ตอนที่ 927
914 / 3074
อ่าน 6 นาที
Chapter 927 - To Light Up the Heavens!
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 08:51
บทที่ 927 - ส่องสว่างทั่วผืนนภา!
หลิวหลางอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ไอดอลของเขาอย่าง ‘แบล็ก’ ไม่ใช่นักพัฒนาพลังวิญญาณทั่วไป แต่แบล็กก็เป็นเหมือนกับ ‘กิ้งก่าเมดูซ่ายักษ์’ ที่เพิ่งจะขย้ำจระเข้บึงไปเมื่อตอนสู้กันเมื่อครู่
หลิวหลางเคยได้รับการรักษาจากหลินหยวนมาก่อน แม้วิธีการรักษาของหลินหยวนจะไม่ได้ให้ความรู้สึกสบายเหมือนกับของแบล็กและดูรุนแรงกว่า แต่มันก็ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะมีนักพัฒนาพลังวิญญาณสายรักษาที่อายุน้อยและมากความสามารถแบบเดียวกันถึงสองคน
ในขณะที่หลินหยวนก้าวขึ้นไปบนตัวของภูตสายพันธุ์ผีเสื้อ หลิวหลางก็หันไปถามจ้าวสวี่ “พี่จ้าวครับ ภูตสายพันธุ์ผีเสื้อที่หลินหยวนขี่อยู่นั่นระดับไหนหรือครับ? ออร่าของมันหยุดคลื่นกองทัพสิ่งมีชีวิตมิติจากบึงได้ทันทีเลย เป็นไปได้ไหมว่ามันคือภูตระดับตำนาน?”
จ้าวสวี่แตะจมูกตัวเองแล้วตอบว่า “นายไม่เห็นหรือไงว่าออร่าของผีเสื้อตัวนั้นทำให้กิ้งก่าเมดูซ่ายักษ์ชะงักได้? นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกับการหยุดกองทัพสิ่งมีชีวิตมิติหรอกนะ วันนี้พวกเราได้อยู่ต่อหน้ายอดฝีมือตัวจริงแล้ว หากฉันเดาไม่ผิด มันน่าจะอยู่เหนือระดับตำนานขึ้นไปอีก”
สมองของหลิวหลางประหนึ่งระเบิดออกจนเขารู้สึกมึนงง
เขาเคยได้ยินแต่ไม่เคยเห็นภูตระดับตำนานมาก่อน นับประสาอะไรกับภูตที่เหนือกว่าระดับตำนาน
การปรากฏตัวของภูตสายพันธุ์ผีเสื้อตัวนี้ทำให้หลิวหลางต้องระงับความคิดของตัวเองเอาไว้อีกครั้ง
หาก ‘แบล็ก’ คือหลินหยวน เขาคงเรียกภูตสายพันธุ์ผีเสื้อตัวนี้ออกมาตั้งแต่ตอนสู้ที่เมืองมิลล์สโตนแล้ว แทนที่จะใช้ทะเลดอกไม้
หลินหยวนไม่รู้ว่าหลิวหลางกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะในตอนนี้เขาได้ผ่านรอยแยกมิติระดับ 2 เข้าสู่โลกมิติแห่งบึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
‘ผีเสื้อสวรรค์กินอาหาร’ เริ่มอาละวาดและฆ่าทุกสิ่งที่ขวางหน้าในขณะที่มันออกตามหาใจกลางมิติ
หลินหยวนไม่เคยเข้ามาในรอยแยกมิติแห่งบึงมาก่อน เขาพบว่าสภาพแวดล้อมที่นี่คล้ายคลึงกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูงในสหพันธ์เรเดียนซ์
หลายพื้นที่ใกล้กับเมืองเรดบัดต่างก็มีความชื้นสูงเช่นกัน
บึงภายในรอยแยกมิติแห่งบึงนั้นแตกต่างไปจากที่หลินหยวนจินตนาการไว้ เขาเคยคิดมาตลอดว่าอากาศที่นี่คงอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นอับ
แม้จะมีสิ่งมีชีวิตมิติจำนวนมากตายและเน่าเปื่อยอยู่ในบึงจนดึงดูดแมลงกัดกินซากมาได้มากมาย
