Chapter 651
632 / 4750
10 min read
Chapter 651
Published Mar 13, 2026, 11:56 PM
Chapter 651: ฉลาดเกินไปจนเป็นเหตุ
ความรู้สึกเหมือนถูกกดทับช่างไม่น่าอภิรมย์เลย
หลินมู่หยูตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่กลับหาต้นตอไม่ได้และไม่รู้วิธีแก้ไข
เขาทำได้เพียงรอจนกว่าจะแข็งแกร่งพอที่จะค้นพบเบาะแสเหล่านั้น
หลายชั่วโมงต่อมา หลินมู่หยูเติมกองทัพอันเดดจนเต็มอัตราศึก
ระฆังลมเสียงศักดิ์สิทธิ์ยังคงนิ่งเฉย หลินมู่หยูจึงทำได้เพียงออกตามหาต่อไป
ยิ่งหลินมู่หยูลงลึกไปถึงพื้นมหาสมุทรแห่งมังกรครามมากเท่าไหร่ เลเวลของเหล่ามอนสเตอร์ก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้การจะเจอเลเวลต่ำกว่า 80 กลายเป็นเรื่องยากมาก
ความวุ่นวายที่เกิดจากกองทัพอันเดดเริ่มขยายวงกว้างขึ้น จนในที่สุดก็ดึงดูดความสนใจของเหล่าบอสแห่งพื้นมหาสมุทร
ไม่นานนัก บอสระดับโลกหลายตัวก็แห่กันมาหาเรื่อง
ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดมีเลเวลถึง 87 ส่วนตัวอื่นๆ ก็เลเวล 84 และ 85
ถ้าเป็นเมื่อก่อน หลินมู่หยูคงหันหลังกลับโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
การต่อสู้กับบอสธาตุน้ำภายใต้พื้นมหาสมุทรไม่ใช่เรื่องสนุกเลย
ต่อให้เขาสู้ ก็คงเป็นเรื่องยากลำบากมาก
แต่ด้วยการปรากฏตัวของราชาโครงกระดูกระดับเทพเจ้า ทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องง่ายดายเสียเหลือเกิน
แสงจากคมดาบช่างเจิดจ้าท่ามกลางความมืดมิดของก้นบึ้งมหาสมุทร
ด้วยความเหนือชั้นอย่างเบ็ดเสร็จ ราชาโครงกระดูกสังหารบอสเหล่านั้นด้วยการฟาดฟันเพียงไม่กี่ครั้ง
สิ่งนี้มอบค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาลให้กับหลินมู่หยู รวมถึงอุปกรณ์ระดับเกือบตำนานอีกหลายชิ้น
หลินมู่หยูรู้สึกว่าเหล่าบอสพวกนี้เป็นคนดีจริงๆ ที่เดินทางไกลมาเพื่อมอบอุปกรณ์และค่าประสบการณ์ให้ถึงที่
ห้าวันต่อมา แสงแห่งการเลเวลอัพก็สว่างวาบขึ้นรอบตัวหลินมู่หยูอีกครั้ง
หลังจากเลเวล 75 ความต้องการค่าประสบการณ์ก็เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ทำให้ความเร็วในการเลเวลอัพช้าลงตามลำดับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากบอสระดับโลกหลายตัวถูกกำจัด มอนสเตอร์ในมหาสมุทรแห่งมังกรครามดูเหมือนจะได้รับสัญญาณบางอย่างและไม่กล้าเข้ามาวุ่นวายกับหลินมู่หยูอีกต่อไป
หลังจากนั้นพวกมันถึงกับหนีเตลิดเพียงแค่ได้กลิ่นอายของกองทัพอันเดด
พวกมันเคลื่อนที่ในน้ำได้รวดเร็วมาก ยกเว้นอัศวินไร้หัวที่ใช้ทักษะพุ่งชนเพื่อไล่ล่าบ้าง แต่ตัวอื่นๆ ก็ไล่ตามพวกมันไม่ทันเลยในยามปกติ
นั่นทำให้ความเร็วในการเก็บเลเวลของหลินมู่หยูลดลงอย่างมาก
