ตอนที่ 446
446 / 2988
อ่าน 8 นาที
Chapter 446: Shocked
เผยแพร่เมื่อ 10 มี.ค. 2569 21:43
บทที่ 446: ตกตะลึง
แปลโดย: Nyoi-Bo Studio บรรณาธิการ: Nyoi-Bo Studio
"ถ้าพวกเราไม่เข้าร่วมแก๊งของพวกคุณ เราต้องจ่ายเท่าไหร่ถึงจะได้อสูรเกราะน้ำแข็งหนึ่งตัว?" ชายวัยกลางคนอายุประมาณ 40 หรือ 50 ปีเอ่ยถามหานเซิ่น
"ใบอนุญาตเซนต์ฮอลล์ระดับ A ของขั้นผู้วิวัฒน์" หานเซิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"อะไรนะ! ใบอนุญาตเซนต์ฮอลล์ระดับ A ของขั้นผู้วิวัฒน์เพื่อแลกกับอสูรเกราะน้ำแข็งตัวเดียวเนี่ยนะ? ทำไมแกไม่ไปปล้นคนอื่นเอาเลยล่ะ?" ชายคนนั้นตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่งในทันที
ผู้คนจำนวนมากต่างพากันรุมประนามว่าหานเซิ่นนั้นไร้ยางอาย บางคนถึงขั้นพยายามจะเข้าไปแย่งชิงซากอสูรบนหลังของโกลเด้นโกรวเลอร์
นี่คือสันดานดิบของมนุษย์ หลายคนสามารถร่วมทุกข์ร่วมต้านความลำบากมาด้วยกันได้ แต่กลับไม่สามารถร่วมสุขหรือทนเห็นคนอื่นมั่งมีได้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นคนอื่นโชคดีกว่าตนเอง
"โอ๊ย!" หานเซิ่นเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน กริชหมาป่าต้องสาปตวัดตัดมือของคนที่บังอาจมาแตะต้องโกลเด้นโกรวเลอร์เพื่อหวังจะชิงซากอสูร
เสียงกรีดร้องโหยหวนทำให้ทุกคนถึงกับยืนบื้อใบ้ พวกเขาหยุดชะงักและมองไปที่หานเซิ่น ส่วนชายที่มือขาดก็นอนกลิ้งไปมาอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด
"หากไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน ฉันก็อยากจะรู้ว่าใครหน้าไหนกล้ามาแตะต้องสมบัติของฉัน ถ้ามือแตะ มือก็นะขาด ถ้าเท้าขยับ เท้าก็จะขาด ถ้าหัวยื่นเข้ามา หัวก็จะหลุด" หานเซิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับกริชหมาป่าต้องสาปที่มีเลือดหยดลงมา
"บัดซบ! มันกล้าใช้ความรุนแรงเชียวเหรอ พวกเรา ฆ่าไอ้สารเลวนี่ซะ!"
"แกทำร้ายเพื่อนของเรา แกยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า?"
"ฆ่าไอ้สัตว์ป่าตัวนี้ซะ!"
"ไอ้ลูกหมา!"
หานเซิ่นกลายเป็นบุคคลที่ทุกคนรุมเกลียดชังในทันที ราวกับว่าเขาเป็นคนบาปหนาที่ทุกคนต้องรุมกำจัดทิ้งเมื่อมีโอกาส
สวี่โหยวและคนอื่นๆ อีกสองสามคนพยายามห้ามปรามคนในกลุ่ม แต่เนื่องจากพวกเขามีจำนวนน้อยเกินไป ชายวัยเก๋าที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้มานานกว่าสองทศวรรษสี่หรือห้าคนได้พุ่งตัวเข้าใส่หานเซิ่นไปเรียบร้อยแล้ว
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการแก้แค้นให้คนที่เสียมือไป แต่เป้าหมายคือการครอบครองซากอสูรทั้งหมดไว้เองหลังจากกำจัดหานเซิ่นทิ้งไปแล้ว
ในสายตาของพวกเขา หานเซิ่นเป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืนที่โชคดีเท่านั้น ในเมื่อเขาเพิ่งจะเข้ามาในก็อดแซงชัวรีเขตสองได้ไม่นาน ย่อมไม่มีทางเป็นคู่มือของพวกเขาได้ การฆ่าหานเซิ่นคงง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
คนเหล่านั้นเรียกวิญญาณอสูรออกมาและหมายจะปลิดชีพเขาในทุกกระบวนท่าที่โจมตี ซากอสูรเหล่านี้เย้ายวนเกินไป โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ได้เห็นเนื้อสัตว์อสูรกลายพันธุ์จำนวนมากขนาดนี้มานานหลายทศวรรษ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีขาของนกเลือดศักดิ์สิทธิ์อีก ความโลภได้บดบังตาของพวกเขาจนมืดมิด
