ตอนที่ 270
256 / 974
อ่าน 8 นาที
Chapter 270 - Departure And Travel
เผยแพร่เมื่อ 11 มี.ค. 2569 00:23
Chapter 270 - การจากลาและการเดินทาง
“ท่านประธานครับ เรื่องนี้ไม่ใช่การทำอะไรตามอำเภอใจหรอกครับ ในสถานการณ์แบบนี้ ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดสินใจแบบนี้” หวังเถิงกล่าวด้วยความจนใจ
“เธอพูดถูก” เผิงหยวนซานพยักหน้า “มันไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ที่จะให้เธอไปอยู่กับนักศึกษาใหม่คนอื่น ๆ ในเมื่อความสามารถของเธอไปไกลกว่านั้นมากแล้ว”
“ไม่ใช่เรื่องของความยุติธรรมหรอกครับ ทุกคนต่างมีเส้นทางของตัวเอง และนี่ก็แค่ทางเลือกของผมครับ” หวังเถิงกล่าว
“ฉันจะยอมรับคำขอของเธอ” เผิงหยวนซานไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมอีก เขาตอบตกลง
“ขอบคุณครับท่านประธาน!” หวังเถิงรู้สึกขอบคุณ
ทุกโรงเรียนต่างก็มีกฎเกณฑ์ของตัวเอง โดยเฉพาะสถาบันการทหารหวงไห่ที่กฎระเบียบยิ่งเข้มงวดกว่าที่อื่นเป็นเท่าตัว
ปกติแล้วนักศึกษาใหม่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงเรียนโดยไม่มีเหตุผลอันควร แต่เผิงหยวนซานกลับยอมยกเว้นให้เขาเป็นกรณีพิเศษ
“อย่าเพิ่งขอบคุณฉันเร็วเกินไป ฉันจะอนุญาตให้เธอหยุดยาวได้ แต่เธอต้องสัญญากับฉันสองสามเรื่อง” เผิงหยวนซานกล่าว
“ว่ามาได้เลยครับ”
“ฉันไม่สนว่าเธอจะเรียนอย่างไร แต่ในตอนสอบปลายภาค เธอต้องได้คะแนนยอดเยี่ยมในทุกวิชา นอกจากนี้ เธอจะต้องบรรลุระดับนักรบ 5 ดาวให้ได้” เผิงหยวนซานประกาศ
“ไม่มีปัญหาครับ” หวังเถิงตอบตกลงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เผิงหยวนซานคงไม่รู้ว่าเรื่องพวกนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไรสำหรับหวังเถิงเลย
เขาแค่ต้องเสียเวลาเก็บค่าสถานะเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับวิชาทฤษฎี ถึงตอนนั้นการจะสอบตกก็คงเป็นเรื่องยาก สำหรับการไปให้ถึงระดับนักรบ 5 ดาว ตอนนี้เขาก็ขาดอยู่อีกเพียงแค่ระดับเดียวเท่านั้น ยังมีเวลาอีกนานกว่าจะถึงการสอบปลายภาค เขาสามารถทำได้สำเร็จอย่างแน่นอน
“ตอบตกลงเร็วดีนี่ ดูท่าเธอจะมั่นใจมากนะ หรือว่าข้อเสนอของฉันมันง่ายเกินไป?” เผิงหยวนซานยิ้มแล้วถาม
“เอ่อ ผมว่าแค่นี้ก็พอแล้วครับ เราต้องเปิดโอกาสให้นักศึกษาคนอื่นได้ไล่ตามผมบ้าง ถ้าผมโดดเด่นเกินไป เดี๋ยวพวกเขาจะรู้สึกด้อยค่าเอาครับ” หวังเถิงตอบอย่างไม่อายปาก
“เจ้าเด็กนี่!” เผิงหยวนซานชี้หน้าเขาด้วยนิ้วชี้ ก่อนจะส่ายหัวแล้วหัวเราะออกมา “แล้วเธอมีแผนจะไปที่ไหนล่ะ?”
