ตอนที่ 251
251 / 2257
อ่าน 6 นาที
Chapter 251
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 20:08
Chapter 251
“เวลาของเราเหลือน้อยเต็มทีแล้ว นายโทรหาจางอวี่ฉู่บอกมันไปว่า จะทำอะไรก็ช่างขอแค่ให้สร้างปัญหาขึ้นมาก็พอ วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้คือทำให้เกิดเรื่องกับยัยหนูชูเมิ่งเหยา เพื่อให้ชูเผิงจั่นไขว้เขวจากการโฟกัสเรื่องบริษัท! ฉันต้องการเวลาอีกแค่สักพักในการรวบอำนาจในบริษัท รวมถึงการดึงเสียงสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น!” จินกู่ปังกล่าวกับจินเหมาเซิ่งหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เข้าใจแล้วครับพ่อ! ผมจะติดต่อจางอวี่ฉู่เดี๋ยวนี้เลย” เหมาเซิ่งพยักหน้า
“ระวังไอ้หลินอี้คนนั้นไว้ให้ดี ไอ้สารเลวนั่นทำแผนของเราพังมาสองรอบแล้ว” กู่ปังเตือน
“ครั้งนี้เราต้องคิดแผนที่ไร้ช่องโหว่...” เหมาเซิ่งกำลังครุ่นคิดว่าจะสร้างอุบัติเหตุให้เมิ่งเหยาได้อย่างไร เขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมและอำมหิตยิ่งกว่าพ่อของเขาเสียอีก... เขาชอบแก้ปัญหาด้วยการสร้างอุบัติเหตุ
การปล่อยโคมไฟระย้าใส่เผิงจั่นที่ลานจอดรถเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุที่เขาเคยทำ เขาถึงกับกำจัดช่างไฟฟ้าที่ช่วยเขาก่อเหตุนั้นทิ้งไปแล้วด้วย
จินเหมาเซิ่งเป็นคนรุนแรง เขาไม่เคยเห็นด้วยกับการลักพาตัวเมิ่งเหยามาตั้งแต่แรก ในมุมของเขา การกำจัดเด็กสาวคนนี้ทิ้งจะทำให้ชูเผิงจั่นเสียสติไปในทันที และเรื่องวุ่นวายในบริษัทคงเป็นเรื่องสุดท้ายที่ชายคนนั้นจะนึกถึง จากนั้นตระกูลจินก็จะเข้าฉวยโอกาสคว้าเก้าอี้ประธานมาครองท่ามกลางความโกลาหล
เหมาเซิ่งกดเบอร์โทรหาอวี่ฉู่ขณะเดินออกจากห้องทำงานของพ่อ แม้เขาจะอยากคุยกับหลี่ฉือหัวโดยตรงมากกว่าที่จะผ่านอวี่ฉู่ซึ่งเป็นเพียงลูกน้อง แต่เหมาเซิ่งก็รู้ดีว่าเขายังมีบารมีไม่ถึงขั้นนั้น
ตระกูลจินยังไม่มีอำนาจมากพอที่จะเข้าไปอยู่ในโลกเดียวกับคนที่หนุนหลังหลี่ฉือหัว สิ่งที่พวกเขาทำกันอยู่นี้ก็เพียงเพื่อให้ตระกูลจินสามารถควบคุมบริษัทเผิงจั่นอินดัสทรีและปูทางให้กับบริษัทของคุณชายปิน ซึ่งหากไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ คนระดับนั้นคงไม่มีวันลงมายุ่งเกี่ยวด้วยแน่
ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการที่ตระกูลจินได้ควบคุมบริษัทเผิงจั่นอินดัสทรี คือการดึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ออกจากบริษัท ทั้งหมดนี้ก็เพื่อคุณชายปิน ลูกนอกสมรสของคนใหญ่คนโตคนนั้น
บริษัทเผิงจั่นอินดัสทรีทำธุรกิจทั้งการค้า, อสังหาริมทรัพย์, สินค้าทั่วไป, โรงแรม, ความบันเทิง, และไลน์เสื้อผ้า... การตัดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ออกไปคงทำให้บริษัทเสียหาย แต่ก็นับว่าเป็นราคาที่ถูกแสนถูกเมื่อแลกกับเก้าอี้ประธานที่อยู่จุดสูงสุดของเผิงจั่นอินดัสทรี
เหมาเซิ่งเป็นบุตรชายของผู้ถือหุ้นใหญ่ในเผิงจั่นอินดัสทรี การที่ต้องมาคิดว่าคนอย่างเขาไม่มีความหมายอะไรเลยในสายตาของคนผู้นั้น ทำให้เขารู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก... ตระกูลนั้นมันทรงพลังถึงขนาดนั้นเลยเชียวหรือ?
