Chapter 47
46 / 974
9 min read
Chapter 47 - Practice Taichi? The Good For Health Kind~
Published Mar 11, 2026, 12:15 AM
Chapter 47 - ฝึกไทเก็กเหรอ? แบบที่ช่วยเรื่องสุขภาพน่ะนะ~
หลังเลิกเรียน บรรยากาศในโรงเรียนก็เต็มไปด้วยความอึกทึกครึกโครม
เหล่านักเรียนจากแต่ละชั้นปีเดินออกจากห้องเรียน พวกเขาหลอมรวมกันเป็นสายธารมนุษย์ที่กำลังไหลทะลักมุ่งหน้าไปยังประตูทางออกของโรงเรียน
ในขณะที่หวังเถิงกลับมุ่งตรงไปยังห้องพักครูแทน เขาจะไปหาอาจารย์ประจำชั้นของเขา คุณครูฟ่านเหว่ยหมิง เพื่อลงทะเบียนสอบศิลปะการต่อสู้
ห้องพักครูดูคึกคักกว่าที่หวังเถิงคาดไว้มาก โดยเฉพาะโต๊ะของอาจารย์ประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ถูกรายล้อมไปด้วยเหล่านักเรียนจนดูหนาตาไปหมด
เมื่อหวังเถิงเคาะประตู เขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในทันที
ก็นะ หวังเถิงค่อนข้างมีชื่อเสียงในหมู่เด็กมัธยมปีที่ 3 อยู่แล้ว
“ทำไมถึงเป็นหมอนั่น?”
“เขามาทำอะไรที่นี่? มาลงทะเบียนเหรอ?”
“คุณหนูบ้านรวยอย่างเขาก็จะสอบศิลปะการต่อสู้ด้วยงั้นเหรอ? เคยฝึกศิลปะการต่อสู้มาก่อนหรือเปล่าเนี่ย? ล้อเล่นหรือไง?”
“แล้วเขาเคยพูดไหมล่ะว่าเขาไม่เคยฝึกศิลปะการต่อสู้มาก่อน?”
คำถามย้อนกลับกะทันหันทำให้คนที่กำลังซุบซิบกันอยู่เงียบลงอย่างประหลาด
“เอ่อ~ เขาก็ไม่เคยพูดหรอกนะ”
“งั้นพวกนายจะเมาท์มอยอะไรกันนักหนา?”
…
O((⊙_⊙))o
บทสนทนาถูกตัดจบลงทันควัน
จากนั้นทุกคนก็กลับไปล้อมรอบอาจารย์ประจำชั้นของตนและลงชื่อสมัครกันอย่างจริงจัง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“หวังเถิง!” ฟ่านเหว่ยหมิงสังเกตเห็นหวังเถิงเช่นกัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด “เธอจะมาลงทะเบียนด้วยงั้นเหรอ? เข้ามาสิ!”
ในฐานะอาจารย์ประจำชั้นมืออาชีพ เขารู้ดีว่ามีนักเรียนกี่คนในห้องที่มีโอกาสเข้าเรียนต่อสายศิลปะการต่อสู้
ซึ่งแน่นอนว่าหวังเถิงไม่ใช่หนึ่งในนั้น
แม้ว่าพ่อของหวังเถิงจะให้ของขวัญเขาอยู่บ้างเป็นครั้งคราว แต่อาจารย์ก็ยังยึดมั่นในหลักการของตัวเอง
‘เดี๋ยวค่อยเกลี้ยกล่อมเจ้าเด็กนี่ทีหลัง การสอบศิลปะการต่อสู้ไม่ใช่เรื่องที่เอามาล้อเล่นได้’
ฟ่านเหว่ยหมิงคิดในใจเงียบๆ จากนั้นเขาก็พูดต่อ “รออยู่ตรงนั้นสักครู่ เดี๋ยวครูจัดการลงทะเบียนให้คนอื่นก่อน”
“ครับ” หวังเถิงพยักหน้า
สายตาของเขากวาดไปมองเพื่อนร่วมชั้น มีบางคนที่เขาไม่คุ้นหน้า จากนั้นก็เห็นหยางเจี้ยนที่นั่งอยู่ข้างหน้าเขา และ...
เพื่อนร่วมโต๊ะที่เป็นหัวหน้าห้องของเขา หลินชูหาน!
