ตอนที่ 397
178 / 963
อ่าน 15 นาที
Chapter 397: Daily Life
เผยแพร่เมื่อ 2 เม.ย. 2569 15:57
บทที่ 397: ชีวิตประจำวัน
[คิเรน่า ได้รับแต้มสกิล +31 และแต้มสกิลอาชีพรองจากการสวดอ้อนวอนของเหล่าผู้ศรัทธา!]
[คิเรน่า ได้รับ EXP 17,825,900,530 จากการสวดอ้อนวอนของเหล่าผู้ศรัทธา!]
[เลเวล 073/250] [EXP 174,259,028,957/400,000.000,000]
เมื่อวานนี้ อามิฟอสเซีย ลูกสาวของฉันบังคับให้ฉันช่วยวิวัฒนาการเหล่าวิญญาณและโยไคหลายร้อยตน มันเป็นงานที่ค่อนข้างเหนื่อยเอาการ หลังจากเสร็จงาน ฉันก็รีบทานมื้อค่ำแล้วไปพักผ่อนทันที
ร่างกายของฉันอาจจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่จิตใจของฉันยังไม่เป็นแบบนั้น การใช้สกิลต่อเนื่องกันมากขนาดนั้นทำให้ฉันเวียนหัวเล็กน้อย แต่โชคดีที่มันฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากได้นอนหลับเต็มอิ่มหนึ่งคืน
พูดถึงลูกสาวตัวแสบของฉัน ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงของเธอและปาร์ตี้ของเธอที่กำลังนั่งทานมื้อเช้าเล็กๆ กันอยู่... แต่ทำไมต้องมาในห้องนอนของฉันด้วยล่ะ?!
ฉันหมายถึง นั่นลูกสาวฉันนะ มันก็โอเคอยู่หรอก... แต่ทำไมเธอต้องหอบเอาเสียงดังโวยวายมาด้วยล่ะ?
"เอ่อ อามิฟอสเซีย ท่านแม่ของเจ้าและพวกท่านน้าคนอื่นๆ ยังหลับอยู่นะ... จะดีเหรอที่มาทานมื้อเช้าในห้องนอนพวกท่านแบบนี้...?" อีวานเอ่ยขึ้น... เขายังพอมีสามัญสำนึกอยู่บ้าง
"เอ๋? ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา อีวานคุง! ยังไงพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว" อามิฟอสเซียตอบ
"ใช่ อย่ามาตั้งคำถามกับท่านอามิฟอสเซียนะ!" เซย์ชินพูดพลางจ้องเขม็งไปที่อีวานจากด้านบน เนื่องจากความสูงของเธอที่มากกว่าสามเมตรอย่างเห็นได้ชัด เธอเป็นสาวงามที่ดูดุดันและน่าเกรงขามมาก
"ถูกต้องแล้ว อีวาน... แล้วเจ้าไม่ลองเล่าเรื่องของตัวเองให้พวกเราฟังเพิ่มหน่อยร้อยล่ะ? พวกเรายังไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับคู่หูของนายหญิงเลยนะ..." เซสโชมารุเสริม ดวงตาสีแดงฉานของเธอเป็นประกายอย่างคุกคาม
แม้ว่ายักษ์สาวเผ่ากึ่งมนุษย์สัตว์ทั้งสองจะพยายามทำตัวให้น่าเกรงขาม แต่ความงามของพวกเธอก็ช่างตราตรึงใจ จนทำให้อีวานรู้สึกประหม่ามากกว่าจะรู้สึกกลัว... ดูเหมือนอามิฟอสเซียจะไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเธอถึงทำแบบนี้ และคิดว่าพวกเธอแค่รู้สึกเกร็งเวลาอยู่ต่อหน้าเขาเท่านั้น
ขณะที่เซย์ชินและเซสโชมารุเดินเข้าไปใกล้อีวาน หน้าอกขนาดมหึมาของพวกเธอก็เบียดทับเขาจากทั้งสองด้าน
"อึก... ค-คือ ช่วยถอยห่างออกไปหน่อยได้ไหม อามิฟอสเซีย ช่วยปรามข้ารับใช้ของเธอหน่อยสิ..."
