Chapter 1375
1367 / 2257
6 min read
Chapter 1375 - No Negotiation
Published Mar 12, 2026, 09:30 PM
บทที่ 1375 - ไม่มีการเจรจา
“ฟู... ไม่ว่าอย่างไร ตอนนี้ทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว คุณหนูปลอดภัยดี ผมก็วางใจได้เสียที... พวกนายคอยจับตาดูเหตุการณ์หลังจากนี้แล้วมารายงานด้วย!” ผู้อาวุโสหลี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะจบลงแล้ว หลินอี้จัดการเตรียมการทุกอย่างไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาเองที่กังวลไปเปล่าๆ ผู้อาวุโสแห่งสำนักวังมืดกลับทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าบอดี้การ์ดตัวน้อยอย่างหลินอี้เสียด้วยซ้ำ!
“รับทราบ!” เงาดำกล่าว “ไม่ต้องห่วงครับผู้อาวุโสหลี่ ทว่ากลุ่มของเราทำได้เพียงแค่เฝ้าระวังเท่านั้น หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา เราคงไม่สามารถให้การสนับสนุนได้...”
เงาดำคนนี้อยู่ใกล้ชิดผู้อาวุโสหลี่มาก และเป็นหนึ่งในคนที่เขาไว้ใจที่สุด เขาจึงพูดโดยไม่ได้เกรงใจนัก
“นั่นสินะ... ฉันคงต้องไปคุยกับท่านผู้อาวุโสใหญ่เพิ่มอีกหน่อย แต่พวกนายก็นำข่าวดีมาให้ฉัน ดูเหมือนว่าภูมิหลังของเจ้าเด็กหลินอี้นี่จะไม่ธรรมดาเลย!” ผู้อาวุโสหลี่กล่าวด้วยความตกใจ “ถ้าเขาแข็งแกร่งขนาดนั้นจริง ฉันมั่นใจว่าท่านผู้อาวุโสใหญ่จะต้องมีข้อยกเว้นให้แน่นอน...”
เงาดำไม่กล้าออกความเห็นเรื่องการเมืองภายในของสำนัก เขาฟังแล้วก็วางสายไป
จากนั้นผู้อาวุโสหลี่จึงมุ่งหน้าไปยังที่พักของท่านผู้อาวุโสใหญ่
“เจ้ากลับมาอีกทำไม?” ท่านผู้อาวุโสใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดที่เห็นเขาโผล่มาอีก สีหน้าของนางเย็นชาลงทันที
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ข้ามีเรื่องสำคัญจะมารายงาน!” ผู้อาวุโสหลี่กล่าว
“ถ้าจะพูดเรื่องเจ้าเด็กเหลือขอฉู่เมิ่งเหยา ก็ลืมมันไปเสียเถอะ ข้ายังต้องฝึกวิชาต่อ” นางกล่าวอย่างรำคาญ
“เรื่องนี้... มันเกี่ยวกับคุณหนู แต่ว่า...” ผู้อาวุโสหลี่ลังเลเล็กน้อย เพราะท่านผู้อาวุโสใหญ่ดักคอเขาไว้ทันที
“แต่ว่าอะไร? ไม่ต้องมาแต่ว่าอะไรทั้งนั้น ข้าไม่สนใจหรอกว่านางจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร” นางโบกมือปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจ
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ โปรดให้ข้าพูดให้จบเถอะ จินอู๋ตี๋ตายแล้ว!” ผู้อาวุโสหลี่กล่าวเน้นย้ำ “คนที่ฆ่าเขาคือผู้ติดตามของหลินอี้...”
“แล้วจะบอกข้าว่าอย่างไร? ผู้ติดตามของหลินอี้คนนั้นเก่งกาจงั้นหรือ?” นางขมวดคิ้ว “การฆ่าระดับปฐพีได้มันเป็นเรื่องใหญ่อะไรกัน? เราทั้งคู่ก็ทำได้ไม่ใช่หรือไง?”