หยางเจี้ยนไม่เป็นไร เขามีลุงทำงานอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ข้อมูลวงในมาตั้งนานแล้ว เขาจึงมีเวลาเตรียมตัวมากกว่าคนอื่น ความมั่นใจของเขาจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
ส่วนหลินชูหาน หากตัดเรื่องพรสวรรค์ของเธอออกไป แค่หนังสือชุด ‘ติวเข้มสอบศิลปะการต่อสู้ 5 ปี พร้อมแนวข้อสอบจำลอง 3 ปี’ ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอทรมานได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เธอรีบมาลงทะเบียนทันทีในวันถัดจากที่มีประกาศออกมา
ต้องรู้ไว้ว่าหลายคนยังคงลังเลอยู่ พวกเขาตัดสินใจไม่ได้ภายในเวลาอันสั้นเช่นนี้
การสอบศิลปะการต่อสู้นั้นทับซ้อนกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วไป หากใครสมัครสอบศิลปะการต่อสู้ ก็จะไม่สามารถเข้าสอบในบางวิชาของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปกติได้
ดูเหมือนว่าความตั้งใจของหลินชูหานจะแน่วแน่มาก!
“หลินชูหาน เธอคิดเรื่องนี้ดีแล้วเหรอ?” หวังเถิงขยับเข้าไปหาหลินชูหานแล้วถามด้วยเสียงต่ำ
“ใช่แล้วหัวหน้าห้อง การสอบศิลปะการต่อสู้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ มันมีการทดสอบการต่อสู้จริงด้วยถึงขั้นมีอัตราการเสียชีวิตเลย มันอันตรายมากนะ”
เมื่อกี้หยางเจี้ยนเองก็ลังเลอยู่ เขาไม่รู้จะเปิดปากพูดอย่างไร ดังนั้นเมื่อได้ยินหวังเถิงเริ่มประเด็นนี้ เขาจึงรีบกระโดดเข้ามาในวงสนทนาเพื่อเกลี้ยกล่อมหลินชูหานทันที
“ฉันรู้ค่ะ ฉันคิดทบทวนเรื่องนี้มาอย่างดีแล้ว” หลินชูหานพยักหน้าและตอบกลับ
“พ่อแม่เธอเห็นด้วยงั้นเหรอ?” หวังเถิงถามพร้อมขมวดคิ้ว
“พ่อแม่ฉัน... ฉันตัดสินใจเองได้!” หลินชูหานลังเลไปชั่วขณะอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอก็ยังตอบกลับพวกเขาด้วยความหนักแน่น
มุมปากของหวังเถิงกระตุก นี่เธอไม่ได้ปรึกษาพ่อแม่เหรอเนี่ย? แม่สาวคนนี้มีความเป็นตัวของตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ?
เขาอยากจะห้ามเธออีกครั้ง แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่สวยงามแต่ดื้อรั้นของเธอ เขาก็กลืนคำพูดลงคอไป
‘เฮ้อ ช่างเถอะ ทุกคนมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตัวเอง ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้ว ฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องไปห้าม’
หยางเจี้ยนเห็นว่าหวังเถิงเงียบไปแล้ว เขาก็ไม่เหมาะที่จะพูดต่อเช่นกัน
ในขณะนั้น นักเรียนคนอื่นๆ ก็ลงทะเบียนกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาเดินไปข้างหน้าแล้วจ่ายค่าธรรมเนียมการลงทะเบียน จากนั้นเขาก็กอกแบบฟอร์ม เพียงเท่านี้ขั้นตอนการลงทะเบียนก็เสร็จสิ้น
กระบวนการมันง่ายอย่างเหลือเชื่อ!
หยางเจี้ยนจากไปหลังจากลงทะเบียนเสร็จ ฟ่านเหว่ยหมิงหยิบแก้วน้ำข้างๆ ขึ้นมาเปิดฝา แล้วเป่าไล่ไอร้อนในแก้ว
ด้วยสายตาอันเฉียบคม หวังเถิงสังเกตเห็นผลเก๋ากี้ในแก้วที่กำลังพลิกตัวไปมาอย่างซุกซน
─━_─━?
หลินชูหานพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรักษาใบหน้าเรียบเฉยเอาไว้
ทว่าฟ่านเหว่ยหมิงไม่ได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของพวกเขาเลย เขาสั่งน้ำชาเก๋ากี้จิบหนึ่งแล้วมองไปที่คนทั้งสองตรงหน้า เขารู้สึกปวดหัวนิดๆ
คนหนึ่งคือเด็กเรียนดีอันดับหนึ่งของห้องแปดชั้นมัธยมปลายปีสาม เธอเป็นหนึ่งในนักเรียนที่มีพรสวรรค์ที่สุดในชั้นปีและมีโอกาสที่จะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่ง
แต่เด็กคนนี้กลับอยากจะสอบศิลปะการต่อสู้
เขาไม่ได้บอกว่าการสอบศิลปะการต่อสู้ไม่ดี แต่มันเป็นปัญหาเรื่องความเหมาะสม
ในแง่ของการเรียน หลินชูหานถือว่าดีที่สุดในโรงเรียนมัธยมปลายตงไห่แห่งที่หนึ่ง แต่หากพูดถึงการสอบศิลปะการต่อสู้ ถ้าหากเธอสอบผ่านจริงๆ ผลลัพธ์ของเธอก็คงไม่สูงนัก อย่างน้อยก็ไม่สูงเท่ากับคะแนนสอบวิชาทั่วไปของเธอ
หลินชูหานรีบวิ่งมาหาเขาหลังจากจบคาบเรียนทันที เขาเกลี้ยกล่อมเธออยู่นานมาก แต่เธอก็ยังยืนกรานคำเดิม ต่อให้พยายามแค่ไหนเขาก็เปลี่ยนใจเธอไม่ได้ แล้วฟ่านเหว่ยหมิงจะไม่ปวดหัวได้ยังไง?
ส่วนอีกคน... หวังเถิง!
เขาเป็นลูกคนรวย ผลการเรียนย่ำแย่สุดๆ และไม่มีอะไรจะกล่าวถึงได้เลย แต่การสอบศิลปะการต่อสู้ไม่ใช่การสอบธรรมดา ฟ่านเหว่ยหมิงไม่อยากให้เขาเอาชีวิตมาเสี่ยงล้อเล่น
ดังนั้นเขาจึงพูดว่า “หวังเถิง ครูบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าการสอบศิลปะการต่อสู้มันอันตราย เธอไม่ได้ฟังครูเลยใช่ไหม?”
“อาจารย์ครับ ผมฟังครับ” หวังเถิงกรอกตา ‘ทำไมเขาถึงไม่ไว้ใจผมนะ?’
“เธอฟังงั้นเหรอ... แล้วทำไมถึงยังอยากลงทะเบียนสอบอีกล่ะ?” ฟ่านเหว่ยหมิงเริ่มหงุดหงิด
“อาจารย์ครับ ผมเข้าใจว่าอาจารย์เป็นห่วง แต่ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ อาจารย์ไม่ต้องกังวลครับ” หวังเถิงเห็นว่าอาจารย์ของเขายังดูไม่เชื่อมั่น จึงเผยไพ่ตายออกมา “อีกอย่าง พ่อผมเห็นด้วยแล้วครับ”
“โอ้! พ่อเธอเห็นด้วยงั้นเหรอ!” ฟ่านเหว่ยหมิงอึ้งไปเล็กน้อย เขาคิดในใจ ‘ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กนี่จะมีวิธีของเขา การมีฐานะดีนี่มันดีจริงๆ...’
ในที่สุดเขาก็พยักหน้า “ถ้าอย่างนั้น ก็เข้ามาลงทะเบียนสิ”
เขายื่นแบบฟอร์มลงทะเบียนให้หวังเถิง
หวังเถิงจ่ายค่าธรรมเนียมและเซ็นชื่อตัวบรรจงลงในแบบฟอร์ม เป็นอันเสร็จสิ้น!
