Chapter 113
114 / 552
12 min read
Chapter 113 - Three Promises (5)
Published Apr 7, 2026, 01:45 PM
บทที่ 113: ตอนที่ 22 – คำมั่นสัญญาประการที่สาม (5)
ผมกวาดสายตามองไปรอบกายเพื่อสำรวจว่าที่นี่คือที่ไหน ทันใดนั้น ความสิ้นหวังก็เริ่มกัดกินลึกลงไปในหัวใจ
บัดซบ... ชัดเจนจนไม่มีที่ให้สงสัย ที่นี่มัน...
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ ถ้าคุณยอมขยับเข้ามาใกล้ๆ ผมสัญญาว่าจะไม่ฉีกเนื้อคุณกินหรอก” คิมนัมอุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงยี่วน จนผมต้องลอบถอนหายใจออกมา
ผมมั่นใจแล้ว ที่นี่คือทาร์ทารัส คุกนรกอันลือชื่อแห่งดินแดนใต้พิภพ ผมเหลือบมองสัตว์อสูรสามหัวที่หมอบเฝ้าทางเข้าคุกอยู่ มันคือ ‘เซอร์เบอรัส’ สุนัขนรกในตำนาน หัวสองหัวของมันกำลังสัปหงก ขณะที่อีกหัวหนึ่งคอยสอดส่องระแวดระวังอย่างเข้มงวด
“ไอ้ลูกหมานั่นน่ะ อสูรเกรด 4 เชียวนะ แถมชั้นล่างยังมีพวกที่โหดกว่านี้อีกเพียบ” คิมนัมอุนเอ่ยราวกับเป็นมัคคุเทศก์ผู้นำทัวร์นรก
เขาพูดถูก ใน ‘หนทางเอาตัวรอด’ บรรยายไว้ว่านักโทษที่แข็งแกร่งที่สุดจะถูกคุมขังอยู่ในชั้นล่างสุดของทาร์ทารัส นั่นหมายความว่ายิ่งลึกลงไป ขนาดของเซอร์เบอรัสก็จะยิ่งใหญ่โตและน่าสยดสยองขึ้นเรื่อยๆ
คิมนัมอุนหัวเราะหึๆ ก่อนจะถามขึ้น “เป็นไงล่ะนรกในสายตาคุณ?”
ผมจ้องมองท่าทีของเขาพลางเริ่มขยับปากพูด การต้องเผชิญหน้ากับเจ้าโรคจิตที่เปลี่ยนไปแบบนี้ย่อมทำให้รู้สึกประหม่าเป็นธรรมดา “ผมมีเรื่องจะถาม”
“ว่ามาสิ?”
“นอกจากคุณแล้ว ยังมีคนอื่นอยู่อีกไหม?”
“ก็มีคุณอาไง”
“ผมไม่ได้หมายถึงตัวเอง”
ผมเพ่งมองใบหน้าของเหล่าดวงวิญญาณที่ล่องลอยผ่านไปอย่างละเอียด แต่ไม่มีใบหน้าที่ผมรู้จักเลย ไม่ว่าจะเป็น ‘ภัยพิบัติแห่งคำถาม’ หรือคนอย่าง ‘ซงมินอู’
คิมนัมอุนตอบกลับมา “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน บนรถไฟใต้นอนั่นน่ะ มีแค่ผมคนเดียวที่หลุดมาที่นี่”
ดินแดนใต้พิภพของฮาเดสเป็นเพียงหนึ่งในโลกนับหมื่นแสน เหล่าผู้จุติที่ตายไปอาจถูกส่งไปยังนรกขุมต่างๆ ตามความเชื่อหรือคุณลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป มยองอิลซังและซงมินอูก็คงไม่ต่างกัน
ผมคอยสังเกตสีหน้าของคิมนัมอุนขณะถามต่อ “แล้วช่วงนี้มีผู้หญิงอายุน้อยหลุดมาที่นี่บ้างไหม?”