"โอ้? เซย์ชิน เซสโชมารุ ถ้าพวกเธออยากจะกอดอีวานล่ะก็ ต้องกอดเขาให้แน่นๆ เลยนะ!" อามิฟอสเซียสั่ง
"ก-กอดรึ?! นายหญิง ข้าไม่มีวันอยากจะกอดกับเขาหรอก!" เซสโชมารุประท้วง
"กอดคืออะไรเหรอ?" เซย์ชินถามพลางจ้องอีวาน
"ผมไม่รู้สึกว่าอยากจะอธิบายเรื่องนั้นเลยครับ เซย์ชินซัง" อีวานตอบ พยายามไม่กระตุ้นให้ทั้งสองคนทำอะไรแปลกๆ อีก
ส่วนเจรัลดีนและชิโรฮิเบะอยู่ข้างกายอามิฟอสเซียแทน เจรัลดีนนั้นตัวเล็กพอที่จะนั่งบนไหล่ขวาของอามิฟอสเซียได้ ส่วนชิโรฮิเบะใช้หางพันรอบแขนของอามิฟอสเซียและพักหัวไว้บนไหล่ซ้ายของเธอ
อาธอสนั่งอยู่ทางซ้ายบนเก้าอี้ของตัวเอง พลางชำเลืองมองสถานการณ์ตรงหน้า มีวิญญาณเพลิงตัวเล็กๆ ที่ฉันเพิ่งวิวัฒนาการให้เมื่อวานอยู่กับเธอด้วย ดูเหมือนพวกมันจะเป็นเพื่อนกันไปแล้ว
"ฉันควรจะสอนพวกเธอให้รู้วิธีกอดอีวานดีไหมนะ? ดูเหมือนพวกเธอจะต้องการมันมากเลย! ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพวกเธอจะชอบอีวานขนาดนี้" อามิฟอสเซียพูด โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า ขัดกับสิ่งที่เธอเชื่อ ข้ารับใช้ของเธอเกลียดเขาเข้าไส้
"เจรัลดีน อย่าบอกเธอเลยจะดีกว่า" อาธอสเอ่ย ดวงตาของเธอดูไร้ชีวิตชีวาเหมือนคนที่เหนื่อยหน่ายกับทุกสิ่งทุกอย่าง
"ท่านอามิฟอสเซีย พวกเราขอกอดท่านได้ไหมคะ?" ชิโรฮิเบะถาม
"โอ้? แน่นอนสิ!" อามิฟอสเซียตอบพร้อมกับสวมกอดชิโรฮิเบะและเจรัลดีนด้วยอ้อมแขนอันทรงพลังของเธอ
เธอก็ไม่รู้อีกนั่นแหละว่าข้ารับใช้ของเธอกำลังรู้สึก 'เคลิบเคลิ้ม' มากกว่าจะรู้สึก 'อบอุ่น' จากอ้อมกอดของเธอ ฉันชั่งใจว่าจะบอกความจริงกับเธอดีไหม แต่ลึกๆ แล้วมันก็น่าสนุกดีที่เห็นเธอไม่เคยรู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย เพราะงั้นฉันจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นต่อไปก็แล้วกัน
"บางทีข้าควรจะเรียนรู้ว่าไอ้ 'การกอด' นี่มันคืออะไร จะได้แสดงให้เจ้าเห็นว่าข้าเหนือกว่าที่นี่!" เซย์ชินพูด
"ข้าเห็นด้วย... ท่านอามิฟอสเซีย โปรดสอนวิธี 'กอด' อีวานให้พวกเราหน่อยเถอะค่ะ พวกเราจะได้แสดงให้เขาเห็นว่าพวกเราทำอะไรได้บ้าง" เซสโชมารุเสริม ดวงตาสีแดงฉานของเธอเป็นประกายกระหายเลือดขณะที่จิบชา
"ฮะๆ... ได้โปรดหยุดเถอะครับ" อีวานคร่ำครวญ
จากนั้นอามิฟอสเซียก็อธิบายเรื่อง 'การกอด' ให้เซย์ชินและเซสโชมารุฟัง ยักษ์สาวกึ่งมนุษย์สัตว์ทั้งสองจึงหันไปมองเด็กหนุ่มที่กำลังตัวสั่นด้วยสายตาราวกับจะเขมือบเหยื่อ
"อีวานคุง มาให้พวกเรากอดซะดีๆ" เซย์ชินว่า
"พวกเราจะแสดงให้เห็นเองว่าใครคือที่หนึ่งเรื่องการกอด" เซสโชมารุเสริม
"เ-เดี๋ยวก่อน... อามิฟอสเซีย เธอโอเคกับเรื่องนี้จริงๆ เหรอ?!" อีวานตะโกนลั่นขณะที่ถูกสวมกอดโดยสองสาวงาม ร่างกายของเขาถูกบีบคั้นจนเปลี่ยนสภาพกลายเป็นสไลม์ไปแล้ว
"แน่นอนสิ! มันผิดตรงไหนกันล่ะ พวกเธอน่ารักออกจะตายจริงไหม?"