“ผมจะไปทวีปซิงอู่ครับ” หวังเถิงตอบ
“ฉันก็เดาไว้แล้ว” เผิงหยวนซานครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะแนะนำว่า “เวลาไปที่ทวีปซิงอู่ อย่าเอาแต่คิดเรื่องฆ่าสัตว์อสูรดาวหรือทำภารกิจอย่างเดียว ที่นั่นมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ จากที่ฉันรู้มา มีบางคนปลอมตัวเป็นคนท้องถิ่นแล้วแทรกซึมเข้าไปอยู่กับพวกเขา พวกเขาตระเวนไปทั่วทวีปซิงอู่เพื่อกอบโกยความรู้และภูมิปัญญา ซึ่งนั่นจะทำให้เธอได้รับประโยชน์มหาศาล”
“ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอครับ?” หวังเถิงเบิกตากว้าง
“เธอคิดว่าตอนแรกที่เราติดต่อกับพวกเขา เราทำอย่างไรล่ะ?” เผิงหยวนซานกล่าวอย่างมีความหมาย
“เข้าใจแล้วครับ” หวังเถิงลูบคาง รู้สึกตาสว่าง “เรากลมกลืนไปกับวัฒนธรรมของพวกเขาแล้วขโมยความรู้มา เราย่นระยะห่างระหว่างเรากับพวกเขา พอถึงตอนที่พวกเขารู้ตัว เราก็สามารถเจรจากับพวกเขาในระดับที่เท่าเทียมกันได้แล้ว”
“เรามีจุดแข็งของเรา และพวกเขาก็มีจุดแข็งของเขา เราต่างมีผลประโยชน์และเป้าหมายร่วมกัน เราเลยรักษาไอ้สิ่งที่เรียกว่า ‘สันติภาพ’ นี้เอาไว้ได้” เผิงหยวนซานกล่าว
“เป็นเพราะพวกจิตวิญญาณแห่งความมืดหรือเปล่าครับ?” หวังเถิงถาม
“ไม่เชิงหรอก” เผิงหยวนซานหยุดพูด
“ท่านทิ้งท้ายให้ผมสงสัยอีกแล้วนะ” หวังเถิงพูดไม่ออก เขาตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อเมื่อเห็นว่าท่านประธานไม่มีเจตนาจะพูดต่อ “แล้วเหล่านักรบจากทวีปซิงอู่จะไม่รู้เหรอครับว่าพวกเราปลอมตัวมา?”
“ตราบใดที่เธอไม่ได้ไปเจอคนที่มีพลังจิตกล้าแข็ง พวกเขาก็ไม่สังเกตเห็นอะไรผิดปกติหรอก” เผิงหยวนซานกล่าว “แน่นอนว่าถ้าเธอมีวิธีซ่อนรอยประทับทางจิตวิญญาณของตัวเอง เรื่องนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา”
“รอยประทับทางจิตวิญญาณ?” นี่เป็นครั้งแรกที่หวังเถิงได้ยินคำนี้ เขาเริ่มสนใจ
“เธอรู้ไหมว่าทำไมคนจากทวีปซิงอู่ถึงไม่สามารถข้ามผ่านรอยแยกมิติมาได้?” เผิงหยวนซานถาม
“หรือว่าเป็นเพราะรอยประทับทางจิตวิญญาณนั่นครับ?” หวังเถิงตอบ
“ใช่แล้ว จากการวิจัยของเรา ทุกโลกต่างมีรอยประทับเป็นของตัวเอง คนท้องถิ่นทุกคนในโลกนั้นจะมีรอยประทับนี้อยู่ มันฝังอยู่ในจิตวิญญาณของพวกเขา” เผิงหยวนซานอธิบาย
“นั่นคือเหตุผลที่คนที่มีพลังจิตแก่กล้าสามารถแยกความแตกต่างของรอยประทับทางจิตวิญญาณได้” หวังเถิงสรุป
“ถูกต้อง!” เผิงหยวนซานพยักหน้า
“แล้วทำไมพวกเราถึงผ่านรอยแยกมิติไปได้ล่ะครับ?” นี่คือคำถามที่ใหญ่ที่สุดในใจของหวังเถิง มันไม่สมเหตุสมผลเลย
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการผลักดันของโลก” เผิงหยวนซานกล่าว
“ท่านจะบอกว่าโลกของเราผลักดันพวกเขา แต่โลกของพวกเขาไม่ผลักดันเราอย่างนั้นเหรอครับ?” หวังเถิงอึ้งไปเลย นี่แต่ละโลกมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเองด้วยเหรอ? เรื่องมันจะเหลือเชื่อไปถึงไหนกัน?
