Chapter 260
253 / 1532
9 min read
Chapter 260 Bowing Down?
Published Mar 12, 2026, 07:15 PM
บทที่ 260 ยอมสยบแล้วงั้นหรือ?
ณ ร้านสาขาหลัก
รถหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาอย่างช้าๆ พนักงานต้อนรับที่หน้าประตูจำป้ายทะเบียนรถของบอสใหญ่ได้ทันที พวกเขารีบวิ่งกรูเข้าไปเปิดประตูให้อย่างรวดเร็ว
วูบ!
จู่ๆ พายุเฮอริเคนก็พัดถล่มลงมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน ตามมาด้วยเงาร่างยักษ์อันดุร้าย
เหล่าพนักงานที่ออกมาต้อนรับเจ้านายต่างพากันขวัญหนีดีฝ่อ บางคนถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือด แถมกางเกงยังเปียกแฉะไปด้วยปัสสาวะ
โครม!
อสูรกายร่างยักษ์ร่อนลงจอดที่หน้าประตู มันปรายตามองหลิวหยวนด้วยดวงตาที่เย็นชาและไร้ความปรานี ก่อนจะหดกรงเล็บและปีกที่กางออก จากนั้นก็นอนแผ่ลงกับพื้นพร้อมกับบิดกายเล็กน้อย ปากที่เต็มไปด้วยคราบเลือดอ้าหาวออกมาเบาๆ
กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงโชยออกมาพร้อมกับลมหายใจนั้น
หลิวหยวนพยายามสะกดกลั้นความตื่นตระหนกเอาไว้ไม่ให้แสดงออกมาทางสีหน้า เขาข่มความกลัวในใจแล้วประสานมือทำความเคารพพร้อมรอยยิ้ม “ท่านอาวุโสแบล็คเนเธอร์ ทางร้านได้จัดเตรียมสถานที่พิเศษไว้ให้ท่านแล้ว ไม่ทราบว่าข้าจะขอเชิญท่านเข้าไปพักผ่อนภายในร้านได้หรือไม่?”
“ข้าจะอยู่ที่นี่ ข้าไม่ชินกับสถานที่ที่พวกเจ้ามนุษย์สร้างขึ้น” อสูรแปดนรกส่งกระแสจิตมาด้วยท่าทีเฉยเมยและเย็นชา
หลิวหยวนมองมันแล้วรู้ดีว่าสัตว์อสูรตนนี้ไม่ได้พูดจาอ้อมค้อมเหมือนมนุษย์ เขาไม่กล้าเซ้าซี้จึงได้แต่ประสานมือแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าคงต้องรบกวนท่านอาวุโสแบล็คเนเธอร์ให้พักผ่อนที่นี่ในช่วงสองสามวันนี้ หากมีใครมารบกวนท่าน ข้าต้องขออภัยล่วงหน้าด้วย อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นเมืองฐานที่มั่น...”
อสูรแปดนรกพ่นลมหายใจออกทางจมูกแล้วปรายตามองเขาครั้งหนึ่งโดยไม่คิดจะสนใจอีก มันล้มตัวลงนอนและหลับตาพักผ่อน สีหน้าของหลิวหยวนดูเกร็งไปชั่วขณะแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก เขาคิดว่าประมุขตระกูลคงกำชับเจ้าปีศาจตัวนี้ไว้แล้ว หากไม่ใช่เพราะแบบนั้น ด้วยความดุร้ายของมัน ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในร้านนี้คงสร้างความเดือดร้อนให้เขาไม่น้อย
ด้วยความระมัดระวัง เขาจึงตัดสินใจสั่งให้คนมาคอยเฝ้าระวังรอบๆ เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาใกล้จนไปรบกวนเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้
สีหน้าของหลิวหยวนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเมื่อหันกลับมาเห็นพนักงานบางคนที่ฉี่ราดด้วยความหวาดกลัว เขาตวาดเสียงแข็ง “พวกแกทุกคน ลุกขึ้นมา! ดูสภาพตัวเองสิ!”