จริงๆ แล้วอามิฟอสเซียขี้หึงมากกับผู้หญิงคนอื่นที่กล้ามองอีวาน... แต่ข้ารับใช้ของเธอนั้นพิเศษ เพราะเธอไม่ได้มองว่าพวกเธอเป็น 'คู่แข่ง' แต่มองว่าเป็น... สัตว์เลี้ยงที่รับมาเลี้ยงมากกว่า
เธอนักพวกเธอ แต่ไม่ใช่ในเชิงชู้สาว และไม่มองว่าเป็นคู่แข่งด้วยเพราะเธอเป็นเจ้าของพวกเธออยู่ เธอถึงขั้นมีความสุขด้วยซ้ำถ้าอีวานเข้ากับสัตว์เลี้ยง... เอ๊ย ข้ารับใช้ของเธอได้
อีวานถูกบดขยี้ด้วยอ้อมกอดอันทรงพลังของยักษ์สาวทั้งสอง หน้าอกขนาดใหญ่ของพวกเธอเด้งไปมาขณะที่ทั้งสองจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าสะใจ ยิ้มด้วยความตั้งใจจะข่มเหง
อีวานถูกบดขยี้แต่ไม่คิดจะตอบโต้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขาไม่อยากทำร้ายพวกเธอเพราะพวกเธอเป็นข้ารับใช้ที่อามิฟอสเซียรัก เขาจึงได้แต่ทนรับความอับอายนั้นไป มันไม่ใช่เรื่องอันตรายอะไร เขาแค่ต้องเปลี่ยนร่างเป็นสไลม์ เมื่อเขาทำเช่นนั้น สองสาวก็ได้เห็นร่างสไลม์ของอีวานปกคลุมไปทั่วหน้าอกของพวกเธอ...
"พวกเราฆ่าเขาไปแล้วเหรอ?" เซย์ชินถาม
"ม-มันรู้สึกหยึยๆ พิกล..." เซสโชมารุพูด
จากนั้นมวลสไลม์ก็กลับคืนสู่ร่างเดิมของอีวาน เด็กหนุ่มผมบลอนด์หน้าตาดีดวงตาสีฟ้า
"พ-พวกคุณพอใจกันหรือยังครับ...?" เขาถาม
"เขายังไม่ตาย!"
"สรุปว่าเขาเป็นสไลม์จริงๆ ด้วย..."
นี่พวกเธอเพิ่งจะรู้กันเหรอเนี่ย...?
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เหตุการณ์เหล่านี้กำลังดำเนินไป พวกเราทุกคนก็เริ่มตื่นกันแล้ว เนซิเฟจึงเดินเข้าไปดุด่าอามิฟอสเซียแทนฉัน
"อามิ... แม่บอกลูกแล้วไงว่าอย่ามาทานมื้อเช้าในนี้ตอนที่ทุกคนกำลังหลับอยู่นะ... ยัยเทพธิดาตัวแสบ"
"โธ่แม่! อยู่ในนี้มันสนุกออกนี่นา!"
"แม่ไม่เห็นว่าทำไมลูกถึงจัดปาร์ตี้น้ำชามื้อเช้าในห้องของตัวเองไม่ได้นะจ๊ะ แม่สาวน้อย"
"หนู... ก็ได้ค่ะ..."