หานเซิ่นไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงยิ้มออกมาอย่างเย็นชา เขาคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้นี้ไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่นำเนื้อกลับมา ดังนั้นจึงไม่รู้สึกประหลาดใจและไม่จำเป็นต้องโกรธเคืองด้วยซ้ำ
ใบหน้าของหยางม่านลี่เคร่งขรึมขึ้นมาทันที เธอเรียกธนูและลูกศรออกมาพร้อมที่จะช่วยเหลือหานเซิ่น คนพวกนี้คือประเภทที่เธอรังเกียจมากที่สุด
เพียงเพราะว่าคนส่วนใหญ่อาจได้รับผลประโยชน์ พวกเขาจึงทึกทักเอาเองว่าการแย่งชิงของของผู้อื่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง คนพวกนี้ไม่ต่างอะไรกับโจร และเผลอๆ จะเลวร้ายยิ่งกว่าโจรเสียอีก
อย่างน้อยโจรก็ยังมีชื่อเสียในแบบที่ควรจะเป็น แต่คนพวกนี้กลับพยายามหาเหตุผลมาสร้างความชอบธรรมให้กับพฤติกรรมของตนเอง
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หยางม่านลี่จะได้ยิงลูกศรออกไป หานเซิ่นก็เคลื่อนไหวเสียก่อน เพียงพริบตาเดียว เขาก็พุ่งเข้าไปอยู่ท่ามกลางคนห้าคนที่โจมตีเข้ามาเป็นกลุ่มแรก
อ๊าก!
เสียงกรีดร้องห้าสายดังขึ้นพร้อมกันจนฟังดูเหมือนมาจากคนเพียงคนเดียว คนห้าคนที่พุ่งเข้าใส่หานเซิ่นต่างสูญเสียมือขวาที่ถืออาวุธไปทั้งหมด เลือดพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ ร่างทั้งห้าร่วงลงไปนอนกลิ้งอยู่กับพื้น มือซ้ายกุมแขนที่ขาดสะบั้นเอาไว้พลางร้องขอชีวิตและคร่ำครวญอย่างน่าเวทนา
ทุกคนต่างตกตะลึงไปกับหานเซิ่นที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย และภาพของคนทั้งห้าที่กำลังกรีดร้อง พวกเขาช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
คนทั้งห้าคนนั้นอยู่ในก็อดแซงชัวรีเขตสองมานานกว่าสิบปีแล้ว ทุกคนต่างมีประสบการณ์โชกโชน แม้ว่าการหาเนื้อกินในที่แห่งนี้จะลำบาก แต่ระดับสมรรถภาพทางกายของพวกเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องสูงเกินสี่สิบอย่างแน่นอน ทว่าเพียงแค่การลงมือครั้งเดียว ทั้งหมดกลับสูญเสียมือขวาไป นั่นเป็นสิ่งที่สร้างความหวาดหวั่นให้กับทุกคนอย่างยิ่ง
"ใครหน้าไหนอยากจะเอาชีวิตฉันอีกบ้าง?" สายตาที่เย็นชาของหานเซิ่นกวาดมองไปที่ใบหน้าของทุกคน คนที่เคยคิดจะฆ่าหานเซิ่นเพื่อแย่งชิงเนื้อต่างรู้สึกหนาวสันหลังและก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
หยางม่านลี่มองหานเซิ่นด้วยแววตาที่ซับซ้อน เธอไม่ได้คาดคิดเลยว่าหานเซิ่นจะดุดันและเฉียบขาดขนาดนี้
"ลุงชิงมาแล้ว..."
"ลุงชิง ท่านต้องช่วยพวกเรานะ ไอ้สารเลวนี่มันทำร้ายพวกเดียวกันเอง!"
"ลุงชิง พวกเราช่วยเหลือกันมาตลอด แต่มันกลับเหี้ยมโหดแม้กระทั่งกับพวกเรากันเอง มันไม่ใช่คนแล้ว มันคือสัตว์ป่า!"
"..."
ชายวัยกลางคนอายุประมาณ 70 หรือ 80 ปีเดินออกมาจากถ้ำน้ำแข็ง สำหรับผู้วิวัฒน์ที่มีอายุขัยยืนยาวถึงสามร้อยปี อายุแปดสิบปีนั้นถือว่าเป็นช่วงวัยกลางคนจริงๆ
เมื่อเห็นชายที่ถูกเรียกว่าลุงชิง หยางม่านลี่ก็เริ่มวิตกกังวล เธอรีบลดธนูและลูกศรลงก่อนจะกล่าวอย่างรวดเร็ว "ลุงชิง อย่าไปฟังพวกเขานะคะ พวกเขาพยายามจะขโมยของของหานเซิ่น..."
