ตอนที่ 500
482 / 1532
อ่าน 21 นาที
Chapter 500 - The Outstanding Youth
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 19:23
Chapter 500 เยาวชนผู้โดดเด่น
พวกเขาตระหนักได้แล้วว่าซูผิงไม่ได้พูดเล่น เขาตั้งใจจะขายอสูรราชาพวกนั้นจริง ๆ! อสูรราชา... แม้แต่ยอดฝีมือผู้ใช้สัตว์อสูรระดับตำนานยังยากจะจับอสูรราชามาได้ แต่ซูผิงกลับนำอสูรราชาออกมาวางขาย! ซูผิงไปเอาอสูรราชาจำนวนมากขนาดนี้มาจากไหน? เขาจับพวกมันได้ในป่าอย่างนั้นหรือ?
"คุณ... คุณซู อสูรราชาราคาเท่าไหร่หรือครับ?" ผู้นำตระกูลเย่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ คนอื่น ๆ ต่างก็นึกถึงเรื่องเงินขึ้นมาได้เช่นกัน
อสูรราชาเป็นของที่ประเมินค่าไม่ได้! หากพวกเขาต้องจ้างวานยอดฝีมือผู้ใช้สัตว์อสูรระดับตำนานจากหอคอยให้มาช่วยจับสักตัว พวกเขาคงต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาล ซึ่งอาจหมายถึงทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเลยทีเดียว! "ไม่เกินสองร้อยล้าน" ซูผิงตอบ เขาตระหนักดีว่าอสูรราชาทรงคุณค่าเพียงใด ในขณะเดียวกันเขาก็คุ้นเคยกับราคาที่ "เป็นมิตร" ซึ่งระบบเป็นคนกำหนดมา เขาคงจะรู้สึกเสียดายกับราคาที่ถูกแสนถูกนี้หากเป็นวันอื่น แต่ไม่ใช่วันนี้ การขายอสูรราชาเพื่อให้ผู้นำตระกูลต่าง ๆ ปกป้องเมืองได้ดีขึ้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด อีกอย่าง ราคาต่ำเตี้ยพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกติสำหรับเขาไปแล้ว เขากำลังได้เงินต้นคืน เพราะการฟักไข่แต่ละครั้งใช้พลังงานเพียงหนึ่งล้านแต้ม หรือก็คือหนึ่งร้อยล้านเหรียญดารา
เขาอาจทำกำไรได้บ้างจากอสูรราชาเหล่านั้น แต่เขาก็ต้องขาดทุนกับสัตว์อสูรอีกสองตัวที่เป็นระดับเก้าขั้นสูงสุด สรุปแล้วรายรับและรายจ่ายก็หักลบกันไป
บรรดาผู้นำตระกูลมองหน้ากันด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก ซูผิงไม่ได้ขาย แต่นี่มันเหมือนเขากำลังแจกอสูรราชาให้ฟรี ๆ มากกว่า! "คุณซู..." ฉินตูหวงต้องการจะขอบคุณแต่ก็ชะงักไปเมื่อคิดได้ว่าคำขอบคุณด้วยวาจาคงไม่เพียงพออีกต่อไป เขาจ้องมองชายหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ "คุณซู หากในอนาคตมีสิ่งใดที่คุณต้องการจากตระกูลฉิน แค่บอกมา ผมฉินตูหวงจะทำตามคำสั่งของคุณ!" ผู้นำตระกูลคนอื่น ๆ ต่างประหลาดใจกับคำตอบของฉินตูหวง
ฉินตูหวงเป็นยอดฝีมือผู้ใช้สัตว์อสูรระดับฉายาอาวุโสผู้สร้างชื่อเสียงมามากมายในเขตย่อย เขาเป็นที่รู้จักในนาม "วิญญาณคลุ้มคลั่ง" (Raging Spirit)! เขาเคยเป็นยอดฝีมือผู้ใช้สัตว์อสูรระดับฉายาที่โดดเด่นและน่าเกรงขามไม่แพ้ "อาวุโสคมดาบ" เลยแม้แต่น้อย
ทำไมเขาถึงพูดกับซูผิงด้วยความเคารพเช่นนี้? เพียงเพราะความขอบคุณอย่างนั้นหรือ?
