ตอนที่ 616
547 / 820
อ่าน 6 นาที
Chapter 616 Obedient? Her?
เผยแพร่เมื่อ 14 มี.ค. 2569 06:01
บทที่ 616 ว่านอนสอนง่ายงั้นเหรอ? ยัยเด็กคนนี้เนี่ยนะ?
ภูมิหลังของนางนั้นเป็นเพียงคนธรรมดา แถมยังสูญเสียครอบครัวไปอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่นางยังไม่ได้เรียนรู้ ซึ่งรวมถึงการอ่านหนังสือด้วย
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เซี่ยงหยุนถามอย่างสงสัยเมื่อสังเกตเห็นว่าสายตาของทุกคนเปลี่ยนไป
เฟิ่งซีหยุนอุ้มตัวนางขึ้นมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ศิษย์น้องสาม นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากเจ้าเจอสิ่งใดที่ไม่เข้าใจ ต้องรีบถามพวกเราทันทีนะ”
เซี่ยงหยุนรู้สึกงุนงงกับสถานการณ์นี้เล็กน้อย เพราะท้ายที่สุดแล้ว อาจารย์ของนางได้กำชับให้นางลองดูมันก่อน นางไม่จำเป็นต้องเข้าใจในตอนนี้ เพราะอย่างไรอาจารย์ของนางก็จะต้องสอนนางในภายหลังอยู่ดี
เซี่ยงหยุนเชิดหัวเล็กๆ ของนางขึ้นแล้วพูดว่า “นี่คือสิ่งที่ท่านอาจารย์บอกให้ข้าทำ ท่านไม่ได้บอกให้ข้าต้องเข้าใจเสียหน่อย ข้าแค่ต้องดูมันก็พอแล้ว”
เมื่อเห็นท่าทางอวดดีของนาง เฟิ่งซีหยุนก็อดหัวเราะไม่ได้
คำพูดของยัยหนูคนนี้ก็นับว่ามีเหตุผลหากมองในแง่ตัวอักษร
“ท่านอาจารย์ ท่านจะสอนหนังสือให้เซี่ยงหยุนเองหรือคะ?”
จูเก๋อเยว่เยว่อยากจะรับหน้าที่นี้แทนอาจารย์ของนาง แต่เย่เสวียนปฏิเสธอย่างไม่ลังเล
“ตอนนี้การบำเพ็ญเพียรของเจ้ากำลังอยู่ในช่วงสำคัญ การสอนเซี่ยงหยุนอ่านหนังสือเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสำนักเถอะ เจ้าควรใช้เวลาช่วงนี้ไปบำเพ็ญเพียรให้เต็มที่”
ภายในสำนักมีสถานที่สำหรับสอนการอ่านเขียน ซึ่งเป็นที่ที่เด็กๆ ที่เติบโตในสำนักจะถูกส่งตัวไปเมื่อถึงวัยอันควร สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่าหอตำรา
เด็กกลุ่มนี้มีอายุไล่เลี่ยกับเซี่ยงหยุน นางจึงสามารถเล่นกับพวกเขาได้ นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนางแล้ว
“แบบนั้นก็ได้ค่ะ” จูเก๋อเยว่เยว่เห็นด้วย
นางย่อตัวลงแล้วพูดกับเซี่ยงหยุนว่า “ศิษย์น้องสาม เจ้าต้องตั้งใจเรียนให้ดีนะ เข้าใจไหม?”
เซี่ยงหยุนยังคงสับสนและถามว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ หอตำรามีไว้ทำอะไรหรือคะ?”
“มันเป็นที่ที่คนเขาไว้สอนเจ้าอ่านหนังสือไงล่ะ แล้วที่นั่นก็มีเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าอยู่เยอะเลย เจ้าจะได้หาเพื่อนเล่นที่นั่นด้วย”
ดวงตาของเซี่ยงหยุนดูเหมือนจะเป็นประกายเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางตื่นเต้นจนยกค้อนเล็กๆ ของนางขึ้นชูไปบนท้องฟ้า
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ จูเก๋อเยว่เยว่ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างยิ่ง
นางรีบพูดต่อ “ศิษย์น้องสาม เจ้าห้ามไปก่อเรื่องหรือรังแกเด็กคนอื่นที่หอตำราเด็ดขาดนะ ต้องเชื่อฟังอาจารย์ที่นั่น เข้าใจไหม?”
สายตาของเซี่ยงหยุนกรอกไปมาอย่างมีพิรุธ แต่ก็ยังตอบรับอย่างว่าง่ายว่า “ทราบแล้วค่ะ ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าเข้าใจแล้ว”
ไม่รู้ทำไม แต่มันดูไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิดในสายตาของจูเก๋อเยว่เยว่
ด้วยนิสัยของเด็กคนนี้ นางจะตั้งใจเรียนหนังสือจริงๆ งั้นหรือ?