เขาต้องใช้เวลาถึงห้าวันเต็มกว่าจะเลเวลอัพได้หนึ่งระดับ
หลินมู่หยูยืนอยู่ในน้ำ การเลเวลอัพครั้งนี้ไม่ได้นำพาความยินดีมาให้มากนัก
นอกจากความรู้สึกถูกกดทับจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขายังคงหาแก่นแท้เทพเจ้าแห่งเสียงไม่พบ
“สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นแล้ว ดูเหมือนแก่นแท้เทพเจ้าจะไม่ได้อยู่ในมหาสมุทรแห่งมังกรครามแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้น ความเป็นไปได้มากที่สุดคือมันไหลเข้าไปในกระแสน้ำวนนั่น”
สีหน้าของหลินมู่หยูดูเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย เขาไม่อยากมีปัญหากับเทพเจ้าที่อยู่ในกระแสน้ำวนตอนนี้จริงๆ
ไม่ใช่เพราะเขากลัว แต่เพราะเขาไม่อยากทำอะไรผลีผลามโดยที่ไม่รู้ภูมิหลังของอีกฝ่าย
ท้ายที่สุด อีกฝ่ายยังมีความสามารถในการโจมตีทางจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ารำคาญที่สุด
หลินมู่หยูครุ่นคิดอยู่นานและตัดสินใจว่าจะค้นหาอีกสักรอบ
เผื่อว่าเขาอาจจะพลาดอะไรไปบางอย่าง
เขาบินออกจากมหาสมุทรแห่งมังกรครามขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือทวีปป่าเถื่อน จัดระเบียบตัวเองใหม่กลางอากาศ ก่อนจะพุ่งกลับลงไปในมหาสมุทรแห่งมังกรครามเพื่อค้นหาใหม่อีกครั้ง
หลังจากใช้เวลาไปอีกห้าวัน เขาก็ยังไม่พบอะไรอยู่ดี
“ฉันต้องไปที่กระแสน้ำวนจริงๆ งั้นเหรอ?”
หลินมู่หยูครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะหยิบเกล็ดมังกรของอันทาเรสออกมา
เขาปลุกพลังเกล็ดมังกรด้วยการขยับพลังจิตวิญญาณเล็กน้อย “อันทาเรส!”
ไม่มีเสียงตอบรับ หลินมู่หยูรู้ดีว่าเจ้าหมอนี่คงหลับไปอีกแล้ว เขาจึงเรียกซ้ำ
หลังจากเรียกไปกว่าสิบครั้ง ในที่สุดก็มีความเคลื่อนไหวจากอันทาเรส
“ข้ากำลังฝันหวานอยู่! มีอะไรก็รีบพ่นออกมา ถ้าไม่มีอะไรข้าจะกลืนเจ้าลงท้องซะ!” เสียงของอันทาเรสเต็มไปด้วยความหงุดหงิดจากการถูกปลุก ดูไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
หลินมู่หยูไม่สนใจอารมณ์ของมันและเข้าประเด็นทันที “เจ้ารู้จักกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ในพื้นที่ชั้นล่างใช่ไหม?”
“แน่นอนว่าข้ารู้!” อันทาเรสพ่นลมหายใจ “ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่มังกรตัวนี้ไม่รู้”
หลินมู่หยูพูด “เจ้าช่วยเลิกโม้หน่อยได้ไหม?”
อันทาเรสพ่นลมหายใจอีกรอบ “ยกเว้นเรื่องของเจ้า”
หลินมู่หยูพูด “ฉันอยากจะไปที่กระแสน้ำวนขนาดใหญ่นั่น”
เกล็ดมังกรสั่นระริกไม่หยุด เสียงคำรามของมังกรดังออกมาพร้อมกับเสียงโกรธเกรี้ยวของอันทาเรส “เจ้าจะไปที่นั่นทำไม จะไปหาที่ตายหรือไง?”