“จะพูดแบบนั้นก็ได้” เผิงหยวนซานรู้สึกว่าตนพูดมากเกินไปแล้ว จึงโบกมือไล่ให้หวังเถิงออกไป “เอาล่ะ ถึงเวลาที่ควรรู้เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง ถามไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ออกไปได้แล้ว อย่ามารบกวนฉัน”
“เดี๋ยวสิครับ ท่านจะทิ้งท้ายแบบนี้ไม่ได้นะ มันค้างคาใจมากเลย!” หวังเถิงรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก แต่เขาก็ถูกเผิงหยวนซานไล่ออกจากห้องทำงานไปจนได้
…
หนึ่งวันต่อมา หวังเถิงจัดการเตรียมตัวทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาแจ้งทางบ้านและบอกให้ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง เขายังโทรหาหลินฉู่หานเพื่อบอกตารางเวลาของเขาเผื่อว่าเธอจะเป็นห่วงถ้าหาตัวเขาไม่เจอ จากนั้นเขาก็ข้ามผ่านรอยแยกมิติและจากโลกไป
เมืองหย่งเฉิง
หวังเถิงซื้อชุดของทวีปซิงอู่มาสองสามชุด ชุดที่นี่ค่อนข้างย้อนยุค มนุษย์ที่นี่คล้ายกับมนุษย์บนโลก มีทั้งคนผิวขาวและผิวเหลือง เครื่องแต่งกายของพวกเขาก็แตกต่างกันไป เหมือนกับความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก
หวังเถิงเป็นคนผิวเหลือง เมื่อเขาใส่ชุดโบราณเหล่านั้น ออร่ารอบตัวเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เขาสวมชุดที่ดูดีและสะพายกล่องเก็บอาวุธไว้ด้านหลัง ดูราวกับนายน้อยผู้หล่อเหลาที่กำลังเดินทางท่องเที่ยวไปในยุทธภพ ท่าทางของเขาดูองอาจ สง่างาม และมีเสน่ห์ดึงดูดใจ
คนที่หน้าตาหล่อเหลาไม่ว่าจะใส่อะไรก็ดูดีไปหมด
หวังเถิงจ้องมองตัวเองในกระจกแล้วส่ายหัว เขาเริ่มรู้สึกกังวล
เฮ้อ ไม่รู้ว่าจะมียอดหญิงสาวผู้บริสุทธิ์กี่คนกันที่จะถูกเสน่ห์ของฉันเล่นงานเข้า~
หลังจากได้ชุดมาแล้ว หวังเถิงก็มาถึงสถานีขนส่งยานลอยฟ้าพลังงานในเมืองหย่งเฉิง เขาจะมุ่งหน้าไปยังเมืองอื่น ๆ ที่ชาวทวีปซิงอู่รวมตัวกันอยู่
สถานีขนส่งเต็มไปด้วยผู้คน คุณสามารถเห็นผู้คนหลากหลายเผ่าพันธุ์กำลังรีบร้อนพร้อมกระเป๋าสัมภาระเพื่อไปขึ้นยานลอยฟ้า เสียงตะโกนดังระงมไปทั่ว ทำให้บรรยากาศดูวุ่นวายไปหมด
หลังจากสอบถามเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว หวังเถิงก็ทราบว่าเมืองที่ใกล้ที่สุดคือเมืองหยางเฉิง เขาจึงตัดสินใจเลือกเมืองนั้นเป็นจุดหมายแรก
“ขอตั๋วไปเมืองหยางเฉิงใบหนึ่งครับ” หวังเถิงพูดกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่เคาน์เตอร์
