ตอนที่ 1199
1104 / 2047
อ่าน 19 นาที
Chapter 1199: The Devil Inside
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 18:30
บทที่ 1199: ปีศาจในใจ
“ขอบคุณที่เตือนนะพี่เลิ่งชวน ผมจะระวังตัวครับ” ยุนเชพยักหน้า แต่ในใจลึกๆ กลับไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก
เขาได้เห็นการต่อสู้ระหว่างสุ่ยเม่ยอิ๋นกับเมิ่งต้วนซีมากับตาตัวเอง และต้องยอมรับเลยว่าพลังจิตของนางนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ เมิ่งต้วนซีนั้นแข็งแกร่งมาก แต่กลับแทบจะไร้หนทางต้านทานพลังจิตของนาง หากท้ายที่สุดสุ่ยเม่ยอิ๋นไม่ยอมผ่อนปรน เขาคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกควบคุมจิตใจไปแล้วจนพ่ายแพ้
แม้จะประมาทสุ่ยเม่ยอิ๋นไม่ได้ แต่ในร่างกายเขามีจิตวิญญาณเทพถึงสี่ประเภท... อย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่าในแง่ของพลังจิต เขาจะไม่แพ้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งแน่
ส่วนพลังลมปราณ... สุ่ยเม่ยอิ๋นคือคนที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาผู้เข้าแข่งขันทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย ตราบใดที่เขาสามารถกดดันการโจมตีทางจิตของนางได้ การต่อสู้ที่เหลือก็คงง่ายเหมือนรังแกเด็กสามขวบ
ลู่เลิ่งชวนพินิจสีหน้าของยุนเชอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ดูเหมือนเจ้าจะมั่นใจกับการต่อสู้ในวันพรุ่งนี้มาก นั่นเป็นเรื่องดี... ข้ายังไม่คิดว่าเจ้าจะเอาชนะจุนซีเหล่ยได้ในตอนนี้ แต่ข้าตั้งตารอการต่อสู้ของเจ้ากับนางอย่างแน่นอน”
ลู่เลิ่งชวนโยนของสามชิ้นที่ส่องประกายวับวาวให้ยุนเชหลังจากพูดจบ
ยุนเชรับมันมาและเหลือบมองดู มันคือไข่มุกกงล้อกาลเวลาสามเม็ด
“สำหรับข้ามันไร้ประโยชน์แล้ว แต่สำหรับเจ้า... บางทีเวลาอีกไม่กี่เดือนอาจพอให้เจ้าสร้างปาฏิหาริย์ได้” ลู่เลิ่งชวนยิ้ม
ยุนเชไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอของเขา เขาถือไข่มุกกงล้อกาลเวลาไว้แน่นและขอบคุณลู่เลิ่งชวนอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณครับพี่เลิ่งชวน ผมต้องการของพวกนี้จริงๆ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก” ลู่เลิ่งชวนหันหลังกลับก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ขอบคุณเจ้าต่างหาก น้องยุน”
“ทำไมต้องขอบคุณผมด้วยครับ?” ยุนเชทำหน้าฉงน
“มีสองเหตุผล” ลู่เลิ่งชวนกล่าวด้วยน้ำเสียงระคนโศกเศร้า “หนึ่ง เจ้า... ตั้งใจแยกดวงอาทิตย์ทั้งสองดวงออกจากกันก่อนที่จะปลดปล่อย ‘ทัณฑ์เก้าตะวันสวรรค์พิโรธ’ ใช่หรือไม่?”
