ตอนที่ 189
189 / 2257
อ่าน 7 นาที
Chapter 189 - Just Thrash Them
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 19:11
**บทที่ 189 - จัดการพวกมันให้สิ้นซาก**
“พี่... พี่ชาย... มีธุระ... ธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ...” จางเปียวกันละล่ำละลักถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษที่ถูกฟอกขาว
ไม่ใช่แค่เขา ทั้งหญิงขายบาร์บีคิวและชายร่างผอมแห้งต่างก็รู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ของ ‘นายน้อยหลิน’ ผู้นี้เป็นอย่างดี ใครเล่าจะจำไม่ได้? นี่คือจอมยุทธ์ผู้สยบจอมพาลอย่างโจ้วรั่วหมิงจนต้องเผ่นหนีหัวซุกหัวซุน!
ในเวลานี้ หลินอี้เปรียบเสมือนฝันร้ายที่มีลมหายใจ จางเปียวกันตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อสังเกตเห็นคังเสี่ยวโปที่ยืนอยู่ข้างหลัง—นั่นมันไอ้เด็กที่เข้ามาหาเขาเมื่อตอนกลางวันนี่นา!
เจ้าเด็กนี่เป็นลูกน้องของหลินอี้งั้นรบหรือ?! ความจริงที่แสนโหดร้ายแล่นเข้าจู่โจมสมองของจางเปียวกันทันที เขาเพิ่งนึกออกว่าหลินอี้เคยลงมือสั่งสอนโจ้วรั่วหมิงเพื่อปกป้องถังอวิ๋นมาก่อน!
และถังอวิ๋นก็คือลูกสาวของนางถัง... คนที่พวกเขากำลังรุมรังแกอยู่นั่นเอง! หลินอี้มาที่นี่เพื่อทวงความยุติธรรมให้พวกเธอ ยิ่งคิดใบหน้าของจางเปียวกันก็ยิ่งไร้สีเลือดเข้าไปใหญ่... เขาพลาดรายละเอียดสำคัญขนาดนี้ไปได้อย่างไร?
พวกเขาคิดจะรังแกครอบครัวตระกูลถังเพียงเพราะเห็นว่าไม่มีผู้ชายคอยคุ้มครอง แต่บัดนี้ ‘อสูรกาย’ ตนนี้กลับมายืนประจันหน้าอยู่ตรงนี้แล้ว—และเขาคือนักล่าที่น่ากลัวที่สุด!
“อยากได้สูตรนักใช่ไหม?” หลินอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก แม้ในใจเขาจะมีความเห็นใจให้เหล่าพ่อค้าแม่ขายที่ต้องตรากตรำอาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่พฤติกรรมรุมข่มเหงผู้อื่นด้วยความอิจฉาริษยานั้นเป็นสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้ นางถังเองก็ทำงานหนักไม่แพ้ใคร แต่พวกเขากลับตอบแทนความขยันของเธอด้วยความต่ำช้าเช่นนี้
“อ๊ะ... มะ... ไม่ครับ... ไม่เอาแล้ว... เมื่อกี้ผมแค่ล้อเล่น...” จางเปียวกันส่ายหน้าหวืด ความอยากได้อยากมีมลายหายไปสิ้น ในสายตาของเขา คุณหนูผู้มีอิทธิพลเหล่านี้จะบดขยี้เขาเมื่อไหร่ก็ได้ ขนาดโจ้วรั่วหมิงยังโดนอัดจนน่วม แล้วคนธรรมดาอย่างเขาจะเอาปัญญาที่ไหนไปต่อกร?
“ผมเป็นคนให้สูตรพวกเขากับมือ ถ้าแกอยากได้นัก ผมจะสงเคราะห์ให้สักอย่างเป็นไง?” หลินอี้กล่าวพลางคลายพันธนาการ ส่งร่างของจางเปียวกันร่วงกงเต็กไปกองกับพื้นจนก้นกระแทกอย่างหมดสภาพ
“ไม่เอาแล้วครับ... ผมไม่อยากได้มันแล้วจริงๆ...” จางเปียวกันรีบละล่ำละลักตอบ ตอนนี้เขาขอแค่มีชีวิตรอดกลับไปก็บุญหัวแล้ว เรื่องสูตรบาร์บีคิวอะไรนั่นเขาไม่สนมันอีกต่อไป!
