ตอนที่ 3001
3002 / 6510
อ่าน 6 นาที
Chapter 3001 - Obtaining Justice
เผยแพร่เมื่อ 31 มี.ค. 2569 17:12
บทที่ 3001 - การทวงคืนความยุติธรรม
สมาชิกในรุ่นเยาว์ที่แผ่กลิ่นอายระดับเทพสวรรค์และยืนอยู่เบื้องหน้าชูเฟิงนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกและเป็นการปลอมแปลงเท่านั้น
ตัวตนที่แท้จริงของชายผู้นี้คือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตระกูลสวรรค์ชู ปู่ของชูเฮ่าเหยียน... ชูผูเจ๋อ
แม้ชูเฟิงจะเคยพบกับปู่ของชูเฮ่าเหยียนเพียงครั้งเดียว แต่เขาก็จดจำน้ำเสียงของชายผู้นี้ได้เป็นอย่างดี
"ฮ่าๆ... ต่อให้เจ้ารู้ว่าข้าเป็นใครแล้วจะทำไม? ยังไงเสีย วันนี้เจ้าก็ต้องตายอยู่ดี"
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าคนนี้จะยอมบอกอะไรบางอย่างให้เจ้าได้รับรู้ไว้เสียหน่อย"
"ในตอนนั้น ข้าคนนี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้พ่อของเจ้าถูกขับออกจากตระกูลสวรรค์ชู และถูกจองจำอยู่ในอาณาจักรเบื้องล่างมหาโวหารบรรพกาล"
"หากไม่ใช่เพราะข้าแอบมอบผลประโยชน์ให้คนเหล่านั้น พวกเขาก็คงไม่ดูถูกเหยียดหยามเจ้าในวันที่เจ้าเข้ารับการทดสอบพรสวรรค์เช่นนั้น และหากคนเหล่านั้นไม่ดูถูกเจ้า พ่อของเจ้าก็คงจะไม่ลงมือสังหารหมู่"
"และหากพ่อของเจ้าไม่ก่อการสังหารหมู่ เขาก็คงจะไม่ไปล่วงเกินผู้คนจากขอบเขตจ้าวแห่งดาราจักร และหากเขาไม่ล่วงเกินคนเหล่านั้น ท่านผู้นำตระกูลก็คงไม่ลงโทษเจ้ากับพ่ออย่างรุนแรงเช่นนี้"
"สรุปสั้นๆ ก็คือ หากไม่ใช่เพราะเล่ห์เหลี่ยมที่ข้าใช้ในตอนนั้น ถึงแม้เจ้าจะไม่มีความสามารถในการบ่มเพาะพลังในเวลานั้น แต่เจ้าก็ยังสามารถอยู่ในตระกูลสวรรค์ชูในฐานะนายน้อยได้เพราะสถานะของพ่อเจ้า" ปู่ของชูเฮ่าเหยียนกล่าวกับชูเฟิง
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น คิ้วของชูเฟิงก็ขมวดมุ่นทันที ความโกรธแค้นในใจปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด
กลายเป็นว่าเหตุผลที่เขาและพ่อถูกขับไล่ออกจากตระกูลสวรรค์ชู ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะชายผู้นี้
ด้วยความโกรธแค้นอันมหาศาล ชูเฟิงพลิกฝ่ามือและกระบี่สีโลหิตก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
มันคือ... กระบี่เทพมาร!!!
กระบี่เทพมารคือไพ่ตายสุดท้ายของชูเฟิง และเป็นไพ่ตายที่แข็งแเกร่งที่สุดของเขา
หากไม่ถูกบีบจนถึงทางตัน ชูเฟิงจะไม่มีวันใช้มันเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตอนนี้มันยิ่งกว่าการถูกบีบให้จนมุมเสียอีก
ประการแรก ชูเฟิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้กระบี่เทพมาร เนื่องจากปู่ของชูเฮ่าเหยียนเป็นถึงผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลสวรรค์ชู
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ชูเฟิงสามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้ แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่ชายผู้นี้ทำลงไป เขาก็ไม่มีทางปล่อยปู่ของชูเฮ่าเหยียนไปแน่
ในเวลานี้ ชูเฟิงเพียงต้องการจะสังหารเขาเสีย
เขาต้องการทวงคืนความยุติธรรมให้กับทั้งพ่อของเขาและตัวเขาเอง
ปู่ของชูเฮ่าเหยียนมองไปยังกระบี่เทพมารในมือของชูเฟิงแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า "นี่มันอะไรกัน? เจ้าโกรธงั้นรึ? เจ้าอยากจะฆ่าข้านักหรือไง?"
"นั่นคือศาสตราอสูรของเจ้าสินะ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิงก็รู้สึกตกตะลึง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขานำกระบี่เทพมารออกมาใช้ในอาณาจักรเบื้องบนมหาพันจักรวาล อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครรู้ว่ากระบี่เทพมารนั้นทรงพลังเพียงใด ผู้คนส่วนใหญ่ที่เห็นมันมักจะมองด้วยความดูแคลนและสับสน
แต่สำหรับปู่ของชูเฮ่าเหยียนนั้นต่างออกไป นั่นหมายความว่าชายผู้นี้รู้จักชูเฟิงเป็นอย่างดี อย่างน้อยที่สุดเขาก็ควรจะรู้เรื่องความสำเร็จของชูเฟิงในอาณาจักรสามัญร้อยหลอม รวมถึงศาสตราอสูรที่เขามีครอบครองอยู่ด้วย
ดูเหมือนว่าปู่ของชูเฮ่าเหยียนจะเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี
"ในเมื่อเจ้ารู้อยู่แล้ว ก็จงเตรียมตัวตายเสียเถอะ" ชูเฟิงกล่าวพร้อมกับกัดฟันด้วยความโกรธ เขาแสดงความเกลียดชังที่มีต่อปู่ของชูเฮ่าเหยียนออกมาโดยไม่มีการปิดบังแม้แต่น้อย
"ฮ่าๆ ชูเฟิงเอ๋ยชูเฟิง ต่อให้เจ้ามีศาสตราอสูรนั่น เจ้าก็ไม่ควรจะมั่นใจขนาดนั้นนะ"
"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะเหมือนกับสวะอย่างชูโป๋เร่อผู้นั้น?"