แต่ทว่านอกจากความขุ่นมัวเล็กน้อยแล้ว พื้นที่ส่วนที่เหลือของบึงกลับค่อนข้างสะอาด
หลินหยวนสังเกตเห็นเห็ดราหลากหลายชนิดขึ้นอยู่รอบๆ รอยแยกมิติแห่งบึงในขณะที่เขายืนอยู่บนตัวของผีเสื้อสวรรค์กินอาหาร
เห็ดเหล่านี้เป็นตัวย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตที่ดีที่สุด
เมื่อสิ่งมีชีวิตมิติตัวใดตายลงในรอยแยกมิติแห่งบึงแล้วไม่ถูกตัวอื่นกิน เห็ดพวกนี้ก็จะงอกขึ้นมาบนซากและเริ่มกระบวนการย่อยสลายภายในหนึ่งวัน
นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมรอยแยกมิติแห่งบึงถึงได้ดูสะอาดสะอ้านขนาดนี้
ภาพของเห็ดที่คอยย่อยสลายเหล่านี้ทำให้หลินหยวนดีใจเป็นอย่างมาก เพราะนี่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสภาพแวดล้อมของโลกแห่งบึง
การทำงานในสภาพแวดล้อมที่สะอาด ย่อมดีกว่าพื้นที่สกปรกอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สะอาดตาเช่นนี้ ความตายกลับมีอยู่ดาษดื่น
หลินหยวนเห็นพืชกินแมลงหลายชนิดผลิตผลที่ใช้สำหรับล่อแมลง ส่วนพืชกินแมลงที่แข็งแกร่งกว่าก็จะใช้เถาวัลย์คว้าและจับกินสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กว่าอย่างจระเข้บึง
พืชกินแมลงเหล่านี้คือผู้ล่าที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในรอยแยกมิติแห่งบึง
หลินหยวนรู้สึกว่าพืชกินแมลงเหล่านี้เติบโตได้ดีในรอยแยกมิติแห่งบึงก็เพราะพวกมันได้อาศัยบึงเหล่านี้นี่เอง
เขาเหลือบไปเห็นจระเข้บึงหลายตัวรวมกลุ่มกันอยู่ จึงสั่งให้ผีเสื้อสวรรค์กินอาหารกำจัดพวกมันทิ้ง
หลินหยวนดำดิ่งลงไปในบึงลึกลงไปสิบเมตรก่อนจะเริ่มขุดดินลงไป
ไม่นานเขาก็ขุดพบก้อนดินเหนียวสีเขียวอมดำ
นี่คือดินแห่งบึง ซึ่งเป็นของหายากประจำรอยแยกมิติแห่งบึง
การจะหาดินแห่งบึงนั้นทำได้ง่ายในรอยแยกมิติแห่งบึง เพราะมันจะมีอยู่ทุกที่ที่จระเข้บึงรวมกลุ่มกัน
แต่ต้องใช้พลังมากพอที่จะกำจัดจระเข้บึงเหล่านั้นเสียก่อนถึงจะขุดหาดินแห่งบึงได้
หลินหยวนเก็บก้อนดินแห่งบึงจากรอยแยกมิติระดับ 2 มาได้เพียงสองก้อน ก้อนหนึ่งเป็นสีเขียวอมดำ ส่วนอีกก้อนมีลักษณะเป็นทราย
ก้อนสีเขียวอมดำสามารถนำไปใส่ในสระเพื่อเร่งอัตราการเติบโตของภูตสายพันธุ์พืชน้ำได้ ส่วนก้อนที่เป็นทรายนั้นเหมาะสำหรับการเพาะพันธุ์พืชทะเลทรายในพื้นที่แห้งแล้ง
ในบรรดาดินแห่งบึงระดับกลางทั้งสองก้อน ก้อนสีเขียวอมดำนั้นมีค่ามากกว่า
ดินแห่งบึงคือทรัพยากรหลักที่หลินหยวนตั้งใจจะรวบรวมหลังจากขยายอาณาเขตเข้ามาในโลกแห่งบึง
ไม่นานหลังจากนั้น ผีเสื้อสวรรค์กินอาหารก็นำหลินหยวนมาถึงใจกลางมิติ
แทนที่จะนำไอเทมประเภทต้นกำเนิดทั้งสองชิ้นออกจากใจกลางมิติในทันที หลินหยวนใช้พลังวิญญาณสื่อสารกับมอร์เบียส “มอร์เบียส ผมเจอใจกลางมิติที่เชื่อมต่อไปยังโลกแห่งบึงแล้ว ผมควรทำอย่างไรต่อดี?”
