Chapter 1490
1447 / 3199
6 min read
Chapter 1490 Copy
Published Mar 11, 2026, 09:42 AM
Chapter 1490
เสียงของไอน่าประสานกังวานซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ แรงสั่นสะเทือนนั้นสั่นลึกไปถึงระดับวิญญาณ
สิ่งแรกที่ลีโอเนลตระหนักได้คือเขายังไม่สามารถเก็บรายละเอียดการข่มขวัญของไอน่ามาได้สมบูรณ์แบบนัก และจำเป็นต้องปรับแก้บางอย่าง ความทรงจำนั้นบันทึกไว้เพียงแค่เสียงของเธอ แต่กลับไม่ได้บันทึกผลกระทบที่มีต่อร่างกายส่วนอื่นของเขา
ทว่า แม้จะมีเพียงแค่นั้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าตื่นตะลึงเหลือเกิน
ศิลปะพลัง (Force Art) ง่ายๆ ที่ลีโอเนลวาดขึ้นในอากาศ ซึ่งเดิมทีนั้นมีขนาดเล็กเกินกว่าจะสร้างผลกระทบใดๆ และขาดพลังงานมากเกินกว่าจะเปลี่ยนผลลัพธ์แม้ว่าเขาจะวาดให้ใหญ่ขึ้นหลายเท่าตัว กลับเริ่มเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นมาในทันใด
ในตอนแรกศิลปะพลังนั้นมีขนาดเพียงเท่าฝ่ามือ แต่แล้วมันก็ขยายวงกว้างขึ้นอย่างรุนแรง มันเพิ่มขนาดขึ้นสองเท่า และเพิ่มขึ้นอีกสองเท่าในเวลาติดกันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะเติบโตไปมากกว่านั้นหรือสว่างไสวไปยิ่งกว่านี้ ลีโอเนลก็ถูกบังคับให้ต้องตัดการเล่นซ้ำเสียงของไอน่าทิ้งไป หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อครู่นี้ ด้วยเสียงฮัมเพียงไม่กี่คำ พลังงานที่เขาใช้ไปเพียงหยดเดียวกลับกลายเป็นสิ่งที่ทรงพลังขนาดนี้…
ต่อให้ไม่มีอะไรอย่างอื่นให้กอบโกยที่นี่ การค้นพบครั้งนี้ก็ถือว่าบ้าคลั่งเกินไปแล้ว หากลีโอเนลมีความสามารถในการทำซ้ำสิ่งนี้กับศิลปะพลังทุกรูปแบบที่เขาเคยสร้างขึ้น เขาจะยังต้องกังวลเรื่องพลังงานหมดอยู่อีกหรือ? เขาแทบจะสามารถต่อสู้ได้ตลอดไปตราบเท่าที่ไม่เผลอหลับกลางสมรภูมิหรือตายเพราะหิวไปเสียก่อน
นี่มันบ้าชัดๆ!
สมองของลีโอเนลแทบจะลัดวงจร เขาไม่เข้าใจว่ามันทำงานได้อย่างไร เสียงเพียงอย่างเดียวจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้อย่างไร? และนี่ขนาดเขายังใช้การข่มขวัญของไอน่าแบบผิดๆ ถูกๆ อยู่เลย แล้วถ้าเขาสามารถนำมันมาซ้อนทับกันได้ล่ะ?
“ไอน่า…”
“หืม?”
“ถ้าเราสร้างการโจมตีร่วมกันที่ใช้แนวคิดนี้ เราน่าจะสามารถฆ่าผู้เชี่ยวชาญระดับมิติทื่เจ็ดขั้นต้นได้โดยไม่ยากเย็นนัก”
ไอน่าเงียบไป ไม่ได้ตอบกลับ เธอรู้สึกว่าเรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไป และเธอก็ไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน
เสียงจะสร้างผลลัพธ์เช่นนี้ได้อย่างไร?
ลีโอเนลนิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ เริ่มเข้าใจ
มันคือเรื่องของเรโซแนนซ์ (การสั่นพ้อง)
ทำไมลีโอเนลถึงสามารถเทเลพอร์ตออกมาจากรังของพวกราแปกซ์ได้? มันไม่ใช่เพราะพลังของเขาเองอย่างแน่นอน เขาถูกบังคับให้ใช้พลังชีวิตของน้ำสีเขียวรอบตัวเพื่อสร้างแรงปะทะที่เขาต้องการ หากเขาพึ่งพาเพียงพลังของตัวเอง เขาคงไม่มีวันออกมาจากที่นั่นได้
เผ่าคนแคระดูเหมือนจะใช้แนวคิดที่คล้ายคลึงกันนี้ แต่ระดับของมันแตกต่างไปจากที่เขารู้อย่างสิ้นเชิง
ลีโอเนลทำได้เพียงดึงพลังชีวิตมาใช้เท่าที่มีอยู่ในบริเวณนั้นซึ่งเข้มข้นมาก ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเกิดจากซากศพของพวกราแปกซ์มิติที่เจ็ด พลังของมันจึงยิ่งมหาศาลขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม ภาษาศิลปะพลังของเผ่าคนแคระนั้นทำงานต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ทุกเส้นที่วาดลงไปต่างมีเรโซแนนซ์ที่ซับซ้อนในตัวเอง ลำพังเพียงเส้นเดียวอาจไม่มีอะไรพิเศษ แต่เมื่อนำมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว พวกมันกลับสร้างเรโซแนนซ์พิเศษกับสิ่งแวดล้อมที่ดูเหมือนจะสอดประสานเข้ากับรูนของศิลปะพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อเกิดสมดุลอันสมบูรณ์แบบนี้ ศิลปะพลังก็จะสามารถดึงพลังจากสิ่งแวดล้อมมาใช้ได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้สร้างอีกต่อไป
ปกติแล้วผลกระทบนี้มักจะไม่แสดงออกมาอย่างชัดเจนนัก แต่ถ้าหากใส่เสียงของไอน่าเข้าไป เรโซแนนซ์นั้นก็เหมือนถูกกระตุ้นด้วยสารเร่ง ทำให้มันขยายตัวทั้งขนาดและพลังขึ้นอย่างฉับพลัน!
