ตอนที่ 4589
4590 / 6510
อ่าน 7 นาที
Chapter 4589: Public Execution
เผยแพร่เมื่อ 1 เม.ย. 2569 03:59
ตอนที่ 4589: การประหารต่อหน้าสาธารณชน
“นายท่าน?”
คำเพียงคำเดียวนี้ทำให้ทุกคนในตระกูลเซิ่งกวงตกอยู่ในความตื่นตระหนก พวกเขาเหลือบมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ หวาดเกรงต่อสิ่งที่จะตามมา
ทั้งนักพรตสองเนตรและหลวงจีนกินคนต่างก็เป็นยอดฝีมือที่มีความสามารถ และขึ้นชื่อเรื่องความโอหังอย่างยิ่ง คนที่คู่ควรจะมาเป็นนายท่านของพวกเขาได้ย่อมต้องเป็นตัวตนที่เหนือธรรมดา
“นายท่านของพวกเจ้าคือใคร?” เซิ่งกวงอวิ๋นเยวี่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“นายท่านของพวกเราคือคนทึ่พวกเจ้ามิอาจล่วงเกินได้! หากอยากมีชีวิตรอด ก็จงปล่อยตัวฉู่เฟิงเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้น ทุกชีวิตในตระกูลเซิ่งกวงจะต้องจบสิ้นลงที่นี่!” หลวงจีนกินคนประกาศก้อง
“ไอ้พวกสามหาว! ข้าอยากจะรู้นักว่าใครกันแน่ที่จะต้องจบสิ้นลงที่นี่!” เซิ่งกวงเสวียนเย่เหยียดยิ้ม
เขาปลดปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลังที่สั่นสะเทือนไปทั่วฟ้าดิน แม้จะไม่ได้สร้างความเสียหายทางกายภาพ แต่มันก็ทำให้ทุกคนสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว คนที่ขวัญอ่อนถึงกับสลบลงไปกองกับพื้นทันที
นี่คือพลังที่ทัดเทียมกับเทพเจ้า ราวกับว่าชีวิตของทุกคนถูกกุมไว้ในมือของเขา เพียงแค่เขาต้องการ เขาก็สามารถส่งทุกคนลงนรกได้ในพริบตา
นี่คืออานุภาพของยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในดาราจักรเซิ่งกวง ผู้นำตระกูลเซิ่งกวง เซิ่งกวงเสวียนเย่!
“ตระกูลเซิ่งกวงช่างรู้จักวางท่าเสียจริง! น่าเสียดายที่พวกเจ้าเก่งแต่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ในดาราจักรเล็กๆ อย่างเซิ่งกวงแห่งนี้เท่านั้น!”
ขณะที่ทุกคนกำลังหวาดกลัวจนพูดไม่ออก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากฟากฟ้า
เมื่อมองตามไป ก็พบร่างนับสิบกำลังร่อนลงมาจากขอบฟ้า มีทั้งยักษ์ที่สูงกว่าร้อยเมตร และมังกรดำ (เจียวหลง) ที่มีความยาวกว่าหมื่นเมตร
แน่นอนว่ามีผู้บ่มเพาะที่เป็นมนุษย์อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย แต่ผู้บ่มเพาะเหล่านี้กลับมีแววตาดุร้ายที่บ่งบอกชัดเจนว่าไม่ใช่คนที่จะล่วงเกินได้ง่ายๆ
การปรากฏตัวของคนกลุ่มนี้ทำให้ฝูงชนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเซ็งแซ่
มีใบหน้าบางคนที่ผู้คนจำได้ ทั้งหมดล้วนเป็นเหล่าวายร้ายจากดาราจักรเก้าวิญญาณ และบางคนก็ยังมีชื่อเสียยิ่งกว่าหลวงจีนกินคนเสียอีก
อย่างไรก็ตาม ในบรรดากลุ่มวายร้ายเหล่านี้ กลับมีเสียงหนึ่งที่ฟังดูไม่เข้ากับพวกพ้องเป็นอย่างยิ่ง มันเป็นเสียงของหญิงสาวในชุดสีเขียว นางงดงามราวกับเทพธิดา ผิวพรรณละเอียดลออจนดูเหมือนจะเปล่งประกายภายใต้แสงตะวัน
โดยไม่ต้องสงสัย นางดูไม่เข้ากับเหล่าอันธพาลใจเหี้ยมที่ยืนล้อมรอบนางเลยแม้แต่น้อย กระทั่งนางยังนั่งอยู่บนหัวมังกรดำ ทำให้ไม่มีใครกล้าดูแคลนนาง
และนางก็คือคนที่เอ่ยปากออกมาเมื่อครู่นี้
“คารวะนายท่าน!”