หลังจากคิดอยู่นาน จูเก๋อเยว่เยว่ก็ตัดสินใจได้และกล่าวว่า “ให้ข้าเก็บค้อนของเจ้าไว้ให้ก่อนนะ แล้วข้าจะคืนให้หลังจากที่เจ้าเรียนอ่านหนังสือเสร็จแล้ว”
“อื้อออ…”
เซี่ยงหยุนไม่พอใจ แต่จูเก๋อเยว่เยว่เพิกเฉยต่อคำอ้อนวอนของนางและเก็บค้อนนั้นไปเสีย
หากปล่อยให้เซี่ยงหยุนไปหอตำราพร้อมกับค้อนเล่มนี้จริงๆ นางเกรงว่าหอตำราคงจะเหลือแต่ซากภายในไม่กี่วัน
สีหน้าของเซี่ยงหยุนเต็มไปด้วยความคับแค้นใจเมื่อเห็นว่าค้อนของนางถูกริบไป ทว่าผ่านไปเพียงครู่เดียว นางก็กลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง
‘หึๆ ต่อให้ไม่มีค้อนช่วย ข้าก็จัดการเจ้าพวกเด็กแสบพวกนั้นได้ง่ายๆ อยู่ดี’ นางคิดอย่างร่าเริง ในฐานะราชาแห่งเด็กๆ นางจำเป็นต้องประกาศศักดาให้รู้ซึ้ง!
เมื่อรู้ว่ามีเด็กวัยเดียวกันอยู่ที่นั่นมากมาย นางก็นึกย้อนไปถึงสิ่งที่ชายชราเคยบอกไว้
“เจ้าจะเป็นผู้ไร้เทียมทานได้ ก็ต่อเมื่อเอาชนะคนรุ่นเดียวกันได้ทุกคนเท่านั้น”
หลังจากเฝ้ามองศิษย์ทั้งสองคุยกันอยู่นาน เย่เสวียนก็กล่าวขึ้น “เอาล่ะ เดี๋ยวข้าจะไปที่หอตำราพอดี เดี๋ยวข้าจะพาเด็กนี่ไปส่งเอง”
“อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ข้าจะยกหน้าที่รับ-ส่งนางให้เป็นของพวกเจ้าทั้งสองคนนะ”
จูเก๋อเยว่เยว่และเฟิ่งซีหยุนตอบตกลงโดยไม่ลังเล
“งั้นไปกันเถอะ หยุนเอ๋อร์ มากับข้า”
เมื่อพูดจบ เย่เสวียนก็อุ้มตัวนางขึ้นแล้วทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
“เย้ เรากำลังบินอีกแล้ว!”
เซี่ยงหยุนตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงหอตำรา
เย่เสวียนได้สนทนากับผู้อาวุโสหวง ผู้ดูแลหอตำราก่อนเป็นอันดับแรก
“ผู้อาวุโสหวง เด็กหญิงคนนี้คือศิษย์ที่ข้าเพิ่งรับเข้ามา นางชื่อเซี่ยงหยุน นางจำเป็นต้องเรียนอ่านหนังสือ ดังนั้นวันนี้ข้าจึงฝากฝังนางไว้กับท่าน”
“มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องบอกไว้ก่อน เด็กคนนี้ซุกซนเล็กน้อย ข้าเลยเกรงว่านางอาจจะไม่ค่อยเชื่อฟังเท่าไหร่…”
เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเย่เสวียน ผู้อาวุโสหวงมองไปที่เด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างกายเย่เสวียนแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไรหรอก ท่านไม่ต้องกังวลไป ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ”
“อีกอย่าง ดูเหมือนศิษย์ของท่านจะทำตัวเรียบร้อยดีออกนะ ท่านวางใจได้เลย ข้าจะสอนให้นางอ่านหนังสือให้เก่งเอง”
นี่เรียกว่าเรียบร้อยงั้นเหรอ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่เสวียนก็หันไปมองเซี่ยงหยุนที่ยืนอยู่ข้างๆ ตอนนี้นางดูว่าง่ายจริงๆ อย่างที่เห็น
เขาแทบจะกลั้นหัวเราะออกมาไม่ไหว
‘แค่กๆ บางทีนางอาจจะเชื่อฟังจริงๆ ก็ได้มั้ง…’
‘ยังไงเสีย ผู้อาวุโสหวงก็รับปากไปแล้ว ข้าก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไป ข้าไม่รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหอตำราหรอกนะ หึๆ’
ไม่มีทางที่เซี่ยงหยุนจะว่านอนสอนง่ายเหมือนกับสิ่งที่แสดงออกมาภายนอกแน่
ถึงจะคิดต่างออกไป แต่เย่เสวียนยังคงกล่าวอย่างสุภาพว่า “ดีเลยครับ เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านแล้ว ผู้อาวุโสหวง”
“เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึงหรอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ ข้าจะอบรมนางให้ดีแน่นอน”
ท้ายที่สุดแล้ว ในหอตำรา เด็กทุกคนก็ล้วนดื้อรั้นทั้งนั้น แต่สุดท้ายเขาก็จัดการพวกเขาได้ทุกคน
ศิษย์ของเย่เสวียนดูเรียบร้อยขนาดนี้ นางก็น่าจะเป็นศิษย์ที่ดีคนหนึ่งนั่นแหละ
คำเตือนของเย่เสวียนดูจะเป็นเรื่องไม่จำเป็นไปเสียแล้ว
…
“เอาล่ะ งั้นข้ามีธุระต้องไปจัดการต่อ ขอตัวก่อนนะครับ”
ก่อนจะจากไป เย่เสวียนมองเซี่ยงหยุนอีกครั้งแล้วกล่าวว่า “หยุนเอ๋อร์ อย่าไปก่อเรื่องนะ เจ้าต้องตั้งใจเรียนอ่านหนังสือให้ดีล่ะ”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.