“…ไม่น่าแปลกใจเลยที่ระบบศิลปะพลังของเผ่านี้ถึงเหมาะกับการสร้างกับดักและการป้องกัน กับดักที่ดีที่สุดคือกับดักที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมได้อย่างไร้รอยต่อ และการป้องกันที่ดีที่สุดคือสิ่งที่ไม่ได้เพียงแค่คงทนถาวร แต่ยังสามารถฟื้นฟูตัวเองและพึ่งพาตัวเองได้”
“ด้วยเรโซแนนซ์แบบนี้ กับดักจึงสามารถกลมกลืนเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้แนบเนียนยิ่งขึ้น หากมันถูกปรับจูนและออกแบบมาเพื่อสถานที่เฉพาะเจาะจง เหมือนกับพลังแห่งความฝันรอบๆ นี้ มันสามารถเลียนแบบพลังงานอื่นๆ และคงความแนบเนียนเอาไว้ได้ ผมเริ่มรู้สึกว่าสาเหตุที่ผมไม่สังเกตเห็นกับดักศิลปะพลังในห้องโถงบัลลังก์ตอนนั้น ไม่ใช่แค่เพราะมันถูกวาดอยู่บนวัสดุมิติที่เจ็ดเท่านั้น ต่อให้มันถูกวาดบนวัสดุมิติที่หกหรือห้า ผมก็คงหาตัวมันพบได้ยากอยู่ดี”
“เพียงแต่เผ่าคนแคระนั้นฉลาดแกมโกงมาก พวกเขาหลอกล่อให้เราตายใจ ทำให้ดูเหมือนว่ากับดักของพวกเขาสามารถตรวจพบได้หากใช้สมาธิมากพอ ก่อนที่จะเผยกับดักของจริงใส่เรา”
“เราโชคดีมาก ผมรู้สึกว่าโซนพวกนี้อาจเป็นอุปสรรคต่อเผ่าคนแคระมากกว่า เพราะการบิดเบี้ยวของพลังแห่งความฝันทำให้กับดักของพวกมันตรวจพบได้ง่ายขึ้นเนื่องจากเรโซแนนซ์ไม่ได้ถูกปรับจูนอย่างสมบูรณ์แบบนัก…”
ลีโอเนลพึมพำความคิดของตัวเองออกมา แต่เขาก็พบว่าการพูดนั้นช้าเกินไปจนเขากลับไปเงียบอีกครั้ง
ในวินาทีนั้น ลีโอเนลก็ตระหนักถึงบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกคลั่งไคล้
หากเขาจะเปรียบเทียบเผ่าสปิริตชวลกับเผ่าคนแคระ ซึ่งเผ่าแรกนั้นทั้งสวยงามและสง่างามเหนือคำบรรยาย แถมยังถูกมองว่าเป็นจุดสูงสุดของจิตวิญญาณและศิลปะพลังในจักรวาลมิติ…
เขากลับเชื่อว่าเผ่าคนแคระนั้นเหนือกว่าเผ่าสปิริตชวลอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ลีโอเนลตระหนักว่าเขาได้ขุดพบสมบัติเข้าให้แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เข้าใจดีว่าการจะทำตามสิ่งที่เผ่าคนแคระทำนั้นมันยากเย็นเพียงใด
พวกเขาใช้ชีวิตและลมหายใจอยู่กับธรรมชาติ พวกเขาคุ้นเคยกับการใช้สิ่งแวดล้อมและร่างกายของตนเองให้เป็นเครื่องดนตรีมากเกินไป ความเข้าใจโดยสัญชาตญาณในเรื่องเหล่านี้ของพวกเขานั้นเหนือกว่าลีโอเนลไปหลายขุม
พูดง่ายๆ ก็คือ หากลีโอเนลต้องสร้างศิลปะพลังแบบคนแคระขึ้นมาเอง… ไม่มีทางที่เขาจะทำได้เลยในตอนนี้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือการ ‘ลอกเลียนแบบ’
สำหรับคนอย่างลีโอเนล ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ ความรู้สึกที่ว่ามีบางสิ่งที่เขาไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้คอยรบกวนจิตใจเขาอยู่เสมอ แต่เขาก็รู้ดีว่านี่คือเส้นทางที่เขาต้องการมาตลอด
การใช้ศิลปะพลังเป็นภาชนะรองรับความเป็นศิลปะ… ลีโอเนลเคยคิดว่าเขาจะเริ่มต้นด้วยวิชาพู่กันก่อนเสมอ แต่เขาไม่เคยนึกเลยว่าจะได้พบคำตอบของดนตรีมาตั้งนานก่อนหน้านั้น
หากเขาต้องการค้นหาขั้นที่สี่ที่ยังคงเป็นปริศนา เขาจำเป็นต้องสามารถทำซ้ำผลงานของลุงและปู่ของเขาด้วยศิลปะพลังของตนเองให้ได้เสียก่อน แล้วจากนั้นเขาถึงจะก้าวต่อไปได้
ลีโอเนลกัดฟันแน่น วางทิฐิของตัวเองลง
ในเมื่อตอนนี้เขายังไม่เข้าใจ ก็ไม่เป็นไร เขาจะลอกเลียนแบบ เขาจะลอกเลียนแบบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกว่าแรงบันดาลใจจะฟาดลงมากลางใจเขาดุจสายฟ้าฟาด
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.