Chapter 377
326 / 820
7 min read
Chapter 377 Role Model
Published Mar 14, 2026, 05:53 AM
บทที่ 377 แบบอย่างที่ดี
“ฮันอี ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่เจ้าควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น เจ้าจะละเลยการบ่มเพาะพลังไม่ได้!”
“ข้าจะไม่บังคับให้เจ้าต้องคว้าตำแหน่งแชมป์ในการแข่งขันเจ็ดขุนเขาหรอกนะ แต่เจ้าห้ามทำให้ยอดเขาธารานภาต้องขายหน้าเด็ดขาด!”
เยว่หลุนปรายตามองหลี่ฮันอีเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
ส่วนหลี่เสวี่ยเอ๋อร์นั้นยืนอยู่ข้างหลี่ฮันอีด้วยท่าทีประหม่า
หลังจากที่ศิษย์พี่และศิษย์น้องคนอื่นๆ สังเกตเห็นว่าเยว่หลุนจากไปแล้ว พวกนางก็รีบเดินเข้ามาหาทันที
“ศิษย์น้องเล็ก เกิดอะไรขึ้นหรือ? ทำไมสีหน้าของอาจารย์ถึงดูแย่ขนาดนั้นล่ะ?”
“นั่นสิ ข้าไม่เคยเห็นอาจารย์โกรธขนาดนี้เลยตั้งแต่ข้าเข้ามาอยู่ที่ยอดเขาธารานภา หรือว่าจะมีใครไปทำอะไรให้อาจารย์โมโหกัน?”
หลี่เสวี่ยเอ๋อร์ส่ายหัวอย่างจนใจขณะมองตามแผ่นหลังของเยว่หลุนที่ห่างออกไป
“วันนี้อาจารย์พาข้าไปที่ยอดเขาเมฆานภา”
“หลังจากที่อ้อนวอนและเซ้าซี้อยู่นาน ในที่สุดอาจารย์ก็ยอมรับสหายรักของข้าจากยอดเขาเมฆานภาเป็นศิษย์ แต่ข้าไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าสำนักยอดเขาเมฆานภาจะไม่ได้ไร้ความสามารถเหมือนอย่างที่ข่าวลือว่ากัน แม้แต่อาจารย์ยังตกตะลึงในพลังของเขา!”
“ไม่เพียงเท่านั้น สหายรักของข้าที่เป็นศิษย์ของเย่เสวียนนางนั้น สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตลี้ลับเทพขั้นที่หนึ่งได้สำเร็จ ทั้งที่เพิ่งเข้าสำนักมาได้เพียงห้าวันเท่านั้น!”
“อะไรนะ?”
ทันทีที่พูดจบ ทุกคนต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ภายในเวลาเพียงห้าวันกลับทะลวงเข้าสู่ขอบเขตลี้ลับเทพขั้นที่หนึ่งได้จริงหรือ? นี่นางพูดจริงหรือเปล่า?
เหล่าศิษย์พี่ที่เข้ายอดเขาธารานภามาก่อนหน้านี้หลายปี แต่ยังคงติดแหง็กอยู่ที่ขอบเขตเส้นชีพจรลี้ลับ รู้สึกราวกับว่าความพยายามและหยาดเหงื่อทั้งหมดที่ผ่านมาของพวกนางนั้นสูญเปล่า
“เป็นไปไม่ได้! นางทำได้อย่างไรกัน?”
ดวงตาของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ในมุมมองของพวกนาง ยอดเขาเมฆานภานั้นเป็นยอดเขาที่อ่อนแอและแห้งแล้งที่สุดในสำนักเทพพนาไร้ขอบเขต และเย่เสวียนที่เป็นเจ้าสำนักก็เป็นเพียงผู้บ่มเพาะพลังขอบเขตลี้ลับเทพขั้นที่สองเท่านั้น
ทว่าตอนนี้หลี่เสวี่ยเอ๋อร์กลับบอกพวกนางว่าเย่เสวียนไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวลือกล่าวอ้าง และศิษย์เพียงคนเดียวของเขายังไปถึงขอบเขตลี้ลับเทพขั้นที่หนึ่งได้ในเวลาเพียงห้าวันสั้นๆ
“แม้แต่ยอดเขาเมฆานภาที่ทุกคนมองว่าอ่อนแอที่สุด ยังแสดงพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ออกมาได้ ไม่แปลกใจเลยที่อาจารย์จะโกรธขนาดนั้น” หลี่ฮันอีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันไปมองเหล่าศิษย์น้องด้วยสีหน้าจริงจัง
“ศิษย์น้องทุกคน นับจากวันนี้เป็นต้นไป พวกเราต้องทุ่มเทกับการบ่มเพาะพลังให้หนักขึ้นและห้ามทำให้ท่านอาจารย์ต้องขายหน้า!”
“เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามเดือนก็จะถึงการแข่งขันเจ็ดขุนเขา ในระหว่างนี้ข้าหวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะพัฒนาขอบเขตพลังขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับ หากใครทำไม่ได้จะมีบทลงโทษ”
“อา... เรื่องนั้น...”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็พากันเงียบกริบ สีหน้าเต็มไปด้วยความหดหู่
เป้าหมายนี้มันดูเกินตัวไปหน่อยหรือเปล่า?
ทว่าเมื่อเห็นแววตาที่จริงจังของหลี่ฮันอี พวกนางก็ได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้ในใจ
อย่างไรเสีย หลี่ฮันอีก็คือศิษย์พี่ใหญ่ของยอดเขาธารานภา และเป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดรองจากอาจารย์
ยอดเขาดาบเร้นลับ
ในขณะที่บรรยากาศบนยอดเขาธารานภากำลังตึงเครียด เกาซุ่นกำลังวางแผนว่าจะหยามเกียรติเย่เสวียนอย่างไรดีหลังจบการแข่งขันเจ็ดขุนเขา
“หึ! เจ้านั่นมันช่างไร้เดียงสานัก เป็นแค่ผู้บ่มเพาะพลังกระจอกๆ จากแดนเบื้องล่าง แต่กลับคิดว่าตนเองเป็นคู่ต่อสู้ของข้า ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง!”
ประกายสังหารวาบผ่านแววตาของเขา
ในขณะนั้นเอง ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในตำหนัก
“เทียนอวี้คารวะท่านพ่อ ไม่ทราบว่าท่านพ่อเรียกข้ามาด้วยเรื่องอันใดหรือ?”
ชายหนุ่มผู้นี้คือเกาเทียนอวี้ ศิษย์พี่ใหญ่ของยอดเขาดาบเร้นลับ และเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเกาซุ่น
เกาซุ่นรักและตามใจเขามาก อีกทั้งเกาเทียนอวี้ยังมีความสามารถและมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะพลังไม่น้อย
หากไม่ใช่เพราะเขามัวแต่ลุ่มหลงในสตรี ความสำเร็จในการบ่มเพาะพลังของเขาคงไม่น้อยหน้าไปกว่าฮวารู่เฟิงอย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่เจ้าลูกชายคนนี้เอาแต่คิดเรื่องเสพสุขกับสตรีไปวันๆ ซึ่งนั่นทำให้เกาซุ่นปวดหัวไม่น้อย
ตัวเขาเองเป็นคนที่มีนิสัยตรงไปตรงมา แต่เหตุใดถึงได้ให้กำเนิดบุตรชายที่หมกมุ่นในสุรานารีเช่นนี้ได้?
เกาซุ่นมองเกาเทียนอวี้แล้วพลันนึกถึงสิ่งที่เย่เสวียนพูดไว้ก่อนหน้านี้ ดวงตาของเขาก็เย็นชาลงทันที
“เทียนอวี้ เจ้าควรจะสำรวมพฤติกรรมบ้าง หากเจ้าเอาเวลาที่มัวแต่ไปยุ่งกับสตรีมาใช้กับการบ่มเพาะพลัง ป่านนี้เจ้าอาจจะแซงหน้าฮวารู่เฟิงไปแล้ว”
“ข้าจะบอกอะไรให้นะ ข้าได้เดิมพันกับเย่เสวียนเอาไว้ หากเจ้าแพ้ให้กับยอดเขาเมฆานภาในการแข่งขันเจ็ดขุนเขาอีกสามเดือนข้างหน้านี้ ข้าจะถลกหนังเจ้าออกมาทั้งเป็น!”