มู่เป่ยไห่รู้จักกับฉินตูหวงมานานที่สุด เขารู้สึกได้ว่าในคำตอบนั้นมีนัยยะสำคัญแฝงอยู่ ชายชราผู้นี้หยิ่งทะนงเกินกว่าจะมาอ่อนน้อมถ่อมตนเพียงเพราะได้รับอสูรราชาตัวเดียว
"คุณฉิน คุณถ่อมตัวเกินไปแล้ว" ซูผิงกล่าว
ฉินตูหวงไม่ได้กล่าวอะไรต่อ ซูผิงจะยอมรับข้อเสนอของเขาหรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะรักษาคำพูด เขาจ้องมองไปยังเหล่าอสูรราชาและตัดสินใจเลือกแมงป่องยักษ์ที่อยู่ตรงหน้า "คุณซู ผมขอตัวนี้ได้ไหมครับ?" "ไม่มีปัญหา" "ขอบคุณครับ"
ฉินตูหวงพยักหน้า ราคาของแมงป่องพายุคือหนึ่งร้อยหกสิบสามล้านเหรียญดารา ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับความสามารถในการต่อสู้ ซูผิงบอกให้ฉินตูหวงทำพันธสัญญาหลังจากจ่ายเงินเสร็จ ผู้นำตระกูลคนอื่น ๆ ต่างอิจฉาเล็กน้อยที่เห็นฉินตูหวงก้าวเข้าไปหาอสูรราชาเพื่อเริ่มกระบวนการทำพันธสัญญา นั่นมันอสูรราชานะโว้ย! ยอดฝีมือระดับฉายาที่มีอสูรราชา กับคนที่ไม่มีน่ะ มันคนละเรื่องกันเลย!
ผู้นำตระกูลเย่และโจวเทียนหลินที่ยืนอยู่หลังฉินตูหวงต่างตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
พวกเขาทั้งคู่ต่างก็อยู่ระดับฉายาขั้นสูงสุด แต่ก็แค่เฉียดฉิวเท่านั้น พวกเขาไม่ได้ทรงพลังนักเมื่อเทียบกับยอดฝีมือระดับฉายาคนอื่น ๆ มีหลายคนที่สามารถข่มขู่พวกเขาได้เมื่ออยู่นอกฐานเมืองหลงเจียง อย่างไรก็ตาม หากได้อสูรราชามาครอบครอง พวกเขาก็อาจเทียบชั้นได้กับคนอย่างอาวุโสคมดาบ!
พวกเขาสามารถเก่งกาจยิ่งกว่านั้นได้ด้วยซ้ำ! หลิวเทียนจงและมู่เป่ยไห่พยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่แสดงความอิจฉาออกมา พวกเขากำลังถูกความริษยากัดกินใจ พวกเขานึกเสียใจที่ตัดสินใจอพยพออกไปตั้งแต่แรก หากพวกเขาไม่ทำอย่างนั้น บางทีซูผิงอาจจะยังคงให้พวกเขาเลือกได้ตามกฎ "ใครมาก่อนได้ก่อน"! พวกเขาคงมีโอกาสได้ครอบครองอสูรราชาไปแล้ว แต่โอกาสนั้นถูกทำลายลงเพราะการตัดสินใจของพวกเขาเอง
พวกเขารู้สึกเสียดายจนหัวใจสั่นไหว
ฉินตูหวงทำพันธสัญญาเสร็จสิ้นในเวลาไม่นาน มันราบรื่นมาก เขามีระดับพลังฉายาขั้นสูงสุด การควบคุมอสูรราชาในระดับมหาสมุทรไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา ในขณะที่อสูรราชาในระดับความว่างเปล่านั้นอาจทำลายจิตใจของเขาได้! "กลับมา!"
แมงป่องพายุยักษ์ถูกดูดหายเข้าไปในวงแหวนแสง จากนั้นฉินตูหวงก็ออกคำสั่งอีกครั้งและอสูรราชาตัวนั้นก็ปรากฏตัวออกมาอีกรอบ ฉินตูหวงไม่อาจเก็บความตื่นเต้นไว้ได้ เขาบินขึ้นไปบนหัวของแมงป่องพายุ ยืนต้านลมอยู่บนนั้น ในชั่วขณะหนึ่งดูเหมือนว่าเขาได้ฟื้นคืนความหลงใหลและพลังของความหนุ่มสาวกลับมาอีกครั้ง!
เขากำลังยืนอยู่บนหลังอสูรราชา! เขาโหยหาสิ่งนี้มานานแสนนาน! เขาเคยคิดว่าจะทำความฝันให้เป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมือระดับตำนานเท่านั้น ช่างเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดคิดจริง ๆ
วูบ!
ฉินตูหวงกระโดดลงจากหัวของแมงป่องพายุด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยพลังและสง่างาม เขาประสานมือแล้วกล่าวว่า "คุณซู ขอบคุณมากครับ!"
ซูผิงพยักหน้า "มันเชื่องกับคุณดีไหม?"
"มีอารมณ์ดื้อรั้นอยู่นิดหน่อย แต่ผมจัดการได้ครับ" ฉินตูหวงตอบ
เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความดุร้ายของแมงป่องพายุผ่านสายสัมพันธ์ของพันธสัญญา แต่ความดุร้ายนั้นไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เขา ทั้งสองจะเป็นมิตรต่อกันด้วยพลังของพันธสัญญา ตราบเท่าที่เขาไม่ทารุณสัตว์อสูรตัวนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น มู่เป่ยไห่และหลิวเทียนจงยิ่งอิจฉาหนักกว่าเดิม ทั้งคู่กำหมัดแน่นจนนิ้วแทบหัก!
