ตอนที่ 109
109 / 2257
อ่าน 7 นาที
Chapter 109 - Overtraining and Exploding
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 20:03
Chapter 109 - ฝึกเกินกำลังและระเบิดพลัง
หลินอี้ไม่ได้ใส่ใจพวกเด็กเหลือขอพวกนั้นมากนัก เพราะพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับจงผิงเลี่ยงหรือโจวรุ่ยหมิงเลยสักนิด แม้หลินอี้จะเป็นแค่นักเรียนมัธยมปลาย แต่ความไร้วุฒิภาวะที่คนเหล่านี้แสดงออกมาดูไร้สาระสิ้นดีสำหรับเขา
“นี่ นายกลับไปจัดการเรื่องใบขับขี่กับลุงฟู่ให้เรียบร้อยด้วยนะ แล้วหารถให้ตัวเองอีกสักคันด้วย ครั้งหน้าเวลาพวกเราออกไปข้างนอกจะได้ให้นายขับให้เข้าใจไหม?” เหมิงเหยาพูดพลางเหลือบมองหลินอี้ผ่านกระจกมองหลัง
“......” หลินอี้กำลังจมอยู่ในความคิด ไม่ทันได้ยินคำพูดของเหมิงเหยา เขาคิดว่าเธอคงคุยอยู่กับอวี้ซู
เหมิงเหยาไม่พอใจนักที่หลินอี้เมินเฉย “นี่ ฉันพูดด้วยนะ”
“หืม? ผมเหรอ?” หลินอี้กะพริบตาพลางมองไปที่เหมิงเหยา “คุณหนูครับ เรียกผมเหรอ?”
“ใช่สิ! ก็เรียกนายนั่นแหละ แล้วจะใครอีกล่ะ? ยัยซูเหรอ?” เหมิงเหยากำลังจดจ่ออยู่กับการขับรถ เลยหันมาถลึงตาใส่หลินอี้ไม่ได้
“อ๋อ ถ้าคุณหนูอยากจะเรียกผมว่า ‘คุณลุง’ ก็ได้นะครับ ผมไม่ถือ” หลินอี้พูดพร้อมรอยยิ้ม
“ห๊ะ?” เหมิงเหยาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจความหมายของหลินอี้ เธอเหยียบเบรกจนมิดด้วยความโมโห
“อ๊า—!!” อวี้ซูร้องลั่น เกือบจะพุ่งกระเด็นทะลุกระจกหน้า “เหยาเหยา ทำบ้าอะไรเนี่ย!”
“อา... ขอโทษที...” เหมิงเหยายิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นว่าหลินอี้ยังคงนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอตั้งใจจะแกล้งให้เขาตกใจด้วยการเบรกกะทันหัน แต่กลับกลายเป็นเกือบทำให้อวี้ซูเจ็บแทน
“หลินอี้!!” เหมิงเหยาหันมาถลึงตาใส่อย่างโกรธเคือง “ได้ยินที่ฉันพูดไหม?”
“อะไรนะ?” หลินอี้ถาม เพราะเขาไม่ได้ฟังที่เหมิงเหยาพูดก่อนหน้านี้เลย
“ช่างเถอะ......” เหมิงเหยาตัดสินใจจบแค่นั้น เธอไม่อยากต่อปากต่อคำกับหลินอี้อีก พ่อจ้างเขามา ดังนั้นเขาก็ต้องทำตามที่เธอสั่งอยู่ดี เธอไม่จำเป็นต้องไปเจรจาอะไรกับเขา
“อ๋อครับ” หลินอี้ตอบโดยไม่ได้คิดอะไรมาก คุณหนูก็คงเป็นแบบนี้แหละ ชอบหงุดหงิดกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
เหมิงเหยายังคงขุ่นเคืองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะลากอวี้ซูขึ้นไปบนห้อง เธอตัดสินใจแล้วว่าหลินอี้เป็นพวกงี่เง่า ที่ทำตัวเย็นชาและเฉยเมยทั้งที่พ่อของเธอจ้างเขามาเป็นคนคุ้มกันแท้ๆ!
