ตอนที่ 347
346 / 2257
อ่าน 6 นาที
Chapter 347 - Collapsing Image
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 20:11
Chapter 347 - ภาพลักษณ์ที่พังทลาย
หลินอี้อยากจะถามนักว่าไอ้หมอนี่มันบ้าหรือเปล่าที่มาสะเออะเรื่องที่เขาจะอยู่หรือไม่อยู่ที่ไหน แต่ที่นี่คือบ้านของเมิ่งเหยา เขาจึงทำได้เพียงมองด้วยหางตาเพื่อเป็นการไว้หน้าคุณหนูเท่านั้นก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา
เมิ่งเหยารู้ดีว่าเจี้ยนเหวินกำลังพยายามจะสื่อถึงอะไร แต่เธอก็ไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะตอบคำถามพรรค์นั้นเลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน เจี้ยนเหวินดูเหมือนจะไม่รับรู้เลยว่าทั้งสองคนคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้ “เหยาเหยา พวกเธอนอนด้วยกันตอนกลางคืนหรือเปล่า?”
เมิ่งเหยาขมวดคิ้ว แต่ยู่ซูชิงตอบขึ้นมาก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปาก “ฉันนอนกับเหยาเหยาตอนกลางคืนต่างหากล่ะ!”
ดวงตาของเจี้ยนเหวินแทบจะรื้นไปด้วยน้ำตาเมื่อได้ยินเช่นนั้น ยู่ซูพูดสิ่งที่น่าปลื้มใจออกมาได้เสียทีหลังจากที่เขารู้จักเธอมาหลายปี!! ช่างทำผลงานได้ดีเยี่ยมจริงๆ!!!
เจี้ยนเหวินเข้าใจดีว่าคำถามชวนสงสัยของเขานั้นค่อนข้างไม่เหมาะสม แต่มันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างหลินอี้กับเมิ่งเหยานั้นเป็นอย่างไรกันแน่ นี่คือเรื่องความรักของเขานะ จะให้มาเดินสะเปะสะปะโดยไม่รู้อะไรเลยได้อย่างไรกัน!!
“อ่า... งั้นก็หมายความว่าคุณหลินไม่ใช่แฟนของเธอสินะ?” เจี้ยนเหวินมักจะรู้สึกว่าท่าทีของเมิ่งเหยาที่มีต่อหลินอี้นั้นดูแปลกๆ มาโดยตลอด เขารู้สึกว่าทั้งคู่ไม่ได้เป็นคู่รักกันจริงๆ
เมิ่งเหยาขมวดคิ้ว “พี่เจี้ยนเหวิน ตกลงว่าพี่อยากรู้อะไรกันแน่คะ?”
เมิ่งเหยาเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว ก็แค่ไอ้หมอนี่อยากรู้ว่าเธอมีความสัมพันธ์แบบไหนกับหลินอี้ ทำไมถึงไม่ถามออกมาตรงๆ ล่ะ จะต้องมาพล่ามเรื่องไร้สาระใส่เธออยู่ได้? สู้บอกไปตรงๆ ให้เขาจบเรื่องแล้วรีบกลับไปเสียยังจะดีกว่า “คราวก่อนยู่ซูยังอธิบายให้พี่ฟังไม่ชัดเจนพอเหรอ?”
คำพูดของเธอทำให้เจี้ยนเหวินยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่ ตกลงว่าหลินอี้คนนี้โผล่มาจากไหนกันแน่? เขาเป็นแฟนของเมิ่งเหยาหรือไม่?
เขาไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่ยู่ซูบอกเขาในคราวก่อนนัก เพราะแม่สาวคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องโกหกหน้าตายอยู่แล้ว คำว่า ‘บอดี้การ์ด’ กับ ‘โล่มนุษย์’ มันมีความหมายแฝงอยู่ตั้งเยอะ
เขาไม่ได้คิดอะไรมากตอนอยู่ที่สวนสนุก แต่มันก็จริงอย่างที่เห็นว่าเมิ่งเหยากับหลินอี้ไม่ได้ทำตัวเหมือนคู่รักกันเลยสักนิด ดูจากสายตาและการเคลื่อนไหวของทั้งคู่แล้ว!
