Chapter 505
503 / 2257
6 min read
Chapter 505 - This Meal Was Worth Every Penny
Published Mar 12, 2026, 08:17 PM
บทที่ 505 - มื้อนี้คุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์
“ยินดีต้อนรับค่ะ!”
กลุ่มของพวกเขาเดินผ่านทางเดินสำหรับลูกค้าวีไอพีเข้ามาจนถึงทางเข้าลิฟต์ชั้นบนสุด แต่ละชั้นจะมีลิฟต์ส่วนตัวเพื่อทำให้ลูกค้าได้รับความรู้สึกว่าตนเองมีค่าและได้รับเกียรติ ทันทีที่ก้าวออกจากลิฟต์ ชายหญิงคู่หนึ่งที่ดูสง่างามก็ก้มศีรษะทำความเคารพพวกเขา ทำให้เฉิงเทียนถึงกับอึ้ง!
หากพนักงานต้อนรับยังดูน่าประทับใจขนาดนี้ แล้วข้างในจะไม่ยิ่งหรูหรากว่านี้อีกหรือ? เฉิงเทียนไม่แน่ใจว่าตนพกเงินมาพอหรือเปล่า แต่น่าจะเพียงพอแล้วกระมัง? บัตรเครดิตของเฉิงเทียนมีวงเงินจำกัดอยู่ที่ 100,000 แม้เขาจะเป็นผู้นำคนรุ่นใหม่ของตระกูลอู๋ แต่ตระกูลอู๋ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก จึงจำเป็นต้องจำกัดค่าใช้จ่ายของเขา
“พี่เฉิงเทียน ดูโถงทางเดินที่สว่างไสวและอลังการนี่สิ เราควรเข้าไปจริงเหรอ?” หัวใจของหวังปาเต้นรัว หากเฉิงเทียนจ่ายเงินไม่ไหวแล้วขอให้หารกันล่ะจะทำอย่างไร!
“หุบปากไปเลยได้ไหม? อุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้วนะ!” เฉิงเทียนขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ แต่เขาถอนคำพูดไม่ได้แล้ว “ฉันบอกแล้วว่าจะเลี้ยงพวกนาย ทำไมต้องกังวลขนาดนั้น? กำลังดูถูกฉัน เฉิงเทียนคนนี้อยู่หรือไง?”
“เปล่านะครับ” หวังปารู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันที
“พี่เฉิงเทียนคะ พี่หวังปาไม่ได้ดูถูกพี่หรอกค่ะ เขาแค่เป็นห่วงเฉยๆ เขากลัวว่าพี่จะมีเงินไม่พอต่างหาก!” เสี่ยวเซียวแทรกบทสนทนาขึ้นมา “เขามีน้ำใจนะคะ!”
เฉิงเทียนรู้สึกหงุดหงิด เสี่ยวเซียวพูดเรื่องอะไรของเธอ? ที่ว่า “มีเงินไม่พอ” คืออะไรกัน? เฉิงเทียนหันไปมองกลับเห็นเพียงใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาของเสี่ยวเซียว โดยไม่มีร่องรอยของการดูถูกหรือล้อเลียนเลยแม้แต่น้อย เขาเริ่มสับสน หรือเสี่ยวเซียวไม่ได้กำลังเยาะเย้ยเขาจริงๆ แต่กำลังอธิบายเจตนาของหวังปาด้วยความซื่อตรงกันแน่?
“ฉันรู้ว่าเขามีน้ำใจ แต่ฉันคืออู๋เฉิงเทียนแห่งตระกูลอู๋ ทายาทของตระกูลเลยนะ! ฉันจะมีเงินไม่พอได้ยังไง? ไร้สาระน่า!” เฉิงเทียนอธิบายอย่างหงุดหงิด โดยไม่มีวี่แววของความโกรธในน้ำเสียง
หลินอี้มองเสี่ยวเซียวอย่างแปลกใจ มันน่าขำเล็กน้อยเพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเสี่ยวเซียวจะเล่นละครแกล้งทำเป็นไร้เดียงสาได้แนบเนียนขนาดนี้
“จริงด้วย พี่เฉิงเทียนไม่มีทางมีเงินไม่พอหรอกครับ! เป็นผมเองที่โลกแคบและเอาความคิดตัวเองไปตัดสินพี่เฉิงเทียน!” หวังปารู้ว่าความปรารถนาดีของตนเพิ่งก่อเรื่องเข้าให้ จึงรีบโพล่งออกมา “ผมมันกบในกะลาครับ!”
