ตอนที่ 1212
1212 / 1536
อ่าน 10 นาที
Chapter 1212: Cooperation Offer
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 09:12
บทที่ 1212: ข้อเสนอแห่งความร่วมมือ
ท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งความโกลาหลที่สั่นคลอนไปทั่วทุกสารทิศ จางเฟยประทับนั่งอย่างสงบอยู่เบื้องหน้าสตรีผู้สูงศักดิ์สองนาง ดวงตาคมปลาบจ้องมองผ่านความเงียบงันก่อนจะเอ่ยทำลายบรรยากาศ "เจ้าสำนักหนง... ข้ามีความปรารถนาที่จะร่วมมือกับท่านในกิจการด้านการลอบสังหาร"
"หืม?" เรียวคิ้วงามของสตรีทั้งสองขมวดมุ่นเข้าหากันทันทีที่ได้ยินคำขอของจางเฟย "นี่เจ้าเองก็มีกลุ่มนักฆ่าในสังกัดด้วยอย่างนั้นหรือ?"
จางเฟยไม่ตอบเป็นคำพูด แต่กลับขยับกายเรียกเหล่าสตรีผู้เป็นบริวารออกมา ไม่ว่าจะเป็น เฉียนอิง, จวี้อิงจือ, ซินเยี่ยนหลัว, เมิ่งฉี และสตรีอีกหลายนาง "พวกนางคือสมาชิกในกลุ่มจิ้งจอกปีศาจของข้า หากจะพูดให้ถูก... ข้าไม่ใช่ผู้ก่อตั้ง แต่เป็นหนึ่งในภรรยาของข้าที่เป็นผู้ริเริ่มมันขึ้นมา"
หนงฉินเหวยและหยินฉางกวาดสายตามองสำรวจสตรีเหล่านั้นอย่างละเอียด แม้ระดับการบำเพ็ญเพียรของพวกนางจะดูต่ำเกินกว่าจะย่างกรายในดินแดนพาราไดซ์ โดยเฉพาะเมื่อยังมิอาจทลายคอขวดเข้าสู่ห้าขอบเขตสวรรค์ได้ ทว่าสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้แก่พวกนางยิ่งกว่า คือการได้พบว่าเฉียนอิง, จวี้อิงจือ และซินเยี่ยนหลัว แท้จริงแล้วคือเผ่าพันธุ์ปีศาจ
"ข้ารู้ดีว่าพวกนางยังอ่อนด้อยกว่าสมาชิกในสำนักของท่านมากนัก แต่หากเป็นเรื่องศาสตร์แห่งการลอบสังหาร... ข้ารับรองว่าพวกนางจะไม่พ่ายแพ้แก่ผู้ใด" จางเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ท่าทีสงบนิ่งแม้สตรีทั้งสองจะแสดงความเคลือบแคลงสงสัยออกมา "อวิ๋นเซียวเคยเล่าเรื่องกลุ่มนักฆ่าของพวกท่านให้ข้าฟัง และข้าไม่อยากให้กลุ่มของเราต้องกลายเป็นศัตรูกัน ในโลกที่วุ่นวายเช่นนี้ การมีมิตรย่อมดีกว่ามีศัตรูมิใช่หรือ? อีกอย่าง พวกท่านเองก็น่าจะประจักษ์ในเส้นสายและความสามารถของข้ามาบ้างแล้ว ดังนั้นจงอย่าได้กังขาเลยว่าข้าจะสามารถส่งเสริมพวกนางให้กล้าแกร่งขึ้นได้เพียงใด หากท่านยินดีรับข้อเสนอ ข้าจะสนับสนุนพวกนางด้วยโอสถของข้า และพลังของพวกนางจะก้าวกระโดดขึ้นอย่างแน่นอน"
คำกล่าวเรื่อง 'โอสถ' ทำให้หนงฉินเหวยและหยินฉางต้องชะงักงัน พวกนางต่างเคยสัมผัสถึงฤทธิ์เดชของโอสถที่จางเฟยนำมาวางขาย ณ อารามปทุมอมตะมากับตัว จึงรู้ซึ้งดีว่าสรรพคุณของมันนั้นเลิศล้ำและเป็นประโยชน์มหาศาลต่อทั้งตนเองและเหล่าศิษย์เพียงใด
หนงฉินเหวยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา "ข้อเสนอของเจ้านั้นล้ำค่าและเย้ายวนใจยิ่งนัก แต่ข้ามิอาจตัดสินใจในตอนนี้ได้ แม้ข้าจะมีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าสำนักจันทราเร้น แต่เบื้องบนยังมีผู้อาวุโสอีกหลายท่านที่ข้าจำเป็นต้องนำเรื่องนี้ไปหารือเสียก่อน"