“ผู้หญิงอายุน้อย?”
“เธอผมสีขาว... อ้อ รวบผมทรงหางม้า หน้าตาสวยมาก”
คิมนัมอุนขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะคิกคักออกมา “อาฮะ ผมเข้าใจแล้ว”
ผมตั้งใจฟังเผื่อว่าเขาจะเคยเห็นชินยูซึง
“คุณอาตายเพราะพยายามช่วยผู้หญิงเหรอ?”
“...”
“นี่แหละหนอปัญหาของพวกคนดี ยอมตายเพื่อความรัก... คุณไปเอาพล็อตนิยายเน่าๆ นี่มาจากไหนกันเนี่ย?”
“เห็นเธอหรือเปล่า ตอบมาแค่แค่นั้นพอ”
“แน่นอนว่าไม่เห็น ผมจะไปเห็นแฟนสาวสุดที่รักของคุณได้ยังไงล่ะ?”
เป็นไปตามคาด ดวงวิญญาณของชินยูซึงยังไม่มาถึงที่นี่ บางทีเธออาจจะยังข้ามแม่น้ำอาเชรอนมาไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะเธอคือดวงวิญญาณที่มาจากต่างโลก จึงต้องติดอยู่ที่นี่สักพักก่อนจะถูกเนรเทศออกไป สิ่งที่ผมต้องทำมีเพียงอย่างเดียว คือตามหาดวงวิญญาณของเธอให้พบก่อนจะถึงเวลานั้น
“แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่?” ผมถาม
“กำลังสร้างของบางอย่างอยู่น่ะ และตอนนี้คุณอาต้องมาช่วยผมสร้างมันด้วย” คิมนัมอุนปัดเถ้าถ่านออกจากมือพลางชี้ไปยังสิ่งหนึ่ง “นั่นไง... ดูแล้วเหมือน ‘กันดั้ม’ เลยว่าไหม?”
ผมจ้องมองสิ่งที่เขาชี้ไป รูปโฉมของมันดูคล้ายกับร่างของยักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ อาวุธมหึมานั้นถูกรังสรรค์ขึ้นจากโลหะสีนิลมันวาวที่ดูราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังหายใจอย่างช้าๆ มันคืออาวุธที่ถูกเตรียมไว้เพื่อมหาศึกสงครามที่สยดสยองที่สุดในหน้าตำนาน
‘ทหารยักษ์’ (The Giant Soldier)
ฮาเดสกำลังเตรียมการสำหรับมหากาพย์สงครามกิกันโตมาเกีย (Gigantomachia) ผิดกับเหล่า 12 เทพแห่งโอลิมปัสที่วันๆ เอาแต่สำมะเลเทเมาและเข่นฆ่ากันเองโดยอ้างว่าเป็นการเตรียมรับมือสงคราม จะว่าไปแล้ว แม้ฮาเดสจะเป็นกลุ่มดาวในตำนานเทพกรีก แต่เขาก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเนบิวลา ‘โอลิมปัส’
ทันใดนั้น เสียงอึกทึกพลันดังแว่วมาจากทางเข้า คิมนัมอุนรีบคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของผม “เร็วเข้า ตามผมมา”
“ทำไม?”
“ไม่เห็นหรือไงว่าผู้ดูแลกำลังมา! มีที่ที่ผมทำงานอยู่ ไปที่นั่นแล้วทำเป็นเคาะค้อนซะ ถ้าเป็นเด็กใหม่ก็ต้องขยับตัวให้ไว เข้าใจไหม?”
ผมพอจะรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง หากที่นี่คือโรงตีเหล็กทาสแห่งทาร์ทารัสจริงๆ ผมก็มีความรู้เกี่ยวกับมันอยู่พอตัว นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่รู้สึกตื่นตระหนกนัก
คิมนัมอุนเม้มริมฝีปาก “มองผมแบบนั้นทำไม?”