แน่นอนว่าหลินอี้ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เขาคิดว่าคุณหนูวัยรุ่นก็คงเป็นแบบนี้แหละ อันที่จริงถ้าเธอทำดีกับเขาขึ้นมาสิถึงจะดูแปลก
หลังจากแปรงฟันและล้างหน้าเสร็จ เขาก็รีบกระโดดขึ้นเตียงด้วยความตื่นเต้น เขาตั้งใจจะคุยกับเจียวหยาจื่อสักหน่อย โดยหวังว่าจะได้เรียนรู้วิธีใช้พลังในแบบต่างๆ มากขึ้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะสามารถส่งผ่านพลังได้หากหยาจื่อไม่บอก
“มาแล้วรึ?” หยาจื่อพูด พลางยืนนิ่งอยู่ในพื้นที่ฝึกตนภายในหยก
“ผู้อาวุโสเจียว!” หลินอี้ร้องเรียกด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นชายชรา “ผู้อาวุโสเจียว พลังในตัวผมมันยังไงกันแน่ครับ? ทำไมผมถึงสามารถแบ่งปันมันให้กับคนอื่นได้?”
“สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างก็มีระดับพลังงานในตัว มันเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่ละชนิดดูดซับพลังงานต่างกัน อย่างเช่นมนุษย์และสัตว์จะได้รับพลังงานจากการกินอาหาร ในขณะที่พืชจะได้รับสารอาหารและน้ำจากดิน... แต่สิ่งที่เจ้าทำคือการดูดซับพลังงานจากสภาพแวดล้อมรอบตัว” หยาจื่ออธิบาย “พลังงานที่เจ้าดูดซับเข้าไปนั้นต่างจากพลังงานที่ข้าพูดถึงไปเมื่อครู่เล็กน้อย และมันค่อนข้างซับซ้อน แต่โดยเนื้อแท้แล้วพวกมันไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ เจ้าดูดซับมันเข้าไปแล้วร่างกายของเจ้าจะเปลี่ยนสภาพมันให้กลายเป็นรูปแบบที่สิ่งมีชีวิตอื่นสามารถรับได้ แน่นอนว่าพลังงานที่เจ้าดูดซับเข้าไปนี้มีผลกับตัวเจ้าพอๆ กับคนอื่น เพียงแต่มีแค่เจ้าคนเดียวที่เปลี่ยนสภาพพลังงานนี้ได้”
“หมายความว่าผมสามารถถ่ายโอนพลังงานในตัวให้คนอื่นได้ทุกเมื่อที่ต้องการเลยเหรอครับ?” หลินอี้ถามอย่างตื่นเต้น ดูจากการอธิบายแล้ว เหมือนกับว่าคนอื่นจะสามารถรับพลังงานที่เขาแบ่งปันไปได้โดยไม่ต้องฝึกฝนเลยด้วยซ้ำ
“ก็ไม่เชิงหรอกนะ” ผู้อาวุโสเจียวพูดอย่างจนใจ “อย่างน้อยก็เท่าที่ข้าเรียนรู้เกี่ยวกับขั้นแรกมา มันเป็นไปไม่ได้แน่นอน แต่ข้าไม่รู้ว่ากฎเดิมจะใช้กับขั้นอื่นด้วยไหม เพราะข้ายังไม่เห็นคัมภีร์ส่วนที่เหลือ เลยบอกไม่ได้แน่ชัด”
“แล้วสิ่งที่ผมทำไปวันนี้ล่ะครับ......” หลินอี้ถามต่อด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
“ข้าไม่ได้เพิ่งอธิบายไปหรือไง สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นเพราะร่างกายของผู้ชายคนนั้นขาดแคลนพลังงานอย่างหนัก เขาไม่มีพลังงานเพียงพอที่จะสนับสนุนการทำงานขั้นพื้นฐานของร่างกาย และเจ้าจะสามารถส่งพลังงานเข้าไปในตัวเขาได้ก็ต่อเมื่อเกิดกรณีพิเศษเช่นนั้นเท่านั้น” ผู้อาวุโสเจียวอธิบาย “ร่างกายที่ทำงานเป็นปกติจะไม่ยอมรับพลังงานที่เจ้ามอบให้หรอก เพราะมันไม่จำเป็นต้องใช้ อย่างไรก็ตาม จำไว้ว่าข้าอธิบายเรื่องนี้โดยไม่มีความรู้เกี่ยวกับ ‘วิชามังกรสยบฟ้า’ ฉบับสมบูรณ์ เพราะมันเป็นสิ่งที่อาจารย์ของอาจารย์ข้าทิ้งไว้ให้เท่านั้น”