ความเสียดาย! โจวเทียนหลินแทบทนรอไม่ไหว "คุณซู ผมขอเลือกบ้างได้ไหมครับ?" เขาถาม "ได้สิ"
ซูผิงพยักหน้า โจวเทียนหลินดีใจจนตัวสั่นและตัดสินใจเลือกทันที เขาเลือกสิงโตเพลิงจากยุคโบราณ อสูรราชาที่มีสายเลือดผสมระหว่างปีศาจและตระกูลไฟ สัตว์อสูรตัวนี้สามารถใช้ทักษะได้ทั้งสองแบบ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับไฟ
ราคาอยู่ที่หนึ่งร้อยสี่สิบสามล้านเหรียญดารา หรือเท่ากับ 1.43 ล้านแต้มพลังงาน ซูผิงพยักหน้าให้เขาหลังจากโจวเทียนหลินจ่ายเงิน เขาพุ่งตัวไปหาสิงโตเพลิงทันทีเพื่อทำพันธสัญญา
หลิวเทียนจงและมู่เป่ยไห่ไม่สามารถทำสีหน้าสงบนิ่งได้อีกต่อไปหลังจากโจวเทียนหลินเลือกอสูรราชาตัวถัดไป อสูรราชาตัวสุดท้ายจะต้องตกเป็นของผู้นำตระกูลเย่ เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเพราะเขาชอบแมงป่องพายุที่ฉินตูหวงเลือกไปมากกว่า เพราะเห็นได้ชัดว่าอสูรราชาตัวนั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาทั้งหมด แต่เนื่องจากฉินตูหวงเลือกไปแล้ว ผู้นำตระกูลเย่จึงต้องจำใจรับอสูรราชาตัวสุดท้ายไป หลังจากเขาเหลือบมองหลิวเทียนจงและมู่เป่ยไห่ ความไม่พอใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเหนือกว่า มู่เป่ยไห่และหลิวเทียนจงไม่ได้พูดอะไร หากพวกเขาสามารถซื้อสัตว์อสูรระดับเก้าขั้นสูงสุดก่อนหน้านี้ได้ พวกเขาคงจะรู้สึกดีกว่านี้มาก อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเขาไม่รู้สึกยินดีแม้แต่น้อย ความเปรียบเทียบนั้นช่างน่าเจ็บปวด แต่พวกเขาก็ไม่ได้แสดงความโกรธออกมาและกล่าวขอบคุณซูผิงเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ
ซูผิงไม่สนใจว่าหลิวเทียนจงและมู่เป่ยไห่จะคิดอย่างไร เขามีอสูรราชาจำกัดและยังไงก็ต้องมีคนที่พลาดหวัง เขาไม่สามารถมอบอสูรราชาให้ทุกคนได้
"ผมฝากเรื่องปกป้องเมืองฐานที่มั่นไว้กับพวกคุณด้วย ไปเถอะ" สัตว์อสูรทั้งหมดถูกขายไปหมดแล้ว ผู้นำตระกูลต่างขอบคุณซูผิงอีกครั้งและรีบจากไปทันที สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรับมือกับกองทัพสัตว์อสูรที่กำลังจะมาถึง ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์นี้ ซูผิงกลับเข้าไปในร้านและตรวจสอบแต้มพลังงานหลังจากพวกเขาจากไป ตอนนี้เขามีพลังงานเกือบห้าล้านแต้มแล้ว! อสูรราชาทั้งสามตัวรวมกันทำให้เขาได้พลังงานเกือบสี่ล้านแต้ม ส่วนสัตว์อสูรระดับเก้าขั้นสูงสุดอีกสองตัวทำให้เขาได้มาอีกกว่าเก้าแสนแต้ม! ซูผิงนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาสามารถใช้สี่ล้านแต้มพลังงานนี้สุ่มอสูรอีกรอบ! หากเขาได้อสูรราชามาอีกตัว เขาก็สามารถนำไปขายแล้วนำแต้มพลังงานที่ได้กลับมาฟักไข่ใหม่ได้อีก! ตามทฤษฎีแล้ว หากดวงเข้าข้าง เขาสามารถวนลูปกระบวนการนี้และจะมีอสูรราชาขายได้ตลอดไป! แน่นอนว่านั่นคือกรณีที่เขาดวงดีพอ ยังไงเสียเขาก็ใช้ไปแล้วเจ็ดล้านแต้ม จะเพิ่มอีกสี่ล้านจะเป็นไรไป? ลองอีกสักตั้ง! ซูผิงตรงไปที่ห้องฟักไข่และเริ่มกระบวนการโดยไม่ลังเล
สัตว์อสูรตัวแรกออกมา เป็นระดับเก้าขั้นสูงสุด
เขาลองอีกครั้ง ตัวที่สองเกิดมา มันเป็นลูกอสูรราชาที่สามารถเติบโตไปถึงระดับความว่างเปล่าได้! อสูรราชาตัวนี้อย่างน้อยต้องขายได้สองถึงสามล้านแต้มพลังงานเมื่อมันโตขึ้น! โชคร้ายที่เขาขายตอนนี้ไม่ได้ เขาต้องเก็บมันไว้ก่อน เขาลองอีกครั้ง ตัวที่สามเป็นอสูรราชา! มันเป็นสัตว์อสูรที่มีพลังต่อสู้ถึง 11.2!
