Chapter 881
789 / 2066
10 min read
Chapter 881
Published Mar 13, 2026, 06:23 AM
บทที่ 881: 206: ไม่อาจเพิกเฉย (ตอนที่ 18)
ด้วยความช่วยเหลือจากซ่งเฉินยวี่ประกอบกับความเข้าใจที่โจวรุ่ยมีต่อเซินอวี้เยี่ยนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้เขารู้ซึ้งถึงนิสัยใจคอของหล่อนอย่างทะลุปรุโปร่ง
อาจเป็นเพราะหล่อนเป็นคุณหนูสี่แห่งตระกูลเซินมาตั้งแต่เด็ก
แม้ว่าปีนี้เซินอวี้เยี่ยนจะมีอายุถึง 39 ปีแล้ว แต่ไอคิวของหล่อนกลับเทียบไม่ได้เลยกับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ
สำหรับโจวรุ่ยแล้ว เขาเพียงแค่ต้องแสดงละครให้ดีก็พอ
ในขณะที่เขากำลังทำอยู่นั้น เขาก็เริ่มแผนการขายความน่าสงสารของตัวเอง
ตระกูลเซินเป็นตระกูลชั้นสูง ไม่ว่าตระกูลที่ร่ำรวยและทรงอำนาจแบบไหนก็ไม่อาจเทียบเคียงได้ ดังนั้นในเรื่องของปูมหลังครอบครัว โจวรุ่ยจึงไม่อาจปิดบังได้เลย การที่เขาเกิดในครอบครัวธรรมดาๆ กลับทำให้เซินอวี้เยี่ยนรู้สึกประทับใจในตัวเขามากขึ้นเสียอีก
สำหรับคุณหนูอย่างเซินอวี้เยี่ยน หล่อนชอบที่จะมองทุกอย่างลงมาจากที่สูงด้วยท่าทีที่เย็นชาแต่เปี่ยมด้วยความเมตตา
“ฉันไม่รังเกียจคุณหรอกค่ะ” เซินอวี้เยี่ยนเอื้อมมือไปกุมมือของโจวรุ่ยไว้ “โจวรุ่ย อย่าดูถูกตัวเองสิ ถึงคุณจะเกิดในครอบครัวธรรมดา แต่ตัวคุณในตอนนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลยนะ!”
โจวรุ่ยเก้มหน้าลง “อวี้เยี่ยน คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมชอบอย่างจริงจัง ผมหวังว่าเราจะสามารถเดินไปด้วยกันได้ตลอดไป แต่ผมกลัวว่าครอบครัวและเพื่อนๆ ของคุณจะไม่เห็นด้วยกับผม หลังจากที่ได้เห็นความแตกต่างระหว่างครอบครัวของเราที่มันไม่ใช่เพียงแค่เล็กน้อย ทำไมเราไม่ถือโอกาสนี้เลิกรากันด้วยดีล่ะครับ?”
“โจวรุ่ย คุณพูดเรื่องอะไรกันคะ! เลิกราด้วยดีอะไรกัน!” เซินอวี้เยี่ยนกล่าวต่อ “ตราบใดที่ฉันยังไม่บอกเลิกคุณ คุณก็ยังเป็นแฟนของฉันเสมอ! อีกอย่าง เพื่อนของฉันก็ชื่นชมในตัวคุณมาก เธอเป็นคนเหมือนกันกับฉัน ไม่ใช่คนที่จะมาสนใจเรื่องฐานะครอบครัวหรอก! ส่วนครอบครัวของฉัน พวกเขาก็ต้องเคารพการตัดสินใจของฉันอยู่แล้ว! เพราะฉะนั้น คุณไม่จำเป็นต้องกังวลหรือลำบากใจในเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว!”
“จริงเหรอครับ?” โจวรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองเซินอวี้เยี่ยนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
แต่ภายในใจของเขากลับกำลังหัวเราะเยาะหล่อน
เซินอวี้เยี่ยน ยัยแก่คนนี้โง่จริงๆ เขาแค่พูดเปรยๆ ไม่กี่คำ หล่อนกลับหลงเชื่อเป็นตุเป็นตะ หลอกง่ายยิ่งกว่าพวกนักศึกษาจบใหม่เสียอีก
เมื่อนึกถึงว่าในอนาคตเขาจะได้กลายเป็นลูกเขยของตระกูลเซิน เป็นพี่เขยของนายท่านห้าแห่งตระกูลเซิน โจวรุ่ยก็รู้สึกภาคภูมิใจในใจเป็นอย่างยิ่ง
ทันทีที่เขาได้แต่งงานกับเซินอวี้เยี่ยน เขาจะสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบในเมืองหลวงแห่งนี้!
