ตอนที่ 675
624 / 1877
อ่าน 6 นาที
Chapter 675 - She... Had Enough
เผยแพร่เมื่อ 11 มี.ค. 2569 15:38
บทที่ 675: เธอ... ทนมามากพอแล้ว
“มิน่าล่ะ ใครต่อใครถึงได้พากันบอกว่าภาพลักษณ์ของพวกดาราน่ะเชื่อถือไม่ได้ สิบทั้งเก้าคนก็ถูกสร้างภาพลักษณ์จอมปลอมขึ้นมาทั้งนั้นแหละ”
“ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าหวงอี้หลินจะเป็นคนแบบนี้ไปได้”
“โธ่เอ๋ย... ความจริงแล้วฉันเคยเป็นแฟนคลับของเธออยู่พักหนึ่งเลยนะเนี่ย ตอนนี้ฉันรู้สึกอยากจะควักลูกตาตัวเองทิ้งจริงๆ สายตาของฉันตอนนั้นมันเป็นอะไรไปนะ ถึงได้มองคนผิดขนาดนี้!”
นาน่าไม่อยากจะก่อเรื่องเดือดร้อนให้กับเฉียวเหมียนเหมียนอีก เธอจึงไม่กล้าที่จะโต้ตอบหรือเถียงอะไรหวงอี้หลินอีกต่อไปแล้ว
“เธอก็พูดเองไม่ใช่เหรอว่านั่นมันก็แค่ภาพลักษณ์ที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมา เธอไม่เคยได้คลุกคลีหรือมีปฏิสัมพันธ์กับตัวจริงของเขามาก่อน แล้วเธอจะไปล่วงรู้ได้อย่างไรว่าตัวตนจริงๆ ของเธอในชีวิตประจำวันจะเป็นคนแบบไหนกันแน่ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกที่มองไม่ออก” เฉียวเหมียนเหมียนปลอบใจผู้ช่วยสาว
“เอ่อ... พี่เหมียนเหมียนคะ แล้วหลังจากนี้พี่จะทำยังไงต่อไปดี?” นาน่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล “ตอนนี้เธอกำลังตั้งท่าหาเรื่องและจงใจทำให้ทุกอย่างมันยากลำบากสำหรับพี่ แล้วนี่ยังเหลือเวลาถ่ายทำอีกตั้งหลายเดือน พี่อยากจะลองเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาหรือบอกกับผู้กำกับไป๋ดีไหมคะ?”
“ยังไงซะ ผู้กำกับไป๋เขาก็เคยออกปากไว้เองว่าถ้าพี่มีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ให้ไปหาเขาได้ ถ้ามีเขาคอยหนุนหลังและยื่นมือเข้ามาช่วยล่ะก็ ยัยนั่นคงจะไม่กล้าทำอะไรที่มันเกินเลยไปมากกว่านี้แน่ๆ ค่ะ”
“เรื่องนั้นเอาไว้ดูก่อนแล้วกันนะ”
เฉียวเหมียนเหมียนมีแผนการและหนทางในแบบของเธอเอง และเธอก็ยังไม่พร้อมที่จะบากหน้าไปหาไป๋อวี้เซิงเพียงเพราะเรื่องหยุมหยิมเล็กน้อยพวกนี้ เธอคิดว่าตนเองควรจะพยายามคลี่คลายและจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยกำลังของตัวเองให้ได้เสียก่อน
หากเธอมนจนหนทางจนไม่สามารถแก้ไขมันได้จริงๆ เมื่อถึงตอนนั้นเธอค่อยมาคิดหาทางเลือกอื่นก็ยังไม่สาย
แต่ที่แน่ๆ หวงอี้หลินคงไม่มีทางยอมรามือจากเรื่องนี้ไปง่ายๆ อย่างแน่นอน
และหากเธอต้องวิ่งไปหาไป๋อวี้เซิงทุกครั้งที่เกิดปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ขึ้น เขาก็อาจจะมองว่าเธอเป็นคนเจ้าปัญหาและรู้สึกรำคาญใจขึ้นมาก็ได้ ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการให้เกิดขึ้นเลย
***
ณ สถานที่ถ่ายทำ
บรรดาศิลปินและนักแสดงที่อยู่บนรถบัสนั่งพักผ่อนกันอยู่ข้างในอย่างสุขสบายท่ามกลางความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ
ช่วงเวลาเที่ยงวันเช่นนี้คือช่วงที่อากาศร้อนจัดและแผดเผาที่สุดของวัน
พื้นดินเบื้องล่างดูเหมือนจะร้อนระอุจนมีไอความร้อนลอยพุ่งขึ้นมาให้เห็นจางๆ
เนื่องจากเฉียวเหมียนเหมียนไม่มีรถตู้ส่วนตัวหรือรถพี่เลี้ยงเหมือนดาราคนอื่นๆ เธอจึงไม่สามารถเข้าไปนั่งรับลมแอร์ที่เย็นสบายได้เหมือนคนอื่นเขา สิ่งเดียวที่เธอทำได้ในตอนนี้คือการหยิบเก้าอี้พับตัวเล็กๆ ติดมือมา แล้วเดินตรงไปยังใต้ร่มไม้ใหญ่เพื่ออาศัยร่มเงาช่วยคลายความร้อนลงบ้าง
ฉากแรกของการถ่ายทำในช่วงนี้เป็นฉากสำคัญระหว่างพระเอกและนางเอกของเรื่อง