“...” ยุนเชดูเหมือนจะตั้งตัวไม่ติด แต่เขาก็ไม่ได้พูดแก้ตัวหรือส่ายหน้าปฏิเสธ
จริงอยู่ที่เขาแยกดวงอาทิตย์ทั้งสองดวงที่ซ้อนทับกันออกก่อนจะปล่อยทัณฑ์เก้าตะวันสวรรค์พิโรธ และก็จริงที่พลังของมันลดน้อยลงหลังจากนั้น... ในตอนนั้นเขาใช้พลังลมปราณไปจนหมดสิ้น จึงไม่มีทางควบคุมดวงอาทิตย์ทั้งสองได้หากปลดปล่อยมันออกไปเต็มกำลัง มีความเป็นไปได้สูงว่าทัณฑ์เก้าตะวันสวรรค์พิโรธที่เต็มกำลังอาจสังหารลู่เลิ่งชวนได้
เหตุผลที่เขาเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้ายและทำสิ่งที่ขัดกับเป้าหมายของตัวเองโดยสิ้นเชิง เป็นเพราะการที่ลู่เลิ่งชวนตบหน้าลู่เฉินหยวนและคำพูดที่เขาพูดเมื่อวานนี้
“ข้าว่าแล้ว” ลู่เลิ่งชวนยิ้ม “เจ้าต้องการชัยชนะอย่างมาก แต่เจ้าก็ยังยับยั้งชั่งใจไม่ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของความโหดเหี้ยม เจ้าไม่เคยพูดเรื่องนี้จนกระทั่งข้าถามเจ้า ซึ่งมันชัดเจนว่าเจ้ากำลังปกป้องศักดิ์ศรีของข้า... ทั้งที่มีพลังและความสามารถที่หาใครเปรียบไม่ได้ แต่เจ้ายังมีจิตใจที่ดี ดินแดนเทพบูรพานับว่าโชคดีที่มีอัจฉริยะอย่างเจ้า”
ยุนเชส่ายหน้า “พี่ชมเกินไปแล้วครับ ผมยังห่างชั้นนัก ผมเชื่อว่าพี่สามารถรับการโจมตีนั้นได้แม้ผมจะไม่ทำเช่นนั้นก็ตาม อีกอย่าง ผมไม่คิดว่าธรรมชาติของผมจะคู่ควรกับคำชมของพี่หรอกครับ ผมเคยทำเรื่องโหดเหี้ยมมามากในอดีต และเรื่องการโจมตีครั้งสุดท้ายนั้น... ผมคงไม่ทำแบบนั้นอีกหากต้องย้อนกลับไปทำใหม่”
ลู่เลิ่งชวนยิ้มโดยไม่ได้แสดงความคิดเห็นก่อนจะกล่าวต่อ “เรื่องที่สองที่ข้าอยากขอบคุณเจ้า... คือเรื่องที่ข้ากำลังจะอายุครบหกสิบในอีกสองสามปีนี้ ขอบคุณที่มอบการต่อสู้แบบนี้ให้ข้าในช่วงท้ายของวัยเยาว์ ข้าไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจกับชีวิตช่วงนี้อีกแล้ว”
ลู่เลิ่งชวนเดินจากไป แต่ไม่ลืมทิ้งท้ายไว้ว่า “หากว่างเมื่อไหร่ เชิญแวะไปที่แดนฟ้ากำบังได้นะ พ่อของข้ายกย่องเจ้ามาก และข้ามั่นใจว่าเขาจะต้องดีใจมากที่ได้พบเจ้า”
จะมีสักกี่คนในดินแดนเทพบูรพาที่ได้รับเกียรติให้เป็นที่ “ยกย่องอย่างสูง” โดยราชันแดนฟ้ากำบังเอง?
ยุนเชไม่ได้จากไปในทันที เขายืนนิ่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน
“ห่างชั้นกันเกินไปงั้นหรือ...” ยุนเชซ่อนถอนหายใจพลางนึกถึงคำพูดของลู่เลิ่งชวน
หากคนอย่างลู่เลิ่งชวนยัง “ห่างชั้น” จากจุนซีเหล่ยขนาดนั้น เขาก็ไม่มีทางเอาชนะนางได้ในตอนนี้
แสงแห่งความหวังเดียวของเขา... คือเวลาหกเดือนที่เพิ่มขึ้นจากไข่มุกกงล้อกาลเวลาในมือ
“ผมต้องหาทางเพิ่มระดับพลังให้ได้มากที่สุดในช่วงสองวันนี้” ยุนเชพึมพำกับตัวเองก่อนจะเหลือบมองมือซ้ายของเขา “ส่วนหงเอ๋อร์... พลังของนางตามหลังผมไปไกลแล้ว ผมจำได้ว่านางยังกินดาบที่จี้หรูเยี่ยนให้มาไม่หมด... แต่สุดท้ายมันก็เป็นแค่ดาบจากดวงดาวระดับล่าง พลังของนางคงไม่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดแม้จะกินพวกมันทั้งหมด ผมคงต้องหาวิธีอื่น”
เขาแหงนหน้ามองฟ้าแล้วพึมพำอย่างใจลอย “จัสมิน คุณได้ดูการต่อสู้ของผมในวันนี้ไหม?”