“ถ้าอย่างนั้น พวกแกยังจะยืนบื้อกันอยู่ทำไม?” หลินอี้ยกยิ้มเย็นชา กวาดสายตาคมปลาบดุจพญาอินทรีไปยังบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่พากันยืนมุงดูอยู่รอบๆ
หลินอี้ไม่ได้โกรธแค้นคนพวกนี้มากนัก เพราะรู้ดีว่าจางเปียวกันคือเจ้าถิ่นรุ่นใหญ่ที่ใครๆ ก็ต้องเกรงใจและยอมตามน้ำไปเสียทุกอย่าง เขาจึงตัดสินใจมอบ ‘บทเรียน’ เล็กๆ น้อยๆ ให้คนพวกนี้ขวัญกระเจิง เผื่อว่าวันหน้าจะได้ไม่คิดมารังแกครอบครัวตระกูลถังตามอำเภอใจอีก
ทันทีที่สบเข้ากับดวงตาอันน่าสะพรึงกลัวของหลินอี้ เหล่าพ่อค้าต่างก็สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ต่างคนต่างรีบก้มหน้าก้มตาถอยกลับไปที่แผงของตนเองโดยไว ราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
“พวกแกสองคน หยุดอยู่ตรงนั้น” หลินอี้ชี้นิ้วสั่ง สกัดการหลบหนีของหญิงขายบาร์บีคิวและชายร่างผอมที่พยายามจะเนียนหายไปกับฝูงชน
“มะ... ไม่ใช่พวกเรานะจ๊ะ... ทั้งหมดนี่เป็นความคิดของจางเปียวกันทั้งนั้น...” หญิงขายบาร์บีคิวละล่ำละลักบอก ท่าทีพยศเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก บัดนี้สถานะของพวกเธอได้เปลี่ยนจากผู้ล่ากลายเป็นเหยื่อไปเสียแล้ว
“ใช่ครับ... จางเปียวกันเป็นคนต้นคิด... พวกเราแค่ถูกลากมาเอี่ยวด้วยเท่านั้นเอง...” ชายร่างผอมรีบเสริมด้วยน้ำเสียงละห้อย
“อ้อ... งั้นถ้ามันสั่งอะไร พวกแกก็ต้องทำตามงั้นสิ? แล้วถ้าฉันสั่งล่ะ แกจะทำตามไหม?” หลินอี้ย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
“เอ่อ...” หญิงขายบาร์บีคิวอ้ำอึ้ง ไม่รู้ว่าหลินอี้มาไม้ไหน แต่ก็ได้แต่พยักหน้าตอบไปอย่างจำใจ “พี่ชาย... อยากให้พวกเราทำอะไรล่ะจ๊ะ...”
“นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ห้ามพวกแกสองคนขายบาร์บีคิวอีก ไปหาอย่างอื่นขายแทน... เข้าใจที่พูดไหม?” หลินอี้จ้องเขม็ง
“เอ่อ...” ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความลำบากใจ แต่ไม่มีใครกล้าปริปากปฏิเสธ เพราะใครจะรู้ว่าหากขัดใจชายผู้นี้ จุดจบของพวกเขาจะอนาถขนาดไหน
“เสี่ยวโป?” หลินอี้หันไปเรียก โดยไม่เสียเวลาสนใจพวกเขาสองคนอีก
“ครับลูกพี่! เรียกใช้ผมเหรอ?” คังเสี่ยวโปขานรับอย่างกระตือรือร้นพลางวิ่งเข้ามาหา เลือดในกายของเขาเดือดพล่านด้วยความฮึกเหิม แม้เขาจะเป็นเพียงลูกน้อง แต่การได้ยืนเคียงข้างหลินอี้ในยามที่เขาสั่งสอนพวกอันธพาลเช่นนี้ ช่างเป็นอะไรที่สะใจเหลือเกิน!
“จัดการรื้อแผงมันซะ” หลินอี้ชี้นิ้วไปยังแผงลอยของจางเปียวกัน
“จัดไปครับ!” คังเสี่ยวโปพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่แผงค้าของจางเปียวกันทันที เขาเหวี่ยงเท้าเตะจนแผงลอยพังครืนลงต่อหน้าต่อตาฝูงชน... ถ่านร้อนระอุ ไม้เสียบเนื้อ กล่องใส่เงิน และขวดเหล้าต่างกระจัดกระจายเกลื่อนกราดไปทั่วพื้นถนน...