พนักงานเหล่านั้นมีแต่ความหวาดกลัวฉายชัดอยู่บนใบหน้า ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว
ในจังหวะนั้นเอง คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้างานคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งออกมาจากร้าน เขาลอบมองอสูรแปดนรกด้วยความสงสัย มีข่าวลือหนาหูว่าประมุขตระกูลหลิวมีสัตว์เลี้ยงระดับนี้อยู่ เขาพอจะเดาอะไรบางอย่างได้จึงกลั้นความกลัวแล้ววิ่งเข้าไปหาหลิวหยวน “ผู้จัดการครับ นี่มันอะไรกันครับ?”
“นี่คือท่านอาวุโสแบล็คเนเธอร์ สัตว์เลี้ยงต่อสู้ของท่านประมุข ข้าเชิญท่านมาเพื่อคุมร้านโดยเฉพาะ” หลิิวหยวนตอบ
หัวหน้างานผู้นั้นถอนหายใจอย่างโล่งอกและลอบสังเกตอสูรร้ายที่ดูเหมือนกำลังนอนหลับอย่างสนิท เมื่อเห็นว่ามันไม่ได้ตื่นขึ้นมาเขาก็ขยับเข้าไปใกล้หลิวหยวนแล้วกระซิบข้างหู “ผู้จัดการครับ ร้านสัตว์เลี้ยงพิกซี่ที่คอยแย่งลูกค้าเราไป มันปิดร้านแล้วครับ!”
หลิวหยวนอึ้งไป “ปิดแล้วงั้นรึ?”
“ครับ ดูคลิปนี้สิ”
หัวหน้างานยื่นโทรศัพท์ให้หลิวหยวนดู
หลิวหยวนดูอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็รู้สึกงงงวย เขาไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าเจ้าของร้านคนนั้นกำลังเล่นเกมอะไร
ในยามที่คนมารวมตัวกันแน่นขนัดขนาดนี้ พวกเขากลับปิดร้านไปเสียดื้อๆ
เป็นไปได้ไหมว่า... เกิดเรื่องอะไรขึ้นในร้าน?
หรือว่า... เขากำลังก้มหัวยอมจำนนให้กับพวกเราผ่านทางไกล?
เขาขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็นับว่าเป็นผลดีต่อเขา
แต่ถึงจะมานึกยอมสยบตอนนี้ มันก็สายเกินไปแล้ว!
“เข้าไปในร้านก่อน เดี๋ยวนี้นำข้อความไปแจ้งผู้จัดการแต่ละสาขาด้วย เราจะมีการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กันในภายหลัง” หลิวหยวนสั่งขณะเดินเข้าไป
หัวหน้างานเดินตามอย่างนอบน้อมพร้อมกับหันไปตำหนิพนักงานสองสามคนที่เดินผ่าน “พวกแกยังจะนั่งบื้ออยู่ทำไม? ไม่อายหรือไง? รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้ ถ้าทำตัวเสียเรื่องแบบนี้อีก ก็เตรียมเก็บของออกไปซะ!” คำขู่ว่าจะถูกไล่ออกทำให้พนักงานเหล่านั้นได้สติ พวกเขารีบลุกขึ้นวิ่งจากไปอย่างหงอยเหงา
หลังจากเข้ามาในร้าน หลิวหยวนก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เขาบอกกับหัวหน้างานข้างกายทันที “ในเมื่อร้านนั้นปิดก่อนเวลา ก็รีบส่งคนไปโฆษณาเพิ่ม ดึงลูกค้าพวกนั้นมาที่ร้านเราให้หมด ถ้าพวกเขาไม่ยอมทำธุรกิจกับเรา ก็อย่าได้เกรงใจ!”