เกาเทียนอวี้ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“เย่เสวียน? ท่านกำลังพูดถึงเจ้าสำนักยอดเขาเมฆานภาที่ไร้น้ำยานั่นน่ะหรือ?”
“ก็เป็นแค่ขยะในขอบเขตลี้ลับเทพขั้นที่สอง ท่านพ่อจะกังวลไปทำไม? แม้แต่ตัวมันเองยังไม่ใช่คู่มือข้าเลย นับประสาอะไรกับศิษย์ของมัน”
“ท่านพ่อไม่ต้องกังวลไปหรอก ผู้ชนะในการแข่งขันเจ็ดขุนเขาต้องเป็นข้า!”
เกาเทียนอวี้ตบหน้าอกตัวเองด้วยความมั่นใจ แววตาเต็มไปด้วยความทะนง
ในสำนักเทพพนาไร้ขอบเขตทั้งหมด นอกจากฮวารู่เฟิงที่อาจจะกดเขาได้แล้ว เขาก็ไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น
ถึงแม้เขาจะใช้ชีวิตเสเพลไปกับสตรีทุกวัน แต่ระดับพลังของเขาก็ไม่ได้หยุดนิ่ง มิเช่นนั้นเขาจะดึงดูดสตรีมากหน้าหลายตาให้เข้ามาหาได้อย่างไร?
ทว่าใครจะไปคิดว่าชายหนุ่มรูปงามผู้มีพลังแข็งแกร่งคนนี้จะเป็นพวกข่มขืนสตรี?
ภายในเวลาไม่กี่ปี เกาเทียนอวี้ได้ล่วงเกินสตรีงามมานับไม่ถ้วน
เกาซุ่นเองก็ย่อมรู้เรื่องพฤติกรรมของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้เป็นอย่างดี แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากแสร้งมองข้ามไป
อย่างไรก็ตาม เขาจะไม่มีวันปล่อยให้เกาเทียนอวี้กลายเป็นจุดอ่อนของเขาเด็ดขาด
เกาซุ่นจ้องมองเกาเทียนอวี้อย่างดุดันทันที
“ในฐานะลูกชายของข้า เจ้าเพิ่งจะทำได้เพียงเท่านี้กลับลำพองใจและประมาทเลินเล่อแล้วหรือ?”
“เจ้าเด็กเหลือขอ พลังของเย่เสวียนนั้นไม่ได้ง่ายดายอย่างที่ข่าวลือว่าไว้! ไม่นานมานี้ข้าไปเยือนยอดเขาเมฆานภาด้วยตัวเอง เขาได้ซ่อนระดับพลังที่แท้จริงไว้แน่นอน แม้แต่ข้ายังสัมผัสไม่ได้เลยว่าเขาอยู่ระดับใด!”
“เจ้าควรหยุดความอยากของเจ้าไว้ก่อน ยอดเขาดาบเร้นลับของเรากับยอดเขาเมฆานภาไม่ถูกกันมาตลอด หากเขาใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างเล่นงานเจ้า แม้แต่ข้าก็ปกป้องเจ้าไม่ได้!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเกาเทียนอวี้ค่อยๆ แข็งค้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาที่ดำมืดวาบผ่านเข้ามา
‘นี่มันเรื่องอะไรกัน? หรือว่าไอ้เจ้าสำนักไร้น้ำยานั่นคิดจะใช้ข้าเป็นเครื่องต่อรองเพื่อข่มขู่ท่านพ่อ?’
ใจของเกาเทียนอวี้เต็มไปด้วยจิตสังหาร แต่เขาก็ยังคงสับสน
ต่อให้เย่เสวียนจะซ่อนพลังเอาไว้ แล้วมันจะเก่งกาจสักแค่ไหนกันเชียว? อย่างมากก็คงถึงแค่ขอบเขตปรากฏรูปลักษณ์เท่านั้นแหละ
แต่ท่านพ่อของเขาน่ะเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญระดับขอบเขตเจ้าลี้ลับเชียวนะ!
เจ้าเด็กนั่นเสียสติไปแล้วหรือ? ถึงขั้นกล้าข่มขู่ท่านพ่อของเขาเลยหรือ?
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.