"ข้าเข้าใจดี" จางเฟยพยักหน้าอย่างเห็นใจ "ข้าจะไม่บีบคั้นให้พวกท่านต้องตอบตกลงในทันที ท่านสามารถกลับไปหารือภายในสำนักได้ตามสบาย และไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร ข้าหวังว่าท่านจะแจ้งการตัดสินใจให้ข้าทราบโดยตรง แม้เราไม่อาจร่วมมือกันได้อย่างเต็มตัว แต่การร่วมมือทางอ้อมอย่างเช่นการแบ่งเขตพื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันในภารกิจ... ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลว"
"ตกลง" หนงฉินเหวยลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยินฉาง "พวกเราจะกลับสำนักเดี๋ยวนี้เพื่อนำเรื่องเข้าที่ประชุม หลังจากได้ข้อสรุปแล้ว ข้าจะมาแจ้งให้เจ้าทราบด้วยตัวเอง"
"ข้าจะรอฟังข่าวดีจากท่าน" เมื่อสตรีทั้งสองจากไป จางเฟยจึงพาเมิ่งฉีและคนอื่นๆ กลับเข้าสู่พื้นที่ฝึกฝน เขาเร่งกำชับให้พวกนางขยันหมั่นเพียรในการบำเพ็ญเพียรให้หนักขึ้น โดยเฉพาะเมิ่งฉีและเมิ่งกวนชิว จากนั้นเขาก็จึงกลับไปยังศาลาเพื่อใช้เวลาร่วมกับภรรยาทั้งสามอย่าง อิลซาธ, โอริธ และซิลโวร่า
.
.
.
ภายในห้องนอนอันหรูหรา จางเฟยทอดสายตามองเหยาฉีหลินที่ยังคงนอนหมดสติอยู่ในสภาพไร้อาภรณ์ปกปิด เขาตัดสินใจผสานจิตวิญญาณดั้งเดิมของนางเข้ากับจิตวิญญาณของเขาเองก่อนที่จะปลุกนางให้ตื่นขึ้น
"อืม..." เสียงครางแผ่วเบาดังลอดจากลำคอระหง เหยาฉีหลินค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อแสงสว่างสาดกระทบดวงตา เพราะในดันเจี้ยนราตรีอนันต์นั้นหามีแสงสว่างไม่ นางจ้องมองจางเฟยด้วยความขุ่นเคือง "ที่นี่ที่ไหน? แล้วเจ้าเป็นใคร? ใบหน้าของเจ้าดูคุ้นตาเหลือเกิน... แต่เหตุใดข้าถึงสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายของปีศาจหรืออสูรจากตัวเจ้าเลยสักนิด"
"ฮ่าๆ" จางเฟยหลุดหัวเราะออกมาพลางอธิบาย "หลงเฟยเป็นเพียงนามแฝงที่ข้าบอกเจ้า นามที่แท้จริงของข้าคือจางเฟย อย่างที่เจ้าเห็น... ข้าคือมนุษย์ธรรมดา แต่ร่างมังกรที่เจ้าเห็นในเหวรหัสนั้นก็คือตัวตนจริงของข้าเช่นกัน"
"เจ้า—" คำพูดของเหยาฉีหลินหยุดชะงักไปทันทีเมื่อจางเฟยเปลี่ยนร่างเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งมังกร กลิ่นอายอันทรงอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาคือกกลิ่นอายเดียวกับที่นางเคยสัมผัสได้ครั้งแรกในหุบเหวลึก "เป็นไปได้ยังไง? เจ้ามีสองตัวตนได้อย่างไรกัน?"
"ความจริงแล้ว... ข้ายังมีอีกหนึ่งตัวตน" เหยาฉีหลินถึงกับอ้าปากค้างเมื่อจางเฟยแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์อีกครั้ง กลายเป็นปีศาจราคะระดับจักรพรรดิ "นอกจากมนุษย์และมังกรแล้ว ข้ายังเป็นจักรพรรดิแห่งปีศาจราคะอีกด้วย อนึ่ง... สถานที่แห่งนี้คือมิติส่วนตัวของข้า หากข้าไม่อนุญาต ก็ไม่มีผู้ใดก้าวเข้ามาหรือออกไปได้ทั้งนั้น"
เมื่อตั้งสติได้ เหยาฉีหลินพยายามจะพุ่งเข้าโจมตีจางเฟย ทว่านางกลับต้องพบกับความว่างเปล่าเมื่อพลังบำเพ็ญเพียรถูกผนึกไว้โดยสิ้นเชิง และในจังหวะนั้นเองที่นางเพิ่งตระหนักว่าร่างกายของตนเปลือยเปล่าไร้สิ่งใดปกปิด สองมือนวลจึงรีบยกขึ้นมาปกป้องปทุมถันและจุดสงวนด้วยความอับอาย
ใบหน้าของนางเย็นเยียบขึ้นทันควัน น้ำเสียงที่เอ่ยถามนั้นเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตร "เจ้าต้องการอะไรจากข้า? ทำไมต้องทำกับข้าถึงเพียงนี้? แล้วเรื่องที่หลงอู่เจ้ากับคนอื่นๆ ถูกพาเข้าไปในดันเจี้ยน... เป็นฝีมือของเจ้าใช่ไหม!"