คำอธิบายของผู้อาวุโสเจียวค่อนข้างซับซ้อน แต่หลินอี้ก็เข้าใจประเด็นสำคัญ พลังของเขาจะส่งไปให้คนอื่นได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น มันใช้ไม่ได้กับร่างกายคนปกติที่ไม่มีปัญหาอะไร
“สรุปคือคนๆ นั้นต้องมีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับร่างกาย ผมถึงจะส่งพลังงานเข้าไปได้ใช่ไหมครับ?” หลินอี้ถาม
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่ให้คิดว่าผลจากการเติมพลังงานเหมือนกับการซ่อมบำรุง ซึ่งหมายความว่ามันจะไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนการฟื้นฟูอวัยวะที่เสียหายให้กลับคืนสู่สภาพเดิม” หยาจื่อกล่าวต่อ “ข้าพูดไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เจ้าจะประคองอาการให้ชายแก่คนนั้นได้ตามใจชอบ แต่การรักษาโรคให้หายขาดน่ะ... เป็นไปไม่ได้หรอก”
“แต่อันที่จริงผมยังมีวิธีรักษาโรคด้วยการฝังเข็มและน้ำสมุนไพรตามการแพทย์แผนจีนอยู่ ผมสามารถช่วยให้คนอื่นค่อยๆ ฟื้นตัวได้ครับ” หลินอี้พูด ความผิดหวังในใจเริ่มจางหายไป การช่วยชีวิตคนจากขอบเหวแห่งความตายในยามฉุกเฉินได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว เขาสามารถเริ่มรักษาอาการป่วยหลังจากช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตมาได้เสมอ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องเสนอตัวไปรักษาชายแก่คนนั้น ทั้งสองคนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน และการพยายามช่วยเหลือเกินขอบเขตอาจนำมาซึ่งผลลัพธ์ในแง่ลบ เพราะคนอื่นอาจจะมองว่าเขามีเจตนาแอบแฝง
เมื่อได้รับคำตอบจนกระจ่างแล้ว หลินอี้ก็ทำใจให้สงบก่อนจะเข้าสู่ท่าเตรียมฝึกตน
“นี่ เจ้าหนุ่มหลิน เจ้าคิดจะทำอะไร?” ผู้อาวุโสเจียวขัดจังหวะขึ้นทันที
“เอ่อ ฝึกตนครับ” หลินอี้ตอบอย่างงุนงง ผู้อาวุโสเจียวมองไม่เห็นหรือไงว่าเขากำลังทำท่าทางอะไรอยู่?
“ทำไมต้องฝึกขั้นแรกซ้ำอีก? เจ้ายังไม่มีคัมภีร์สำหรับขั้นที่สอง และพลังงานที่เจ้าดูดซับเข้ามาจะตอบสนองได้ไม่ดีนักถ้าไม่มีบทสวดที่ถูกต้อง นั่นหมายความว่าร่างกายของเจ้ามีโอกาสสูงมากที่จะเกิดภาวะพลังงานล้นและระเบิดออกถ้าเจ้าอัดพลังเข้าไปมากเกินไป!” ผู้อาวุโสเจียวถลึงตาใส่ ราวกับจะถามว่าหลินอี้เป็นไอ้งั่งหรือเปล่าที่หาเรื่องใส่ตัวจนเกือบระเบิดตัวเอง
“เอ่อ......” หลินอี้ไม่ได้คาดคิดเรื่องนี้มาก่อน โชคดีจริงๆ ที่เขาสร้างสายสัมพันธ์กับผู้อาวุโสเจียวไว้ก่อนจะลองทำอะไรแบบนี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงซวยแน่หากยังดันทุรังฝึกต่อหลังจากทะลวงผ่านขั้นแรกไปได้สักวันหนึ่ง
“แต่... วันนี้ผมก็สูญเสียพลังไปนิดหน่อยในการรักษาชายแก่คนนั้นไม่ใช่เหรอครับ?” หลินอี้ถามอย่างเคอะเขิน “ผมไม่จำเป็นต้องฝึกเพื่อเติมพลังให้เต็มเหรอ?”
“มันจะฟื้นฟูตัวเองหลังจากนอนหลับพักผ่อนหนึ่งคืน เจ้าไม่จำเป็นต้องฝึกอะไรหรอก” ผู้อาวุโสเจียวกลอกตาอย่างจนใจ ไอ้เด็กบ้าบิ่นนี่ไม่รู้อะไรเลยจริงๆ!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.