ตอนที่ 287
287 / 2257
อ่าน 6 นาที
Chapter 287 - Go Stop Him
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 20:10
Chapter 287 - ไปหยุดเขาไว้
“เป็นอะไรไปเหรอ เหยาเหยา?” อวี้ซู่ยังคงไม่รู้ตัวเลยว่าเธอทำให้เหมิงเหยาพูดไม่ออกด้วยประโยคเมื่อครู่ไปแล้ว
“ซู่! ระวังคำพูดหน่อยสิ! เธอพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง ถ้ามีผู้ชายมาได้ยินเข้าจะทำยังไงล่ะ? มันน่าอายมากนะ!” เหมิงเหยากล่าวขณะที่ยังพยายามรักษาความสงบไว้
“อ๋อ… ฉันว่าก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่นา อีกอย่างนะ ที่บ้านเราผ้าอนามัยหมดแล้วด้วย! ฉันยังกะว่าจะให้พี่โล่ไปซื้อให้สักหน่อย!” อวี้ซู่พูดออกมาโดยไม่แคร์โลกอะไรทั้งสิ้น
“ไม่ได้! เธอจะให้ผู้ชายไปซื้อของส่วนตัวขนาดนั้นให้ได้ยังไง??” เหมิงเหยาถลึงตาใส่อวี้ซู่ “เดี๋ยวฉันโทรหาลุงฟู่ทีหลัง ให้แกไปซื้อมาให้เรา!”
“อึ๋ย……” อวี้ซู่กะพริบตาปริบๆ “แต่เหยาเหยา ลุงฟู่ก็เป็นผู้ชายเหมือนกันไม่ใช่เหรอ……”
อวี้ซู่รู้สึกสงสารลุงฟู่จับใจ เพราะเหมิงเหยามักจะเรียกแกอย่างนั้นอย่างนี้ว่าเป็นขันทีอยู่ตลอด! เธอสงสัยเหลือเกินว่าถ้าลุงฟู่ได้ยินคงจะมีอะไรอยากจะพูดบ้างล่ะ
“มันคนละเรื่องกัน ลุงฟู่เป็นผู้ใหญ่นะ!” เหมิงเหยาเริ่มคิดว่าตัวเองทำเกินไปหน่อยเหมือนกัน ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้มองลุงฟู่เป็นผู้ชายคนหนึ่งไปนานแล้ว……
“อ๋อ… งั้นก็ได้” อวี้ซู่พยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก “งั้นให้ลุงฟู่ไปซื้อให้ก็ได้”
“แบบนั้นค่อยยังชั่วหน่อย…… แล้วเรื่องจดหมายบ้าๆ ที่จงผิ่นเหลียงจะเขียนนั่นล่ะ จะเอายังไงดี?? แค่ฟังก็สยองแล้ว ฉันไม่อยากเก็บไปฝันร้ายเพราะจดหมายเลือดนั่นหรอกนะ!” เหมิงเหยากล่าว
“อืม งั้นเธอก็ต้องไปขอให้พี่โล่จัดการเรื่องนี้แล้วล่ะ ให้เขาเป็นคนจัดการให้สิ” คติประจำใจของอวี้ซู่ในตอนนี้คือทุกปัญหาควรถูกส่งต่อไปยังหลินอี้
“โอเค งั้นเธอส่งข้อความไปบอกให้เขาจัดการที!” เหมิงเหยาพยักหน้า เธอพบว่าตัวเองเห็นด้วยกับความคิดของอวี้ซู่
หลินอี้มองข้อความบนโทรศัพท์มือถือพลางทำหน้าไม่ถูก ‘เหยาเหยาอยากให้นายไปหยุดจงผิ่นเหลียงไม่ให้เขียนจดหมายเลือดให้เธอ! ฝากด้วยนะ!’
เขาสามารถซัดผิ่นเหลียงจนน่วมได้โดยไม่มีปัญหา แต่จะให้ไปห้ามไม่ให้เขาเขียนจดหมายเลือดเนี่ยนะ? มันจะดูเกินไปหน่อยหรือเปล่า? แล้วเขาจะหาข้ออ้างอะไรไปบอกดีล่ะ? หรือจะให้เขาบอกผิ่นเหลียงว่าอย่าทำแบบนั้น ไม่งั้นเขาจะอัดให้ยับ?