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ บอดี้การ์ดของคุณหนูไม่ได้อ่อนแอเลย ผู้ติดตามของบอดี้การ์ดคนหนึ่งกลับสังหารระดับปฐพีได้ในการโจมตีเดียว แล้วระดับพลังของเขาจะอยู่ที่เท่าไหร่กัน? ข้าตรวจสอบแล้วหลินอี้เป็นเพียงระดับลี้ลับเท่านั้น แล้วทำไมผู้ติดตามคนนี้ถึงยอมมาเป็นลูกน้องของคนระดับลี้ลับล่ะ?” ผู้อาวุโสหลี่วิเคราะห์ “หลินอี้คนนี้ต้องมีเบื้องหลังที่แข็งแกร่งหนุนหลังอยู่แน่ๆ เขาอาจจะเป็นทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลใหญ่ หรือแม้กระทั่งสำนักใดสำนักหนึ่ง...”
“เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้เรื่องผู้คนและลูกศิษย์ในวงการตระกูลโบราณและสำนักโบราณหรือไง? เจ้าคิดว่าข้าต้องให้เจ้ามาวิเคราะห์ให้ฟังหรือ?” นางแค่นเสียงหัวเราะ “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ เจ้าพูดแบบนี้ก็เพื่อให้ข้าคิดว่าหลินอี้มีภูมิหลังที่แข็งแกร่งมากและให้ข้าผูกมิตรกับเขาเพื่อประโยชน์ของสำนัก แต่ในสายตาข้า เขาเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่ง พลังของเขาไม่มีค่าพอให้ข้าสนใจหรอก!”
“นั่น...” ผู้อาวุโสหลี่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เพราะมันคือสิ่งที่เขาคิดอยู่จริงๆ และน่าอายที่นางมองออก “ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่การที่มีความสามารถระดับนี้ในโลกคนธรรมดาได้ ย่อมต้องมีความหมายอะไรบางอย่าง อย่างที่เขาว่ากันว่ามีเพื่อนเพิ่มอีกคนก็มีทางไปเพิ่มอีกทาง ต่อให้เขาจะเป็นแค่คนตัวเล็กๆ แต่การได้ผูกมิตรกับเขาก็ยังคุ้มค่า! ในเมื่อเขาแสดงพรสวรรค์ด้านการฝึกวิชาให้เห็นแล้ว มันจะแย่เอาได้หากสำนักอื่นชิงตัวเขาไป...”
“หึ แค่การฝึกวิชาของพวกคนธรรมดา ไม่คุ้มพอที่สำนักวังมืดอย่างเราจะไปดึงตัวเขามาหรอก แต่อย่างไรก็ตาม ฉู่เผิงจ่านคนนี้ก็ไม่เลวเลย เขไปหาบอดี้การ์ดแบบนี้มาจากไหนกัน?” นางกล่าวแผ่วๆ “เอาล่ะ เจ้าไปสืบภูมิหลังของเจ้าหลินอี้นั่นมา ถ้ามันคุ้มค่าที่จะดึงตัวมาจริงๆ ข้าก็อาจจะมอบผลประโยชน์ให้เขาบ้าง เงื่อนไขอะไรที่ฉู่เผิงจ่านให้เขาได้ สำนักของเราก็ให้ได้เช่นกัน!”
“ห๊ะ? ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ท่านกำลังจะบอกว่าเราควร... แย่งเขามาจากฉู่เผิงจ่านงั้นหรือ?” ผู้อาวุโสหลี่ชะงัก
“ไม่ใช่เจ้าหรือไงที่บอกว่าเขามีพรสวรรค์และคุ้มค่าที่จะดึงตัวมา?” ท่านผู้อาวุโสกล่าวอย่างเฉยเมย
“แต่ว่า คุณหนู...” ผู้อาวุโสหลี่นิ่งไป นึกสงสัยว่าตนทำเรื่องที่ไม่จำเป็นไปหรือเปล่า เขาอาจจะทำพลาดไปแล้ว หากท่านผู้อาวุโสใหญ่เกิดสนใจในตัวหลินอี้แล้วดึงตัวเขาเข้าสำนักไป แล้วเหมิ่งเหยาจะทำอย่างไร?
