ตอนที่ 470
468 / 2257
อ่าน 7 นาที
Chapter 470 - Private Property
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 20:15
Chapter 471 - พื้นที่ส่วนบุคคล
“ถ้าเราฝ่าไฟแดงจะเป็นไรไหม?” หลินอี้ถามขึ้น เพราะยังไงซะนี่ก็ไม่ใช่รถของเขา
“ม-ไม่เป็นไรหรอก!” แน่นอนว่าเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้สนใจเรื่องค่าปรับอยู่แล้ว
หลินอี้พยักหน้า “นั่งให้ดีแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยซะ”
เสี่ยวเสี่ยวคิดว่าการที่หลินอี้บอกให้เธอคาดเข็มขัดทั้งที่ยังอยู่ในเมืองมันดูเกินกว่าเหตุไปหน่อย แต่เพียงครู่เดียวเธอก็พบว่าการทำตามนั้นเป็นความคิดที่ดีจริงๆ
เธอขับรถมานานมากแล้ว แต่กลับไม่เคยสังเกตเลยว่ารถออดี้ ทีที (Audi TT) คันนี้มีสมรรถนะยอดเยี่ยมเพียงใด มันทำให้เธอรู้สึกว่าที่ผ่านมาเธอทำสมรรถนะของรถคันนี้เสียเปล่าไปโดยสิ้นเชิง
หลินอี้ขับรถพุ่งทะยานไปบนถนนในเมืองราวกับไม่มีอะไรหยุดเขาได้ เขาไม่สนใจทั้งสัญญาณไฟจราจรและตำรวจจราจรที่กำลังโบกให้เขาหยุดรถเลยแม้แต่น้อย
“สุดยอดไปเลย!” เสี่ยวเสี่ยวตื่นเต้นจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ “ทำไมฉันถึงทำแบบนี้ไม่ได้นะ? ขนาดตำรวจยังหยุดคุณไม่ได้เลย!”
“ผมทำเพื่อไปช่วยคน ส่วนเธอน่ะแข่งรถเพราะแค่อยากสนุก มันต่างกัน” หลินอี้พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยขณะมองกระจกหลัง มีรถตำรวจสองคันกำลังไล่ตามพวกเขามา
หลินอี้รู้สึกพูดไม่ออกนิดหน่อย แต่เมื่อคิดดูแล้ว สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับการแข่งรถบนถนน แน่นอนว่าต้องมีรถตำรวจไล่ตามมาเป็นธรรมดา
“ว้าว มีรถตำรวจตามมาด้วยล่ะหลินอี้! รีบๆ สลัดพวกเขาทิ้งสิ!” เสี่ยวเสี่ยวไม่ได้มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย ความตื่นเต้นเร้าใจพุ่งพล่านไปทั่วร่าง “ฉันเคยเห็นเรื่องแบบนี้ในหนังมาก่อนด้วย!”
หลินอี้กลอกตา เขานึกไว้อยู่แล้วว่าเสี่ยวเสี่ยวไม่ใช่คนธรรมดาจากการที่เธอสามารถย้ายโรงเรียนไปมาได้ ครอบครัวของเธอต้องมีอิทธิพลมากแน่ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น ท่าทีที่เธอมีต่อการถูกตำรวจไล่ล่าก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ไม่ยาก
แต่หลินอี้ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว สิ่งสำคัญอันดับแรกของเขาคือการช่วยคน ไม่ใช่การเสียเวลาขับรถหนีตำรวจ “ป้ายทะเบียนรถเธอเลขอะไร?”