"เจ้าเข้าใจถูกแล้ว ข้าเป็นคนพาเจ้ามังกรทั้งสามนั่นเข้าไปเอง และคนที่โจมตีพรรคพวกของเจ้าก็คือพันธมิตรของข้า" จางเฟยเอื้อมมือไปรวบข้อมือของนางแล้วดึงออกอย่างง่ายดาย ทำให้เหยาฉีหลินโกรธจนตัวสั่นแต่กลับทำอะไรไม่ได้ "เราสองคนไม่มีความแค้นต่อกัน และข้าก็มองว่าเจ้านั้นน่าสนใจไม่น้อย ข้าจึงหยุดเจ้าเอาไว้ในตอนที่เจ้าคิดจะเข้าไปช่วยพวกนั้น เพราะข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องตาย... ส่วนเรื่องเสื้อผ้าของเจ้า ข้าไม่ได้เป็นคนถอด แต่เป็นฝีมือภรรยาคนหนึ่งของข้าต่างหาก"
"ผู้ชายทุกคนล้วนเชื่อถือไม่ได้! ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก!" จางเฟยส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนจะส่งกระแสจิตเรียกสมาชิกในฮาเร็มหลักของเขาให้เดินเข้ามาในห้อง ภาพสตรีโฉมงามจำนวนมากที่เดินเข้ามาในสภาพเปลือยเปล่าทำเอาเหยาฉีหลินตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ 'นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? ทำไมพวกนางถึงได้... เปลือยกายเดินไปมาแบบนี้?'
"คิกคิก! อย่าไปโทษท่านพี่จางเฟยเลย เพราะข้าต่างหากที่เป็นคนถอดเสื้อผ้าของเจ้าแล้วพามาไว้ที่ห้องนี้" นาลันอวี้ซูเยื้องกรายเข้าไปเบื้องหลังแล้วสวมกอดเหยาฉีหลินอย่างออดอ้อน "ข้าจะบอกอะไรให้นะ... ใช่ว่าสตรีทุกคนจะดึงดูดสายตาของเขาได้ แต่เจ้าทำได้ เขาถึงได้ช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้แล้วส่งมาที่นี่"
เหยาฉีหลินหันไปมองสตรีที่กอดตนอยู่ก่อนจะจำตัวตนของนางได้ "เจ้า... เจ้าคือเจ้าหญิงลำดับที่สองแห่งเผ่าปีศาจกลืนวิญญาณไม่ใช่หรือ? เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่? แล้วเทียนฉีเย่มิได้กักขังวิญญาณของเจ้าไว้ในหอคอยหรอกหรือ?"
"ก็เพราะเขาไง" นาลันอวี้ซูชี้มือไปที่จางเฟย "เมื่อหลายปีก่อน เขาและสหายได้เข้าไปท้าทายหอคอยแห่งนั้น และข้าก็ได้พบกับเขา ตั้งแต่นั้นมาข้าก็อยู่เคียงข้างเขามาตลอด เขาช่วยฟื้นฟูจิตวิญญาณให้ข้า จนในที่สุดข้าก็สามารถสร้างกายเนื้อขึ้นมาใหม่ และยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะหนึ่งในภรรยาของเขา"
เหยาฉีหลินหันกลับไปมองจางเฟยอีกครั้งด้วยแววตาสั่นไหว "มิน่าเล่า... นาลันว่างจื่อถึงไม่ยอมส่งตัวเจ้าให้ข้าแม้ข้าจะเสนอสิ่งตอบแทนให้สูงเพียงใด ที่แท้เจ้าก็คือน้องเขยของนางนี่เอง"
"หึหึ" จางเฟยหัวเราะเบาๆ "ต่อให้พี่สะใภ้ของข้ายินดีรับข้อเสนอของเจ้า เจ้าก็พาข้าไปไม่ได้อยู่ดี ข้าก็แค่หลบอยู่ที่นี่จนกว่าระดับพลังจะเท่ากับเจ้าก็สิ้นเรื่อง"
ริมฝีปากของเหยาฉีหลินกระตุกวูบ "สรุปว่าผู้หญิงพวกนี้คือภรรยาของเจ้าทั้งหมดเลยงั้นหรือ? มีภรรยามากมายขนาดนี้แล้ว ยังจะลักพาตัวข้ามาทำเรื่องพรรค์นี้อีก!"