หลินมู่หยูถาม “ทำไมล่ะ?”
“ที่นั่นคือที่ที่มหาเทพแห่งจิตวิญญาณกำลังหลับใหลอยู่ เจ้าเข้าใจไหมว่ามหาเทพคืออะไร? เจ้าหนู ถึงเจ้าอยากจะตาย แต่ก็ไม่ใช่วิธีนี้นะ!” อันทาเรสดูร้อนรนเล็กน้อย เพราะกลัวว่าหลินมู่หยูจะไปที่นั่นแล้ว
หลินมู่หยูตอบ “ไม่ต้องห่วง ฉันแค่คิดดูเฉยๆ ยังไม่ได้ไป”
เมื่อได้ยินหลินมู่หยูพูดแบบนั้น อันทาเรสก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย “อย่าไปเชียว เจ้าหมอนั่นยังไม่ตื่น ใครก็ตามที่เข้าใกล้จะถูกถือว่าเป็นศัตรูทันที”
“เข้าใจแล้ว”
ในจุดนี้ หลินมู่หยูพอจะเดาได้อยู่แล้ว สิ่งที่อันทาเรสพูดก็ไม่ได้ต่างจากที่เขาคาดการณ์ไว้มากนัก
อันทาเรสถามขึ้นมาทันที “ทำไมเจ้าถึงอยากไปที่นั่นล่ะ? ที่นั่นไม่มีอะไรเลยนะ”
หลินมู่หยูเล่าเรื่องมหาเทพคุนหลุนที่กำจัดเขาให้ฟัง
อันทาเรสกล่าว “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ต้องไป แก่นแท้เทพเจ้าแห่งเสียงอยู่ในมหาสมุทรแห่งมังกรคราม ไม่ได้อยู่ในกระแสน้ำวนหรอก”
“แต่ฉันค้นหาทั่วทั้งมหาสมุทรแห่งมังกรครามแล้วก็ไม่พบมัน” หลินมู่หยูขมวดคิ้ว อันทาเรสไม่น่าจะพูดพล่อยๆ เป็นไปได้ไหมว่าเขาพลาดอะไรบางอย่างไปจริงๆ?
อันทาเรสหหัวเราะหึๆ “ยังไงซะข้าก็บอกเจ้าแล้ว ส่วนเจ้าจะหามันเจอไหม นั่นก็เรื่องของเจ้า”
“ข้าจะไปนอนต่อแล้ว อย่ามารบกวนข้าถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ!”
“ถ้ารบกวนข้าอีก ข้าจะกินเจ้าจริงๆ นะ อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าล่ะ!”
พูดจบ อันทาเรสก็ตัดการเชื่อมต่อไป
หลินมู่หยูหัวเราะ ไม่ใช่ว่าอันทาเรสไม่กล้าหรอก แต่มันไม่ทำต่างหาก
เจ้าหมอนี่ก็แค่ปากเก่งไปวันๆ
แต่ก็ถือว่าโชคดีที่เขาถามอันทาเรส ถ้าเขารีบผลีผลามเข้าไปจริงๆ คงเกิดเรื่องใหญ่แน่
“ในเมื่ออันทาเรสบอกว่าแก่นแท้เทพเจ้ายังอยู่ในมหาสมุทรแห่งมังกรคราม มันก็ต้องอยู่ที่นี่”
“ฉันค้นหาไปตั้งสองรอบแล้วจริงๆ หรือว่ามีอะไรที่ฉันมองข้ามไป?”
หลินมู่หยูทบทวนกระบวนการค้นหาของตัวเอง เขาแน่ใจว่าไม่ได้พลาดอะไรไป
“มันต้องมีที่ไหนสักแห่งที่ฉันมองข้ามไปแน่ๆ”
“คิดใหม่สิ!”