แล้วเขาควรจะเข้าไปหาอีกฝ่ายในฐานะอะไรดีตั้งแต่แรก? หลินอี้เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมา แต่ก็นะ คุณหนูสั่งมาแล้ว เขาจึงลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะของผิ่นเหลียง
ผิ่นเหลียงกำลังถือใบมีดขนาดเล็กในมือด้วยความลังเล ขณะที่มันจ่ออยู่เหนือปลายนิ้ว เขาไม่ได้กลัวความเจ็บปวดหรอก แต่การต้องมาเฉือนนิ้วตัวเองนี่มันน่ากลัวเกินไปหน่อย!
“เสี่ยวฟู่ มาช่วยฉันหน่อยสิ ฉันทำเองไม่ลง!” ผิ่นเหลียงยื่นใบมีดให้เสี่ยวฟู่
“ได้ครับ!” เสี่ยวฟู่ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก เพราะยังไงก็ไม่ใช่นิ้วของเขา “งั้นผมจะเฉือนแล้วนะ ทนหน่อยละกันพี่เหลียง!”
“เอาเลย…… อึก……” ผิ่นเหลียงกัดฟันแน่นเมื่อเลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากปลายนิ้ว เนื่องจากบริเวณปลายนิ้วไม่มีเส้นเลือดใหญ่ เลือดจึงไม่ได้ไหลพุ่งออกมาหรืออะไรทำนองนั้น
“รีบเขียนเลยพี่เหลียง! เดี๋ยวเลือดแห้งก่อนต้องเฉือนใหม่นะ!” เสี่ยวฟู่เร่ง
“เออ ใช่!!” ผิ่นเหลียงหันความสนใจไปที่แผ่นกระดาษที่เตรียมไว้แล้วเริ่มเขียนลงไป……
เขาเพิ่งจะเขียนตัว ‘เหยา’ เสร็จได้ตัวเดียว หลินอี้ก็มาหยุดยืนอยู่หน้าเขาอย่างเงียบเชียบ ผิ่นเหลียงเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกถึงการมีตัวตนของใครบางคน เขากะพริบตาด้วยความงุนงงเมื่อเห็นหลินอรี่ยืนอยู่ตรงหน้า “จะ… จะทำอะไรน่ะ?”
หลินอี้มาทำอะไรที่นี่?? หรือว่าจะมาหาเรื่องเขาอีกแล้ว?!
“อ๋อ ไม่มีอะไร แค่อยากรู้ว่านายทำอะไรอยู่” หลินอี้ก้มหัวลงมองจดหมายเลือดของผิ่นเหลียง
“เขียนจดหมายเลือดไง จะอะไรอีกล่ะ? หลินอี้ ฉันไม่ได้ทำอะไรให้นายนะ เอาล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ” ผิ่นเหลียงพูดด้วยความหวาดหวั่นเล็กน้อย
“โอ้ ไม่เลวนี่ นาประทับใจจริงๆ ไม่เลวเลย!” หลินอี้พูดพลางใช้นิ้วจิ้มไปตามร่างกายของผิ่นเหลียงเล็กน้อย “ฉันแค่แวะมาดูว่านายทำจริงหรือเปล่า นายไม่ทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ ด้วย!”
พูดจบ หลินอี้ก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ผิ่นเหลียงยืนงงเป็นไก่ตาแตก นี่เขาไม่ได้มาหาเรื่องงั้นเหรอ? แถมยังมายืนเชียร์อีก นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย??
“อ๊าก!!” เสี่ยวฟู่ร้องตะโกนขึ้นมาทันทีจนผิ่นเหลียงสะดุ้งสุดตัว
ผิ่นเหลียงไม่พอใจนัก “ร้องตะโกนอะไรของแก เสี่ยวฟู่?”
“พี่เหลียง มือ… มือของพี่……” ดวงตาของเสี่ยวฟู่เบิกกว้างขณะจ้องมองไปที่มือของผิ่นเหลียง “มันเกิดอะไรขึ้นกับพี่ครับพี่เหลียง!!”