ซึ่งแน่นอนว่ามันยังไม่ถึงคิวของเธอ และไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเธอในตอนนนี้
ดังนั้น เฉียวเหมียนเหมียนจึงไม่ได้รู้สึกรีบร้อนอะไร
เธอหันไปบอกให้นาน่าช่วยหยิบบทละครที่พิมพ์ออกมาส่งมาให้เธอ เพื่อที่ว่าก่อนจะถึงเวลาขึ้นฉากจริง เธอจะได้มีเวลาอ่านทบทวนบทบาทและทำความคุ้นเคยกับบทพูดรวมถึงพล็อตเรื่องในส่วนของเธอให้แม่นยำยิ่งขึ้น
แม้ว่าจะมีร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่คอยช่วยบดบังแสงแดดที่แผดจ้าเอาไว้ แต่การต้องมานั่งอยู่กลางแจ้งท่ามกลางอากาศที่อบอ้าวเช่นนี้ ก็ยังทำให้เฉียวเหมียนเหมียนรู้สึกร้อนจนเหงื่อซึมอยู่ดี
เธอก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับบทละครในมือได้เพียงครู่เดียว เหงื่อเม็ดเล็กๆ ก็เริ่มผุดพรายขึ้นตามใบหน้าและลำคอ
นอกจากความร้อนแล้ว เธอยังเริ่มรู้สึกฝืดคอและกระหายน้ำขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ในจังหวะที่เธอกำลังจะขยับตัวเพื่อไปหยิบน้ำดื่มนั้นเอง จู่ๆ ก็มีขวดน้ำแร่ที่เย็นจัดจนมีหยดน้ำเกาะพราวถูกยื่นมาตรงหน้าเธอ
เฉียวเหมียนเหมียนชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะยื่นมือออกไปรับขวดน้ำนั้นมาไว้ในมือแล้วเปิดจิบดับกระหายไปอึกใหญ่ จากนั้นเธอก็หันไปส่งยิ้มให้พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “นาน่า เรานี่ใจตรงกันเลยนะเนี่ย ฉันเพิ่งจะรู้สึก...”
ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอถึงกับต้องตกตะลึงไปอีกรอบ
ทำไมถึงเป็นถูอี้เล่ยไปได้ล่ะ...
เดิมทีเธอคิดไปเองว่าขวดน้ำแร่ขวดนี้เป็นของนาน่าที่นำมาให้เธอเสียอีก
ถูอี้เล่ยหลุบตาลงมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าพร้อมกับส่งรอยยิ้มละไมมาให้ “คุณรู้สึกร้อนมากเลยใช่ไหม? อยากให้ผมช่วยหาพัดมาให้สักอันไหมครับ?”
ก่อนที่เฉียวเหมียนเหมียนจะมีโอกาสได้เอ่ยปากตอบอะไร พัดลมไฟฟ้ามือถือขนาดจิ๋วก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา และเขาก็ยื่นมันส่งให้เธอทันที “รับไปเถอะครับ ถึงแม้ว่าพัดลมเครื่องนี้จะดูตัวเล็กไปหน่อย แต่มันก็ช่วยบรรเทาความร้อนได้ดีพอสมควรเลยนะ”
เฉียวเหมียนเหมียนมองดูพัดลมในมือนั้นด้วยความรู้สึกที่ลังเลและทำตัวไม่ถูก
เธอก็เพิ่งจะตัดสินใจกับตัวเองไปหยกๆ ว่าควรจะพยายามรักษาระยะห่างและอยู่ห่างจากถูอี้เล่ยเข้าไว้
เพราะเธอไม่อยากให้ผู้จัดการส่วนตัวของเขา ผู้ที่มักจะคอยระแวดระวังและเป็นห่วงเป็นใยเขาจนเกินเหตุ จะมาคอยมองว่าเธอเป็นเหมือนพวกหัวขโมยหรือคนที่จ้องจะเข้ามาหาผลประโยชน์จากเขาอีก
เธอ... ทนกับความรู้สึกแบบนั้นมามากพอแล้วจริงๆ
แต่ในเมื่อถูอี้เล่ยเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด และเขาก็แสดงความหวังดีต่อเธออย่างจริงใจ เฉียวเหมียนเหมียนจึงรู้สึกว่ามันคงจะไม่ใช่เรื่องดีนักหากเธอจะปฏิเสธน้ำใจของเขาไปอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้
อีกอย่าง ถูอี้เล่ยก็ถือว่าเป็นนักแสดงรุ่นพี่ในวงการ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังดำรงตำแหน่งเป็นถึงศิลปินชายที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเวลานี้อีกด้วย การปฏิเสธความปรารถนาดีของเขาต่อหน้าผู้คนมากมายอาจจะส่งผลเสียต่อเธอในภายหลังได้ เธอจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการแสดงออกในตอนนี้
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.