---
แดนสวรรค์นิรันดร์ยังคงเงียบสงบเช่นเคย ทันทีที่ยุนเชกลับมาถึงลานบ้าน เขาสังเกตเห็นอาจารย์และศิษย์อย่างฮั่วรู่เลี่ยและฮั่วโพ่อวิ๋นยืนอยู่ เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังรอเขาอยู่
“พี่น้องยุน!” ฮั่วโพ่อวิ๋นรีบก้าวเข้ามาหาเขาอย่างตื่นเต้น “ทั้งดินแดนเทพบูรพารู้กันหมดแล้วว่าพี่เอาชนะลู่เลิ่งชวนได้ ผม... ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมพลาดการต่อสู้ครั้งนั้นไป ผมไม่รู้จะบอกยังไงว่ารู้สึกเสียดายแค่ไหน เอ่อ... แล้วบาดแผลของพี่เป็นยังไงบ้าง?”
“ฮ่าๆ ไม่เป็นไร มันแค่นิดหน่อยน่า” ยุนเชกล่าวอย่างสบายๆ เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นหลังจากประเมินแล้วว่าฮั่วโพ่อวิ๋นดูดีขึ้นมาก
“เจ้าหนูยุน...” ฮั่วรู่เลี่ยเดินเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะ “คู่ต่อสู้ของเจ้าจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ นับจากนี้ พวกเขาคืออัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่เก่งที่สุดของดินแดนเทพบูรพา ไม่มีใครตั้งคำถามกับความสำเร็จของเจ้าในตอนนี้ แต่... ข้ามั่นใจว่าทุกคนตั้งตารอให้เจ้าไปได้ไกลยิ่งกว่านั้น ดังนั้น เจ้าต้องพยายามให้เต็มที่ในการต่อสู้ครั้งถัดไป... เรื่องอื่นเอาไว้หลังจบการชุมนุมเทพก็ยังไม่สาย”
ยุนเชพยักหน้า “ไม่ต้องห่วงครับท่านเจ้าสำนักฮั่ว ผมจะทำเต็มที่แน่นอน... รวมถึงในส่วนของพี่โพ่อวิ๋นด้วย”
“พี่น้องยุน...” ฮั่วโพ่อวิ๋นมองยุนเชด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ “พี่ไม่เพียงเอาชนะลู่เลิ่งชวนได้ แต่ยังช่วยเผยแพร่เกียรติภูมิของสำนักอีกากำลังของเรา มันควรจะเป็นหน้าที่ของผม... แต่สุดท้ายผมกลับทำไม่สำเร็จและทำให้ทุกคนผิดหวัง”
“ฮ่าๆ เข้าใจหรือยังล่ะ ยุนเอ๋อร์? เปลวเพลิงอีกากำลังไม่ได้อ่อนแอเลย ตรงกันข้ามมันทรงพลังมากที่สุด ไม่มีใครคู่ควรกับฉายา ‘เปลวเพลิงเทวะที่แข็งแกร่งที่สุด’ เท่ากับเปลวเพลิงอีกากำลังอีกแล้ว โดยเฉพาะทัณฑ์เก้าตะวันสวรรค์พิโรธของเจ้าหนูยุนนั่น ทำเอาพวกจากดวงดาวระดับบนตะลึงจนเก็บสีหน้ากันไม่ถูกไปนานทีเดียว ฮ่าฮ่าฮ่า”
ฮั่วรู่เลี่ยไม่อาจควบคุมความภาคภูมิใจและความเร่าร้อนไว้ได้ เขาระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นเมื่อนึกถึงตอนที่โลกทั้งใบถูกอาบด้วยเปลวเพลิงสีทอง
นั่นคือช่วงเวลาที่สำนักอีกากำลังได้รับชื่อเสียงมากที่สุดเท่าที่เขามีชีวิตมาเลยทีเดียว
“ครับ!” ฮั่วโพ่อวิ๋นพยักหน้าอย่างหนักแน่น “พี่น้องยุนเอาชนะลู่เลิ่งชวน บุตรแห่งเทพของดินแดนเทพบูรพาด้วยเปลวเพลิงอีกากำลัง ดินแดนเทพบูรพาทั้งหมดได้ประจักษ์ถึงพลังของมันแล้ว ผมเข้าใจแล้วว่าที่ผมพ่ายแพ้ต่อจุนซีเหล่ยไม่ใช่เพราะเปลวเพลิงอีกากำลังไม่แข็งแกร่ง แต่เป็นเพราะการฝึกฝนของผมยังขาดไปมาก... ไม่น่าเชื่อเลยว่าผมจะหดหู่เพราะเหตุผลไร้สาระแบบนั้น... ผมคงทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังมาก”
“ฮ่าฮ่าฮ่า” ฮั่วรู่เลี่ยโบกมือยิ้มๆ “ไม่เลย ยุนเอ๋อร์ เจ้าหนูยุนพูดถูกวันนั้น เจ้าก็แค่เด็กหนุ่ม มันเป็นธรรมดาที่จะหลงทางบ้าง การที่เจ้าก้าวข้ามความหดหู่มาได้อย่างรวดเร็วทำให้ข้าภูมิใจและมีความสุขแทนเจ้าเสียอีก ข้าจะไปผิดหวังกับเรื่องนี้ได้ยังไง?”