สรุปว่าที่ยู่ซูพูดคือหลินอี้เป็นบอดี้การ์ดจริงๆ งั้นหรือ? หรือว่าเป็นแค่ผู้ชายที่เอาไว้กันท่าพวกที่มาจีบโดยใช้เขาเป็นโล่บังหน้ากันแน่?
เจี้ยนเหวินมองว่ามันเป็นไปได้มากหลังจากไตร่ตรองดูแล้ว นี่คือเหตุผลที่เขาตัดสินใจแวะมาดูว่าพอจะง้างปากเผิงจั่นได้บ้างหรือไม่
ในเมื่อตอนนี้เผิงจั่นไม่อยู่ เขาจึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
“ฮ่าๆ พี่ก็แค่ถามน่ะ ไม่มีอะไร พี่แค่เป็นห่วง” เจี้ยนเหวินหัวเราะ “ยังไงเธอก็น้องสาวพี่นะ ก็ต้องช่วยดูให้หน่อยว่าแฟนใหม่ของเธอเป็นคนยังไง!”
“อ้อ... งั้นพี่ก็ไปดูเอาเองแล้วกันค่ะ” เมิ่งเหยาเริ่มรำคาญเต็มที เมื่อก่อนเจี้ยนเหวินไม่เห็นจะน่ารำคาญขนาดนี้เลย... ทำไมพอผ่านไปสักพักถึงได้ดูรีบร้อนและทำตัววุ่นวายแบบนี้หลังจากกลับมากันนะ?
เธอรู้สึกมาตลอดว่าเจี้ยนเหวินมีใจให้เธอ แต่เขาก็ไม่เคยรีบร้อนอะไรมาก่อน
เมิ่งเหยาเข้าใจผิดไปเอง จริงๆ แล้วความรีบร้อนของเจี้ยนเหวินเกิดจากความตื่นตระหนกเมื่อเห็นคู่แข่ง หัวใจมันเต้นไม่เป็นจังหวะ! เขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในตอนที่เมิ่งเหยาไม่มีใครในระดับเดียวกับเขาเข้ามาจีบ เพราะเขาคิดว่ายังไงเสีย สุดท้ายเมิ่งเหยาก็ต้องตกเป็นของเขาอยู่ดี...
แต่สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว การเข้ามาของหลินอี้กำลังขัดขวางแผนการของเขา หากไม่รีบลงมือในตอนที่ความสัมพันธ์ของเมิ่งเหยากับหลินอี้ยังไม่ลึกซึ้ง ก็เท่ากับเป็นการยอมแพ้
“ฮ่าๆ ได้เลย ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พี่จะเชิญคุณหลินไปทานมื้อค่ำ ถือเป็นการขอบคุณและดูว่าเขาเป็นคนที่เหมาะสมกับเธอหรือเปล่า!” เจี้ยนเหวินเสนอ “ว่าไงล่ะเมิ่งเหยา? จะอนุญาตให้แฟนของเธอหยุดสักวันไหม?”
“เขาจะไปหรือไม่ไปก็เรื่องของเขา เกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะคะ?” เมิ่งเหยาตอบส่งๆ
“เอาล่ะ งั้นพี่จะไปถามเขา!” เจี้ยนเหวินยิ่งเบาใจขึ้นไปอีก เมิ่งเหยาดูเหมือนจะไม่ใส่ใจหลินอี้เลยสักนิด! นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่ได้สนิทกันอย่างที่เขาจินตนาการไว้
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องของหลินอี้แล้วเคาะประตู
หลินอี้เปิดประตูออกมาเห็นหน้าเจี้ยนเหวิน “มีธุระอะไร?”
“ฮ่าๆ พอดีพี่คิดว่าจะเลี้ยงมื้อค่ำนายพรุ่งนี้ นายพอจะมีเวลาไหม? อยากจะขอบคุณเรื่องที่นายทำไว้เมื่อคราวก่อนน่ะ” เจี้ยนเหวินตบไหล่หลินอี้ราวกับเป็นพี่เป็นน้องที่สนิทกัน “ว่าไงล่ะคุณหลิน?”
