ตอนที่ 3349
3104 / 5461
อ่าน 6 นาที
Chapter 3349: The Masters Style
เผยแพร่เมื่อ 11 มี.ค. 2569 19:30
Chapter 3349: วิถีแห่งปรมาจารย์
เหล่าผู้อาวุโสระดับสูงเริ่มมีความกังวล เพราะเมื่อนิกายของพวกเขาตกเป็นเป้าหมาย ความพินาศย่อยยับก็คงอยู่ไม่ไกล
“เจ้าเป็นคนทำ! เจ้าเป็นคนเปิดประตูมิติและนำนิกายเข้าสู่สถานการณ์ที่ล่อแหลม นี่เป็นความผิดร้ายแรงที่ควรได้รับโทษอย่างหนัก!” หวงหนิงกล่าวอ้าง เขาฉวยโอกาสนี้ในการใส่ร้ายหลี่ชีเย่อีกครั้ง
“เจ้าคงเข้ามาในนิกายเพื่อหวังจะไปให้ถึงจุดสูงสุดสินะ ตอนนี้ข้าคิดว่าโอกาสที่เจ้าจะเป็นสายลับมีความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ” จ้านหูถลึงตามองหลี่ชีเย่
ตอนนี้ทุกสายตาต่างจ้องมองมาที่หลี่ชีเย่ ส่วนเหล่าเจ้าสำนักไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ทุกคนมีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งทำลายความเงียบลง
คนส่วนใหญ่ต่างตกอยู่ในห้วงความคิดเนื่องจากอนาคตที่ดูไม่สู้ดีนัก
“อย่าหยิบยกความคิดงี่เง่านี้ขึ้นมาพูดอีก” ราชาโพธิกล่าว “จางเยว่ได้บอกไปแล้วว่านายน้อยไม่ใช่สายลับ ความรักและความเกลียดชังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อย่างไรก็ตาม ลูกผู้ชายไม่ควรใช้วิธีการที่ทรยศหักหลังและต่ำช้า ทั้งไม่ควรเป็นคนใจแคบ ข้ามองออกว่าเจ้าไม่พอใจนายน้อยและต้องการบีบคั้นให้เขาไปสู่ความตาย...”
“ท่านอาจารย์ ข้า... ข้าไม่ได้...” หวงหนิงรีบปฏิเสธทันที
ราชาโพธิโบกมือแล้วกล่าวต่อ “พอได้แล้ว การที่ผู้บำเพ็ญเพียรจะมีจิตสังหารเป็นเรื่องปกติ แต่การขาดความกล้าหาญที่จะยอมรับเรื่องนี้มันน่าสมเพชสิ้นดี ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีความหมายที่จะบำเพ็ญเพียรต่อไป เจ้าไม่คู่ควรกับการเป็นศิษย์ของข้า”
หวงหนิงเงียบปากลงในทันที
“ข้าไม่มีข้อกังขาที่เจ้าอยากจะสังหารนายน้อย ไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องนี้ แต่จงเป็นลูกผู้ชาย เป็นผู้แสวงหาเต๋าในขณะที่ทำเช่นนั้น ท้าทายเขาเดี๋ยวนี้ แล้วเอาชนะและสังหารเขาเสีย ถ้าเจ้าทำได้ ข้าจะเป็นคนรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง แต่ถ้าเจ้าแพ้ ก็โทษได้แค่ความอ่อนแอและความโง่เขลาของเจ้าเองเท่านั้น” ราชาโพธิประกาศด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ทำให้ฝูงชนตื่นตะลึงไปตามๆ กัน
ในสำนักพยัคฆ์ศักดิ์สิทธิ์ เหล่าผู้อาวุโสมักไม่ต้องการสนับสนุนให้ศิษย์ต่อสู้หรือสังหารกันเอง พวกเขาชอบความสามัคคีและสันติสุข แต่เรื่องนี้ใช้ไม่ได้กับราชาโพธิ
คนอื่นๆ ไม่อยู่ในสถานะที่จะโต้แย้งได้เพราะหวงหนิงเป็นศิษย์ของราชาโพธิ เขามีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการตัดสินใจ
“พูดได้ดี ตาแก่” หลี่ชีเย่นึกสนุกขึ้นมาและจ้องมองไปที่หวงหนิง “ลูกผู้ชายควรทำตัวแบบนั้นจริงๆ เอาล่ะ ในเมื่อพวกเจ้าอยากจะสังหารข้า ข้าก็จะรับคำท้าของพวกเจ้า”
หวงหนิงตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะแผนการของเขาถูกเปิดโปง แน่นอนว่าเขาอยากฆ่าหลี่ชีเย่ แต่ปัญหาคือ เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ
อีกฝ่ายอาจจะเป็นแค่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเส้นเอ็นทองแดง แต่เขาก็เคยก่อเรื่องบ้าคลั่งมานับไม่ถ้วน หวงหนิงไม่ได้มีความมั่นใจเหมือนช่วงแรกที่ผ่านมาแล้ว
ราชาโพธิมอบโอกาสอันสมบูรณ์แบบในการสังหารหลี่ชีเย่ให้เขาแล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาขาดความกล้าหาญ
ตอนนี้เขามีทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้น คือยอมรับความผิดหรือจะสู้ตายกับหลี่ชีเย่จริงๆ
ไม่มีผู้อาวุโสคนไหนจะขัดขวางเขาได้ในสถานการณ์เช่นนี้ ยกเว้นเพียงผิงซู่เหวิน
ผู้อาวุโสและผู้คุ้มครองสองสามคนจ้องมองไปยังซู่เหวินด้วยความหวังว่าจะได้รับคำตอบ เขากล่าวอย่างใจเย็นว่า “นิกายจะไม่แทรกแซงหากเป็นการประลองอย่างเป็นทางการระหว่างทั้งสองฝ่าย”
หวงหนิงลังเลอีกครั้ง เขาเหลือบมองกงเฉียนเย่ ถ้าเขาสามารถสังหารหลี่ชีเย่ได้ในตอนนี้ อนาคตของเขาจะรุ่งโรจน์เพียงใด แต่ถ้าหลี่ชีเย่ยังเหลือเล่ห์เหลี่ยมปีศาจอะไรไว้อีกเล่า... ความคิดในหัวของเขาหมุนวนด้วยความลังเลนับครั้งไม่ถ้วน
“นี่เป็นการประลองอย่างเป็นทางการ แต่ใครจะไปรู้ว่าเจ้าจะใช้วิชาไสยศาสตร์อะไรอีก?” จ้านหูยุยง
“จริงด้วย” หวงหนิงพยักหน้าและพูดเสียงดัง “วิธีการนอกรีตและวิชาต่ำช้าเป็นสิ่งที่ป้องกันไม่ได้ ศิษย์ของพยัคฆ์ศักดิ์สิทธิ์ควรต่อสู้โดยใช้วิชากฎเกณฑ์แห่งบุญของนิกายเท่านั้น”
ราชาโพธิขมวดคิ้วหลังจากได้ยินหวงหนิงพูด
“ไร้ซึ่งความกล้าโดยสิ้นเชิง” หลี่ชีเย่ยิ้ม “ได้ งั้นข้าให้โอกาส พวเจ้าสองคนเข้ามาพร้อมกันได้เลย อย่าบอกนะว่าเจ้าจะถอนตัวจากเรื่องนี้อีก”
จ้านหูและหวงหนิงสบตากัน พวกเขาไม่มีความมั่นใจเลยหากต้องสู้ตัวต่อตัว แต่ถ้าเป็นสองต่อหนึ่งล่ะ? โอกาสสำเร็จจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
“ต้องใช้เพียงวิชากฎเกณฑ์แห่งบุญของพยัคฆ์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น” หวงหนิงกล่าว โดยต้องการจำกัดความสามารถของหลี่ชีเย่
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ข้าจะใช้แค่ ‘หมัดเต่า’ เท่านั้น แค่นั้นก็เพียงพอที่จะสังหารพวกเจ้าทั้งสองคนแล้ว” หลี่ชีเย่ยิ้ม
“เจ้า!” หวงหนิงไม่ชอบท่าทางอวดดีนี้เลย แต่จ้านหูดึงตัวเขาไว้ อีกฝ่ายจ้องมองหลี่ชีเย่แล้วกล่าวว่า “รักษาคำพูดของเจ้าด้วย เจ้าจะต้องใช้แค่หมัดเต่าเท่านั้น ห้ามใช้อย่างอื่น”
นี่เป็นข้อเรียกร้องที่ค่อนข้างสุดโต่ง เหล่าผู้อาวุโสและผู้คุ้มครองต่างคิดว่าคงไม่มีใครสามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ด้วยวิชานี้
“ได้ แค่หมัดเต่า ต่อให้ข้าให้ความได้เปรียบพวกเจ้าขนาดนี้แล้ว พวเจ้ายังไม่กล้าอีกหรือ? ถ้าไม่เช่นนั้นก็จงหดหัวอยู่ในกระดองแล้วเลิกเดินเตร่ไปทั่วนิกายเสีย” หลี่ชีเย่ไม่ได้ใส่ใจ
ผู้ชมต่างไม่อยากจะเชื่อ หลี่ชีเย่ตกลงจริงๆ หรือเนี่ย?