“ครับ แหะๆ... ผมคงจมอยู่กับความเศร้าไปอีกนานถ้าไม่ได้พี่น้องยุน ตลอดมาผมคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งพอจะรับมือได้เอง ผมคิดว่าตัวเองดีพอที่จะสนับสนุนอนาคตของแดนเทพเพลิงแล้ว สุดท้ายผมก็คงยังเด็กและไร้เดียงสาเกินไป ผมจะพยายามฝึกฝนให้หนักขึ้นในอนาคต... ผมจะฝึกฝนเปลวเพลิงอีกากำลังให้หนัก และฝึกจิตใจให้หนักยิ่งกว่าเดิม”
ฮั่วโพ่อวิ๋นยื่นมือออกและเผยให้เห็นไข่มุกกงล้อกาลเวลา “พี่น้องยุน นี่คือไข่มุกกงล้อกาลเวลาเม็ดสุดท้ายของผม... โปรดรับของขวัญเล็กน้อยนี้ไว้ด้วยเถอะครับ”
ยุนเชรับไข่มุกกงล้อกาลเวลานั้นมาและมองเขาอย่างแน่วแน่ “พี่โพ่อวิ๋น รอผมนะครับ ผมจะทวงสิ่งที่ควรเป็นของพี่คืนมาจากจุนซีเหล่ย... ด้วยเปลวเพลิงอีกากำลังนี่แหละ”
แววตาของฮั่วโพ่อวิ๋นเป็นประกายก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น
เขาได้ไข่มุกกงล้อกาลเวลาสามเม็ดจากลู่เลิ่งชวนและอีกหนึ่งเม็ดจากฮั่วโพ่อวิ๋น นั่นหมายความว่ายุนเชมีไข่มุกทั้งหมดเจ็ดเม็ด และสามารถยืดเวลาออกไปได้อีกเจ็ดเดือนในตอนนี้
ฮั่วรู่เลี่ยและฮั่วโพ่อวิ๋นจากไปในเวลาต่อมา ไม่มีใครถามยุนเชว่าเขาได้รับสายเลือดอีกากำลังมาจากไหน คำอธิบายของฮั่วรู่เลี่ยคือเขาต้องการให้ยุนเชโฟกัสกับการต่อสู้รอบถัดไปให้เต็มที่... เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง
คิ้วของยุนเชขมวดเข้าหากันสองสามครั้งขณะกำของขวัญของฮั่วโพ่อวิ๋นไว้แน่น
เห็นได้ชัดว่าฮั่วโพ่อวิ๋นหลุดพ้นจากความเศร้าและกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมแล้ว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเขายังรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับตัวเขา
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าอะไรที่ผิดปกติ มันเป็นเพียงความรู้สึก
บางที... บางทีเขาอาจจะยังไม่ก้าวออกจากเงามืดของตัวเองอย่างสมบูรณ์ แม้การต่อสู้ในวันนี้จะขจัดความสงสัยเรื่องพลังของเปลวเพลิงอีกากำลังไปแล้ว แต่ความพ่ายแพ้นั้นเป็นความตกใจที่เลวร้ายมาก เขาคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะกลับมาเป็นตัวเองได้อย่างแท้จริง
---
ยามค่ำคืน เมื่อฮั่วรู่เลี่ยกลับมาถึงที่พัก เขาสังเกตเห็นฮั่วโพ่อวิ๋นก้มหน้าและเงียบขรึมมาตลอดทาง
คิ้วของฮั่วรู่เลี่ยขยับ “ยุนเอ๋อร์?”
ฮั่วโพ่อวิ๋นสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้น “อา?”
“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่? ยังเสียดายที่พลาดการต่อสู้ของเจ้าหนูยุนกับลู่เลิ่งชวนอยู่หรือ?” ฮั่วรู่เลี่ยยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก ใครสักคนต้องอัดการต่อสู้นั้นไว้ในศิลาภาพลวงตาปราณอยู่แล้ว เจ้าจะได้ดูมันแน่”
ฮั่วโพ่อวิ๋นเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะถามว่า “ท่านอาจารย์ ท่านเป็นคนมอบสายเลือดอีกากำลังและจิตวิญญาณเทพอีกากำลังให้กับพี่น้องยุนใช่ไหมครับ?”