นักพรตสองเนตรและหลวงจีนกินคนเดินตรงไปหาหญิงสาวและก้มคำนับนางอย่างนอบน้อม
“นางคือนายท่านของพวกเขางั้นหรือ?”
ทุกคนต่างตกตะลึงจนแทบเสียหลัก
พวกเขาเคยคิดถึงความเป็นไปได้มากมายว่านายท่านของนักพรตสองเนตรและหลวงจีนกินคนจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าจะเป็นหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าคนนี้
หากฉู่เฟิงอยู่ที่นี่ เขาคงจะจำหญิงสาวคนนี้ได้อย่างแน่นอน
นางคือซ่งอวิ๋น คนที่เขาบังเอิญพบเมื่อครั้งไปเยือนคฤหาสน์เขาพิชิตดาราเพื่อช่วยซูรู่และซูเม่ย
แต่แม้แต่ฉู่เฟิงเองก็คงจะตกใจที่ได้เห็นซ่งอวิ๋นที่นี่ เขาไม่มีทางคิดเลยว่าซ่งอวิ๋นจะมาช่วยเขาที่นี่ ยิ่งไปกว่านั้นคือนางเป็นถึงนายท่านของกลุ่มวายร้ายเหล่านี้
“แม่นางท่านนั้น ไม่ทราบว่าท่านมาจากที่ใด?” เสียงหนึ่งดังมาจากทางตระกูลเซิ่งกวง
ยังคงเป็นเซิ่งกวงอวิ๋นเยวี่ย
แม้จะเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเซิ่งกวง แต่นางกลับใช้โทนเสียงที่สุภาพเมื่อสนทนากับซ่งอวิ๋น นางรู้ดีว่าหญิงสาวคนนี้ต้องมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เมื่อพิจารณาจากเหล่าวายร้ายมากมายที่อยู่ใต้บัญชาของนาง
นางไม่ได้เกรงกลัวหญิงสาวคนนี้ แต่นางเกรงกลัวขุมกำลังที่อยู่เบื้องหลังนางต่างหาก
“หุบปากเสีย อย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดกับข้า เจียมตัวเสียบ้าง!”
ซ่งอวิ๋นตอกกลับเซิ่งกวงอวิ๋นเยวี่ยอย่างไม่ไว้หน้า ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้นำตระกูลเซิ่งกวง
“นี่ ตาแก่ ท่านช่างกล้าดีนักที่บังอาจมาแตะต้องพี่ชายฉู่เฟิงของข้า ท่านอยากจะเห็นตระกูลเซิ่งกวงหายไปจากโลกนี้จริงๆ หรือ?”
คำพูดเหล่านั้นทำให้ฝูงชนตกตะลึง พวกเขาไม่คิดเลยว่าหญิงสาวจะโอหังถึงขนาดกล้าดูแคลนเซิ่งกวงอวิ๋นเยวี่ยและเซิ่งกวงเสวียนเย่ เมื่อตระหนักว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าอาจจะยิ่งใหญ่กว่าที่พวกเขาคิดไว้ตอนแรก พวกเขาจึงเริ่มประเมินนางใหม่
และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ คนที่มีภูมิหลังยิ่งใหญ่ขนาดนี้กลับเรียกฉู่เฟิงอย่างสนิทสนมว่า ‘พี่ชาย’ สิ่งนี้ทำให้ฝูงชนต่างสงสัยว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
เสียงพึมพำแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางฝูงชนขณะที่พวกเขาพยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์
“น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ!”
แทนที่จะโกรธแค้น เซิ่งกวงเสวียนเย่กลับหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง ทำให้ยากจะเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“ผู้อาวุโสสูงสุดอวิ๋นเยวี่ย ไปพาตัวฉู่เฟิงออกมา!” เซิ่งกวงเสวียนเย่ออกคำสั่ง
เซิ่งกวงอวิ๋นเยวี่ยมุ่งหน้ากลับเข้าไปในค่ายทันทีเพื่อนำตัวฉู่เฟิงออกมา
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ฝูงชนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกระวนกระวายและสับสน
ผู้นำตระกูลเซิ่งกวงตั้งใจจะปล่อยตัวฉู่เฟิงจริงๆ หรือ?