ยังไม่หนำใจ เสี่ยวโปยังกระโดดขึ้นไปเหยียบย่ำเตาย่างจนโครงเหล็กบิดเบี้ยวเสียรูปทรง กลายเป็นเศษเหล็กไร้ค่าที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก
จางเปียวกันได้แต่เม้มปากแน่น มองดูสมบัติทำมาหากินถูกทำลายพินาศไปด้วยหัวใจที่หลั่งเลือด... แต่นี่ก็ยังนับว่าโชคดีที่คนโดนคือข้าวของ ไม่ใช่ร่างกายของเขา เขายังสั่นสะท้านทุกครั้งที่นึกถึงสิ่งที่โจ้วรั่วหมิงเคยโดน แล้วหลินอี้คนนี้ล่ะ... จะมีไม้ตายอะไรมารอจัดการเขาอีก?
“พอแล้ว” หลินอี้โบกมือส่งสัญญาณให้เสี่ยวโปกลับมา ก่อนจะหันมามองจางเปียวกันด้วยสายตาเย็นชา “ครั้งนี้แผงพัง ครั้งหน้าจะเป็นคิวของแก... ที่ตรงนี้ทำเลดีไม่เบา พรุ่งนี้ยกที่ตรงนี้ให้ตระกูลถังซะ ตกลงไหม?”
“ตะ... ตกลงครับ...” จางเปียวกันพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ เขาไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่ออีกฝ่ายประกาศชัดแจ้งแล้วว่าหากมีครั้งหน้า เขาเองนั่นแหละที่จะเป็นรายต่อไป หากเขากล้าพูดคำว่า ‘ไม่’ ออกมาแม้แต่คำเดียว มีหวังได้โดนอัดจนน่วมเป็นแน่
“ดี... ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย งั้นแกก็ย้ายไปขายที่ที่เคยเป็นของตระกูลถังแทนแล้วกัน แล้วจำไว้... เปลี่ยนไปขายอย่างอื่นที่ไม่ใช่บาร์บีคิว” หลินอี้เอ่ย “เข้าใจใช่ไหม?”
“คะ... ครับ... ผมจะขายอย่างอื่น... จะไม่ยุ่งกับบาร์บีคิวอีกแล้วครับ...” จางเปียวกันรับคำเป็นพัลวัน ถึงอย่างไรแผงเขาก็พังยับเยินไปแล้ว การได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ก็นับว่าสวรรค์ทรงโปรด ต่อให้หลินอี้ไม่สั่ง เขาก็ไม่กล้ากลับมาขายบาร์บีคิวแข่งกับนางถังอีกแน่... ขืนไปแย่งลูกค้าเธอเข้า มีหวังหลินอี้ได้ตามมาถลกหนังเขาถึงที่แน่ๆ
“เสี่ยวโป พรุ่งนี้แกมาตรวจดูด้วยว่าพวกมันทำตามสัญญาไหม ถ้าพวกมันตลบตะแลง... ก็จัดการพวกมันให้สิ้นซากซะ” หลินอี้สั่งการ
“รับทราบครับลูกพี่! ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเอง เรื่องรื้อแผงนี่งานถนัดผมเลย!” คังเสี่ยวโปหัวเราะร่าพลางปรายตาไปทางหญิงขายบาร์บีคิวและชายร่างผอมที่ยืนหน้าถอดสี
พวกเขาทั้งสามไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งหลินอี้แม้แต่ปลายก้อย ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ต้องก้มหน้ารับกรรมไป ในใจของทั้งสองคนนึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่หลงเชื่อจางเปียวกัน เรื่องที่ว่าจะเอาสูตรมาแบ่งผลประโยชน์กันสามทาง... ตอนนี้แม้แต่บาร์บีคิวก็ยังไม่มีสิทธิ์ขาย แล้วจะเอาสูตรไปหาพระแสงอะไร!
หลินอี้ไม่ได้คิดจะให้เสี่ยวโปมาเดินตรวจตราจริงๆ หรอก มันเป็นเพียงคำขู่เพื่อกดหัวพวกนี้ไว้ไม่ให้กล้ากำเริบอีก เขามีธุระปะปังต้องทำมากกว่าจะมาเสียเวลาที่นี่ ส่วนจางเปียวกันน่ะหรือ... หมอนั่นสมควรโดนแล้ว และหลินอี้ก็ไม่มีความสงสารให้แม้แต่นิดเดียว
เขาได้แต่หวังว่าไอ้อันธพาลพวกนี้จะจดจำบทเรียนครั้งนี้ไปจนวันตาย
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.