เนซิเฟที่สามารถดุอามิฟอสเซียจนยอมเปลี่ยนใจได้ ดูจะเป็นบุคคลที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าฉันในสายตาของข้ารับใช้ของอามิเสียอีก
"ท่านแม่สามีน่ากลัวมากเลย" เซย์ชินและเซสโชมารุพึมพำออกมาพร้อมกัน
เจรัลดีนและชิโรฮิเบะก็พลอยกลัวไปด้วย ส่วนอาธอสยังคงทำหน้าตายเหมือนเดิม ในที่สุดอีวานก็ได้ทานมื้อเช้าอย่างสงบเสียที
"เห้อ... พอปาร์ตี้ของลูกวิวัฒนาการแล้ว พวกเขาก็ยิ่งเสียงดังขึ้นอีกนะ... แม่น่าจะจับพวกเขากลืนลงท้องให้หมดเลยดีไหม และบางทีเมื่อลูกเรียนรู้วิธีทำตัวให้ดีขึ้นแล้ว พวกเราค่อยให้ลูกมีบริวารใหม่" เนซิเฟขู่
"ไม่เอา อย่ากินพวกเขานะ!" อามิฟอสเซียร้องลั่น
ไม่ใช่ว่าเนซิเฟจะกินจริงๆ หรอก เธอแค่เตือนลูกสาวของเราเท่านั้น แต่ดูเหมือนข้ารับใช้ของเธอจะคิดว่าเป็นเรื่องจริง
"ท่านเนซิเฟ ด-ได้โปรด ไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถอะค่ะ!" เซย์ชินตะโกน
"อย่ากินข้าเลยนะ...!" เซสโชมารุร้อง
"ข้ายังอายุน้อยอยู่เลย!" เจรัลดีนตะโกนบ้าง
"ข้าอาจจะดูน่ากิน แต่จริงๆ แล้วข้ารสชาติเหมือนยาพิษเลยนะ!" ชิโรฮิเบะเสริม
"ช่วยปลดปล่อยข้าจากนรกที่เรียกว่าชีวิตนี้ที" อาธอสพึมพำออกมา
เนซิเฟชอบแกล้งคนอื่น แต่เธอก็ดูจะรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ทำให้พวกเขากลัวขนาดนั้น
"อา เอาล่ะ ฉันไม่กินพวกเธอหรอก ไม่ต้องห่วง... นั่นแค่คำเตือนน่ะ คอยดูแลอามิอย่าให้ซนบ่อยนักล่ะ พวกเราอยู่กับแกตลอดเวลาไม่ได้แล้วเพราะตอนนี้แกก็โตขึ้นมาก ถ้าตามติดตลอดพวกเราจะดูเหมือนพ่อแม่ที่รังแกลูกเกินไป" เนซิเฟพูด ฉันเดินไปข้างเธอแล้วพยักหน้าเห็นด้วย
"ใช่ เมื่อกี้แม่กำลังนอนกลางวันสบายๆ เลยนะอามิ... เพราะงั้น อย่าทำแบบนี้อีก เข้าใจไหม? ไม่งั้นแม่จะไม่ช่วยวิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงของลูกอีกแล้วนะ"
"เอ๋? ก-ก็ได้ค่ะ... หนูจะทำตัวดีๆ!"
ดูเหมือนวิธีนี้จะได้ผลแฮะ!
หลังจากนั้น พวกเราก็ไปอาบน้ำรวมกับครอบครัว รวมถึงข้ารับใช้ของอามิฟอสเซียและลูกๆ ที่เหลือของฉันด้วย วูเดียและไอรีนนอนอยู่กับเรียวพี่ชายของพวกเธอ พวกเธอเลยไม่ได้มาร่วมวงกับอามิฟอสเซียเมื่อเช้า
ฉันตัดสินใจสระผมสีเกาลัดของวูเดียด้วยแชมพูสูตรพิเศษที่ฉันสร้างขึ้นจากสกิล 'การหลั่งของเหลว' โดยผสมกลิ่นหอมหวานและคุณสมบัติจากสารเคมีในพืชบางชนิด จนกลายเป็นแชมพูธรรมชาติที่ใช้ทำความสะอาดเส้นผมได้เป็นอย่างดี วูเดียดูจะชอบกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ของมันมาก
"หม่ามี้ มันหอมเหมือนสตรอว์เบอร์รี่เลย... หนูขอกินได้ไหมคะ?"
"เอ่อ... แม่ไม่คิดว่ามันจะเป็นอันตรายกับพวกเราหรอกนะ แต่ไม่ได้จ้ะ ห้ามกินนะ มันเอาไว้ใช้กับผมเท่านั้น เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จเราค่อยไปกินสตรอว์เบอร์รี่กันนะ"
"โอเคค่ะ... แต่ต้องกินกับโยเกิร์ตนะ!"
