ตอนที่ 3
2 / 974
อ่าน 6 นาที
Chapter 3 Waste of a Handsome Face
เผยแพร่เมื่อ 14 มี.ค. 2569 06:51
Chapter 3 เสียของเพราะหน้าตาหล่อเหลา
ภายในห้องพัก ซูหยางถอดเสื้อผ้าออกแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำที่เชื่อมต่อกับห้องนอนเพื่อล้างคราบเลือดออกจากร่างกาย
“ถึงอย่างนั้น เจ้าเด็กนั่นก็เล่นงานข้าได้แสบใช่เล่น... กี่ปีมาแล้วนะที่ข้าไม่ได้เห็นเลือดของตัวเอง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ถูกแทงจนเป็นรูที่หน้าอกแบบนี้”
ซูหยางเคยเป็นอมตะในชาติก่อน เขาคือคนที่เข้าใกล้จุดสูงสุดของการบ่มเพาะ เขามีพร้อมทุกอย่าง ทั้งสตรีงดงามและอำนาจวาสนา ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครต่อใครต่างก็อิจฉา แต่ทว่าในตอนนี้ แม้แต่คนธรรมดาในขอบเขตวิญญาณขั้นต้นเขายังแทบจะสู้ไม่ได้ นับประสาอะไรกับอาการบาดเจ็บสาหัสนี้
แน่นอนว่าคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้คือ ‘ซูหยาง’ คนก่อน ไม่ใช่ตัวเขาในปัจจุบัน ทว่าซูหยางไม่ได้นำเรื่องนั้นมาเป็นข้ออ้าง เพราะในเมื่อเขาอยู่ในร่างนี้แล้ว เขาก็ถือว่าความผิดนี้เป็นของเขาเอง
หลังจากชำระล้างคราบเลือดจนสะอาดแล้ว เขาก็นำยามาทาบริเวณรูโหว่บนหน้าอกก่อนจะใช้ผ้าพันแผลพันทับเอาไว้และพักผ่อน
ในตอนที่ซูหยางจัดการกับบาดแผลเสร็จสิ้น ข่าวลือเรื่องที่เขาเอาชนะเยี่ยนหมิงบนเวทีประลองความเป็นความตายก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วเขตชั้นนอกราวกับไฟลามทุ่ง
“อะไรนะ? ซูหยางไอ้คนไร้น้ำยาที่แม้แต่ ‘เจ้าสิ่งนั้น’ ของตัวเองก็ยังใช้ให้เป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้น่ะเหรอที่เอาชนะเยี่ยนหมิงได้? แกแน่ใจนะ?”
“ข้าเห็นมากับตาสองข้างของข้านี่แหละ! หลังจากโดนเยี่ยนหมิงแทงเข้าที่หน้าอก จู่ๆ ซูหยางก็แผดเสียงคำรามออกมา แล้วทุกคนที่ล้อมเวทีอยู่ก็พากันกระอักเลือดออกมาเต็มปาก ส่วนเจ้าเยี่ยนหมิงเองก็ล้มฟุบลงไปหมดสติคาที่!”
“แค่ตะโกนคำเดียวเนี่ยนะถึงกับทำให้ทุกคนกระอักเลือด? เหลวไหล! ข้าไม่เชื่อหรอก”
“เฮ้อ... ข้าไม่โทษแกหรอก... ขนาดข้าเองยังแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองในตอนนั้นเลย...”
บทสนทนาเช่นนี้เกิดขึ้นทั่วทั้งสำนัก แม้แต่ผู้อาวุโสซุนผู้เข้าขัดขวางการต่อสู้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะนึกถึงแรงกดดันน่าสะพรึงกลัวที่จู่ๆ ก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
“เกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเจ้าทั้งสองคนในระหว่างการต่อสู้? บอกข้ามาทั้งหมด!”