“หยวน ในเมื่อเธอเจอใจกลางมิติแล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเถอะ” มอร์เบียสตอบ
แสงสีสนิมพุ่งออกมาจากสร้อยข้อมือมอร์เบียสและเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็น ‘ใจกลางไคลน์’ ที่เคยอยู่ในเขตพื้นที่กักเก็บวิญญาณ
ใจกลางมิติแห่งบึงถูกฝังลงไปในใจกลางไคลน์ และใจกลางมิติที่เคยไม่สามารถยกออกไปได้ก็หายไปจากรอยแยกมิติแห่งบึง
หลินหยวนเก็บไอเทมประเภทต้นกำเนิดทั้งสองชิ้นจากพื้น จากนั้นรอยแยกมิติแห่งบึงระดับ 2 ก็ขับหลินหยวนและผีเสื้อสวรรค์กินอาหารออกมา
ในชั่วขณะนั้น เสียงของมอร์เบียสดังขึ้นในความคิดของหลินหยวน “หยวน ใจกลางไคลน์เชื่อมต่อกับโลกแห่งบึงเรียบร้อยแล้ว เธอสามารถเข้าถึงโลกแห่งบึงจากเขตพื้นที่กักเก็บวิญญาณได้ทุกเมื่อ”
หลินหยวนกำลังจะเข้าสู่เขตพื้นที่กักเก็บวิญญาณเพื่อตรวจสอบ แต่เขากลับเห็นหลงเซียวที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ
ไม่มีองครักษ์มังกรหรือหน่วยองครักษ์วิญญาณอยู่รอบตัวหลงเซียว ซึ่งนั่นหมายความว่าหลงเซียวตั้งใจรอหลินหยวนอยู่ก่อนแล้ว
หลงเซียวเดินเข้ามาหาหลินหยวนแล้วยื่นมือขวาออกมา
หลินหยวนรู้สึกสงสัยจนกระทั่งเห็นตราสัญลักษณ์สองอันที่เขาเคยโยนให้หลงเซียว เขาจึงรีบหยิบตราทั้งสองกลับมาจากมือของหลงเซียวแล้วกล่าวว่า “ท่านเจ้าเมือง ผมสะเพร่าเองที่ลืมเก็บตราสองอันนี้ไว้ ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ที่ทำให้ท่านต้องลำบากมาถึงที่นี่เพื่อนำมาคืนผม”
หลงเซียวชะงักไปครู่หนึ่งและดูเหมือนจะมองหลินหยวนในมุมที่เปลี่ยนไป
ตราอันหนึ่งแสดงถึงตัวตนของหลินหยวน ส่วนอีกอันแสดงถึงอำนาจของเขา
ชายหนุ่มผู้นี้ละทิ้งทั้งตัวตนและอำนาจของตนไว้เบื้องหลังเพียงเพื่อปกป้องผู้คน
ช่างเป็นผู้ที่มีศีลธรรม ความใจกว้าง และความกระตือรือร้นเสียจริง!
รัศมีของชายหนุ่มผู้นี้จะสามารถส่องสว่างไปทั่วผืนนภาและโดดเด่นเหนือผู้คนทั้งปวงบนโลกใบนี้!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.