"ได้จ้ะลูกรัก ตอนนี้อยู่นิ่งๆ ก่อนนะ"
ไอรีนก็อยากสระผมเหมือนกัน แต่ผมของเธอไม่ใช่ 'เส้นผม' จริงๆ เพราะมันคือร่างกายสไลม์ที่เปลี่ยนรูปร่างมาให้ดูเหมือนผม ถึงอย่างนั้นเธอก็อยากสระผมสีบลอนด์ของเธอมากจนฉันต้องยอมตกลง
"เห้อ... ไอรีน ผมของลูกเหนียวไปหมดแล้วนะ..."
"นี่ผมของหนูนะ!"
"จ้าๆ มันสวยอย่างที่เป็นอยู่นี่แหละ" ฉันพูดพร้อมกับชโลมแชมพูลงบนผมสไลม์ของไอรีน มันดูยุ่งเหยิงไปหมดแต่มันก็ทำให้เธอมีความสุข
"อา แชมพูรสขมจังเลย!" ไอรีนโพล่งออกมา
"ไอรีน... ลูกกำลังกินแชมพูผ่านทางเส้นผมงั้นเหรอ...? แม่บอกแล้วไงว่าห้ามกิน เดี๋ยวเราค่อยไปกินสตรอว์เบอร์รี่กันทีหลัง"
"อุ๊ปส์... เอิ๊ก" ไอรีนเรอออกมา มีฟองเล็กๆ หลุดออกมาจากปากของเธอด้วย
ทางด้านอามิฟอสเซีย ข้ารับใช้ของเธอกำลังทะเลาะกันว่าใครจะได้เป็นคนขัดหลังและสระผมให้อามิฟอสเซีย แต่สุดท้ายฉันก็เป็นคนทำเองอยู่ดี เพราะพวกเขาส่งเสียงดังเกินไป แค่เนซิเฟปรายตามองครั้งเดียวพวกเขาก็กลัวจนลนลาน... ถึงแม้เธออาจจะแอบใช้เนตรสาปเป็นหินทำให้พวกเขาตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะก็ตาม
หลังจากนั้น พวกเราก็ต้องช่วยรักษาพวกเขาให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม... อาธอสไม่ได้มีส่วนร่วมในการถกเถียงด้วยซ้ำแต่ก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย...
จากการที่ได้ทดลองการใช้สกิลการกระตุ้นวิวัฒนาการแบบบังคับเมื่อวานนี้ ฉันกำลังพิจารณาที่จะกระตุ้นวิวัฒนาการให้กับภรรยาบางคนของฉัน ลูกๆ ของฉันไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่นัก เพราะพวกเขาแข็งแกร่งกันมากอยู่แล้ว แต่ในวันนี้เหล่าภรรยาของฉันได้ขอร้องเรื่องนี้กับฉันอีกครั้ง
คนที่สนใจคือกลุ่มที่มีแรงก์ต่ำกว่า 10 พวกสาวๆ ที่เคยเป็นมนุษย์และตอนนี้กลายเป็นมนุษย์แห่งความโกลาหล (Chaos Human) ต่างก็ต้องการมันทั้งนั้น แต่ฉันตัดสินใจเลื่อนไปเป็นวันพรุ่งนี้แทน และวันนี้จะเปิดกล่องของขวัญรางวัลบางส่วนก่อน เพราะอาการเวียนหัวที่จะเกิดขึ้นจากการวิวัฒนาการพวกเธอทุกคนคงจะเหนื่อยเกินไป ฉันอยากพักผ่อนสักวัน
"อืม ฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องแรงก์โลกมนุษย์เท่าไหร่หรอก ฉันชดเชยมันได้ด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีเวทมนตร์ของฉัน หึๆ" ชาร์ลอตต์พูด หางซักคิวบัสของเธอสะบัดไปมาขณะพูด หลังจากที่เธอกลายเป็นมนุษย์แห่งความโกลาหลเผ่าปีศาจ (ซักคิวบัส) พละกำลังของเธอก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และเธอก็สามารถอดนอนทำงานในเวิร์กชอปได้เป็นสัปดาห์ๆ
และเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอต้องการพลังงาน เธอก็จะสูบมันไปจากฉันตอนที่พวกเราแสดงความรักต่อกัน แทนที่จะรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ฉันจินตนาการไว้ แต่มันกลับรู้สึกสดชื่นและ 'น่าสนใจ' ที่ได้เห็นพลังงานของตัวเองถูกถ่ายเทออกไปผ่านการมีสัมพันธ์... เพราะวิญญาณของฉันคอยส่งพลังงานหล่อเลี้ยงร่างกายทางกายภาพอยู่ตลอดเวลา ฉันจึงมีพลังงานให้ใช้ได้อย่างแท้จริงแทบจะไม่จำกัด
อิซุมิที่อยู่ข้างกายเธอก็ไม่รู้จักเหนื่อยเช่นกันเพราะเธอเป็นอันเดดแมนติคอร์ เธอคุ้นชินกับร่างกายใหม่แล้วและหมกมุ่นอยู่กับเวิร์กชอปพอๆ กับชาร์ลอตต์ ความหลากหลายของวัสดุและสิ่งต่างๆ ที่มีในจักรวรรดิของฉันนั้นหาที่เปรียบไม่ได้เมื่อเทียบกับจักรวรรดิอาซูม่า มีสิ่งต่างๆ ให้ค้นคว้าและสร้างสรรค์ที่นี่อย่างไม่รู้จบ
สิ่งประดิษฐ์ของพวกเธอมีประโยชน์กับเรามาก เพราะเธอสร้างไอเทมใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ โดยใช้คำแนะนำและคำอธิบายจากโลกมนุษย์ของพี่น้องตระกูลริน เช่น ไมโครเวฟที่ใช้อุ่นอาหารแช่แข็งได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เวทมนตร์ และสิ่งที่ยอดเยี่ยมอื่นๆ อย่างโทรศัพท์เวทมนตร์
"อืม พวกเราออได้ค่ะ..." โซฟาร์เปียพึมพำ
"ใช่ค่ะ อย่าเพิ่งรีบร้อนเลย ท่านคิเรน่าทำให้พวกเรามามากพอแล้ว" โซเฟไลอาเสริม
"ฉันสงสัยจังว่าฉันจะวิวัฒนาการเป็นอะไรนะ? ฉันยังขาดอีกตั้งห้าสิบเลเวล... บางทีฉันควรจะรอแทนที่จะบังคับวิวัฒนาการดีไหมนะ? ให้ตายสิ... แต่มันอาจจะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์เลย..." อิสเมน่าพึมพำขณะบินไปมาด้วยปีกผีเสื้อสีชมพูพราวเสน่ห์
"บางทีเธออาจจะวิวัฒนาการเป็นจักรพรรดินีแฟรี่ก็ได้นะ? อ้า ฉันจินตนาการว่าเธอเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยที่เจิดจรัสอยู่เสมอเลยอิสเมน่าจัง บางทีเธออาจจะได้เป็นจักรพรรดินีเสียที? โอโฮโฮ่!" อาเซลิน่าหัวเราะร่าขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะกับสาวๆ คนอื่น พวกเธอกำลังเพลิดเพลินกับช่วงเวลาน้ำชาและชิมขนมใหม่ๆ ที่นำเข้ามาจากอาณาจักรอาควาเรีย มีสาหร่ายแห้ง ปลา ขนมอบ และบิสกิต
"หวังว่าฉันจะมีเกล็ดที่แข็งขึ้นและกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นนะ... ตั้งแต่วิวัฒนาการมา ฉันรู้สึกเหมือนกลายเป็นคนอื่นไปเลย... และตอนนี้เมื่อมีความเป็นไปได้ในการวิวัฒนาการ ฉันก็เห็นว่าศักยภาพของฉันแทบจะไม่มีขีดจำกัด..." อัลทานี่พูด
"โธ่ อัลทานี่ ทำไมเธอไม่พูดเรื่องอื่นบ้างล่ะ? เอาแต่พูดเรื่องความแข็งแกร่งอย่างโน้นอย่างนี้อยู่ได้!" อาเซลิน่าบ่น
"ฉัน... อ้าว แล้วเธออยากให้ฉันพูดเรื่องอะไรล่ะ?"