“เจ้าต้องการดึงคนมีความสามารถมาเข้าพวกเรา หรือต้องการความปลอดภัยของเด็กเหลือขอคนหนึ่งกันแน่?” ท่านผู้อาวุโสเริ่มโกรธ “เอาล่ะ ออกไปได้แล้ว เจ้าเอาแต่กังวลเรื่องโน้นเรื่องนี้ เต็มไปด้วยอารมณ์ส่วนตัว ไม่คำนึงถึงอนาคตของสำนักเราเลย สิ่งที่เจ้าคิดมีเพียงความเป็นอยู่ของเด็กเหลือขอนั่น! ถ้าเด็กเหลือขอนั่นสามารถทำให้สำนักของเรากลายเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดได้ ข้ายอมเป็นคนรับใช้นางก็ได้ แต่ถ้าไม่ ก็อย่าได้มาต่อรองอะไรกับข้า!”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัวลา...” ผู้อาวุโสหลี่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ท่านผู้อาวุโสใหญ่เป็นพวกสุดโต่งและมีชีวิตอยู่เพื่อสำนัก นางยอมสละชีวิตเพื่อสำนักได้ แต่เรื่องอื่นนอกเหนือจากนั้นถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ผู้อาวุโสหลี่กังวลว่าเขาพูดมากเกินไป หากท่านผู้อาวุโสใหญ่ยืนกรานที่จะดึงหลินอี้เข้าสำนัก แล้วเผิงจ่านจะหาบอดี้การ์ดที่เก่งกาจขนาดนี้มาจากไหนอีก? เขาจึงตัดสินใจล่าถอยออกมาก่อน
ณ ตระกูลเซียว พีจื้อซานนั่งทำหน้าเคร่งขรึมอยู่บนที่นั่งหลักของโซฟา ข้างกายมีเซียวจี้และเซียวเปิ่น นั่งอยู่ โดยมีหวังปาและหวังเต้า ยืนประสานมือด้วยความเคารพอยู่ข้างๆ
ในขณะนี้ พี่น้องตระกูลเซียวต่างทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วและรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก พวกเขาคิดว่ามีจินอู๋ตี๋อยู่ หลินอี้จะต้องตายอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้กลับเป็นอู๋ตี๋ที่ตายเสียเอง แม้แต่คุณชายใหญ่ของตระกูลพีก็ยังต้องก้มหัวให้ ตระกูลเซียวตกอยู่ในอันตรายขั้นสูงสุด
“นายน้อยพี ท่านจะทอดทิ้งตระกูลเซียวไม่ได้นะ เราทำให้ตระกูลฉู่ขุ่นเคืองก็เพราะต้องการช่วยหาเงินให้ตระกูลพี ตอนนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ท่านจะทิ้งเราไปเฉยๆ ไม่ได้!” เซียวจี้กังวลที่สุดว่าตระกูลพีจะตีจากพวกเขาในตอนนี้ พวกเขาเป็นตระกูลลับและสามารถจากไปเมื่อไหร่ก็ได้ หลินอี้คงไม่กล้าบุกไปถึงสำนักงานใหญ่ของพวกเขาหรอก
แต่ตระกูลเซียวต่างออกไป! พวกเขาต้องดำเนินธุรกิจอยู่ที่นี่ต่อไป ดังนั้นเว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนชื่อย้ายเมืองและเลิกสนใจเรื่องตระกูลขุนนางหรืออะไรเทือกนั้น หลินอี้ก็สามารถตามหาพวกเขาเพื่อล้างแค้นได้ง่ายๆ หากเขาต้องการ!
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.