“ข้าส่งคนไปแล้วครับ” หัวหน้างานตอบอย่างนอบน้อม
“ตอนนี้มีอสูรแปดนรกมาคุมหน้าประตูร้านเรา นี่แหละจุดขายหลัก จำไว้ว่าต้องส่งคนไปเนียนเป็นคนเดินผ่านทางแล้วถ่ายคลิปโพสต์ลงโซเชียลด้วย แล้วก็อย่าหยุดโฆษณาตามแพลตฟอร์มต่างๆ”
“ครับ”
“ส่วนเรื่องโปรโมชั่นคอมโบใหม่ ในเมื่อพวกเขาการันตีติดอันดับท็อปสิบ เราก็ยกระดับขึ้นไปอีกด้วยการโปรโมทแพ็กเกจการันตีท็อป 50 ถ้าไม่สำเร็จเราค่อยใช้สิทธิประโยชน์อื่นมาดึงดูดแทน ยังไงเราก็ต้องเหนือกว่าพวกเขาให้ได้!”
แววตาของหลิวหยวนฉายแววโหดเหี้ยม
การจะรับประกันการจัดอันดับไปไกลกว่านั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาแบกรับไม่ไหว เขาก็ได้รับแรงกดดันมากพออยู่แล้วกับแพ็กเกจการันตีท็อป 50
อีกฝ่ายถึงกับกล้าบอกว่าการันตีติดอันดับท็อปสิบงั้นรึ?
มันเป็นพวกสติเฟื่องชัดๆ นี่มันการฆ่าตัวตายชัดๆ!
เขาไม่เชื่อหรอกว่าอีกฝ่ายจะมีความสามารถพอที่จะทำให้สัตว์เลี้ยงของลูกค้าติดท็อปสิบของการแข่งขันได้หลังจากผ่านการฝึกในร้าน
เขาเชื่อว่าสุดท้ายมันก็คงลงเอยแบบเดียวกับที่พวกเขาทำ หลังจากลีกจบลง พวกเขาก็คงไปตามหาพวกนักแข่งที่ติดอันดับต้นๆ แล้วแอบเจรจาเป็นการส่วนตัวเพื่อให้คนเหล่านั้นยอมรับว่าพวกเขาได้นำสัตว์เลี้ยงไปฝึกที่ร้านนั้น
อย่างไรก็ตาม การทำแบบนั้นต้องใช้เงินมหาศาล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อร้านสองร้านต้องมาแข่งกันเอง บุคคลที่สามมักจะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ พวกคู่แข่งที่สามารถทำอันดับได้สูงไม่ใช่คนโง่ พวกเขาจะเรียกค่าตอบแทนที่สูงขึ้น และจำนวนเงินที่ทางร้านต้องควักจ่ายก็คงไม่ใช่น้อยๆ
แต่ถ้าพวกเขาสามารถชนะศึกนี้และกวาดธุรกิจมาได้ทั้งหมด เงินจำนวนนั้นก็ถือเป็นเพียงแค่เศษเงินเท่านั้น
หลังจากให้คำแนะนำกับหัวหน้างาน หลิวหยวนก็เดินกลับเข้าห้องทำงานของเขา
เขาปิดประตู
จากนั้นก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาและติดต่อไปยังคนในตระกูล
ตระกูลหลิวเองก็มีคนรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์อยู่ไม่น้อย
เขารู้ดีว่ามีคนในตระกูลอยู่สองสามคนที่สามารถแข่งขันในรายการอีลีทลีกได้ และในเมื่อเป็นคนในตระกูลเดียวกัน เขาสามารถดึงตัวคนเหล่านั้นมาช่วยโปรโมทร้านได้อย่างแน่นอน
เมื่อพวกเขาทำอันดับได้สำเร็จ มันก็จะเป็นเรื่องที่ “ชอบธรรม” ทันทีที่อ้างว่าพวกเขาฝึกสัตว์เลี้ยงที่ร้านของพวกเขา
แม้ว่าภายในตระกูลจะมีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง แต่เขาก็เชื่อว่าคนเหล่านั้นคงต้องรวมพลังกันเพื่อสู้กับภัยคุกคามจากคนนอก
มิเช่นนั้น พวกเขาคงไม่มีคำอธิบายไปบอกประมุขตระกูลได้
“ฮัลโหล นั่นหลิวเจี้ยนซินใช่ไหม? ข้าเองนะ ท่านอาลำดับที่เจ็ดของเจ้า...”