ผู้อาวุโสซุนจ้องเขม็งไปที่เยี่ยนหมิงซึ่งถูกเขาเรียกตัวมาสอบสวน
“ข้า... ข้าไม่ทราบครับ...” เยี่ยนหมิงกล่าวด้วยสีหน้าปวดหัวอย่างหนัก “สิ่งที่ข้าจำได้มีเพียงการแทงซูหยางเข้าที่หน้าอก ก่อนที่คลื่นจิตสังหารสายหนึ่งจะจู่โจมข้าจนท่วมท้น... ก่อนจะแทงเขา มันเหมือนกับการสู้กับไอ้โง่ที่ไม่รู้วิธีจับดาบด้วยซ้ำ... แต่หลังจากนั้น...”
เยี่ยนหมิงตัวสั่นเทาเมื่อนึกถึงสีหน้าของซูหยางหลังจากที่เขาแทงไป
“มันเหมือนกับว่าข้ากำลังมองคนละคนหลังจากที่เขาโดนดาบข้า!”
“...”
ผู้อาวุโสซุนครุ่นคิดถึงคำพูดของเยี่ยนหมิง
‘จิตสังหารที่ข้าสัมผัสได้จากเด็กคนนั้นไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นจากการโดนแทงเพียงครั้งเดียว แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องผ่านประสบการณ์เฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วนและต้องเคยสังหารผู้คนมามากมาย... ซูหยางคนนี้คือใครกันแน่? แล้วทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินชื่อเขามาก่อนจนถึงวันนี้?’
ผู้อาวุโสซุนมองไปที่เยี่ยนหมิงแล้วกล่าวว่า “เจ้าไปได้แล้ว อย่าให้ข้าเห็นเจ้าขึ้นไปบนเวทีโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก!”
“ศิษย์ผู้นี้ไม่กล้าครับ!”
หลังจากเยี่ยนหมิงจากไป ผู้อาวุโสซุนก็เริ่มค้นหาข้อมูลของซูหยาง แต่หลังจากตรวจสอบไปได้เพียงไม่กี่นาที เขาก็ต้องตกตะลึงกับข้อมูลที่ได้รับ
จากที่รวบรวมมา ซูหยางอยู่ในสำนักนี้มาเกือบครบหนึ่งปีแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าในการบ่มเพาะเลยตั้งแต่เข้ามา เพราะเขาไม่สามารถหาคู่บ่มเพาะได้ ผู้อาวุโสซุนไม่อยากจะเชื่อว่าชายที่รูปงามขนาดซูหยางจะหาคู่ไม่ได้ เขาจึงขุดคุ้ยข้อมูลให้ลึกลงไปอีกนิด
สิ่งที่เขาพบทำให้เขาช็อกจนทำตัวไม่ถูก จนถึงกับไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรดี
“ปัญหาทางจิต? ไม่รู้วิธีใช้เจ้าสิ่งนั้นให้เป็นเรื่องเป็นราว? ไร้พรสวรรค์? แกแน่ใจนะเรื่องนี้?”
ผู้อาวุโสซุนถามคนที่ให้ข้อมูลกับเขา ซึ่งเป็นผู้อาวุโสอีกคนของสำนัก
“ท่านอาจจะไม่รู้จักเขาเพราะท่านไม่ค่อยสนใจเขตชั้นนอก แต่เกือบทุกคนในเขตชั้นนอกรู้จักซูหยางและอาการของเขา เหตุผลเดียวที่เขายังคงอยู่ในสำนักนี้ในฐานะศิษย์ได้ ก็เพราะท่านเจ้าสำนักเชื่อว่าเขายังพอมีประโยชน์ต่อสำนักบ้างด้วยใบหน้าที่หล่อเหลานั่น”
“เฮ้อ! ถ้าอย่างน้อยเขามีสติสัมปชัญญะปกติ เขาก็คงยังมีโอกาสในโลกนี้...”
ผู้อาวุโสซุนถอนหายใจกับคำพูดของผู้อาวุโสคนนั้น จริงอยู่ที่ว่าซูหยางมีใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างเหลือเชื่อแม้จะเทียบกับมาตรฐานระดับสูงของสำนักแล้วก็ตาม แต่ด้วยสภาพของเขาแบบนี้... ช่างเป็นการเสียของเพราะหน้าตาหล่อเหลาจริงๆ
“อย่างไรก็ตาม...”