พวกเขาอาจจะไมเห็นด้วยกับการตัดสินใจของตระกูลเซิ่งกวงที่จะกำจัดฉู่เฟิงเพียงเพราะมองว่าเขาเป็นภัยต่ออำนาจการปกครอง แต่ท้ายที่สุดแล้ว ตระกูลเซิ่งกวงก็ยังเป็นขุมกำลังที่เป็นตัวแทนของดาราจักรเซิ่งกวง ส่วนวายร้ายเหล่านี้มาจากดาราจักรเก้าวิญญาณ
หากตระกูลเซิ่งกวงยอมสยบที่นี่ มันจะเป็นการขายหน้าอย่างยิ่งต่อดาราจักรเซิ่งกวง
ไม่นานนัก เซิ่งกวงอวิ๋นเยวี่ยก็กลับมาพร้อมกับฉู่เฟิงที่เดินตามหลังนางมา นางได้รักษาบาดแผลของฉู่เฟิงไปบ้างแล้วและจัดการแต่งตัวให้เขาใหม่ ทำให้เขาดูเรียบร้อยขึ้นเล็กน้อย
ถึงกระนั้น สภาพที่อ่อนแอของฉู่เฟิงก็ยังทำให้ทุกคนตระหนักได้ว่าเขาต้องเผชิญกับอะไรมาไม่น้อยในช่วงเวลาที่อยู่ในค่ายของตระกูลเซิ่งกวง
“ไอ้พวกสารเลว! พวกเจ้าทำอะไรกับพี่ชายฉู่เฟิงของข้า?!”
เมื่อเห็นว่าเขาอ่อนแอเพียงใด ความโกรธแค้นก็ฉายชัดในดวงตาของซ่งอวิ๋น
“จะ...เจ้า! ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
ตามที่คาดไว้ ฉู่เฟิงตกใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นซ่งอวิ๋นที่นี่
อย่างไรก็ตาม เซิ่งกวงเสวียนเย่ได้ขัดขึ้นก่อนที่ซ่งอวิ๋นจะได้พูดอะไร
“ฉู่เฟิง เจ้ายังจะแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอีกหรือ? พวกมันเป็นพรรคพวกของเจ้าอย่างเห็นได้ชัด! เมื่อได้เห็นว่าเจ้าคบค้าสมาคมกับคนประเภทไหน ก็ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าจะก่อเรื่องชั่วช้าและเนรคุณต่อความเมตตาของพวกเรา!”
“ตอนแรกข้ายังคิดจะให้โอกาสเจ้าโดยเห็นแก่ที่เจ้าเป็นอัจฉริยะของดาราจักรเซิ่งกวงเรา แต่ดูเหมือนว่าพวกเราคงจะไว้ชีวิตเจ้าต่อไปไม่ได้แล้ว!”
เซิ่งกวงเสวียนเย่เหยียดยิ้มใส่ฉู่เฟิงก่อนจะเบนสายตาไปที่ซ่งอวิ๋น
“พวกขุมกำลังนอกรีตอย่างพวกเจ้าบังอาจก้าวเท้าเข้ามาในแผ่นดินของตระกูลเซิ่งกวงเราและเรียกร้องให้ปล่อยคนของพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ? เจ้าบอกว่าจะกวาดล้างตระกูลเซิ่งกวงหากพวกเราไม่ปล่อยตัวฉู่เฟิงใช่ไหม?”
“ได้เลย เช่นนั้นข้าจะปลิดชีพฉู่เฟิงต่อหน้าต่อตาพวกเจ้าเอง! มาดูกันว่าเจ้าจะกวาดล้างตระกูลเซิ่งกวงของข้าได้อย่างไร! ทหาร ประหารฉู่เฟิง!”
ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินคำสั่งของเซิ่งกวงเสวียนเย่
เซิ่งกวงเสวียนเย่ไม่ได้วางแผนจะปล่อยตัวฉู่เฟิง แต่ต้องการประหารเขาต่อหน้าทุกคน!
ทันทีที่เซิ่งกวงเสวียนเย่กล่าวจบ เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเซิ่งกวงก็จับตัวฉู่เฟิงตรึงไว้กลางอากาศ ผู้อาวุโสจากหอลงทัณฑ์ชูดาบขึ้นสูงและเตรียมพร้อมที่จะบั่นศีรษะของฉู่เฟิง
“หยุดเดี๋ยวนี้!!!”
เสียงคำรามหนึ่งดังขึ้นจากที่ไกลออกไป
ทุกคนต่างหันไปมอง และสิ่งที่เห็นก็ทำให้หัวใจของพวกเขาต้องสั่นสะเทือน อย่าว่าแต่ฝูงชนเลย แม้แต่ตระกูลเซิ่งกวงเองก็ไม่อาจรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้อีกต่อไป
รถศึกขนาดมหึมากำลังพุ่งทะยานผ่านท้องฟ้า มุ่งตรงมายังค่ายของตระกูลเซิ่งกวง ธงผืนใหญ่โบกสะบัดอยู่เหนือรถศึกเหล่านั้น
และธงเหล่านั้นเองที่ทำให้ทุกคนที่มาชุมนุมกัน ณ ที่แห่งนี้ต้องตกตะลึง
นั่นคือ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เก้าวิญญาณ!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.