โจวรุ่ยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตระกูลโจวของเขาจะมารุ่งเรืองเฟื่องฟูได้ในเงื้อมมือของเขาเอง!
เขาได้ยินมาว่าเซินเส้าชิงยังไม่ได้แต่งงาน
ผู้ชายที่ยังไม่แต่งงานย่อมไม่มีทายาท ในอนาคตเขาจะเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเซิน ลูกที่เขาจะมีกับเซินอวี้เยี่ยนก็จะเป็นสายเลือดเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลเซินด้วยเช่นกัน
เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลเซินทั้งตระกูลก็จะเป็นของเขา!
พี่สาวอีกสามคนของตระกูลเซินต่างก็แต่งงานและมีลูกไปหมดแล้ว ลูกสะใภ้เหล่านี้ย่อมไม่มีสิทธิ์กลับมาสืบทอดทรัพย์สินของตระกูลได้อย่างแน่นอน คนที่เหลืออยู่ก็จะมีเพียงเขาและเซินอวี้เยี่ยนเท่านั้น
ยิ่งโจวรุ่ยคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นเจ้าของตระกูลเซินไปเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลเซินจะถูกเรียกว่าตระกูลเซินไม่ได้อีกต่อไป แต่มันควรจะถูกเรียกว่าตระกูลโจว!
“แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องจริงค่ะ!” เซินอวี้เยี่ยนสวมกอดโจวรุ่ย “โจวรุ่ย ฉันรักคุณนะคะ ฉันจะอยู่กับคุณตลอดไปและคุณห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาด! ถ้าคุณกล้าเปลี่ยนใจล่ะก็...”
ก่อนที่เซินอวี้เยี่ยนจะพูดจบ โจวรุ่ยก็แทรกขึ้นว่า “ถ้าผมเปลี่ยนใจ ขอให้ผมถูกฟ้าผ่าตายอย่างทรมานเลยครับ!”
“อย่าพูดจาเหลวไหลสิคะ!” เซินอวี้เยี่ยนตกใจจนต้องรีบเอามือปิดปากโจวรุ่ยไว้
โจวรุ่ยโอบกอดเซินอวี้เยี่ยนไว้แน่น “อวี้เยี่ยน ความรักของผมที่มีต่อคุณจะคงอยู่ตลอดไป ตราบใดที่คุณไม่เปลี่ยนใจไปรักผู้ชายคนอื่น ผมก็จะไม่มีวันเปลี่ยนใจครับ!”
เซินอวี้เยี่ยนเป็นฝ่ายเริ่มจูบโจวรุ่ยก่อน “ฉันก็เหมือนกันค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเด็ดขาด!”
“ขอบคุณนะอวี้เยี่ยน” โจวรุ่ยจูบตอบหล่อนด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
แต่เขากลับไม่ยอมก้าวข้ามไปสู่ขั้นต่อไป
นั่นทำให้เซินอวี้เยี่ยนรู้สึกประหลาดใจมาก
เดิมทีหล่อนคิดว่าเรื่องที่ควรจะเกิดขึ้นต่อไปนั้นมันเป็นเรื่องสมเหตุสมผล แต่หล่อนไม่คาดคิดเลยว่าโจวรุ่ยจะเป็นสุภาพบุรุษขนาดนี้ แม้จะเห็นได้ชัดว่าเขากำลังอดทนอย่างหนัก แต่เขาก็ไม่ยอมล่วงเกินหล่อนเลยแม้แต่นิดเดียว
สิ่งนี้ยิ่งทำให้เซินอวี้เยี่ยนมั่นใจมากขึ้นไปอีกว่า โจวรุ่ยคือคนที่ควรค่าแก่การฝากฝังชีวิตไว้ด้วย
“โจวรุ่ยคะ?” เซินอวี้เยี่ยนเงยหน้าขึ้นมองโจวรุ่ย ดวงตาของหล่อนฉายแววปรารถนาอย่างปิดไม่มิด
โจวรุ่ยยังคงกอดเซินอวี้เยี่ยนไว้แบบนั้น มีหรือที่คนซึ่งผ่านโลกมาอย่างโชกโชนอย่างเขาจะไม่เข้าใจความหมายในสายตาของหล่อน เขาจึงกล่าวต่อไปว่า “อวี้เยี่ยน คุณเป็นผู้หญิงที่ดี ผมอยากจะถนอมคุณไว้ให้ดีที่สุด ผมยังแตะต้องคุณตอนนี้ไม่ได้หรอกครับ ถ้าเกิดว่าหลังจากที่เรามีอะไรกันแล้วครอบครัวของคุณไม่พอใจในตัวผมขึ้นมาล่ะ? มันจะไม่ยุติธรรมสำหรับคุณเลยนะ”
โจวรุ่ยเป็นแบบนี้เสมอ
ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขาก็จะวางตัวให้ดูดีที่สุดก่อนเสมอ
เซินอวี้เยี่ยนยิ้มพลางกล่าวว่า “ต่อให้พวกเขาไม่พอใจในตัวคุณ แต่ฉันก็ยังอยากอยู่กับคุณค่ะ โจวรุ่ย อย่าคิดมากเลยนะคะ! แค่ฉันรักคุณก็พอแล้ว” หลังจากพูดจบ เซินอวี้เยี่ยนก็เป็นฝ่ายจูบโจวรุ่ยอีกครั้ง
จูบนี้เต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ชัดเจน
โจวรุ่ยรู้ดีว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว หากเขายังคงเล่นตัวต่อไป มันอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี
ทั้งสองคนต่างนัวเนียเข้าหากัน จากห้องนั่งเล่นมุ่งตรงไปยังห้องนอน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เซินอวี้เยี่ยนนอนซบอยู่ในอ้อมแขนของโจวรุ่ย “โจวรุ่ย คุณจะรังเกียจไหมคะที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของฉัน?”