พนักงานสาวมองหน้าหวังเถิง แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยขณะตอบว่า “ได้ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ”
หลังจากหวังเถิงจ่ายเงิน เธอก็รีบยื่นตั๋วให้เขาผ่านช่องกระจก
…
“ยานลอยฟ้าพลังงานมุ่งหน้าสู่เมืองหยางเฉิงกำลังจะออกเดินทาง ยานลอยฟ้าพลังงานมุ่งหน้าสู่เมืองหยางเฉิงกำลังจะออกเดินทาง… ผู้โดยสารท่านใดที่ยังไม่ได้ขึ้นยาน โปรดรีบขึ้นยานโดยเร็วที่สุด”
ประกาศดังขึ้นจากระบบกระจายเสียง
หวังเถิงเร่งฝีเท้าและสามารถขึ้นยานลอยฟ้าที่กำลังจะออกตัวได้ทันเวลาพอดี
“รีบเข้ามาเลย ถ้าช้ากว่านี้อีกนิด เธอต้องรอไปอีกสามชั่วโมงเชียวนะ” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตั๋วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบคุณครับ!” หวังเถิงขอบคุณเจ้าหน้าที่แล้วก้าวเข้าไปในยานลอยฟ้า
“เดี๋ยว เดี๋ยวค่ะ”
ในตอนนั้นเอง มีเสียงดังมาจากข้างหลังเขา หวังเถิงหันไปมอง เห็นหญิงสาวสองคนอายุราว 17 ปี กำลังวิ่งมาอย่างเร่งรีบ
“ดูเหมือนว่าฉันจะไม่ใช่คนโชคดีคนเดียวนะเนี่ย”
หวังเถิงยิ้ม เขาไม่ได้สนใจหญิงสาวทั้งสองมากนักและก้าวขึ้นไปบนยาน เขาเลือกที่นั่งมุมหนึ่งแล้วหลับตาพักผ่อน
เวลาผ่านไปสักพัก ยานลอยฟ้าก็สั่นเล็กน้อยก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หวังเถิงมองออกไปนอกหน้าต่าง อาคารและผู้คนด้านล่างค่อย ๆ เล็กลง จนในที่สุดก็กลายเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ เท่านั้น
“ชิงซิน มีที่ว่างตรงนั้นน่ะ” เสียงหนึ่งทำลายความคิดของเขา
หวังเถิงหันไปมองและเห็นหญิงสาวสองคนที่เจอเมื่อครู่กำลังเดินเข้ามา
“สวัสดีค่ะ เราหาที่นั่งว่างไม่เจอเลย เราขอนั่งตรงนี้ได้ไหมคะ?”
หญิงสาวทั้งสองดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาและสวยมาก โดยเฉพาะหญิงสาวคนที่พูด เธอสวมชุดเดรสยาวสีดำ ออร่าของเธอดูสง่างามและสูงส่ง
“ได้ครับ” หวังเถิงพยักหน้าตอบ
“ขอบคุณค่ะ!” เฟยชิงซินขอบคุณเขา
“ไม่เป็นไรครับ ยังไงก็ไม่มีใครนั่งอยู่แล้ว” หวังเถิงกล่าว
“นายนี่มันคนไม่ดีเลยนะ จ้องแต่จะมองชิงซินของเราอยู่ได้” หญิงสาวอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาจู่ ๆ ก็กรอกตาใส่หวังเถิง
หวังเถิง:
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.