Chapter 310
310 / 2988
6 min read
Chapter 310: As You Wish
Published Mar 10, 2026, 02:54 PM
บทที่ 310: ตามที่นายต้องการ
ผู้แปล: Nyoi-Bo Studio | บรรณาธิการ: Nyoi-Bo Studio
เมื่อได้ยินคำพูดของจิ่งจี้ย่า หานเซิ่นก็ยิ้มพลางตบไหล่เขา “จิ่งจี้ย่า ถ้าคิดจะข่มขู่ใคร นายต้องฉลาดกว่านี้หน่อย เวลาพูดก็ลองทำท่าทางให้เหมือนพวกนักเลงหน่อย เผื่อฉันจะรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้าง”
ใบหน้าของจิ่งจี้ย่าเคร่งขรึมลง เขาเอ่ยว่า “พี่ชาย ผมไม่ได้ล้อเล่น”
หานเซิ่นพิงพนักเก้าอี้พลางบิดขี้เกียจและเอ่ยอย่างช้าๆ “ในเมื่อนายสืบเรื่องครอบครัวของฉันมาแล้ว นายก็น่าจะรู้ว่าฉันเป็นใคร นายกล้าแตะต้องพวกเขาจริงๆ เหรอ? คราวนี้ลองบอกฉันอีกทีซิว่านายไม่ได้ล้อเล่น”
จิ่งจี้ย่ายิ้มและกล่าวว่า “พี่ชาย พี่พูดถูก ผมไม่กล้าแตะต้องครอบครัวของพี่หรอก แต่เพื่อนของพี่อาจจะไม่โชคดีแบบนั้น ผมไม่กล้าทำอะไรหวังเหมิงเหมิงหรือลู่เหมิงเหมือนกัน แต่สือจื้อคังกับจางหยางน่ะไม่มีใครคุ้มครอง”
“ฉันอยากรู้เหมือนกันว่านายวางแผนจะทำร้ายพวกเขาในแบล็กฮอว์กยังไง” หานเซิ่นเอ่ย
จิ่งจี้ย่ายังคงยิ้ม “มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผมจะทำให้พวกเขาบาดเจ็บในมหาวิทยาลัย และการไปทำร้ายครอบครัวพวกเขาก็ดูจะเสียเวลาไปหน่อย แต่พี่คิดว่าผมจะล่อลวงแฟนของพวกเขาสนใจผมได้ไหมล่ะ? พี่คิดว่าผมจะทำสำเร็จหรือเปล่า?”
“จิ่งจี้ย่า มีบางเรื่องที่นายไม่ควรทำเด็ดขาด” หานเซิ่นตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่ว่าจิ่งจี้ย่าจะทำสำเร็จหรือไม่ เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น
“ถ้าพี่โกรธ พี่จะมาลงที่ผมในการดวลของเราเมื่อไหร่ก็ได้นะ” จิ่งจี้ย่ากล่าวอย่างสุภาพ
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามที่นายต้องการ” แม้ว่าหานเซิ่นจะไม่ต้องการเสียเวลา แต่เขาไม่อยากทนต่อการยั่วยุของเด็กคนนี้อีกต่อไป เขาจะจัดการในสิ่งที่ควรจัดการ
จิ่งจี้ย่าดูจะตื่นเต้นมาก “ผมจะรอพี่ โปรดรักษาคำพูดด้วย ไม่อย่างนั้น...”
จิ่งจี้ย่าพูดไม่จบประโยค แต่ต่อให้เป็นคนโง่ก็เข้าใจความหมายของเขาได้ หานเซิ่นยิ้มแล้วกล่าวว่า “จิ่งจี้อู่ไม่ได้สั่งสอนน้องชายให้ดี ดังนั้นฉันจะช่วยสั่งสอนแทนนายในฐานะเพื่อนที่ดีก็แล้วกัน”
จิ่งจี้ย่ารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่ได้โต้ตอบ ในเมื่อหานเซิ่นตกลงรับคำท้าแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำก็คือการเอาชนะหานเซิ่น การชนะด้วยคำพูดนั้นไม่มีประโยชน์
จิ่งจี้ย่าคิดเสมอว่าการเอาชนะหานเซิ่นเท่านั้นที่จะล้างแค้นให้พี่ชายของเขาได้
เมื่อเห็นจิ่งจี้ย่าจากไป หานเซิ่นก็เริ่มพิจารณาเรื่องการเดินทางไปยังกลอรี่เชลเตอร์ทันที แม้ว่าเขาอาจจะยังอ่อนแอไปบ้าง แต่บางทีเขาอาจจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง
นายร้อยเพลิง, ดาบปีศาจ และคาถาเฮเรซีขั้นที่สอง สิ่งเหล่านี้อาจจะเพียงพอที่จะทำให้เขาสังหารสิ่งมีชีวิตระดับซูเปอร์ได้ และที่สำคัญที่สุดคือเจ้าเต่าดำนั่นไม่ได้รวดเร็วมากนัก ดังนั้นเขาจึงสามารถหนีออกมาได้เสมอ
“ดูเหมือนว่าฉันควรจะไป พรุ่งนี้หลังจากสั่งสอนเด็กนั่นเสร็จ ฉันจะออกเดินทางไปกลอรี่เชลเตอร์ทันที” หานเซิ่นไม่อยากพลาดโอกาสนี้ เพราะยังไงซะสิ่งมีชีวิตระดับซูเปอร์ก็หาได้ยากมากจนเขาไม่รู้ว่าจะได้เห็นตัวต่อไปเมื่อไหร่หากพลาดเต่าตัวนี้ไป
หลังจากจิ่งจี้ย่าจากไป เขาก็แพร่ข่าวว่าเขากำลังจะท้าดวลกับหานเซิ่นในวันรุ่งขึ้นที่สนามยิงธนู เพื่อที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของพี่ชายคืนมา เขาต้องการให้ทุกคนรับรู้ว่าเขาเอาชนะหานเซิ่นได้อย่างไร
จิ่งจี้ย่าถึงกับคิดประโยคที่จะพูดหลังจากชนะหานเซิ่นไว้แล้วว่า “แม้ว่านายจะเก่งพอตัว แต่นายก็ยังเทียบอะไรไม่ได้กับฉัน และยิ่งเทียบไม่ได้เลยกับพี่ชายของฉัน ชัยชนะครั้งเดียวนั่นมันก็แค่โชคช่วยเท่านั้นแหละ”
ในไม่ช้าคนทั้งแบล็กฮอว์กต่างก็รู้เรื่องการดวลกัน เกือบทุกคนที่ได้ยินข่าวต่างก็รู้สึกตื่นเต้น
หานเซิ่นคือตำนานของแบล็กฮอว์ก ส่วนจิ่งจี้ย่าก็เป็นปีศาจอีกตนที่เจริญรอยตามพี่ชายของเขา ดังนั้นการดวลของพวกเขาจึงดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก
แม้แต่ศาสตราจารย์หลายคนก็ตัดสินใจที่จะมาดูหลังจากได้ยินเรื่องนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่หานเซิ่นและจิ่งจี้ย่าจะไปถึง อัฒจรรย์รอบสนามยิงธนูก็เนืองแน่นไปด้วยผู้ชม
“นายคิดว่าใครจะชนะ?”