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนถามคำถามนี้ ฮั่วรู่เลี่ยส่ายหน้าทันที “แน่นอนว่าไม่ ยุนเอ๋อร์ เจ้าจำได้ไหม? จิตวิญญาณเทพอีกากำลังเคยกล่าวไว้ว่ามีการสืบทอดอีกากำลังอีกแห่งหนึ่งอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งนอกเหนือจากแดนเทพ”
ฮั่วโพ่อวิ๋นดูประหลาดใจ “ท่านอาจารย์ ท่านหมายความว่า...”
ฮั่วรู่เลี่ยพยักหน้า “การที่เขาสามารถปลดปล่อยเปลวเพลิงอีกากำลังที่บริสุทธิ์และประณีตเช่นนั้นได้ เป็นการพิสูจน์ว่าสายเลือดอีกากำลังที่เขามีไม่ใช่การสืบทอดธรรมดา แต่มันต้องเป็นสายเลือดต้นกำเนิดอีกากำลังเช่นเดียวกับเจ้า”
ฮั่วโพ่อวิ๋น “...”
“จิตวิญญาณเทพอีกากำลังมอบสายเลือดต้นกำเนิดและจิตวิญญาณเทพชิ้นสุดท้ายให้เจ้าไปแล้ว นั่นหมายความว่าไม่มีสายเลือดต้นกำเนิดอีกากำลังหรือจิตวิญญาณเทพอีกากำลังเหลืออยู่ในโลกนี้อีก ดังนั้นสายเลือดอีกากำลังของเขาจึงมาจากอีกแห่งหนึ่งเท่านั้น”
เมื่อฮั่วรู่เลี่ยเงยหน้าขึ้น แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความตื่นเต้น เขาสอนหายใจ “บางทีนี่อาจเป็นการชี้แนะของจิตวิญญาณเทพอีกากำลัง แม้เขาจะไม่ใช่ศิษย์สำนักอีกากำลัง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เปลวเพลิงอีกากำลังรุ่งโรจน์ถึงเพียงนี้ในดินแดนเทพบูรพา หลังจากวันนี้ ศิษย์สำนักอีกากำลังทุกคนจะเคารพเขาอย่างสูง และเหล่าผู้อาวุโสก็หยุดยกย่องการกระทำของเขาไม่ได้เลย มันไม่สำคัญหรอกว่าเขาได้รับสายเลือดมาอย่างไรตอนนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า...”
ฮั่วรู่เลี่ยหัวเราะอย่างมีความสุข ความพ่ายแพ้และความหดหู่ของฮั่วโพ่อวิ๋นทำให้เขารู้สึกแย่ไปบ้าง แต่การต่อสู้ของยุนเชในวันนี้ทำให้เขาตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก ใครจะไปรู้ว่าเขาน่าจะหัวเราะแบบนี้มาแล้วกี่ครั้ง
ฮั่วรู่เลี่ยไม่สังเกตว่าฮั่วโพ่อวิ๋นไม่ได้หัวเราะหรือยิ้มไปกับเขาเลย แต่กลับก้มหน้ามองพื้น
“ท่านอาจารย์” ฮั่วโพ่อวิ๋นกล่าว “พี่น้องยุนอยู่ในระดับที่ 8 ของชั้นเทพภัยพิบัติชัดๆ... แต่เขากลับเอาชนะลู่เลิ่งชวนที่อยู่ในระดับที่ 10 ของชั้นเทพจิตด้วยเปลวเพลิงอีกากำลังได้ สายเลือดอีกากำลังของเขา... ต้องบริสุทธิ์กว่าของผมมากเลยใช่ไหมครับ”
“โอ้ ไม่หรอก” ฮั่วรู่เลี่ยส่ายหน้าและตอบอย่างจริงจัง “จิตวิญญาณเทพอีกากำลังเคยบอกว่าเจ้าคือผู้สืบทอดจิตวิญญาณเทพอีกากำลังคนต่อไป นั่นหมายความว่าเจ้ามีสายเลือดอีกากำลังที่เข้มข้นที่สุดในโลก ยุนเช...”
ฮั่วรู่เลี่ยหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “ยุนเอ๋อร์ เจ้าจำได้ไหมว่ายุนเชรับการโจมตี ‘การทำลายล้างสีทอง’ และ ‘ทัณฑ์เก้าตะวันสวรรค์พิโรธ’ ของเจ้าตรงๆ โดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลยเมื่อสามปีก่อนที่แดนวิญญาณหิมะ?”
