับแข็งทื่อไปชั่วขณะ ทว่าหลิวชิงอวี่กลับพุ่งเข้าประชิดตัวและพันธนาการนางไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จางเสี่ยวหลงจะนำพาทุกคนเข้าสู่มิติหยิน-หยางในพริบตา
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.