“คุณจิน มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?” อวี่ฉู่กำลังหัวเสียกับสองพ่อลูกตระกูลจิน การปล้นที่ล้มเหลวเป็นเพราะความสะเพร่าของกู่ปังที่ไม่ได้สืบประวัติให้ดี ว่าใครกันแน่ที่คอยคุ้มครองเมิ่งเหยา... นั่นคือต้นเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องสูญเสีย! แล้วตอนนี้พวกเขายังจะมาโทษลูกน้องของตนอีกงั้นหรือ??
มันทำให้จางอวี่ฉู่โกรธจัด ท้ายที่สุดแล้วเขาเป็นคนของพี่ฉือหัว เขาไม่ใช่เบี้ยล่างที่จะให้จินกู่ปังมาด่าว่าเอาตามอำเภอใจได้
น้ำเสียงของอวี่ฉู่เริ่มทำให้เหมาเซิ่งโมโหเช่นกัน ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ได้ให้อะไรตอบแทนเสียหน่อย! การตัดบริษัทอสังหาริมทรัพย์ออกจากเผิงจั่นอินดัสทรีนั้นมูลค่ามหาศาล มันมีค่าถึงสามถึงสี่ร้อยล้านหยวนเลยทีเดียว!!
“คุณจาง ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจนะว่าเราเป็นพันธมิตรกัน ไม่ใช่เจ้านายกับลูกน้อง! ถ้างานนี้สำเร็จ ทั้งคุณชายปินและผมก็ได้สิ่งที่ต้องการ” เหมาเซิ่งเองก็เป็นคนไม่ธรรมดา เขาโหดเหี้ยมกว่าพ่อของเขาเสียอีก การยึดอำนาจครั้งนี้ก็เป็นฝีมือของเขาเช่นกัน “แต่ถ้าเรื่องมันพัง ผมก็ไม่เสียหายอะไร เพราะพวกเราตระกูลจินก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นของเผิงจั่นอินดัสทรีอยู่ดี แต่คุณคิดว่าคุณชายปินจะยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ สำหรับฝั่งคุณหรือเปล่าล่ะ?”
“........” อวี่ฉู่ชะงักไป ทำไมเขาถึงนึกเรื่องนี้ไม่ออกนะ? เขามัวแต่ยึดติดกับการที่ตระกูลจินโยนความผิดให้จนลืมคิดไปว่า ผลลัพธ์ของการล้มเหลวนั้นร้ายแรงพอๆ กับรางวัลที่ได้รับหากงานสำเร็จ!
อวี่ฉู่เหงื่อแตกพลั่กเมื่อคิดได้ดังนั้น “คุณจิน พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ? เราต่างก็ต้องการผลประโยชน์ร่วมกันไม่ใช่หรือ! อย่าพูดแบบนั้นเลยน่า! วางใจเถอะ ผมจะทำให้ดีที่สุด!”
เหมาเซิ่งยิ้มเย็นกับคำตอบนั้น ไอ้หมอนี่คงถ่วงเวลาต่อไปเรื่อยๆ ถ้าเขาไม่ขู่ให้กลัวบ้าง “ฮ่าๆ แน่นอนอยู่แล้ว ไอ้จิ้งจอกเฒ่าชูเผิงจั่นเริ่มระวังตัวแจเพราะเรื่องที่เกิดขึ้น มันคอยดึงอำนาจบริหารกลับคืนตลอดเวลา! ขนาดพ่อผมยังต้องทำตัวนิ่งเฉยเลย!”