ผู้อาวุโสซุนหรี่ตาลง “เขากลับดูไม่เหมือนกับสิ่งที่ท่านบอกข้าเลยสักนิดในตอนที่ข้าเห็นเขาในวันนี้”
“ข้าไม่รู้จะบอกท่านอย่างไรอีกแล้ว ผู้อาวุโสซุน นั่นคือทั้งหมดที่เรารู้เกี่ยวกับเขา” ผู้อาวุโสคนนั้นยักไหล่
“...”
“ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณสำหรับข้อมูล ผู้อาวุโสมู่”
“จริงสิ หลานสาวของท่านเป็นอย่างไรบ้างในสำนัก? นางมีคู่บ่มเพาะหรือยัง?”
ผู้อาวุโสมู่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงหลานสาวของเขาที่เพิ่งเข้ามาในสำนัก
เมื่อผู้อาวุโสมู่เอ่ยถึงหลานสาว ความเคร่งขรึมบนใบหน้าของผู้อาวุโสซุนก็หายไป และเขาหัวเราะออกมา “เด็กคนนั้นเลือกมากนัก กว่าจะหาใครสักคนได้คงต้องใช้เวลาอีกนาน”
“งั้นลองให้นางมาเจอกับหลานชายของข้า มู่กง ดูไหมล่ะ?”
ริมฝีปากของผู้อาวุโสซุนกระตุกเล็กน้อยกับข้อเสนอของผู้อาวุโสมู่ แต่เขายังคงรอยยิ้มไว้แล้วตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกัน”
–
–
–
เมื่อซูหยางตัดสินใจก้าวออกจากห้องพัก เขาก็ได้รับการต้อนรับจากถังหู่และอีกร่างหนึ่ง – หญิงสาวผู้งดงาม นางคือเหมิ่งเจีย คู่บ่มเพาะของถังหู่
“แผลเป็นยังไงบ้าง?”
ถังหู่ถามหลังจากเห็นเขา
“แค่แมลงกัดน่ะ”
“แมลงกัดงั้นรึ...”
ถังหู่หัวเราะหึๆ การที่เป็นรูมเมทกันมาเกือบปี ทำให้เขาสัมผัสได้ว่าซูหยางในตอนนี้ดูเปลี่ยนไป ส่วนที่ชัดเจนที่สุดคือเขาสีหน้าไอ้โง่นั่นหายไปแล้วและดูเหมือนคนปกติมากขึ้น
“หือ? เจ้าจะไปไหนน่ะ?”
“ไปเดินเล่นแถวนี้หน่อยน่ะ” ซูหยางที่ยืนอยู่ตรงประตูตอบพร้อมที่จะออกไป
“แต่แผลของเจ้า...”
“อย่างที่บอกไป แค่แมลงกัด”
“...”
หลังจากซูหยางจากไป เหมิ่งเจียก็พูดขึ้นว่า “วันนี้เขาดูต่างไปนะ...”
“เจ้าก็คิดงั้นเหรอ? ยังไงล่ะ?”
“เขา... หล่อขึ้นหรือเปล่านะ?”
“เอ๊ะ?”
คำพูดของนางทำให้เขาอึ้งไปเลย
เหมิ่งเจียยิ้มกับท่าทางของเขาแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกังวลไปหรอก ไม่ว่าเขาจะหล่อขึ้นแค่ไหน เจ้าก็จะเป็นคู่บ่มเพาะเพียงคนเดียวของข้า!”
“ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นสักหน่อย...” ถังหู่กล่าวด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี
“เอาล่ะ! ไปบ่มเพาะกันเถอะ”
เหมิ่งเจียดึงตัวถังหู่กลับไปที่ห้องของเขา ซึ่งไม่นานนักทั้งคู่ก็จะสวมกอดกันด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.