"ลองเล่าเรื่องธรรมเนียมในเผ่าของเธอหน่อยสิ ฉันค่อนข้างสนใจวัฒนธรรมอื่นน่ะ" อเดลพูด เธอมีท่าทางคล้ายกับอาเซลิน่า
"โอ้ คือ... พวกเราทำหลายอย่างเลย... พูดตามตรงนะ ธรรมเนียมพวกนั้นมันมีขึ้นเพราะพวกเราไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า แต่พอมาใช้ชีวิตอยู่อย่างสบายที่นี่ ฉันว่าธรรมเนียมพวกนั้นมันก็น่ารำคาญเฉยๆ น่ะ" อัลทานี่ตอบ
"หือ?! แค่นั้นน่ะเหรอ? อัลทานี่เธอนี่บางทีก็จืดชืดจังเลย" อเดลว่า
"อเดล อย่าเสียมารยาทกับอัลทานี่สิ" ฉันปราม
"เก๋อ..." อเดลพึมพำขณะที่อัลทานี่ยิ้มให้ฉัน
"อืม ฉันสงสัยจังว่าเธอจะบังคับวิวัฒนาการให้ลูกเจี๊ยบของเราได้ไหมนะ?" เนเฟียน่าถาม
"ไม่ล่ะ ฉันไม่คิดว่าเป็นไอเดียที่ดีนะเนเฟียน่า มันอันตรายเกินไป" ฉันบอก... มันคงจะสยองขวัญมากถ้ามีอะไรผิดพลาด ฉันไม่อยากเสี่ยงชีวิตของพวกเขา
"มันอันตรายขนาดนั้นเลยเหรอ?! ฉันไม่เคยรู้เลย ฉันนึกว่าการบังคับวิวัฒนาการมันง่ายเสียอีก..." เนเฟียน่าพึมพำ
"ก็นะ อาจจะใช่ แต่มันก็ยังมีโอกาสล้มเหลว... คือฉันเต็มใจที่จะทำให้พวกเธอเพราะฉันสามารถรักษาพวกเธอได้ถ้ามีอะไรผิดพลาด แต่มันใช้ไม่ได้กับลูกเจี๊ยบที่กำลังโตอยู่ในไข่ พวกเขายังอ่อนแอเกินไปและคงจะตายทันที" ฉันอธิบาย
"เข้าใจแล้ว... แล้วฉันล่ะ? ฉันวิวัฒนาการอีกครั้งได้ไหม?" เนเฟียน่าพึมพำขณะลูบไข่เจ็ดใบที่มีสีสันสวยงามรอบตัวเธอ
"เนเฟียน่า เธอแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว การบังคับวิวัฒนาการมีโอกาสล้มเหลวสูงมากถ้าฉันไม่ใช้พวกวัสดุระดับตำนานน่ะ" ฉันบอก
"ชูปิ๊..." เนเฟียน่าพึมพำอย่างยอมรับความพ่ายแพ้ เธอแข็งแกร่งอยู่แล้วแต่ก็ยังไม่ค่อยพอใจนัก ในขณะที่คนอื่นๆ ที่อ่อนแอกว่าเธอกลับโอเคกับมันอย่างเช่นชาร์ลอตต์
"ฉันสงสัยจังว่าฉันจะมีลักษณะเหมือนมังกรเพิ่มขึ้นเหมือนอาธอสน้อยคนนั้นได้ไหม... ถึงแม้การวิวัฒนาการของฉันจะดูไปทางเผ่ายักษ์โอนิมากกว่าเผ่ากึ่งมังกร แต่ฉันก็มีหางที่มีเกล็ดนะ!" ลิลิธพูด ใบหน้าสีช็อกโกแลตของเธอแสดงออกถึงความอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้น
"งั้นเราก็ใช้เกล็ดกับเขาของอาธอสมาเป็นวัสดุให้ท่านน้าลิลิธได้สิคะ!" อามิฟอสเซียพูดพลางชำเลืองมองอาธอสราวกับว่าเธอเป็นแหล่งวัสดุชั้นดี
"ท่านอามิฟอสเซีย ได้โปรดอย่ามองข้าแบบนั้นเลยค่ะ... มันน่ากลัวมาก" อาธอสพึมพำ
"ฟุฟุฟุ โทษทีจ้า~" อามิฟอสเซียหัวเราะอย่างขี้เล่น
"เอาล่ะ มาดูกันว่าข้างในหีบพวกนี้มีอะไรบ้าง"
ขณะที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ซึ่งอยู่ใกล้กับโต๊ะ ฉันก็เริ่มเปิดรางวัล กล่องสุ่มไอเทม และของที่เหลืออยู่ทั้งหมดในกระเป๋าเก็บไอเทมของฉัน
.
.
.
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.