"เจ้าคิดจะจัดการข้าด้วยกระบี่เฮงซวยเล่มเดียวนั่นน่ะรึ?"
แม้ว่าปู่ของชูเฮ่าเหยียนจะรู้ว่ากระบี่เทพมารในมือของชูเฟิงเป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยม แต่เขาก็ยังไม่ถือว่าชูเฟิงเป็นภัยคุกคาม เห็นได้ชัดว่าเขามั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างมาก
"ข้ารู้ว่าความแข็งแกร่งของท่านกับชูโป๋เร่อนั้นห่างชั้นกันมาก แต่อย่างไรก็ตาม ข้า ชูเฟิง ก็จะฆ่าท่านอยู่ดี" ขณะที่ชูเฟิงพูด เขาก็กำกระบี่เทพมารในมือแน่นและเริ่มถ่ายโอนพลังลงไปในนั้น เขาขวางแผนที่จะใช้พลังของกระบี่เทพมารเพื่อเข้าตัดสินความเป็นตายกับปู่ของชูเฮ่าเหยียน
"ช้าก่อน" ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
เมื่อเสียงนั้นดังขึ้น ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าชูเฟิง เขาเป็นชายชราที่ดูซูบผอมและรุงรัง ถือไม้เท้าอยู่ในมือ อย่างไรก็ตาม กลิ่นอายที่เขาแผ่ออกมานั้นทรงพลังอย่างยิ่ง มันอยู่ในระดับเดียวกับปู่ของชูเฮ่าเหยียนเลยทีเดียว
ชูเฟิงรู้ว่าคนผู้นี้คือใคร เขาคือผู้ที่รับหน้าที่คุ้มกันดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าจันทรา... ท่านโหย่วหยวน
แต่ชูเฟิงสังเกตเห็นว่าท่านโหย่วหยวนในตอนนี้ดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะแผ่กลิ่นอายระดับเทพสวรรค์ขั้นที่สอง และยังคงดูแก่ชราและซูบผอม แต่เขากลับให้ความรู้สึกเหมือนคนในรุ่นเยาว์
สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเขาเลือสวมชุดพิเศษ ชุดของเขาเต็มไปด้วยอักขระและสัญลักษณ์ที่ส่องประกายวูบวาบซึ่งดูเหมือนจะหลอมรวมเข้ากับตัวเขา เป็นชุดของเขานั่นเองที่เปลี่ยนกลิ่นอายของเขาไป
"ชูเฟิง วางกระบี่ในมือของเจ้าลงเสีย" ท่านโหย่วหยวนกล่าวกับชูเฟิง
ในเวลานั้นชูเฟิงเต็มไปด้วยจิตสังหารและได้กระตุ้นพลังของกระบี่เทพมารไปแล้ว แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ชูเฟิงกลับรู้สึกราวกับว่าเขาได้พบที่พึ่งพิงหลังจากที่ท่านโหย่วหยวนปรากฏตัวขึ้น เขารู้สึกจริงๆ ว่าไม่จำเป็นต้องออกโรงเอง
อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นเช่นนั้น ชูเฟิงก็ยังไม่หยุดการถ่ายโอนพลังลงสู่กระบี่เทพมารในทันที เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าท่านโหย่วหยวนผู้นี้เป็นมิตรหรือศัตรู
"เมื่ออยู่ในตระกูลสวรรค์ชู เจ้าควรจะได้รับการคุ้มครองจากคนในตระกูลสวรรค์ชู วางใจเถอะ เมื่อมีข้าอยู่ตรงนี้ จะไม่มีใครสามารถทำอันตรายเจ้าได้" ท่านโหย่วหยวนกล่าวเสริม
เมื่อท่านโหย่วหยวนกล่าวเช่นนั้น หัวใจของชูเฟิงก็สั่นไหว เขาแอบเห็นสายตาที่คุ้นเคยจากท่านโหย่วหยวน มันเป็นสายตาแบบเดียวกับที่ชูเสวียนเจิ้งฝามีต่อเขา
"เช่นนั้นข้าคงต้องรบกวนอาวุโสแล้ว หวังว่าท่านอาวุโสจะช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้กับข้าด้วย" ชูเฟิงกล่าว
"วางใจเถอะ ข้าคนนี้จะทวงความยุติธรรมคืนให้แก่เจ้าอย่างแน่นอน" ท่านโหย่วหยวนกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ในที่สุดชูเฟิงก็หยุดการถ่ายโอนพลังลงในกระบี่เทพมาร และเนื่องจากเขายังไม่ได้ใส่พลังลงไปมากนัก เขาจึงไม่ได้รับผลสะท้อนกลับจากมัน
ถึงกระนั้น ชูเฟิงก็ยังคงถือกระบี่เทพมารไว้ในมือ เพราะสถานการณ์ในตอนนี้อันตรายอย่างยิ่ง เขาจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.