“ไม่ขนาดนั้นหรอก” คำพูดของหวังปาช่วยให้เฉิงเทียนใจเย็นลง เขาโบกมืออย่างใจกว้าง “พวกนายไม่เคยมาที่ชั้นบนสุดก็เลยไม่รู้ มันเป็นเรื่องธรรมดา! เอาจริงๆ ฉันเองก็เคยมาแค่ครั้งเดียวตอนมากับคุณปู่ ถึงมันจะแพง แต่มันก็สมเหตุสมผล! มันคุ้มค่ามาก!”
“พี่เฉิงเทียนนี่รอบรู้จริงๆ เลยนะคะ! เฮ้อ ถ้าหนูไม่มีแฟนแล้วนะ หนูคงหลงรักพี่ไปแล้วแน่เลย!” เสี่ยวเซียวกล่าวด้วยความชื่นชม
“พรืด.” หลินอี้เกือบหลุดหัวเราะออกมา แต่พลังใจของเขาแข็งแกร่งมากจึงทำเพียงแค่ทำหน้าเหยเกแปลกๆ แล้วกลับมาเป็นปกติ
ทว่าเฉิงเทียนกลับดีใจมากที่ได้ยินเช่นนั้นจากเสี่ยวเซียว แม้ว่าเสี่ยวเซียวจะเป็นดอกฟ้าที่แตะต้องไม่ได้ แต่การได้รับคำชมจากหญิงสาวสวยก็ทำให้เขารู้สึกยอดเยี่ยม
“แฟนของเธอก็ไม่ได้แย่หรอก!” เฉิงเทียนหัวเราะเบาๆ “แต่ผู้ชายน่ะ มักจะเหลวไหลไปจีบสาวคนอื่นเสมอ เธอต้องระวังและคอยจับตาดูให้ดีล่ะ!”
เฉิงเทียนพูดติดตลกแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการเตือนเสี่ยวเซียว เขาคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะที่สามารถพลิกสถานการณ์บทสนทนาให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้ หากเสี่ยวเซียวคอยจับตาดูหลินอี้ให้ดี ก็ต้องรอดูกันว่าเขาจะยังไปยุ่งกับจิ่งอี้ได้อีกไหม!
“รับทราบค่ะ หนูจะระวังให้มากขึ้นแน่นอน!” เสี่ยวเซียวพยักหน้าอย่างจริงจัง
เฉิงเทียนตื่นเต้นที่เห็นเสี่ยวเซียวเชื่อฟังเขาง่ายๆ เขาจะหาหลักฐานไปพิสูจน์ให้จิ่งอี้เห็นว่าหลินอี้กำลังคบซ้อน และเขาก็ได้เตือนเสี่ยวเซียวให้คอยจับตาดูหลินอี้ไว้แล้ว มื้ออาหารวันนี้ที่เขาจ่ายเองนั้นคุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์จริงๆ!
เฉิงเทียนรู้ดีว่าพ่อของเสี่ยวเซียวไม่ใช่คนธรรมดา เขาแค่ต้องกระจายข่าวนี้ออกไปและรอให้เทียนหลงจัดการกับหลินอี้ ต่อให้เขาไม่ได้อยากได้เสี่ยวเซียวแล้ว แต่เขาก็จะไม่ยอมให้หลินอี้ได้มีโอกาสไปเจอจิ่งอี้แน่!