"เฮ้! ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่ได้ทำอะไรเจ้า" จางเฟยส่ายหน้าปฏิเสธ "อวี้ซูก็บอกแล้วว่านางเป็นคนทำ แต่เจ้าก็ยังจะมาปรักปรำข้าอีก เอาเถอะ... ข้าจะไม่กักขังเจ้าไว้ที่นี่ หากเจ้าปรารถนาจะจากไป ข้าก็จะส่งเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้"
"เจ้าจะปล่อยข้าไปจริงๆ หรือ?" เหยาฉีหลินถามด้วยความระแวง
"ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น" จางเฟยหยิบชุดของเหยาฉีหลินที่วางอยู่บนโต๊ะส่งให้นาง "สวมเสื้อผ้าเสียเถอะ ข้าจะส่งเจ้าออกไปหากเจ้าต้องการ แต่ข้าขอเตือนไว้อย่าง... ป่านนี้เทาเทียและคนอื่นๆ คงรู้สถานการณ์หมดแล้ว หากเจ้ากลับไปตอนนี้ พวกเขาต้องสงสัยในตัวเจ้าแน่ๆ บางทีพวกเขาอาจจะตราหน้าว่าเจ้าเป็นคนทรยศ และลงมือสังหารเจ้าทิ้งเสีย"
"เจ้าเป็นคนทำให้ข้าตกอยู่ในสภาพนี้เองนะ! เจ้าไม่ควรหยุดข้า ควรปล่อยให้ข้าตายไปพร้อมกับพรรคพวก!" จางเฟยเพียงแต่ยิ้มรับคำกล่าวโทษนั้น ยิ่งทำให้เหยาฉีหลินหงุดหงิดใจ "แล้ว... พวกเขาตายหมดแล้วจริงๆ หรือ?"
จางเฟยส่ายหน้า "จินกวงฆ่าจิ่วเหนี่ยวไปแล้ว ส่วนอีกเจ็ดคนที่เหลือนอนรออยู่ในคุกของข้า"
"หืม?" เหยาฉีหลินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ "เจ้าปล่อยใครไปคนหนึ่งงั้นหรือ?"
"เฟยเหลียน" เมื่อได้ยินชื่อนั้น เหยาฉีหลินก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างขุ่นเคือง คิดไปว่าจางเฟยคงอยากได้ปีศาจวายุผู้นั้นมาเป็นสตรีในฮาเร็มอีกคน "ฮ่าๆ! เจ้าเดาไม่ผิดหรอก แต่นางต่างจากเจ้า และข้าก็มีเหตุผลอื่นที่ปล่อยนางไป"
"เพื่อเป็นไส้ศึกสืบข่าวจากสี่ผู้นำของเจ้าล่ะสิ" จางเฟยยอมรับด้วยการพยักหน้า ทำให้เหยาฉีหลินต้องถอนหายใจออกมาลึกๆ "ข้ามีคำถามมากมายอยากจะถามเจ้า แต่ข้าแน่ใจว่าเจ้าคงไม่ตอบแน่"
จางเฟยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "หากเจ้ายินดีมาเป็นผู้หญิงของข้า ข้าจะบอกเจ้าทุกอย่างที่อยากรู้"
"เหอะ!" เหยาฉีหลินสะบัดตัวออกจากการสวมกอดของนาลันอวี้ซู ก่อนจะรีบสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว "ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น แต่เจ้าห้ามมารบกวนข้าเด็ดขาด!"
"ตามใจเจ้า" จางเฟยยักไหล่พลางนำเหล่าภรรยาเดินออกจากห้องไป
เหยาฉีหลินทอดถอนใจแผ่วเบา เอนกายลงบนเตียงนุ่มพลางใช้มือกุมใบหน้า คำถามมากมายยังคงวนเวียนอยู่ในหัว โดยเฉพาะความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างจางเฟยและหลงอู่เจ้า
"ว้าว! สัตว์เทพเต็มไปหมดเลย!"
เสียงร้องตะโกนของอู่เหลียนจือทำให้เหยาฉีหลินสะดุ้งสุดตัว นางรีบถลันไปที่หน้าต่างเพื่อลอบมองด้านล่าง ก่อนจะใจหายวาบเมื่อเห็นเซี่ยเฮยหลงและคนอื่นๆ อยู่ในสวนหลัก ในสภาพที่บอบช้ำเจียนตาย "เขาคิดจะทำอะไรกับพวกนั้นกันแน่? หรือว่า... เขาจะลงมือฆ่าพวกนั้นเดี๋ยวนี้?"
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.