ใจจริงผมไม่อยากจะพูดออกไป แต่ก็ห้ามตัวเองไว้ไม่ได้ “คุณไม่มีความแค้นอะไรกับผมเลยเหรอ?”
“ความแค้น?” คิมนัมอุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มสยองขวัญจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า “อาฮะ นี่คุณกลัวผมเหรอ?”
“...”
“คิดว่าผมจะแก้แค้นล่ะสิ ใช่ไหม?”
ถ้าผมไม่กลัวก็คงจะผิดปกติเต็มที ผมเป็นคนฆ่าเจ้าโรคจิตที่ในนิยายต้นฉบับนั้นวิปริตยิ่งกว่ายูจงฮยอกเสียอีก แต่ตอนนี้เขากลับมาทำตัวเป็นมิตรกับผมเสียอย่างนั้น ถ้าไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจก็แปลกแล้ว
“ฮ่าๆ ไม่ต้องกลัวหรอก ในเมื่อเราต่างก็ตายไปแล้วทั้งคู่ มันจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมาระแวงกัน? หลังจากมาอยู่ที่นี่ผมก็เปลี่ยนไปเยอะเลยล่ะ มีเวลาได้สำนึกผิดตั้งมากมาย”
ผมถึงกับพูดไม่ออก การที่ ‘ปีศาจจอมเพ้อเจ้อ’ อย่างคิมนัมอุนรู้จักสำนึกผิดนั้น มันเป็นไปไม่ได้พอๆ กับการที่ยูจงฮยอกจะกลายเป็นผู้หญิงนั่นแหละ แม้จะรู้ดีว่าเป็นคำลวง แต่ผมก็ยังเลือกเปิดใช้งาน ‘ตรวจจับคำโกหก’ เพื่อเป็นมารยาทครั้งสุดท้ายให้แก่เขา อย่างไรเสีย มันก็เป็นสกิลที่ผมได้มาเพื่อใช้งานอยู่แล้ว
[คุณยืนยันได้ว่าคำพูดดังกล่าวเป็น ‘ความจริง’]
...อะไรนะ? ผมตะลึงลานจ้องมองเขาตาค้าง คิมนัมอุนโพล่งออกมา “ผมพูดความจริงนะ! ทำไมไม่เชื่อกันบ้างเลยล่ะ? ผมใช้ชีวิตอยู่เพื่อไถ่บาปอยู่นี่ไง ผมยังรู้สึกขอบคุณเลยที่คุณฆ่าผมทิ้งน่ะ”
“ทำไม?”
“ถึงเวลากินก็ได้กิน ถึงเวลานอนก็ได้นอน ไม่ต้องไปโรงเรียน ไม่ต้องโดนพ่อแม่จิกหัวบ่น... ถึงมันจะร้อนไปหน่อย แต่ที่นี่แหละสวรรค์ชัดๆ”
เขากำลังพูดถึงทาร์ทารัสในขุมนรก...
“แถมถ้าเบื่อๆ ผมก็ยังมาประกอบกันดั้มเล่นได้อีก ไม่ดีหรือไง?” เขามองทหารยักษ์เป็นเพียงหุ่นโมเดลกันดั้ม “ต้องขอบคุณคุณอาจริงๆ นะ ผมพูดจริง ขอบคุณมากครับ”
ไอ้หมอนี่มันบ้ากู้ไม่กลับแล้วจริงๆ
[ตัวละคร ‘คิมนัมอุน’ มีความรู้สึกในแง่บวกต่อคุณ]
บัดซบ ในเมื่อข้อความระบบเด้งขึ้นมาขนาดนี้ ผมก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเชื่อ
“ถ้างั้นก็รีบมาทางนี้เร็ว ไม่มีเวลาแล้ว”
ผมถูกคิมนัมอุนลากไปยังโรงเวิร์กชอปของเขา เครื่องมือต่างๆ วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงาน และผมมองเห็นโลหะที่ใช้สร้างกันดั้มตัวนั้น มันคือโลหะแห่งดินแดนใต้พิภพ ดูเหมือนว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกระตุ้นโรค ‘จูนิเบียว’ (โรคป่วยม.2) ในตัวเขาได้เป็นอย่างดี
คิมนัมอุนกระซิบ “พวกนั้นมาแล้ว ฟังนะ”
เซอร์เบอรัสเริ่มเห่ากรรโชก
กรรร...