“SA FX520 ทำไมเหรอ?” เสี่ยวเสี่ยวถาม
“FX520 งั้นเหรอ?” หลินอี้ทวนคำ มันเป็นป้ายทะเบียนที่พิเศษและเฉพาะตัวมาก “เฟิงเสี่ยว ฉันรักเธอ (Feng Xiao, I Love You)” มันพิสูจน์ให้เห็นเลยว่าครอบครัวของเธอมีอิทธิพลแค่ไหนถึงสามารถหาป้ายทะเบียนเลขนี้มาได้ ซึ่งมันยากกว่าการหาเลขแปดหรือเลขหกเสียอีก
หลินอี้ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหลิงซาน
หลิงซานไม่ได้กลับบ้านมาสองสามวันแล้ว เธอเอาแต่ขลุกอยู่กับทีมเพื่อสืบหาเบาะแสที่อาจนำไปสู่แก๊งค้าอวัยวะมนุษย์
เธอคิดว่าหลินอี้คงมีข่าวอะไรจะแจ้งให้ทราบเมื่อเห็นเขาโทรมา จึงรีบรับสายทันที
“แม่สาวสมองกลวง ป้ายทะเบียนรถผมคือ SA FX520 มีรถตำรวจสองคันกำลังไล่ตามอยู่ สั่งให้พวกเขายุติการไล่ล่าซะ” หลินอี้วางสายไปก่อนที่หลิงซานจะได้โต้ตอบอะไรเสียอีก
“ห้ะ?” หลิงซานมองโทรศัพท์ด้วยความตกตะลึงก่อนจะขมวดคิ้วแน่น เจ้าหลินอี้บ้าคนนี้กล้าสั่งเธอเหรอ! เธอตัดสินใจแล้วว่าคราวหน้าถ้าเจอหน้าเขา เธอจะอัดหน้าให้เลือดกบปากเลย
ถึงจะโกรธแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อยากทำให้หลินอี้ไม่พอใจในตอนที่เธอยังต้องการตัวเขาอยู่ ด้วยความหงุดหงิด เธอจึงโทรหาหน่วยตำรวจจราจร “บอกพวกนั้นทีว่ารถหมายเลข SA FX520 กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ สั่งให้พวกเขาหยุดไล่ตามได้แล้ว”
เป็นไปตามคาด รถตำรวจที่ไล่ตามมาหายไปหลังจากวางสายได้ไม่นาน แถมเขายังขับผ่านด่านตรวจจราจรข้างหน้าที่กำลังจะถึงโดยไม่มีตำรวจไล่กวดมาอีกเลย
“พระเจ้า! หลินอี้ แค่โทรศัพท์กริ๊งเดียวเนี่ยนะ?” ดวงตาของเสี่ยวเสี่ยวเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอเองก็พอจะมีเส้นสายอยู่บ้าง แต่การจะทำให้ตำรวจทั้งเมืองเมินเฉยต่อเธอด้วยการโทรเพียงครั้งเดียวไม่ใช่สิ่งที่เธอทำได้แน่!
“ผมกำลังไปช่วยคน” หลินอี้พูดเสียงเย็น “อย่าเอาผมไปรวมกลุ่มเดียวกับคุณหนูอย่างเธอเลย”
“แหะๆ แต่ยังไงก็เถอะ! คุณเท่สุดๆ ไปเลย!” เสี่ยวเสี่ยวชกอากาศด้วยความตื่นเต้น “ว่าแต่ แม่สาวสมองกลวงที่ว่านั่นใครเหรอ?”
“เพื่อนผมคนหนึ่ง” หลินอี้ตอบ
“แล้วทำไมถึงเรียกเธอว่าแม่สาวสมองกลวงล่ะ? เธอโง่เหรอ?” เสี่ยวเสี่ยวถามด้วยความสงสัย
“ก็ผมเรียกของผมแบบนี้น่ะ” หลินอี้พูดอย่างจนใจ มันไม่ใช่เรื่องที่จะอธิบายให้คนอื่นฟังได้ง่ายๆ
“คุณตั้งชื่อเล่นให้ฉันบ้างสิ!” เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นต้องสนิทกับหลินอี้มากแน่ๆ ถึงทำให้เขาเรียกแบบนั้นได้ มันคงอธิบายได้ว่าทำไมโทรศัพท์เพียงสายเดียวถึงแก้ไขทุกอย่างได้
ผู้หญิงคนนี้กำลังทำให้หลินอี้เป็นบ้า ใครจะไปขอนให้ตั้งฉายาให้ตัวเองกันล่ะ? หลินอี้ตัดสินใจเมินเธอและปิดปากเงียบ เขาตระหนักได้ว่าเสี่ยวเสี่ยวเป็นพวกประเภทที่ถ้าคุณหยิบยื่นแสงแดดให้เพียงนิด เธอก็จะยิ้มร่า แต่ถ้าคุณใจร้ายกับเธอหน่อย เธอก็จะร้องไห้โฮออกมา แค่คุยกับเธอก็สร้างปัญหาได้มากโขแล้ว หลินอี้จึงตัดสินใจว่าจะไม่พูดอะไรอีก
เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เห็นหลินอี้เมินเธอ เธอจึงหันไปมองนอกหน้าต่างแทน
พวกเขาใกล้จะถึงถนนตุนเหมิงแล้วตอนที่โทรศัพท์ของหลินอี้สั่น มันเป็นข้อความ
“ลูกพี่ ผมรอไม่ไหวแล้ว! ผมจะบุกเข้าไป! พวกมันอาจจะกำลังทำอะไรเฟินอยู่ก็ได้!”