อสูรราชาตัวนี้มาจากยุคโบราณ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก มันสามารถรับมือกับสัตว์อสูรระดับเก้าได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้เก่งกาจเท่าอสูรราชาตัวอื่น ๆ
มันคือแมลงดาบเขียว (Green Blade Bug) ที่สูงเพียงสี่ถึงห้าเมตร เหมือนแมลงปอขนาดยักษ์
"นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นอสูรราชาตัวเล็กขนาดนี้ สงสัยเจ้าตัวนี้คงเป็นหนึ่งในแมลงที่อ่อนแอที่สุดในยุคโบราณแน่ ๆ" ซูผิงรำพึงกับตัวเอง
การลองครั้งที่สี่ตามมา
สิ่งที่น่าผิดหวังคือตัวที่สี่เป็นลูกอสูรที่มีสายเลือดระดับเก้า
"ดวงซวยจริง ๆ รอบนี้ เจ้าแมลงดาบเขียวนี่เป็นตัวเดียวที่พอจะใช้ประโยชน์ได้" ซูผิงอุทานในใจ
สัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ลูกสัตว์อสูรเหล่านี้มีมูลค่าสูงกว่า เพราะสามารถฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการมานั่งสอนเด็กใหม่ ฉันต้องขายแมลงดาบเขียวตัวนี้ให้ใครสักคน
ซูผิงนึกถึงนายกเทศมนตรี แต่ท่านนายกคงไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงกลางสนามรบ จากนั้นเขาก็นึกถึงอาวุโสคมดาบ
เขารีบโทรหาทันที
"ผู้ท้าทายโชคชะตา" อาวุโสคมดาบเรียก ซูผิงรู้สึกไม่สบายใจกับชื่อนั้นเลยตอบไปว่า "เรียกผมว่าคุณซูเหมือนเดิมก็ได้ครับ ผมมีสัตว์อสูรจะขาย สนใจไหม?" "สัตว์อสูรหรือ?" อาวุโสคมดาบถาม "ตัวอะไรล่ะ? ฉันว่าโควตาของฉันเต็มหมดแล้ว ถ้าจะเอา ต้องยกเลิกพันธสัญญากับตัวใดตัวหนึ่งก่อน"
"ช่างเถอะ" ซูผิงต้องล้มเลิกความคิดที่จะขายให้อาวุโสคมดาบ
ในระหว่างยกเลิกพันธสัญญา ผู้ใช้สัตว์อสูรจะอยู่ในสภาวะอ่อนแอ ซึ่งทำได้เพียงใช้ปากโต้ตอบเท่านั้น สถานการณ์ตอนนี้วิกฤตเกินกว่าจะทำให้อาวุโสคมดาบอยู่ในสภาวะนั้นได้
"หือ?"
อาวุโสคมดาบแปลกใจที่ถูกปฏิเสธอย่างเด็ดขาดเช่นนั้น
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นสัตว์อสูรอะไร ถ้ามันหายากพอ เขาก็ยอมยกเลิกพันธสัญญาหนึ่งตัว!
ซูผิงวางสายโดยไม่อธิบาย
เขานึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกตัวเลือกหนึ่ง นั่นคืออู๋กวนเซิง! คนที่อยู่ระดับฉายาขั้นสูงสุดซึ่งเคยถูกเขาบังคับให้สอนทักษะการรักษาแก่ซูหลิงเยว่
เขาคืออาจารย์ของซูหลิงเยว่! ซูผิงเคยเรียกอู๋กวนเซิงมาช่วยรับมือกับกองทัพสัตว์อสูร และอู๋กวนเซิงก็ได้มาจริง ๆ อู๋กวนเซิงเคยไปทานอาหารที่บ้านเขาหลายครั้ง ซูผิงจึงรู้สึกดีกับเขาและกดโทรออกทันที
"ท่านอู๋?"
"ผู้ท้าทายโชคชะตา?" แม้จะงุนงงกับชื่อเรียกที่ได้ยิน แต่อู๋กวนเซิงก็ยังตอบรับด้วยความเคารพ
เขาได้ยินเรื่องวีรกรรมของซูผิงที่ลีกความเป็นเลิศมาแล้ว แม้เขาจะไม่ได้ไปอยู่ที่นั่นด้วยตัวเอง แต่เขาก็รับข้อมูลข่าวสารได้ดีพอที่จะรู้เรื่องทั้งหมด
"คุณยังมีโควตาว่างสำหรับสัตว์อสูรไหม?"