ด้วยการนำทางของพนักงานหญิงที่สวยยิ่งกว่าดาราดัง กลุ่มของพวกเขาก็มาถึงห้องสวีทสุดหรู เฉิงเทียนนั่งลงที่หัวโต๊ะอย่างเป็นธรรมชาติ หลินออี้นั่งลงข้างเสี่ยวเซียว ซึ่งเธอนั่งถัดจากซินหยาน
เช่นเดียวกับที่หวังปาบอกไว้ อุปกรณ์บนโต๊ะอาหารทำจากทองคำแท้ และตรงกลางโต๊ะมีแจกันประดับที่ฝังด้วยเพชร! หากเพชรเหล่านั้นเป็นของจริง แจกันใบนั้นก็คงมีราคาหลายล้าน!
ในฐานะคนที่ผ่านโลกมามาก ใบหน้าของเฉิงเทียนเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นปกติ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงของประดับและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร แม้มันจะมีราคาแพงแต่ก็ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้นอกจากวางโชว์
“ขอโทษนะคะ พร้อมที่จะสั่งอาหารหรือยังคะ?” พนักงานเสิร์ฟถามเฉิงเทียนหลังจากเข้ามาในห้องและเห็นว่าเขาเป็นคนนั่งหัวโต๊ะ
“ครับ พร้อมแล้ว พวกนายสั่งกันได้เลยนะ!” เฉิงเทียนโบกมือ เขาบอกว่าจะเลี้ยงก็ต้องแสดงให้สมบทบาท
“สุภาพสตรีเชิญก่อนเลยครับ” อันที่จริงหวังปาอยากจะเป็นคนสั่งอาหาร แต่เขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจส่งเมนูให้เสี่ยวเซียวกับซินหยาน ราคาสั่งอาหารของชั้นนี้จะต้องแพงจนน่าขนลุกแน่ และถ้าหากเฉิงเทียนจ่ายเงินไม่ไหวแล้วบังคับให้เขาต้องจ่ายส่วนของตัวเองล่ะก็ เขาได้จบเห่แน่! เรื่องทำนองนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยหรอก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!
“งั้นหนูสั่งเองค่ะ!” เสี่ยวเซียวหยิบเมนูมาพลิกดูสองสามหน้าก่อนจะทำหน้ามุ่ย “หนูว่าหนูพอดีกว่าค่ะ อาหารที่นี่แพงเกินไป เมนูธรรมดาๆ ยังจานละหลายร้อยเลย…”
หัวใจของเฉิงเทียนร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินเสี่ยวเซียวบอกว่าอาหารแพง แต่เมื่อเธอพูดว่าราคาแค่หลักร้อย เขากลับรู้สึกขำ แค่หลักร้อยเธอยังเรียกว่าแพงอีกเหรอ? อาหารจานละหลายร้อยยังถือว่าถูกมากด้วยซ้ำ สำหรับคนของเขาค่าอาหารสิบจานก็แค่ 8,000 ถึง 10,000 เท่านั้น มันไม่ได้มากมายอะไรเลย! เขาจึงโบกมืออย่างใจกว้าง “สั่งเลย สั่งสิ่งที่อยากกิน! อาหารที่นี่อาจจะแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย แต่มันก็สมราคานะ! ครั้งก่อนที่ฉันมากับคุณปู่ ท่านยังบอกเลยว่าบริการระดับไฮเอนด์แบบนี้ อาหารราคาแค่นี้ถือว่าถูกเหมือนได้ฟรี!”
“โห! พี่เฉิงเทียนมองว่าอาหารราคาขนาดนี้คือถูกเหรอคะเนี่ย? พี่ต้องมีกระเป๋าเงินที่ลึกสุดๆ แน่เลย!” เสี่ยวเซียวมองเข้าไปในดวงตาของเฉิงเทียนด้วยแววตาระยิบระยับก่อนจะเริ่มหาเรื่องแกล้งอีกครั้ง “พี่ไม่ใช่แฟนหนู แล้วถ้าหนูให้พี่เลี้ยงมันก็คงดูไม่ดี ถ้าเรามาหารกันล่ะคะ?”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.