“ไม่ครับ” โจวรุ่ยฝืนทนต่อความรู้สึกพะอืดพะอมแล้วจูบลงที่หน้าผากของเซินอวี้เยี่ยน “ผมแค่ต้องการรู้ว่าในใจของคุณมีผมอยู่ก็พอ อวี้เยี่ยน นี่มันศตวรรษที่ 21 แล้ว อย่าคิดมากไปเลยครับ”
“โจวรุ่ย ขอบคุณนะคะ”
โจวรุ่ยเหลือบมองเวลาในโทรศัพท์ “ดึกแล้ว เราเข้านอนกันเถอะครับ”
“ค่ะ” เซินอวี้เยี่ยนพยักหน้า
เมื่อหล่อนตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น โจวรุ่ยก็ไม่ได้อยู่บนเตียงแล้ว
หล่อนได้ยินเสียงโจวรุ่ยกำลังลดเสียงคุยกับใครบางคนอยู่ในห้องน้ำแว่วๆ เซินอวี้เยี่ยนหรี่ตาลง ผู้หญิงทุกคนย่อมมีความสอดรู้อยู่เป็นธรรมดา และหล่อนเองก็ไม่ใชข้อยกเว้น
เซินอวี้เยี่ยนรู้สึกสงสัยมากเมื่อได้ยินโจวรุ่ยพยายามลดเสียงลงอย่างจงใจ
หรือว่า...
โจวรุ่ยกำลังแอบนอกใจหล่อน?
เซินอวี้เยี่ยนค่อยๆ เดินไปเงียบๆ แล้วแนบหูฟังที่ประตู หล่อนได้ยินเสียงข้างในได้อย่างชัดเจน “คุณถอนการลงทุนงั้นเหรอ? ทำไมถึงถอนการลงทุนล่ะ?”
“ตอนนี้ผมมีคนที่สำคัญมากต้องอยู่ดูแล ไม่มีเวลาไปหาหรอก”
“ผมจะหาทางจัดการเรื่องเงินเอง คุณช่วยดึงตัวพนักงานที่กำลังจะลาออกไว้ก่อนนะ”
“แค่นี้ก่อนละกัน”
แม้จะเป็นเพียงไม่กี่ประโยค แต่เซินอวี้เยี่ยนก็สามารถบอกได้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างกับบริษัทของโจวรุ่ยอย่างแน่นอน
ปรากฏว่าในใจของโจวรุ่ยนั้น หล่อนมีความสำคัญมากกว่าบริษัทและหน้าที่การงานของเขาเสียอีก
ไม่อย่างนั้น โจวรุ่ยคงไม่พูดว่าเขามีคนที่สำคัญมากที่ต้องอยู่ดูแลหรอก
เมื่อคิดได้เช่นนี้ มุมปากของเซินอวี้เยี่ยนก็ยกยิ้มขึ้น หล่อนหันหลังเดินกลับไปที่ห้องนอน
โจวรุ่ยได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วๆ และแววตาของผู้ชนะก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
รอก่อนเถอะ
ปลาใกล้จะติดเบ็ดแล้ว
ไม่เสียแรงเปล่าจริงๆ ที่เขายอมทนอยู่กับเซินอวี้เยี่ยนมาทั้งคืน
เซินอวี้เยี่ยนกลับมาที่ห้องนอนและเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า
ครู่ต่อมา โจวรุ่ยก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าเซินอวี้เยี่ยนตื่นแล้ว เขาก็กล่าวด้วยท่าทีประหลาดใจว่า “อวี้เยี่ยน ทำไมตื่นเช้าจังครับ? นี่เพิ่งจะแปดโมงเอง นอนต่ออีกสักหน่อยเถอะครับ เดี๋ยวผมจะไปทำอาหารเช้าให้ พอเสร็จแล้วเดี๋ยวผมมาปลุกนะ”
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เซินอวี้เยี่ยนกล่าว
“มีอะไรเหรอครับ?” โจวรุ่ยถาม
เซินอวี้เยี่ยนกล่าวต่อ “โจวรุ่ย ฉันขอถามอะไรหน่อย คุณกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่หรือเปล่า?” บริษัทของโจวรุ่ยกำลังมีปัญหา ในฐานะแฟนสาวของเขา แน่นอนว่าหล่อนไม่อาจเพิกเฉยและทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้
“เปล่าครับ” โจวรุ่ยส่ายหัว
เซินอวี้เยี่ยนหรี่ตาลง “จริงเหรอคะ?”