"มีครับ ผมเหลือที่ว่างสองที่" อู๋กวนเซิงตอบ เขาค่อนข้างเข้มงวดในการเลือกสัตว์อสูร ดังนั้นเขาจึงทำพันธสัญญาไว้เพียงเจ็ดตัวเท่านั้น เขาไม่ชอบการต่อสู้นัก จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มพลังต่อสู้มากนัก เพราะจุดเน้นของเขาคือทักษะการรักษา ซูผิงดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น "ดีเลย ผมมีอสูรราชาตัวหนึ่ง สนใจไหม?" "อสูร... ราชา?" อู๋กวนเซิงไม่อยากจะเชื่อหู "คุณเพิ่งพูดว่าอสูรราชาใช่ไหม?" "ใช่ครับ อสูรราชา แต่อ่อนแอหน่อยนะ" ซูผิงเสริม
อู๋กวนเซิงกลืนน้ำลาย อ่อนแอ? อสูรราชาตัวไหนบ้างที่อ่อนแอ? อสูรราชาทุกตัวต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าเกรงขามทั้งนั้น!
"เอาครับ! เอา!" อู๋กวนเซิงตะโกน เขาเป็นคนเลือกมากก็จริง แต่ไม่ใช่กับอสูรราชา! เขาไม่สนหรอกว่าอสูรราชาจะอ่อนแอหรือไม่ ตราบใดที่มันอยู่ในระดับนั้น มันย่อมช่วยให้เขาจัดการกับสัตว์อสูรระดับเก้าเหล่านั้นได้ "ดี งั้นมาที่ร้านผมเลย" ซูผิงกล่าว "จะรีบไปเดี๋ยวนี้!" ไม่กี่นาทีต่อมา อู๋กวนเซิงผู้มีพุงพลุ้ยก็มาถึงร้านของซูผิง เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทันทีที่เข้ามาข้างในแล้วถามซูผิงว่า "ผู้ท้าทายโชคชะตา คุณมีอสูรราชาขายจริง ๆ เหรอครับ?"
อู๋กวนเซิงสงสัยว่าซูผิงล้อเขาเล่นหรือเปล่าตอนที่เขากำลังเดินทางมา แต่เขาก็ไม่คิดว่าซูผิงจะมีอารมณ์มาทำแบบนั้นในเวลาวิกฤตแบบนี้
ซูผิงเรียกแมลงดาบเขียวออกมาโดยไม่อธิบายอะไร แมลงดาบเขียวมีขนาดเล็กพอที่จะปรากฏตัวในร้านได้ คนทั่วไปแทบไม่คิดเลยว่าสัตว์อสูรตัวจิ๋วขนาดนั้นจะเป็นอสูรราชา!
"นั่น..."
อู๋กวนเซิงสะดุ้งเมื่อเห็นแมลงดาบเขียว ความรู้สึกดิบเถื่อนและโหดร้ายจากแมลงตัวจ้อยนั้นแผ่ซ่านเข้ามาในประสาทสัมผัสของเขา
เขาแทบจะบรรยายความรู้สึกไม่ได้ แต่สิ่งที่สัมผัสได้ชัดที่สุดคือความหนาวสั่นด้วยความกลัว
อสูรราชา! นี่มันอสูรราชาชัด ๆ! ถึงแม้มันจะตัวเล็กกว่าปกติ แต่เขามั่นใจแน่
"คุณ... คุณตั้งใจจะขายอสูรราชาตัวนี้ให้ผมจริง ๆ เหรอ?" อู๋กวนเซิงถามย้ำ ซูผิงพยักหน้า "จ่ายมาหนึ่งร้อยล้าน ทำพันธสัญญาแล้วเอามันไปได้เลย" "..." อู๋กวนเซิงพูดไม่ออก แค่หนึ่งร้อยล้าน? ซูผิงพูดราวกับว่ากำลังขายของที่หาได้ตามข้างทาง แต่นี่มันคืออสูรราชาเลยนะ! "แน่ใจนะ?"
อู๋กวนเซิงขอความมั่นใจจนซูผิงเริ่มจะหมดความอดทน ในที่สุดอู๋กวนเซิงก็จ่ายเงินและรีบทำพันธสัญญาโดยมีซูผิงเป็นพยาน จนถึงตอนนี้ อู๋กวนเซิงจึงมั่นใจอย่างที่สุดว่าเขาได้ครอบครองอสูรราชาแล้ว! และเขาจ่ายไปแค่หนึ่งร้อยล้าน! อู๋กวนเซิงพอจะทราบแนวทางความสามารถของสัตว์อสูรตัวนี้ผ่านสายสัมพันธ์พันธสัญญาแล้ว เขาคงต้องทดสอบอะไรเพิ่มเติมอีกหน่อย
"จำไว้ว่าการปกป้องชีวิตตัวเองสำคัญที่สุด" ซูผิงบอกอู๋กวนเซิง ซูผิงขอให้อู๋กวนเซิงมาช่วย แต่เขาก็ไม่อยากเห็นใครที่ตอบรับคำเชิญต้องมาตายในศึกครั้งนี้ หากสู้ศัตรูไม่ได้ ซูผิงหวังว่าพวกเขาจะเอาชีวิตรอดก่อนเป็นอันดับแรก อู๋กวนเซิงรู้สึกซาบซึ้งใจมาก เขาตอบอย่างจริงจังว่า "ผู้ท้าทายโชคชะตา ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะทำเต็มที่แน่นอน ในเมื่อมาที่นี่แล้ว ไม่ว่าที่นี่จะเป็นฐานเมืองหลงเจียงหรือที่ไหน ผมจะช่วยทุกทางที่ทำได้!"