ฮั่วโพ่อวิ๋น “...”
“ข้าไม่เคยเข้าใจว่าเขาทำได้อย่างไรจนกระทั่งวันนี้ หากพิจารณาจากระดับการฝึกฝนของเขาในวันนั้น มันควรจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะรับมือกับเปลวเพลิงอีกากำลังของเจ้าไม่ว่าเขาจะควบคุมลมปราณน้ำแข็งได้ดีแค่ไหนก็ตาม... การที่เขาสามารถต้านทานพลังของเจ้าได้โดยไม่เป็นอะไรเลยนั่นพิสูจน์ว่าเขามีการควบคุมพลังของน้ำแข็งและไฟที่เหนือกว่า... ในระดับที่สูงกว่าของเจ้ามาก”
“แถมเขายังมีสายเลือดอีกากำลังอยู่ในตัว นั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้แน่นอนที่เขาจะรับมือกับเปลวเพลิงอีกากำลังของเจ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
“...” ฮั่วโพ่อวิ๋นพูดไม่ออกไปเป็นเวลานาน
“ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมราชันแดนวิญญาณหิมะถึงอยากให้ข้าพนันด้วยตำราการเผาผลาญโลกของอีกากำลังในวันนั้น ทั้งหมดก็เพื่อ...” ฮั่วรู่เลี่ยส่ายหน้าและยิ้มโดยไม่รู้ตัว
หากเขารู้ความจริงในวันนั้น เขาคงโกรธมู่เสวียนอินแทบตาย แต่การที่เขา “แพ้” ในตอนนั้นกลับเป็นส่วนสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะของยุนเช... เขาทำได้เพียงรู้สึกยินดีและโชคดีเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขารู้สึกไม่ขุ่นเคืองกับเล่ห์เหลี่ยมของมู่เสวียนอินเลยแม้แต่น้อย
“ผมเข้าใจแล้วครับ” ฮั่วโพ่อวิ๋นพึมพำก่อนจะกล่าวต่อ “ราชันแดนวิญญาณหิมะเอาตำราการเผาผลาญโลกของอีกากำลังไปจากท่านเพราะอยากมอบให้พี่น้องยุน นั่นหมายความว่าพี่น้องยุนน่าจะยังไม่ได้ฝึกตำราการเผาผลาญโลกของอีกากำลังทั้งที่เขามีสายเลือดอยู่แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็หมายความว่าเขาสามารถปลดปล่อยทัณฑ์เก้าตะวันสวรรค์พิโรธได้... ทั้งที่เพิ่งฝึกตำราการเผาผลาญโลกของอีกากำลังมาเพียงสามปีเท่านั้น...”
คำพูดของฮั่วโพ่อวิ๋นทำให้ฮั่วรู่เลี่ยถึงกับสตั้นไป เขาหยุดเดินและจ้องมองไปในอากาศว่างเปล่าอยู่นาน “พอเจ้าพูดแบบนี้... ไอ้เด็กนี่... มันเป็นสัตว์ประหลาดชัดๆ...”
เขาเป็นเจ้าสำนักอีกากำลัง และเขาไม่สามารถฝึกทัณฑ์เก้าตะวันสวรรค์พิโรธได้แม้จะใช้เวลาลองมาเกือบหมื่นปี... ในขณะที่ยุนเชใช้เวลาเพียงสามปีในการฝึกทัณฑ์เก้าตะวันสวรรค์พิโรธ!! สามปีอันน้อยนิด!!
ถ้าเขารักยุนเชจนแทบคลั่งในตอนนี้ เขาคงช็อกตายไปแล้ว
“ใช่ครับ” ฮั่วโพ่อวิ๋นกล่าว “พี่น้องยุนน่าทึ่งมากจริงๆ วันนี้ผมเพิ่งตระหนักได้ว่าผมเทียบเขาไม่ได้เลยในทุกๆ ด้าน... อันที่จริง ผมควรจะพูดว่าผมไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเอาไปเปรียบเทียบเลยต่างหาก ไม่นึกเลยว่าผมจะโง่เขลาถึงขนาดที่คิดว่าตัวเอง...”