ก่อนที่หยางม่านลี่จะพูดจบ ลุงชิงก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เธอหยุดพูด
เมื่อเห็นท่าทีของลุงชิง คนในกลุ่มที่เหลือต่างพากันตื่นเต้นและรุมกล่าวโทษหานเซิ่นด้วยถ้อยคำที่เกินจริง ราวกับว่ามันเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่หานเซิ่นไม่ยอมแบ่งปันสิ่งที่หามาได้ให้พวกเขาฟรีๆ พฤติกรรมการลักขโมยของพวกเขาถูกขัดเกลาให้กลายเป็นการกระทำเพื่อความยุติธรรม
หยางม่านลี่มีสีหน้าไม่สู้ดี ลุงชิงน่าจะเป็นคนแรกที่ถูกส่งมายังสถานที่แห่งนี้ เขาอยู่ที่นี่มาหลายทศวรรษและมีแต้มจีโน่มากที่สุดในกลุ่ม นอกจากนี้เขายังเป็นคนเดียวที่เคยฆ่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ได้สำเร็จ
ตามที่ลุงชิงบอกเอง ระดับสมรรถภาพทางกายของเขาอยู่ที่ประมาณหกสิบ แต่หยางม่านลี่เชื่อว่ามันน่าจะสูงกว่านั้น
นอกจากนี้ ลุงชิงยังฝึกฝนศิลปะจีโน่ระดับสูงที่ออกแบบมาสำหรับผู้วิวัฒน์โดยเฉพาะ ดังนั้นเขาจึงไม่ใช่ผู้วิวัฒน์ธรรมดาทั่วไป พูดได้อย่างเต็มปากว่าลุงชิงคือบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มนี้
แม้ว่าหานเซิ่นจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็เพิ่งจะเข้ามาในก็อดแซงชัวรีเขตสอง หากลุงชิงคิดจะทำร้ายหานเซิ่น หานเซิ่นอาจจะถูกฆ่าตายได้
"ลุงชิงครับ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของหานเซิ่นทั้งหมด..." สวี่โหยวกัดฟันพูดเพื่อช่วยหานเซิ่น
ทว่าลุงชิงก็ส่งสัญญาณให้เขาเงียบเช่นกัน ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาหานเซิ่น
ใบหน้าของหยางม่านลี่ยิ่งดูเคร่งเครียดกว่าเดิม เธอรีบเดินไปยืนข้างหานเซิ่นเพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง
คนในกลุ่มที่เหลือต่างพากันยินดีกับคราวเคราะห์ของหานเซิ่นที่กำลังจะมาถึงด้วยความคาดหวังและความโลภ ตราบใดที่ลุงชิงกำจัดหานเซิ่นได้ พวกเขาก็ควรจะแบ่งเนื้อกันได้ ลุงชิงใจกว้างเสมอ ดังนั้นพวกเขาทุกคนย่อมต้องได้ส่วนแบ่ง
เมื่อเห็นลุงชิงเดินตรงไปหาหานเซิ่น หลายคนแอบตะโกนก้องอยู่ในใจ "ฆ่ามันเลย... ฆ่ามัน..."
แม้หานเซิ่นจะแสดงฝีมือที่เหนือธรรมดาและมีกริชที่น่าประทับใจ แต่ไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะเอาชนะลุงชิงที่แข็งแกร่งกว่าเขาอย่างเทียบไม่ได้
เมื่อลุงชิงเดินเข้ามาห่างจากหานเซิ่นไม่ถึง 6 ฟุต ภายใต้การจ้องมองและคาดหวังของทุกคน เขาก็ชักมีดเหล็กกล้า Z ที่ดูเก่าแก่ออกมา
ท่ามกลางสายตาที่ประหลาดใจ, สงสัย, มึนงง, สับสน, ไม่สบายใจ และหวาดกลัวจากผู้คนรอบข้าง ลุงชิงกลับตวัดอาวุธตัดศีรษะของคนทั้งห้าคนที่นอนกลิ้งร้องโหยหวนอยู่บนพื้นทิ้งเสีย จากนั้นลุงชิงก็ก้มหัวคำนับหานเซิ่นอย่างนอบน้อม
"นายน้อยหาน หนิงชิงมาสายเกินไปแล้ว โปรดลงโทษผมตามที่เห็นสมควรด้วยครับ"
ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ลุงชิงผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม และเป็นเพียงคนเดียวที่เคยฆ่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ กลับแสดงท่าทีราวกับเป็นคนรับใช้ของหานเซิ่น ทุกคนรู้สึกว่าสมองของตนเองเริ่มไม่พอใช้งานที่จะทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เสียแล้ว
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.