เขายินดีที่จะมาที่นี่ ไม่ใช่แค่เพราะซูผิงเท่านั้น แต่เขาก็ไม่อยากเห็นผู้คนมากมายต้องมาตายอย่างเปล่าประโยชน์ด้วยน้ำมือของสัตว์อสูร
พวกเขาล้วนเป็นมนุษย์!
เป็นคนเหมือนกัน!
หากมนุษย์ไม่ช่วยเหลือกันเองแล้วจะไปหวังพึ่งใคร? อู๋กวนเซิงได้ติดต่อไปยังเพื่อน ๆ ระหว่างทางมาฐานเมืองหลงเจียงด้วย แต่บางคนก็สติแตกทันทีที่ได้ยินชื่อ "ราชาสวรรค์ต่างโลก" พวกเขาปฏิเสธเขาและเตือนไม่ให้ยุ่งเรื่องนี้
เขาไม่ได้ตำหนิพวกนั้น เขาสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่อยากมา ใครบ้างล่ะที่ไม่กลัวตาย?
"ผู้ท้าทายโชคชะตา ไว้เจอกันครับ" อู๋กวนเซิงกล่าวลา
ซูผิงพยักหน้า
ซูผิงยืนอยู่ที่หน้าประตูหลังจากอู๋กวนเซิงจากไป เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นเมฆดำทะมึนกำลังคืบคลานเข้ามาที่ขอบฟ้า เขาเริ่มเป็นกังวล
ครั้งนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังกลัว หากราชาสวรรค์ต่างโลกอยู่ในระดับชะตากรรมจริง ๆ ต่อให้เป็นเขา ก็อาจจะเอาชนะมันไม่ได้ นั่นอาจเป็นจุดจบของฐานเมืองหลงเจียง! ถ้าเมืองแตก สัตว์อสูรพวกนั้นก็จะมาถึงที่นี่ไม่ช้าก็เร็ว ร้านนี้จะเป็นแนวป้องกันสุดท้าย น่าเสียดายที่ในร้านจุคนได้ไม่มาก แต่ถ้าราชาสวรรค์ต่างโลกมาถึงที่นี่ ร้านนี้ก็จะเป็นที่ฝังศพของมัน! ซูผิงกล่าวกับตัวเอง เขาคิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดและไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ราชาสวรรค์อาจจะถูกกำจัดที่นี่หลังจากทำลายทุกอย่างจนพินาศ แต่ตอนนั้นฐานเมืองก็คงสูญเสียไปหมดแล้ว เมืองอาจสร้างใหม่ได้ แต่จะมีคนตายไปเท่าไหร่กัน?
ในขณะเดียวกัน
เซี่ยจินสุ่ยได้จัดตำแหน่งให้เหล่านักรบที่มาสนับสนุนฐานเมืองหลงเจียงแล้ว
เหล่านักสำรวจปรากฏตัวมาเป็นกลุ่มหรือเป็นยอดฝีมือผู้ใช้สัตว์อสูรระดับฉายาที่มาเดี่ยว ๆ บางตระกูลที่ทำธุรกิจร่วมกับฐานเมืองหลงเจียงก็ได้ส่งกองกำลังเสริมมาด้วย
เซี่ยจินสุ่ยพูดไม่ออกเลยว่าจะขอบคุณอย่างไรให้เพียงพอ
ด้วยความร่วมมือที่เหมาะสม กองกำลังเสริมเหล่านี้มีพลังเทียบเท่ากับหนึ่งตระกูลใหญ่ครึ่งหนึ่งของฐานเมืองหลงเจียงเลยทีเดียว!
มียอดฝีมือระดับฉายามากกว่าสิบคนอยู่ที่นี่! นอกจากอาวุโสคมดาบและอู๋กวนเซิงที่ซูผิงเชิญมาแล้ว ยังมียอดฝีมือระดับฉายาขั้นสูงสุดอีกสองคนปรากฏตัวขึ้นด้วยความสมัครใจ! พวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือชื่อดังทั้งสิ้น! ยังมีนักรบผู้ใช้สัตว์อสูรระดับสูงอีกนับพันที่เดินทางมาให้การสนับสนุน! คนที่ยอมเดินทางมาเสี่ยงตายเพื่อช่วยฐานเมือง ทั้งที่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอสูรราชา ต่างเป็นวีรบุรุษและวีรสตรีทั้งสิ้น พวกเขาอาจจะดูอ่อนแอเมื่อเทียบกับสัตว์อสูรเหล่านั้น แต่ไม่มีใครถอยหนีต่อความเสี่ยงเลย!