“แล้ว... เราต้องทำยังไงล่ะครับ?” อวี่ฉู่ถาม เขาไม่ได้อยู่ในบริษัทของหมอนั่นเสียหน่อย ทำไมต้องมาบอกเรื่องพวกนี้กับเขา?
“ถ้าเกิดอุบัติเหตุบางอย่างกับลูกสาวของชูเผิงจั่น... เขาคงไม่มีสมาธิไปสนใจเรื่องบริษัทแล้วล่ะ” เหมาเซิ่งกล่าวเบาๆ “พายุที่กำลังก่อตัวมักจะมาโดยไม่ทันตั้งตัวเสมอ จริงไหมล่ะอวี่ฉู่?”
อวี่ฉู่ชะงักไปเมื่อได้ยินคำนั้น เหมาเซิ่งตั้งใจจะทำให้เลือดตกยางออก แต่ตัวอวี่ฉู่เองก็ไม่ใช่คนที่จะกลัวเรื่องพวกนี้ ลูกน้องของพี่ฉือหัวไม่มีใครกระจอกแบบนั้น
“ไม่ต้องห่วงครับคุณจิน ผมรู้ว่าต้องทำยังไง อีกไม่นานคุณจะได้ยินข่าวร้ายแน่นอน” อวี่ฉู่ตอบตกลงทันที ท้ายที่สุดแล้ว การกำจัดคนทิ้งมันง่ายกว่าการลักพาตัวเยอะ
“ดี งั้นผมจะรอติดตามข่าว” เหมาเซิ่งกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะวางสายไป *แบบนี้สิถึงจะคุยกันง่ายหน่อย*
แน่นอนว่าอวี่ฉู่โทรหาหลี่ฉือหัวเป็นคนแรก
“พี่ฉือหัว ผมอวี่ฉู่น้อยเองครับ!” อวี่ฉู่กล่าวหลังจากสายเชื่อมต่อ
“อ้อ อวี่ฉู่น้อย โทรมาเวลานี้ทำไม? ไม่รู้หรือไงว่าฉันกำลังนอนอยู่?” ฉือหัวเป็นคนที่ชอบนอนตอนกลางวัน ซึ่งลูกน้องทุกคนต่างรู้ดี เขาจะเปิดโทรศัพท์ไว้ก็แค่เผื่อว่าเจ้านายที่หนุนหลังเขาจะโทรมาเท่านั้น
“พี่ฉือหัว จินเหมาเซิ่งโทรมาครับ มันอยากให้ผมไปฆ่ายัยหนูชูเมิ่งเหยาคนนั้น...” อวี่ฉู่อธิบาย
“อ้อ งั้นก็ยกให้เป็นหน้าที่ของนายก็แล้วกัน จำไว้ว่าอย่าปะทะโดยตรง เด็กคนนั้นมีคนเก่งคอยคุ้มครองอยู่ แค่สร้างอุบัติเหตุให้มันตายก็พอ” ฉือหัวพูดอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับชีวิตคนไม่มีค่าอะไร “อ้อ อีกเรื่อง คุณชายปินกำลังจะมาแล้ว รีบจัดการให้จบๆ ไป เพราะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของเผิงจั่นอินดัสทรีจะเป็นของขวัญต้อนรับเขา!!”
“เข้าใจแล้วครับพี่ฉือหัว! ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้เลย!” เมื่อได้รับคำอนุมัติจากฉือหัว อวี่ฉู่ก็หมดห่วงและพร้อมจะเล่นงานเต็มที่ ในมุมของเขา ไม่ว่าหลินอี้คนนั้นจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าเขาเล่นสกปรกและลงมือในเงามืด ไอ้นั่นไม่มีทางปกป้องชูเมิ่งเหยาได้แน่
ก่อนหน้านี้เขาพยายามระวังตัวมาตลอดเพราะต้องการเก็บชีวิตของเด็กสาวเอาไว้... แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากการโทรศัพท์กับเหมาเซิ่งคราวนี้ และถึงเวลาที่เธอจะต้องตายอย่างหมดจดเสียที
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.