ผิ่นเหลียงก้มลงมองมือตัวเองด้วยความสับสน… เลือดจำนวนมหาศาลกำลังพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของเขา ฉีดพ่นไปทั่วจนเปื้อนทั้งกระดาษและโต๊ะ!!
“อ๊าก!!” ผิ่นเหลียงร้องลั่นจนเกือบเป็นลม! เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด! ท้ายที่สุดแล้ว คนเราจะไปรู้ได้ยังไงว่าเสียเลือดไปมากเท่าไหร่ สิ่งเดียวที่คนถูกเฉือนรู้สึกได้ก็คือความเจ็บปวด และวิธีเดียวที่จะรู้ว่าเลือดไหลพุ่งออกมาแค่ไหนก็คือการมองดูมันโดยตรงเท่านั้น!
เคยมีการทดลองชื่อดังครั้งหนึ่ง พวกเขาปิดตาชายคนหนึ่งแล้วเฉือนที่แขนของเขา จากนั้นก็นำเขาไปไว้ในห้องที่มีเสียงหยดน้ำกระทบพื้น ตัวอย่างการทดลองเชื่อสนิทใจว่านั่นคือเลือดของตัวเองที่กำลังหยดลงมา และเขาก็ช็อกจนตายไปตรงนั้นเลย!
นั่นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ามันเป็นเรื่องยากมากสำหรับคนทั่วไปที่จะทราบปริมาณเลือดที่ไหลออกจากแผลโดยไม่ได้มองดูด้วยตาตัวเอง
ผิ่นเหลียงเริ่มตื่นตระหนกขณะจ้องมองละอองเลือดสีแดงที่พุ่งกระจาย นั่นเลือดมาจากไหนกันเยอะแยะขนาดนั้น?! มันเหมือนกับปืนฉีดน้ำที่เขาเคยเล่นตอนเด็กๆ ไม่มีผิด!! ผิ่นเหลียงมั่นใจเลยว่าถ้าเขายกนิ้วขึ้น เลือดคงพุ่งไปได้ไกลมากแน่ๆ……
“ฉันกำลังจะตายเหรอ? เสี่ยวฟู่! พาฉันไปโรงพยาบาลที!!” การเขียนจดหมายเลือดกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยในตอนนั้น แค่ยืนให้ตรงเขายังทำไม่ได้เลย! “เสี่ยวฟู่ โทรหาพ่อฉัน บอกให้เขามารับฉันที เร็วเข้า……”
นักเรียนคนอื่นๆ จ้องมองนิ้วของผิ่นเหลียงด้วยความตกตะลึงพลางเอามือปิดปาก นิ้วเดียวจะมีเลือดไหลออกมาได้มากขนาดนี้เชียวหรือ??
“เหยาเหยา ดูสิ นิ้วของผิ่นเหลียงกลายเป็นปืนฉีดน้ำไปแล้ว……” อวี้ซู่พูดด้วยท่าทางตื่นเต้น
เหมิงเหยาดูจะไม่ขำด้วย “หลินอี้ไม่ได้ทำอะไรใช่ไหม?”
“ไม่รู้สิ อาจจะมั้ง พี่โล่เก่งจะตาย เธอคงรู้นะ! ขนาดฉลามเขายังฆ่ามาแล้ว นับประสาอะไรกับจงผิ่นเหลียงล่ะ!!” อวี้ซู่กล่าว
ใครจะไปรู้ว่าผิ่นเหลียงจะดีใจไหมถ้าอวี้ซู่เอาเขาไปเปรียบเทียบกับฉลาม หรือเขาจะเสียใจกันแน่นะ?
หลินอี้เหลือบมองผิ่นเหลียงที่กำลังตื่นตระหนกอยู่หางตา มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาแค่กดจุดฝังเข็มสองสามจุดเพื่อเร่งการไหลเวียนของเลือดเท่านั้นแหละ… ไม่เห็นต้องไปโรงพยาบาลเลยสักนิด เลือดแค่นี้ไม่ทำให้ตายหรอก เดี๋ยวรอสักพักเดี๋ยวก็กลับมาเป็นปกติเอง……
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.