เซี่ยจินสุ่ยเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขาได้กระจายกำลังคนเหล่านั้นไปป้องกันทั้งสี่ด้าน เพื่อช่วยเหลือนักรบและตระกูลท้องถิ่นในการหยุดยั้งสัตว์อสูร
ในขณะที่เหล่านักรบเข้าประจำตำแหน่ง เซี่ยจินสุ่ยก็ยังคงจัดการการอพยพฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง
สองชั่วโมงผ่านไป
ฐานเมืองหลงเจียงทั้งเมืองกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างเร่งรีบไปยังตำแหน่งของตนหรือทำตามแผนที่วางไว้
แทบไม่เห็นผู้คนบนท้องถนน ประชาชนส่วนใหญ่ได้ออกจากสำนักงานไปหมดแล้ว อาคารสำนักงานที่ปกติจะเต็มไปด้วยผู้คนบัดนี้ว่างเปล่า ประชาชนส่วนใหญ่ไปหลบภัยอยู่ในที่กำบังตามจุดต่าง ๆ
บางคนไม่มีที่ไป ก็ได้แต่นั่งภาวนาอยู่ในบ้าน ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความกลัวและความตื่นตระหนก ในขณะเดียวกัน พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนจากจุดที่ห่างออกไปหลายร้อยไมล์จากฐานเมืองหลงเจียง ยอดฝีมือระดับฉายาบางคนที่ออกไปรวบรวมข้อมูลข้างนอกกำลังรักษาความปลอดภัยด้วยการทิ้งระยะห่างจากสัตว์อสูรในขณะที่ส่งข้อมูลอัปเดตกลับมาที่ฐานเมือง ในอัตรานี้ อีกไม่ถึงสองชั่วโมง สัตว์อสูรก็จะมาถึง!
ที่ร้านของซูผิง
เจ้าหน้าที่รัฐบางคนกำลังติดตั้งอุปกรณ์ในร้านของเขา อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้เขารู้สถานการณ์รอบเมืองแบบเรียลไทม์
เขาจะได้ออกไปช่วยจุดไหนที่ต้องการความช่วยเหลือได้ทันท่วงที
ถ้าราชาสวรรค์มาถึงที่นั่น เขาจะได้รับข้อมูลทันที
เขารออยู่ในร้าน
เขาไม่ได้อยู่แนวหน้าและไม่ได้ยืนอยู่บนกำแพงเมือง แต่เขากลับกังวลยิ่งกว่าใคร
เขารู้ดีว่าแม้เขาจะต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนและตายมาหลายครั้งในสถานที่ฝึกฝน แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกประหม่าขนาดนี้มาก่อน หากครั้งนี้เขาตาย เขาจะไม่มีวันฟื้นกลับมาอีก! และจะมีผู้คนอีกนับไม่ถ้วนที่ต้องตาย! "ท่านค่ะ" จงหลิงถงอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ชะงักไป วันนี้เกิดเรื่องราวมากมายเกินไป เธอตกตะลึงเมื่อเห็นซูผิงขายอสูรราชา และเธอก็เริ่มเป็นห่วงเพราะซูผิงมีคิ้วที่ขมวดแน่นด้วยความกังวล
ถังหรูเยียนนั่งอยู่บนโซฟาเงียบ ๆ
เธอเป็นผู้ใหญ่กว่าจงหลิงถงและรู้เรื่องราวดีกว่า ชื่อของ "ราชาสวรรค์ต่างโลก" ทำให้เธอสิ้นหวัง
เธอนึกไม่ออกเลยว่าซูผิงกำลังคิดอะไรอยู่
ในใจของเธอบอกว่าซูผิงบ้าบอมากที่เลือกจะอยู่ที่นี่ต่อ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ฐานเมืองหลงเจียงคือบ้านของซูผิง และคนเราไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ควรทิ้งบ้านของตัวเอง
ความเงียบในร้านถูกทำลายลงด้วยเสียงบางอย่าง
ซูผิงเงยหน้าขึ้น เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏอยู่ตรงหน้า "พวกเธอ?" ซูผิงประหลาดใจ
เขาเห็นซูหยานอิง เย่ห้าว และนักเรียนคนอื่น ๆ ที่เขาคุ้นเคย
พวกเขาคือลูกค้ากลุ่มแรก ๆ ของร้านสัตว์อสูรพิกซี่
"คุณซู" ซูหยานอิงกล่าว เธอหันไปมองรอบ ๆ สังเกตเห็นว่ามีพนักงานคนใหม่ในร้าน
เธอยิ้ม "คุณซู ไม่เจอกันนานเลยนะคะ"
ซูผิงถาม "ทำไมพวกเธอมาอยู่ที่นี่?" "เรากำลังจะไปแนวหน้าค่ะ ผ่านมาทางร้านคุณซู เลยคิดว่าควรแวะเข้ามาทักทายสักหน่อย" เย่ห้าวตอบ
ซูผิงตกใจกับคำตอบนี้ "แนวหน้า? พวกเธอเนี่ยนะ?"