ผิงซู่เหวินไม่ได้พูดอะไร ราชาโพธิดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ราชาปีศาจแส้เหล็กมีสีหน้าเย็นชา ส่วนราชาแบกภูเขาดูเหมือนจะสนใจการต่อสู้นี้มาก...
จ้านหูและหวงหนิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“ได้ เราตกลง” ทั้งคู่ตอบรับ
ไม่มีโอกาสไหนจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว ไม่มีทางที่พวกเขาจะเอาชนะเขาไม่ได้
จงจำไว้ว่าพวกเขามีสมบัติมากมายแถมยังเป็นผู้บรรลุธรรม ในขณะที่หลี่ชีเย่สามารถใช้ได้เพียงหมัดเต่า
ไม่มีทางที่พวกเขาจะแพ้ได้ หลี่ชีเย่คงไม่ได้ร้ายกาจถึงขนาดนั้น ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเส้นเอ็นทองแดงที่ใช้หมัดเต่าจะไปมีพลังโจมตีอะไรได้
นี่คือโอกาสของพวกเขาในการกำจัดภัยคุกคามที่คอยหลอกหลอนอยู่ในใจ
“เอาล่ะ รุ่งเช้าวันพรุ่งนี้ นั่นจะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของพวกเจ้า” หลี่ชีเย่ยิ้มและเดินจากไปพร้อมกับกงเฉียนเย่
“ข้าไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้เลย” ผู้คุ้มครองคนหนึ่งกล่าวด้วยความสับสน
“แค่หมัดเต่าเนี่ยนะ? ดูเป็นไปไม่ได้เลย” ผู้อาวุโสคนหนึ่งตอบ
พวกเขาคิดว่าหลี่ชีเย่สามารถสังหารคนทั้งสองได้ด้วยวิธีการอื่นแน่นอน แต่ไม่ใช่ด้วยหมัดเต่า
อย่างไรก็ตาม อาจารย์และบิดาของนักสู้ทั้งสองไม่ได้พยายามหยุดเรื่องนี้ เจ้าสำนักของพวกเขาก็อนุญาตเช่นกัน จึงไม่มีใครพูดอะไรได้อีก
คนส่วนใหญ่รู้สึกประหลาดใจกับความมั่นใจของหลี่ชีเย่ พวกเขาพบว่ายากที่จะจินตนาการว่าหลี่ชีเย่จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของทั้งสองคนนี้ได้อย่างไร
“ไอ้เด็กนั่นเป็นคนที่หยั่งถึงได้ยากยิ่ง ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ เรื่องนี้เทียบไม่ได้เลยกับการไปถึงยอดเขาบรรพกาล มันเป็นแค่เรื่องเล่นๆ ของเด็กเท่านั้น” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว
เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นสบตากันและพบว่ามันมีความเป็นไปได้ ปาฏิหาริย์อาจเกิดขึ้นในการประลองที่กำลังจะมาถึงนี้
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.