ในขณะเดียวกัน ฟ่านเหว่ยหมิงก็หันไปพูดกับหลินชูหานอีกครั้ง “ชูหาน ครูยังหวังว่าเธอจะลองคิดดูอีกที การสอบเข้ามหาวิทยาลัยคือจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตนะ เธอจะทำอะไรตามอารมณ์ไม่ได้”
“อาจารย์คะ หนูไม่ได้ทำตามอารมณ์ค่ะ หนูคิดเรื่องนี้มาอย่างดี...ดีมากๆ แล้วค่ะ” หลินชูหานตอบพร้อมรอยยิ้มขมขื่น
เธอไม่คิดเลยว่าอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของเธอจะเป็นอาจารย์ประจำชั้น
เธอรู้ดีว่าที่เขาทำไปเพราะเป็นห่วง แต่เธออยากเข้าร่วมการสอบศิลปะการต่อสู้จริงๆ เธอมีความมุ่งมั่นมาก มุ่งมั่นจนถ้าไม่ได้เข้าร่วม เธอคงจะเสียใจไปตลอดชีวิต
“อาจารย์คะ ถึงหนูจะลงสอบศิลปะการต่อสู้ แต่หนูก็จะไม่ทิ้งการสอบวิชาทั่วไปค่ะ”
หลินชูหานเม้มริมฝีปากแล้วพูดต่อ “ถ้าปีนี้หนูสอบศิลปะการต่อสู้ไม่ผ่าน หนูจะยอมตัดใจทั้งหมด แล้วหนูจะยอมเรียนซ้ำชั้นเพื่อไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบปกติค่ะ”
ในเมื่อเธอพูดมาขนาดนี้ ฟ่านเหว่ยหมิงก็ทำอะไรไม่ได้อีก ต่อให้เขาไม่เต็มใจแค่ไหนก็ตาม เขาจึงได้แต่ถอนหายใจและอนุมัติการสมัครของเธอ
หลังจากทั้งสองคนเดินออกจากห้องพักครูไป อาจารย์คนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พูดกับฟ่านเหว่ยหมิงว่า “คุณครูฟ่าน นั่นเด็กเรียนดีประจำห้องคุณไม่ใช่เหรอ? ปล่อยให้เธอไปแบบนั้นเหรอ?”
“แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะ? เธอตัดสินใจไปแล้ว จะให้ผมห้ามไม่ให้เธอลงทะเบียนหรือไง?” ฟ่านเหว่ยหมิงเหล่มองอีกฝ่าย
“เฮ้อ นั่นก็จริงครับ แต่พูดกันตรงๆ นะ เสน่ห์ของเส้นทางสายศิลปะการต่อสู้มันน่ากลัวจริงๆ ถ้าผมยังอายุน้อยกว่านี้สักสองสามปี ผมก็อาจจะอยากลองดูเหมือนกัน” อาจารย์คนนั้นกล่าว
“ทำไมคุณถึงฝึกไม่ได้ถ้าอายุมากขึ้นล่ะ? คุณรู้จักไทเก็กไหม? มันสืบทอดกันมาตั้งแต่โลกของเรา พอได้รับการดัดแปลงโดยเหล่านักรบศิลปะการต่อสู้ ไทเก็กตอนนี้ก็เหมาะมากสำหรับคนแก่ที่จะฝึก ถึงคุณจะไม่ใช่นักรบศิลปะการต่อสู้ คุณก็สามารถฝึกเพื่อเสริมสร้างร่างกายได้นะ”
ฟ่านเหว่ยหมิงจิบชาเก๋ากี้พลางพูดอย่างใจเย็น
“อ้อ? คุณครูฟ่าน คุณเคยฝึกด้วยเหรอ?” ดวงตาของอาจารย์คนนั้นเป็นประกายขึ้นมา
“ฮ่าๆ แน่นอนสิ” ฟ่านเหว่ยหมิงดูภูมิใจเล็กน้อย ความสนใจของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาทันที “จะบอกให้นะ ไทเก็กนี่ดีต่อสุขภาพเรามาก หลังจากฝึกมันแล้ว หลังผมก็ไม่ปวดอีกเลย แถมผมก็ไม่ร่วงด้วย กลางคืนก็ยังกระปรี้กระเปร่าอีกต่างหาก!”
“╰(*°▽°*)╯คุณครูฟ่าน สอนผมบ้างสิครับถ้าว่าง (*^▽^*).”
“ไม่มีปัญหา เย็นนี้ไปเจอกันที่สวนสาธารณะไหม?”
“ได้เลย ไว้เจอกันที่สวนสาธารณะนะครับ!”
…
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.