พวกเขาไม่ใช่เด็กนักเรียนอีกต่อไปแล้ว พวกเขาเพิ่งเรียนจบ! "คุณซู ไม่มั่นใจในตัวพวกเราเหรอคะ?" ซูหยานอิงหัวเราะ "พวกเราก็เป็นคนของฐานเมืองหลงเจียงนะคะ การก้าวออกมาเมื่อบ้านเกิดกำลังเดือดร้อนคือหน้าที่ค่ะ คุณซู อย่าดูถูกพวกเรานะ... หรือถ้าคุณจะดูถูกก็ได้ค่ะ แต่ไม่เกี่ยวกับสัตว์อสูรที่คุณฝึกให้พวกเราหรอก"
เธอกล่าวอย่างสบายอารมณ์ ซูผิงพูดอะไรไม่ออก แน่นอนว่าเขามั่นใจในสัตว์อสูรที่เขาฝึกให้ แต่พวกเขาก็เป็นแค่เด็กจบใหม่ บางคนยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ! แต่สัตว์อสูรของพวกเขาทุกตัวเทียบชั้นได้กับระดับสูง โดยเฉพาะสัตว์อสูรของเย่ห้าวและซูหยานอิง หนูสายฟ้าของซูหยานอิงเทียบได้กับสัตว์อสูรระดับแปดเลยเชียวนะ!
แต่นั่นมันหนูสายฟ้าที่อยู่แค่ระดับสามเองไม่ใช่หรือ?
แต่อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การต่อสู้ซ้อมกัน แต่นี่คือสงคราม!
สงครามระหว่างมนุษย์และสัตว์อสูร! สงครามที่อสูรราชาจะปรากฏตัวขึ้น แม้แต่ยอดฝีมือระดับฉายายังไม่กล้าการันตีว่าจะรอด ทำไมพวกเด็กหนุ่มสาวเหล่านี้ถึงอาสามากันนะ? "เราได้ยินมาว่าคุณซูจะอยู่ที่นี่ต่อ เราคิดถูกจริง ๆ ที่นับถือคุณ" เย่ห้าวกล่าว เขารู้ดีว่าไม่เหมือนกับพวกเขาที่ไม่มีทางเลือก ซูผิงเลือกที่จะหนีไปได้หากเขาต้องการ!
ยอดฝีมือระดับฉายาทุกคนสามารถหนีออกจากฐานเมืองหลงเจียงได้อย่างง่ายดาย!
การเลือกที่จะอยู่ต่อคือตัวเลือกที่ยากที่สุด!
"คุณซู ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ทำเพื่อพวกเรานะคะ" ซูหยานอิงคำนับ "เวลาเหลือน้อยแล้ว ได้ยินมาว่าสัตว์อสูรกำลังจะมาถึง เราต้องไปแล้วค่ะ" เย่ห้าวโบกมือลาซูผิง เขาเหลือบไปเห็นจงหลิงถงที่นั่งอยู่บนโซฟา "คุณซู สาวน้อยคนนี้สวยจัง ผู้ช่วยใหม่เหรอคะ?" ถังหรูเยียนทำหน้าบึ้งขณะนั่งอยู่ข้างจงหลิงถง ส่วนจงหลิงถงกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความสับสน ซูผิงเตือนพวกเขา "ถ้าต้องไปจริง ๆ อย่าทำตัวเป็นวีรบุรุษนักเลย ชีวิตของพวกเธอสำคัญที่สุด เข้าใจไหม?"
พวกเขาพยักหน้าและจากไป
ซูผิงอยากพูดอะไรมากกว่านี้ แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดเหล่านั้นลงไป
ที่ด้านตะวันออกของกำแพงเมืองด้านนอกของฐานเมืองหลงเจียง
ธงสีดำของตระกูลฉินกำลังโบกสะบัดอยู่บนกำแพงเมือง เสียงหวีดหวิวของลมปะทะธงดังสนั่น!
คำว่า "ฉิน" ที่สง่างามถูกพิมพ์อยู่บนธง
สมาชิกตระกูลฉินจำนวนมากมารวมตัวกันบนกำแพงเมือง บางคนเป็นยอดฝีมือระดับฉายาและบางคนเป็นนักรบระดับสูงรุ่นเยาว์ พวกเขาอยู่ที่นั่นพร้อมกับเหล่านักรบจากรัฐบาลและกองกำลังเสริมจากภายนอกที่เซี่ยจินสุ่ยส่งมา "ท่านพ่อ พวกมันกำลังมาแล้วครับ" ชายที่เป็นผู้นำตระกูลฉินในปัจจุบันคือฉินเฟยอวี่ บุตรชายคนรองของฉินตูหวง เขาคือคนที่จัดการธุรกิจประจำวันของตระกูลฉิน เป็นผู้นำตระกูลตัวจริง ฉินตูหวงจะออกมาก็ต่อเมื่อเป็นเรื่องสำคัญระดับคอขาดบาดตายเท่านั้น
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.