ตอนที่ 683
535 / 1928
อ่าน 3 นาที
Chapter 683 - t’s Been Almost Two Hours, Where Is She?
เผยแพร่เมื่อ 2 เม.ย. 2569 23:10
บทที่ 683 - เกือบสองชั่วโมงแล้วนะ เธอไปอยู่ไหน?
ภายในห้องพักผู้ป่วย VIP
โจวเหว่ยคอยเช็กเวลาอยู่ตลอด เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปชั่วโมงครึ่งแล้วแต่เธอยังไม่มาถึง หญิงสาวก็เริ่มหงุดหงิด เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะลุกขึ้นเดินวนไปวนมาอยู่ภายในห้อง
ทุกคนต่างดูออกว่าตอนนี้เธอกำลังอารมณ์ไม่ดี จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปทัก
“อาการของอาจารย์เฉิงเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ตอนนี้หนักจนถึงขั้นนอนไม่หลับเลยด้วยซ้ำ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป เขาอาจจะไม่ได้เข้ารับการผ่าตัดตามกำหนดการเดิมแน่ๆ…”
ป๋อจิ่งสิงกำลังหารือกับชายที่อยู่บนเตียงผู้ป่วยเกี่ยวกับเรื่องของหน่วยที่เก้า เขาไขว่ห้างนั่งอยู่อย่างผ่อนคลายบนโซฟา
ทว่าเขากลับขมวดคิ้วเล็กน้อย “เราหาหมอมาทั้งในและต่างประเทศมากมายแล้ว เขาก็ได้รับยาตามสั่งตลอดแต่กลับไม่ได้ผลอะไรเลย ก่อนหน้านี้อาจารย์เฉิงถึงขั้นยอมลาพักจากหน่วยที่เก้าเพื่อไปหาเหลียงลู่ด้วยตัวเอง เหลียงลู่ตรวจดูอาการ เอ็กซเรย์ และจ่ายยาให้เป็นกระตั้ก แต่เขาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่เห็นจะดีขึ้นเลยสักนิด”
เฉิงจวิ้นเป็นหนึ่งในวิศวกรที่เก่งที่สุดของหน่วยที่เก้า งานวิจัยของเขามีความสำคัญไม่เพียงแค่กับหน่วยที่เก้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระดับประเทศอีกด้วย
ทว่าเฉิงจวิ้นกลับต้องทรมานจากอาการไมเกรน
มันไม่ใช่โรคร้ายแรงและเขาก็ประคองอาการด้วยยาแก้ปวดมาโดยตลอด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายของเขาก็เริ่มดื้อยา จนในที่สุดยาเหล่านั้นก็ไม่ส่งผลใดๆ ต่อเขาอีก
ทุกครั้งที่อาการไมเกรนกำเริบ เฉิงจวิ้นจะทำงาน กิน หรือนอนไม่ได้เลยตลอดทั้งวัน
ทุกคนรู้ดีว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เฉิงจวิ้นจะต้องล้มป่วยจากความอ่อนเพลียในระยะยาวอย่างแน่นอน
แต่ถึงขนาดเหลียงลู่ซึ่งเป็นนักประสาทวิทยาที่ดีที่สุดในประเทศยังทำอะไรไม่ได้ ป๋อจิ่งสิงก็ไม่รู้แล้วว่าจะหันไปพึ่งใครอีก
ภาพของใครบางคนปรากฏขึ้นในความคิดของเย่ว่างชวน เขายิ้มและกล่าวอย่างใจเย็น “ไม่ต้องกังวลไป ผมรู้จักคนคนหนึ่งที่น่าจะรักษาอาจารย์เฉิงได้”
“ใคร?” ป๋อจิ่งสิงถามด้วยความอยากรู้ ใครกันที่จะเก่งไปกว่าเหลียงลู่ได้?
เขาคิดว่าเย่ว่างชวนคงหมายถึงผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ และกำลังจะบอกว่าอาจารย์เฉิงได้ไปพบแพทย์จากทั่วโลกมาหลายคนแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ
ในขณะนั้นเอง หลังจากเดินวนรอบห้องไปสองรอบ โจวเหว่ยก็เอ่ยถามกูซาน “ไม่ได้บอกเหรอว่าขอเวลาหนึ่งชั่วโมง? นี่มันเกือบสองชั่วโมงแล้วนะ เธออยู่ที่ไหนกันแน่?”
หากเธอไม่ทักขึ้นมา กูซานและหลัวชิงก็คงไม่ทันสังเกตว่าเวลาล่วงเลยไปนานขนาดนี้แล้ว เพราะพวกเขามัวแต่ฟังบทสนทนาระหว่างป๋อจิ่งสิงกับเย่ว่างชวนอยู่
คราวนี้กูซานเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของเขา มันผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่ที่เขาโทรหาเฉียวเหนียน
เขาไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมาก เพียงแค่กล่าวกับโจวเหว่ยที่กำลังร้อนใจว่า “…คุณเฉียวอาจจะติดธุระระหว่างทางก็ได้ครับ”
“ติดธุระระหว่างทางเหรอ?” โจวเหว่ยขมวดคิ้ว ด้วยความหงุดหงิด เธอพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก “ในเมื่อบอกว่าหนึ่งชั่วโมง ก็ควรจะเป็นหนึ่งชั่วโมงสิ ถ้าจะมาช้าเธอก็น่าจะโทรมาบอก นี่เธอคิดจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้ให้พวกเราทุกคนมารอนั่งรอเธออยู่แบบนี้?”
เด็กมัธยมปลายคนนี้ถือดีไม่เบาเลยนะ!
แววตาของกูซานมืดลงทันทีหลังจากที่เธอพูดจบ เขาทำท่าจะกล่าวอะไรบางอย่าง
หลัวชิงกลัวว่าทั้งคู่จะมีปากเสียงกัน จึงรีบเข้ามาเป็นคนกลาง เขาประคองตัวกูซานไปด้านข้างแล้วบอกให้เขาอย่าถือสาหาความผู้หญิง จากนั้นจึงหันไปพูดกับโจวเหว่ยว่า “เอาล่ะๆ หัวหน้าโจว เรากำลังขอความช่วยเหลือจากคุณเฉียว ไม่ใช่เชิญเธอไปกินข้าว ในเมื่อเธอติดธุระ เราก็แค่รอต่อไป ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงเรื่องโปรแกรม แต่การกระวนกระวายไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร… อย่าเพิ่งหัวเสียไปเลยครับ”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.