หลินมู่หยูเลือกที่จะเชื่อคำพูดของอันทาเรส เขารู้สึกว่าต้องมีบางอย่างที่เขาไม่ทันสังเกต
หลินมู่หยูขบคิดปัญหาอยู่ในน้ำ ทบทวนรายละเอียดทั้งหมด
พลังจิตวิญญาณไหลเวียนอย่างช้าๆ ส่งผ่านข้อมูลโดยรอบทั้งหมดโดยไม่ให้ตกหล่นแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น หลินมู่หยูก็พบปัญหาที่เขาเคยสังเกตเห็นมาก่อนหน้านี้แต่กลับละเลยไป
กระแสน้ำ!
แม้ว่าพื้นมหาสมุทรแห่งมังกรครามจะเงียบสงบ แต่ก็ยังคงมีกระแสน้ำอยู่
ใกล้กับกระแสน้ำวน กระแสน้ำจะไหลเข้าหามัน ในตอนนั้นหลินมู่หยูเคยกังวลว่ากระแสน้ำจะพัดพาแก่นแท้เทพเจ้าไปหรือไม่
ต่อมาเมื่อเขาขยับห่างออกจากกระแสน้ำวน กระแสน้ำก็หายไป หลินมู่หยูจึงสรุปไปเองว่าแก่นแท้เทพเจ้าไม่ได้เข้าสู่กระแสน้ำวน
หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยสนใจเรื่องกระแสน้ำอีกเลย
ตอนนี้เขาพบว่ากระแสน้ำยังคงมีอยู่ เพียงแต่มันอ่อนกำลังลงมาก
พลังของกระแสน้ำเบาบางมาก แต่ก็ดำรงอยู่ตลอดทั้งปี
แก่นแท้เทพเจ้าตกลงมาในมหาสมุทรแห่งมังกรครามไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีแล้ว เป็นไปได้ว่ามันอาจถูกกระแสน้ำค่อยๆ พัดพาไปเรื่อยๆ
ในที่สุดเมื่อจับจุดสำคัญได้ ดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย หลินมู่หยูดิ่งลงสู่พื้นมหาสมุทร
เมื่อยืนอยู่บนพื้นทรายใต้ทะเล หลินมู่หยูก็สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำอย่างระมัดระวังด้วยพลังจิตวิญญาณ
เขาค้นพบว่ากระแสน้ำทั้งหมดกำลังไหลไปในทิศทางเดียวกันจริงๆ
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแก่นแท้เทพเจ้าต้องถูกพัดพาไปในทิศทางนั้นแน่นอน
เว้นเสียแต่ว่ากระแสน้ำจะเปลี่ยนทิศทางไปตามกาลเวลา
หลินมู่หยูตามกระแสน้ำไปจนในที่สุดก็มาถึงจุดที่พวกมันไหลมารวมกัน
ที่นี่เขาตรวจพบรอยแยก
“หุบเขาลึกใต้ทะเล ร่องลึกก้นสมุทร...”