“ฮ่าๆ ไม่เอาน่า เจ้าอย่าดูถูกตัวเองนักเลย ยุนเอ๋อร์ ยุนเชเป็นสัตว์ประหลาดที่แม้แต่องค์จักรพรรดิเทพยังต้องประหลาดใจ การต่อสู้ชิงเทพครั้งนี้จะทำให้เขาโด่งดังไปทั่วแดนเทพอย่างแน่นอน และไม่มีคำชมใดที่เขาไม่คู่ควร เขาเป็นสัตว์ประหลาดประเภทที่อาจไม่ปรากฏตัวแม้ในรอบหนึ่งแสนปีเชียวนะ! เจ้าไม่ต้องเอาตัวเองไปเทียบกับเขาหรอก เจ้าแค่ต้องรู้ไว้ว่าเจ้าจะเป็นความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้าเสมอ”
ฮั่วโพ่อวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ไม่ต้องห่วงครับท่านอาจารย์ ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอีกต่อไป”
“ดี! สัญญาของเจ้าทำให้ข้าดีใจมาก ยุนเอ๋อร์ อืม พูดถึงเรื่องนี้ เจ้าหนูยุนนั่นมีสายเลือดอีกากำลังทั้งที่ไม่ใช่สมาชิกสำนักเรา และตอนนี้ทั้งดินแดนเทพบูรพาก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว พวกเจ้าทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน และข้าก็เอ็นดูเขาอยู่ไม่น้อย งั้นเราถือว่าเขาเป็นสมาชิกครึ่งตัวของสำนักอีกากำลังดีไหม? ไม่นึกเลยว่าสำนักอีกากำลังของเราจะมีโชคได้ต้อนรับพวกเจ้าทั้งสองคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ข้า ฮั่วรู่เลี่ย สามารถไปพบบรรพบุรุษได้ด้วยรอยยิ้มแม้จะต้องตายตอนนี้เลยก็ตาม ฮ่าฮ่าฮ่า...”
ฮั่วรู่เลี่ยหัวเราะเสียงดังลั่นขณะเดินกลับเข้าไปในห้องของเขา แม้แต่คนโง่ก็ดูออกว่าอารมณ์ของเขาคงดีไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
ความหงุดหงิดระลอกหนึ่งพลันพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งในใจของฮั่วโพ่อวิ๋นขณะจ้องมองแผ่นหลังของฮั่วรู่เลี่ยที่กำลังจากไป
เขาเดินออกจากลานบ้านไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจเพื่อไปเดินเล่น โดยไม่สนใจเวลาที่ผ่านไปหรือเป้าหมายที่เดินไป จนกระทั่งเขาเกือบจะชนเข้ากับต้นไม้โบราณต้นหนึ่ง
“เฮ้อ” ฮั่วโพ่อวิ๋นหยุดฝีเท้าและยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง เขาส่ายหน้าและมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความเสียดายอย่างเห็นได้ชัด “คำชมของอาจารย์ ความชื่นชมของเพื่อนฝูง และชื่อเสียงไปทั่วดินแดนเทพบูรพา... พี่น้องยุนคู่ควรกับทั้งหมดนั้นอย่างแท้จริง เขายังได้รับเจตจำนงของผมและสืบทอดเปลวเพลิงอีกากำลังให้คงอยู่บนเวทีชิงเทพอีก...”
“ผมควรจะมีความสุข รู้สึกปลาบปลื้ม และเป็นเกียรติด้วยซ้ำกับการกระทำของเขา! เขายังเห็นผมเป็นเพื่อน! เขาเป็นคนแรกที่เข้ามาปลอบผมตอนที่ผมจมดิ่งลงสู่ความหดหู่ ผมเห็นชัดเลยว่าเขากำลังพยายามช่วยให้ผมเรียกความมั่นใจกลับคืนมาด้วยการเอาชนะลู่เลิ่งชวนด้วยเปลวเพลิงอีกากำลังเช่นกัน”
“พี่น้องยุนเป็นบุตรแห่งเทพที่น่าภาคภูมิใจอย่างไม่ต้องสงสัย และเขาก็ไม่เคยเป็นคนเย่อหยิ่งหรือเสแสร้ง ผมโชคดีจริงๆ ที่ได้เป็นเพื่อนกับเขา แต่ในฐานะเพื่อนของเขา... ไม่นึกเลยว่าผมจะอิจฉาเขาขนาดนี้ในตอนนี้”
เขาถอนหายใจออกมาอย่างยาวนานก่อนจะกล่าวต่อ “ดูเหมือนการฝึกจิตของผมจะยังตามหลังการฝึกวิถีลมปราณไปไกล ผมคงไม่มีค่าพอที่จะเรียกเขาว่าพี่น้องด้วยสภาพที่เป็นอยู่ในตอนนี้”
หลังจากได้สูดอากาศข้างนอกอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดฮั่วโพ่อวิ๋นก็สามารถรวบรวมรอยยิ้มได้ การเดินเล่นทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก
เปลวเพลิงอีกากำลังของยุนเชทำให้ดินแดนเทพบูรพาทั้งดินแดนต้องตกตะลึง ฮั่วรู่เลี่ย, เยียนเจวี๋ยไห่ และเหล่าผู้อาวุโสต่างมีแต่คำชมไม่ขาดปาก แม้แต่ศิษย์ของทั้งสามสำนักเทพเพลิงยังไม่อาจเก็บความเคารพและความชื่นชมเอาไว้ได้เมื่อพูดถึงยุนเช ปัจจัยเหล่านี้ได้จุดฉนวนความอิจฉาที่ไม่สามารถควบคุมได้ขึ้นในใจของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
หากยุนเชชนะทั้งหมดนี้โดยใช้พลังอื่น เขาคงจะดีใจไปกับเขาและเชียร์เขาจากก้นบึ้งของหัวใจ
แต่ทว่า... พลังที่เขาใช้นั้นคือเปลวเพลิงอีกากำลัง...