โจวรุ่ยยิ้มแล้วตอบว่า “จริงครับ”
เซินอวี้เยี่ยนลุกขึ้นและกุมมือของโจวรุ่ยไว้ หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมากว่า “โจวรุ่ย เราเป็นแฟนกันนะ เรามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันที่สุดแล้ว ฉันไม่อยากให้คุณปิดบังอะไรฉันทั้งนั้น”
โจวรุ่ยเป็นคนฉลาด
เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถเปิดเผยจุดประสงค์ของเขาออกมาในทันทีได้ เพราะมันจะดูชัดเจนจนเกินไป เขาต้องทำให้เซินอวี้เยี่ยนเป็นฝ่ายเสนอที่จะให้เงินเขาเอง เพราะตอนนี้เซินอวี้เยี่ยนต่างหากที่ทำงานให้เขา ไม่ใช่เขาทำงานให้หล่อน
“มันไม่มีอะไรจริงๆ ครับอวี้เยี่ยน อย่าคิดมากเลยนะ” โจวรุ่ยลูบหัวเซินอวี้เยี่ยนแล้วพูดต่อ “เช้านี้คุณอยากทานอะไรครับ? เดี๋ยวผมทำให้”
เซินอวี้เยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันอยากทานแซนด์วิชค่ะ”
“ได้ครับ” โจวรุ่ยพยักหน้า “งั้นผมไปทำก่อนนะ”
เซินอวี้เยี่ยนยังถามย้ำ “โจวรุ่ย คุณไม่ได้ปิดบังอะไรฉันจริงๆ ใช่ไหม?”
“ไม่มีจริงๆ ครับ ยัยเด็กโง่ อย่าจินตนาการไปไกลนักเลย” พูดจบ โจวรุ่ยก็หันหลังเดินเข้าไปในครัว
เซินอวี้เยี่ยนมองตามแผ่นหลังของโจวรุ่ยด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
การกระทำทุกอย่างของโจวรุ่ยกำลังบอกหล่อนว่า หล่อนดูคนไม่ผิดจริงๆ
เขาเป็นผู้ชายดีๆ ที่หาได้ยากยิ่ง
โจวรุ่ยไม่ได้ต้องการอำนาจหรือเงินทองเลยยามที่เขาอยู่กับหล่อน
ไม่นานนัก โจวรุ่ยก็ทำอาหารเช้าเสร็จ “อวี้เยี่ยน ออกมาทานข้าวได้แล้วครับ”
“มาแล้วค่ะ” เซินอวี้เยี่ยนล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เดินไปที่ห้องอาหารเพื่อทานข้าว
โจวรุ่ยไม่ได้ทำแค่แซนด์วิชเท่านั้น แต่เขายังทำโจ๊กด้วย เขายังใจดีตักโจ๊กใส่ถ้วยให้เซินอวี้เยี่ยน “โจ๊กเพิ่งเสร็จใหม่ๆ ยังร้อนอยู่นะครับ เดี๋ยวผมเป่าให้”
แม้ว่าโจวรุ่ยจะอายุน้อยกว่าเซินอวี้เยี่ยน แต่เซินอวี้เยี่ยนกลับไม่รู้สึกถึงความแตกต่างของช่วงวัยในตัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว หล่อนต่างหากที่ได้รับการดูแลอย่างดีเมื่ออยู่กับโจวรุ่ย
ใครๆ ต่างก็บอกว่าการที่ผู้หญิงอายุมากกว่ารักกับผู้ชายที่อายุน้อยกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยใจ แต่เซินอวี้เยี่ยนกลับไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยสักนิดเดียว
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.