เป็นข้อความจากเสี่ยวป๋อ หลินอี้ขมวดคิ้ว สรุปว่าเสี่ยวป๋อทนไม่ไหวจริงๆ และบุกเข้าไปในรังเสือเพียงลำพัง นี่เขาไม่ได้กำลังสร้างปัญหาอยู่เหรอ?
แต่เขาก็เข้าใจความรู้สึกของเสี่ยวป๋อ ใครบ้างล่ะจะอดทนไหวเมื่อคนรักของตัวเองถูกลักพาตัวไป
หลินอี้โทรกลับไปหาเขา แต่โทรศัพท์ของเสี่ยวป๋อกลับปิดเครื่องตามคาด เสี่ยวป๋อคงตัดสินใจไปแล้วจริงๆ
ถนนตุนเหมิงสายที่ 7 มีอาณาเขตที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของโรงงาน หลินอี้ขับรถเข้าไปใกล้และเห็นว่าไม่มีอาคารอื่นอยู่เลย เพราะที่นี่เป็นพื้นที่ชานเมือง นอกจากที่ดินเปล่าแล้วก็ไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่นใดอีก
“พวกแกเป็นใคร!” หลินอี้เพิ่งมาถึงทางเข้าอาณาเขต ก็มีชายฉกรรจ์สองคนเดินออกมาขวางทาง
“พวกนักท่องเที่ยวครับ” หลินอี้พูดพร้อมทำท่าทางกลัวๆ ขณะประเมินสถานการณ์ ที่นี่เป็นสถานที่ห่างไกลและมีการป้องกันแน่นหนา ดูไม่เหมือนสิ่งที่จ้าวหมิงจะวางแผนได้เลย
ถ้าจ้าวหมิงต้องการลักพาตัวเฟินเพื่อแก้แค้นหรือระบายความโกรธ เขาคงไม่สามารถหาฐานปฏิบัติการที่มีการป้องกันแน่นหนาและโดดเดี่ยวขนาดนี้ได้ในเวลาสั้นๆ หรือว่าจะเป็นคนอื่นหรือกลุ่มอื่น?
สิ่งที่หลินอี้ไม่เข้าใจคือทำไมคนพวกนี้ถึงต้องการตัวเฟิน มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยที่เธอจะไปสร้างศัตรูที่ไหน
“นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล อย่ามาป้วนเปี้ยน แยกร้ายไปซะ!” หนึ่งในนั้นพูดหลังจากมองดูรถ มันเป็นรถสปอร์ตที่มีเด็กหนุ่มและเด็กสาวนั่งอยู่ ซึ่งหมายความว่าน่าจะเป็นคู่รักที่ขับรถเล่นกันมา เขาจึงไม่ได้คิดอะไรมากและโบกมือไล่ให้ไปที่อื่น
“อ๋อ ครับ ขอโทษครับ!” หลินอี้สตาร์ทรถและทำท่าเหมือนจะถอยหลัง แต่แล้วเขาก็เหยียบคันเร่งมิด พุ่งรถเข้าชนชายทั้งสองคนอย่างจัง
เสียงกระแทกดังสนั่นสองครั้ง ชายฉกรรจ์ทั้งสองลอยกระเด็นก่อนจะร่วงลงกับพื้นในสภาพเลือดอาบและหมดสติไป
“อ๊ากกก!” เสี่ยวเสี่ยวกรีดร้องด้วยความตกใจ เธอเองก็เป็นพวกบ้าดีเดือด ชอบตบตีคนอื่น หรือเคยกระทั่งแทงคนมาก่อน แต่การที่หลินอี้ขับรถพุ่งชนคนโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้เธอช็อกได้แล้ว
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.