ตัวเขา ฮั่วโพ่อวิ๋น คือผู้ที่มีสายเลือดอีกากำลังและจิตวิญญาณเทพอีกากำลังที่เข้มข้นที่สุด เขาคือคนที่ควรจะเป็นความหวังและอนาคตของแดนเทพเพลิง เขาคือคนที่ควรจะเป็นผู้ที่เผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงอีกากำลังที่เจิดจรัสที่สุดเท่าที่เคยมีมา... ตลอดมาเขาเชื่อมั่นว่าเขาคือหนึ่งเดียว...
เขาไม่เคยรู้สึกถึงแรงกดดันและความอิจฉาที่ทำให้อึดอัดใจเช่นนี้มาก่อนในชีวิตจนถึงวันนี้ มันทำให้เขารู้สึกกลัว อับอาย และรังเกียจตัวเอง
อารมณ์เหล่านั้นยังทำให้เขาตระหนักว่าเขายังขาดแคลนในด้านการฝึกจิตอย่างหนัก
หลังจากปัญหาทางอารมณ์ได้รับการแก้ไขไปเล็กน้อย ฮั่วโพ่อวิ๋นก็หันหลังกลับเตรียมตัวจะเดินกลับ ในจังหวะนั้นเอง ร่างสีขาวสองร่างที่สวมชุดหิมะของสำนักหงส์น้ำแข็งก็เดินผ่านมาแต่ไกล พวกเธอเห็นได้ชัดว่าเป็นศิษย์สำนักหงส์น้ำแข็งและกำลังพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นเกี่ยวกับบางเรื่อง
“ตอนนี้ทุกคนเอาแต่พูดถึงศิษย์พี่ใหญ่ยุน ไม่นึกเลยว่าเขาจะเอาชนะลู่เลิ่งชวนได้ ชิ... มันยังดูเหมือนฝันจริงๆ นะ”
“ใช่ แล้วเธอสังเกตไหมว่าพวกดวงดาวระดับบนที่เราเจอเมื่อกี้มองเราด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป? นี่ไม่ใช่แค่ฝันนะ แต่เป็นฝันที่ฉันไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการเลย”
“ฮ่าๆ ว่าแต่ จำตอนที่ท่านเจ้าสำนักรับศิษย์พี่ใหญ่ยุนเป็นศิษย์สายตรงและมอบศิษย์พี่หญิงเฟยเสวี่ยเป็นคู่บำเพ็ญเพียรคู่ได้ไหม? ตอนแรกฉันคิดว่ามันน่าเสียดายที่ท่านผู้อาวุโสใหญ่และศิษย์พี่หญิงเฟยเสวี่ยต้องมาเกี่ยวข้องกับยุนเช แต่ตอนนี้เหรอ? ชิ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะโง่ถึงขนาดสงสัยท่านเจ้าสำนักของเรา”
“แต่แน่นอน ท่านเจ้าสำนักของเรานั้นเหนือชั้นเหลือเกิน”
“...” ทันใดนั้น ฮั่วโพ่อวิ๋นก็หยุดฝีเท้าและสั่นสะท้านเหมือนถูกสายฟ้าฟาด...
เขาใช้เวลานานมากก่อนจะขยับตัวและเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ทว่าย่างก้าวของเขากลับดูเลื่อนลอยเล็กน้อย...
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.