“ก็ต้องอัจฉริยะคนนั้นอยู่แล้ว แม้แต่จิ่งจี้อู่ยังไม่ใช่คู่มือของเขา นับประสาอะไรกับจิ่งจี้ย่า” นักศึกษารุ่นพี่ที่เคยเห็นความแข็งแกร่งของหานเซิ่นส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนเขา
“ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะ พวกนายก็เห็นสถิติของจิ่งจี้ย่าแล้ว ซึ่งน่าจะดีกว่าจิ่งจี้อู่ตอนที่ยังเรียนอยู่ด้วยซ้ำ หานเซิ่นชนะจิ่งจี้อู่ได้เพราะโชคช่วย และเขาก็ไม่ได้ทำอะไรโดดเด่นเลยในช่วงสองปีที่ผ่านมา ฉันเกรงว่าเขาจะแพ้จิ่งจี้ย่าเอาได้...”
ในหมู่เด็กปีหนึ่ง มีคนสนับสนุนจิ่งจี้ย่ามากกว่า โดยเฉพาะพวกผู้หญิง หน้าตาที่ดีของจิ่งจี้ย่าทำให้เขาได้รับความนิยมอย่างมาก
“อาจารย์เฉิน คุณก็มาดูการดวลด้วยเหรอคะ?” สือถูเซียงมองไปที่เฉินหลิงด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ค่ะ หานเซิ่นเคยเป็นตัวแทนของสมาคมศิลปะการต่อสู้ ฉันเลยมาให้กำลังใจเขาค่ะ” เฉินหลิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“มานั่งกับฉันสิ ตรงนี้วิวดีกว่า” สือถูเซียงพาเฉินหลิงไปที่ม้านั่งของผู้ฝึกสอน
“โค้ชคะ คุณคิดว่าใครมีโอกาสชนะมากกว่ากัน หานเซิ่นหรือจิ่งจี้ย่า?” เฉินหลิงถาม
“พูดยากมาก มีหลายอย่างเกิดขึ้นกับหานเซิ่นในช่วงสองปีที่ผ่านมา และฉันบอกได้เลยว่าจิ่งจี้ย่าก้าวข้ามพี่ชายของเขาไปแล้ว” สือถูเซียงตอบพร้อมรอยยิ้มขมขื่น
เฉินหลิงรู้ว่าโค้ชกำลังสื่อถึงอะไร เธอจึงพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรอีก
เพื่อนร่วมห้องของหานเซิ่นก็มาเชียร์เขาเช่นกัน และหวังเหมิงเหมิงก็มากับพวกเขาด้วย อย่างไรก็ตาม อัฒจรรย์เต็มมากจนพวกเขาต้องยืนดู
“หานเซิ่นจะชนะไหม? เด็กจิ่งจี้ย่านั่นไม่ธรรมดาเลยนะ” สือจื้อคังกล่าวพร้อมขมวดคิ้ว เขาเคยเห็นการแข่งขันของจิ่งจี้ย่า และเด็กนั่นก็มีความสามารถมากจริงๆ
จิ่งจี้ย่าอยู่แผนกยิงธนูด้วยเช่นกัน ดังนั้นสือจื้อคังจึงเคยแข่งกับเขามาแล้วสองสามครั้ง สือจื้อคังรู้สึกถึงความกดดันเมื่อเผชิญหน้ากับจิ่งจี้ย่ามากกว่าตอนที่เขาเจอจิ่งจี้อู่เสียอีก
จางหยางและลู่เหมิงไม่ได้พูดอะไร ความจริงแล้วพวกเขาทั้งคู่เคยสู้กับจิ่งจี้ย่าและพ่ายแพ้อย่างยับเยินมาแล้ว พวกเขารู้สึกเหมือนกับสือจื้อคัง นั่นคือจิ่งจี้ย่าน่าเกรงขามยิ่งกว่าจิ่งจี้อู่เสียอีก
“พี่หานจะชนะแน่นอนค่ะ” หวังเหมิงเหมิงเป็นแฟนคลับตัวยงของหานเซิ่นและเชื่อมั่นในตัวเขาเสมอมา
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.