“เลี้ยงข้าวฉัน?” หลินอี้มองเจี้ยนเหวินราวกับมองคนปัญญาอ่อน “นายมีเงินมากนักหรือไง? ฉันไม่ไป!”
คำพูดของหลินอี้ทำให้บรรยากาศดูอึดอัดเล็กน้อยสำหรับเจี้ยนเหวิน “คุณหลิน ขนาดเหยาเหยายังเห็นด้วยเลยนะ... กลัวว่าเธอจะไม่ให้คุณไปเหรอ?”
เจี้ยนเหวินพยายามทำตัวสุภาพ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความดูถูกหลินอี้ ไอ้หมอนี่มันคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน คิดว่าตัวเองเจ๋งนักหรือไง? ไอ้เด็กบ้านนอกนี่ควรรู้จักโลกกว้างเสียบ้าง จะได้รู้ว่าใครที่เป็นคู่แข่งตัวจริงในการแย่งชิงเมิ่งเหยา!!
“อ้อ? คุณหนูเห็นด้วยเหรอ?” หลินอี้ชะงักก่อนจะหันไปหาเมิ่งเหยา เธอพยักหน้าให้เขา หลินอี้จึงหันกลับมาหาเจี้ยนเหวินอย่างช่วยไม่ได้ “ก็ได้ พรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้ กินที่ไหนล่ะ?”
เมิ่งเหยาไม่ได้คิดว่าเรื่องที่ทั้งสองคนจะไปกินข้าวกันนั้นเป็นธุระกงการอะไรของเธอ เธอแค่ต้องการให้เจี้ยนเหวินเลิกทำตัวน่ารำคาญในบ้านของเธอเสียที! พรุ่งนี้หลินอี้จะได้เป็นคนตอบคำถามน่ารำคาญพวกนั้นแทน แล้วเจี้ยนเหวินจะได้รีบไสหัวไปเสียที เธอเองก็ต้องรีบไปนอนเหมือนกัน
“พรุ่งนี้หกโมงเย็น เดี๋ยวพี่มารอรับที่นี่แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยตัดสินใจว่าจะไปกินที่ไหน” เจี้ยนเหวินยิ่งรู้สึกแปลกใจเข้าไปใหญ่ หลินอี้ดูไม่ใช่คนที่จะเชื่อฟังคำสั่งใคร... ทำไมถึงตอบตกลงโดยไม่ลังเลเลยตอนที่เมิ่งเหยาอนุญาตให้เขาไป? หรือว่าเขาจะเป็นแค่บอดี้การ์ดจริงๆ ไม่ใช่แฟนกัน?
เจี้ยนเหวินเริ่มเห็นความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ คำพูดของยู่ซูเชื่อถือไม่ได้เลยแม้แต่น้อย หลินอี้อาจจะไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับเมิ่งเหยาเลยก็ได้!
“โอเค ได้” หลินอี้พยักหน้า พลางคิดในใจว่าถ้าอยากเลี้ยงนัก พรุ่งนี้เขาจะกินให้ล้มละลายเลย “ฉันพาเพื่อนไปสักคนได้ไหม?”
“ได้สิ ไม่มีปัญหา!” เจี้ยนเหวินตอบรับอย่างฉะฉาน
พูดจบเจี้ยนเหวินก็จากไปอย่างพึงพอใจ ในขณะที่เมิ่งเหยาต้องจำใจเดินไปส่งเขาที่หน้าประตูตามมารยาท และถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากเห็นรถของเขาขับออกไป
“เธออยากให้ฉันไปกินข้าวกับเขาพรุ่งนี้เหรอ?” หลินอี้ถามเมิ่งเหยาอย่างสงสัย
“ฉันก็แค่จะให้พี่ตอบตกลงไปเขาจะได้รีบๆ ไปสักที ฉันจะไปนอน! เขาไม่รู้ตัวบ้างหรือไงว่าน่ารำคาญแค่ไหน” ความประทับใจที่เมิ่งเหยามีต่อเจี้ยนเหวินเริ่มแย่ลงทุกวัน ภาพลักษณ์พี่ชายที่แสนดีในสายตาของเธอได้พังทลายลงไปเสียแล้ว
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.