สายถูกเชื่อมต่อ หลิวหยวนเริ่มบทสนทนาด้วยการชวนคุยเรื่องสัพเพเหระทันที
หากคนนอกได้ยินชื่อนั้นคงต้องตกตะลึง
หลิวเจี้ยนซินคือหนึ่งในสิบอันดับแรกของการแข่งขันอีลีทลีกครั้งที่ผ่านมา
เขามีชื่อเสียงโด่งดังในหลงเจียงมาตั้งแต่สามปีก่อน ผู้คนมากมายต่างคุ้นหูในชื่อของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ประวัติของหลิวเจี้ยนซินยังน่าทึ่งมาก เขาจบการศึกษาจากสถาบันแอรีสอันดับหนึ่งในหลงเจียง และเป็นหนึ่งในนักเรียนหัวกะทิของรุ่น
เวลาล่วงเลยมาไม่กี่ปี ปัจจุบันหลิวเจี้ยนซินอายุ 27 ปีแล้ว
คนที่มีอายุเกิน 28 ปีจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงแข่งในรายการอีลีทลีก นี่จึงเป็นการแข่งขันครั้งสุดท้ายของหลิวเจี้ยนซิน ครั้งนี้พละกำลังในการต่อสู้ของเขายิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก เขาคือตัวเก็งอันดับหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ ต่อให้ไม่มีโอกาสได้แชมป์ อย่างน้อยเขาก็ต้องติดท็อปสิบอย่างแน่นอน หลิวหยวนหวังว่าเขาจะสามารถดึงหลิวเจี้ยนซินมาร่วมมือได้ เพื่อให้ร้านของพวกเขาประกาศศักดาได้อย่างเต็มภาคภูมิ
การันตีท็อปสิบ!
อันที่จริง เขาอาจจะกล้าหาญกว่านั้นด้วยการการันตีท็อปห้าไปเลยก็ได้!
ท้ายที่สุด ด้วยผลงานอันดับห้าของหลิวเจี้ยนซินในคราวก่อน บวกกับการฝึกฝนตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาจะทำผลงานได้แย่กว่าครั้งที่แล้วได้อย่างไรกัน?!
คู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดสองคนในซีซั่นที่แล้วอายุเกินกำหนดไปแล้ว และหนึ่งในนั้นก็ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดกลายเป็นนักรบสัตว์เลี้ยงต่อสู้ระดับสูงไปแล้ว เขาจึงเกินเกณฑ์ที่ลีกกำหนดและไม่สามารถลงแข่งได้อีก
ดังนั้น เมื่อคู่แข่งสามคนถูกคัดออก หลิวเจี้ยนซินจึงมีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังมีโอกาสติดอันดับหนึ่งในสามอยู่ดี!
ณ คฤหาสน์ตระกูลหลิว
ในสวนของวิลล่าส่วนตัว
“ท่านอาลำดับที่เจ็ด?”
ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งกำลังถือดาบอยู่ในมืออย่างสบายอารมณ์ เขากำลังฝึกเพลงดาบอยู่ โดยมีคนรับใช้เป็นคนยื่นโทรศัพท์ให้ ในขณะนี้เขายังคงมีเหงื่อซึมตามร่างกายจากการฝึกหนัก แต่ลมหายใจของเขาก็กลับมาเป็นปกติได้ในเวลาไม่นานหลังจากปรับจังหวะการหายใจ
น้ำเสียงของเขาก็ดูสงบนิ่ง สุขุม และค่อนข้างเฉยเมย
“ร้านสัตว์เลี้ยง?” “การันตีอันดับ?”
“...”
หลิวเจี้ยนซินรับฟังสิ่งที่ปลายสายพูดแล้วค่อยๆ ขมวดคิ้ว
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าท่านประมุขได้ให้หลิวหยวนยืมอสูรแปดนรกไปใช้คุมร้านอีกฝ่ายหนึ่ง
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.