หลินมู่หยูยิ้มแหยๆ มันมีหุบเขาลึกใต้ทะเลอยู่จริงๆ
เขาฉลาดเกินไปจนเป็นเหตุแท้ๆ
เดิมทีเขาคิดว่าการรักษาความห่างจากพื้นมหาสมุทรไว้ที่ 50,000 เมตรจะครอบคลุมทุกอย่างทั้งบนและล่าง
ต่อให้แก่นแท้เทพเจ้าถูกมอนสเตอร์บางตัวเก็บได้โดยบังเอิญและนำไปยังชั้นน้ำแข็งใต้ทวีปป่าเถื่อน เขาก็ยังควรจะสัมผัสมันได้
แต่เขาลืมไปว่าพื้นมหาสมุทรอาจมีหุบเขาและร่องลึกอยู่ด้วย ร่องลึกนั้นจะลึกแค่ไหน ใครจะไปรู้
มันอาจลึกเกิน 100,000 เมตร ซึ่งเกินระยะการตรวจจับของเขาไปโดยธรรมชาติ
เมื่อพบแล้ว หลินมู่หยูก็ไม่ลังเลและมุ่งหน้าเข้าไปทันที
ร่องลึกแห่งนี้มีขนาดไม่เล็กเลย และยังมีมอนสเตอร์อาศัยอยู่มากมาย
หลินมู่หยูมาพร้อมกับกองทัพอันเดด ทำให้เหล่ามอนสเตอร์พวกนั้นพากันหนีตายด้วยความตื่นตระหนก
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา หลินมู่หยูกวาดล้างพื้นมหาสมุทรแห่งมังกรครามไปหลายรอบแล้ว มอนสเตอร์ทุกตัวต่างหวาดกลัวเขา
ความลึกของร่องลึกสมุทรแห่งนี้เกินกว่าที่หลินมู่หยูจะจินตนาการไว้ อย่างน้อยก็กว่า 80,000 เมตร
แรงกดดันนั้นสูงจนน่าตกใจ แม้แต่ความอดทนของหลินมู่หยูก็ถึงขีดจำกัดแล้ว
กองทัพอันเดดหยุดอยู่ที่ระดับ 50,000 เมตร โดยมีขุนพลลิชคอยรักษาฟื้นฟูให้กองทัพอย่างต่อเนื่อง
ที่นี่ พวกมันได้รับความเสียหายตลอดเวลา
หากกองทัพอันเดดลงมาด้วยกันทั้งหมด แม้แต่ขุนพลลิชก็อาจไม่สามารถรักษาได้ทันเวลา พวกมันคงอยู่ได้ไม่นานนัก
ตอนนี้ยังไม่มีการต่อสู้ พวกมันจึงไม่จำเป็นต้องลงไป การรออยู่ที่นี่คือการเตรียมพร้อมเพื่อเข้าร่วมสมรภูมิด้วยพลังชีวิตเต็มเปี่ยมเมื่อจำเป็น
หลินมู่หยูมุ่งหน้าลงสู่ก้นร่องลึกสมุทรเพียงลำพัง ตามกระแสน้ำไปข้างหน้า
“ติ๊ง... ต่อง...”
โสตประสาทของเขาได้ยินเสียงที่ไพเราะ ระฆังลมเสียงศักดิ์สิทธิ์ส่องแสงจางๆ ส่องสว่างให้กับโลกที่มืดมิดแห่งนี้
“มันอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย”
หลินมู่หยูตามกระแสน้ำไป ในน้ำมีแรงต้าน ความเร็วของเขาจึงไม่เร็วเท่าที่อื่น
ขนาดแค่ 100 กิโลเมตรยังต้องใช้เวลาพอสมควร
สัมผัสที่ได้รับเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แสงสลัวปรากฏขึ้นตรงหน้า
หลินมู่หยูเห็นแก่นแท้เทพเจ้านอนอยู่บนพื้นมหาสมุทร ส่องประกายวูบวาบไปพร้อมกับระฆังลมเสียงศักดิ์สิทธิ์
วินาทีที่หลินมู่หยูเห็นแก่นแท้เทพเจ้า พลังมหาศาลก็ถาโถมเข้ามา กระแทกใส่หลินมู่หยูราวกับหมัดหนักๆ
หลินมู่หยูไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไร เขารู้ดีว่านี่คือการเตือน ไม่ใช่การโจมตีจริง
ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งปรากฏขึ้นเหนือแก่นแท้เทพเจ้า จ้องมองหลินมู่หยูอย่างไม่ลดละ
จากนั้นมอนสเตอร์นับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นในสัมผัสวิญญาณของเขา
มอนสเตอร์ทุกตัวที่เคยพยายามหลบหน้าเขาแทบตาย ตอนนี้กำลังพุ่งกลับมาหาเขาอีกครั้ง
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.