เสียงคำรามนั้นสั่นสะท้านไปถึงกระดูกจนผมรู้สึกเย็นเยือกไปทั่วร่าง ผู้ดูแลที่ถือแส้และกระบองเดินผ่านเซอร์เบอรัสเข้ามาในทาร์ทารัส เขาคือบริวารของฮาเดสที่สวมผ้าคลุมสีดำสนิท แม้ดูท่าทางจะไม่แข็งแกร่งเท่าพวกผู้พิพากษา แต่ถ้าถูกจับได้ก็คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
ผมยืนนิ่งพลางแสร้งทำเป็นเคาะค้อนลงบนชิ้นงาน คิมนัมอุนแอบหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ ผู้ดูแลเดินตรงไปยังแท่นสูงตรงทางเข้าก่อนจะแผดเสียงแหบพร่าออกมา
-ฟังให้ดี เหล่าทาสในชั้นที่ 1 ทุกตน จะมีการตรวจค้นโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
คิมนัมอุนขมวดคิ้วพลางบ่นอุบ “พวกเวรนี่ก็เหมือนเดิมตลอด ถ้าว่างมากนักก็ไปทำอย่างอื่นไป๊...”
ทว่า ประโยคถัดมาของผู้ดูแลก็ทำให้คิมนัมอุนต้องหุบปากฉับ
-มีผู้บุกรุกที่ผิดกฎหมายลักลอบเข้ามาในดินแดนใต้พิภพ มีรายงานว่าดวงวิญญาณของ ‘คนเป็น’ ได้ข้ามผ่านแม่น้ำอาเชรอนมา
เหล่าดวงวิญญาณต่างมีสีหน้าเลิ่กลั่กสับสน ผู้ดูแลประกาศต่อ
-หาก ‘มหาเทพแห่งความตาย’ ทรงทราบเรื่องนี้ พวกเจ้าทุกคนจะต้องพบกับจุดจบที่สยดสยอง การตรวจค้นครั้งนี้เพื่อหาตัวผู้บุกรุกที่แปดเปื้อน มันไม่ใช่การตรวจค้นอย่างเป็นทางการ ดังนั้นจงอย่าประหม่า ทุกคนยืนอยู่กับที่!
บัดซบ แผนการคืบหน้าไปไวกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก ถ้าเป็นแบบนี้...
เสียงบ่นของคิมนัมอุนดังแว่วเข้าหู “งี่เง่าสิ้นดี ต่อให้คนเป็นหลุดมาที่นี่จริงๆ ใครมันจะโง่มาแอบในทาร์ทารัสกันล่ะ? เข้ามาแล้วก็ออกไม่ได้ทั้งนั้น จริงไหม?”
“...”
“คุณอา?”
“อ้อ... ใช่” ผมตอบช้าไปหนึ่งจังหวะ
คิมนัมอุนจ้องหน้าผมพลางพึมพำด้วยน้ำเสียงอึ้งกิมกี่ “ผมขอถามอะไรหน่อยเถอะ... ไอ้คนเป็นที่เขาพูดถึงน่ะ คงไม่ใช่คุณอาหรอกใช่ไหม...”
“ใช่ ผมเอง”
“เชี่ยเอ๊ย!” คิมนัมอุนโยนค้อนทิ้งแล้วระเบิดหัวใจออกมา “ว้าว สุดยอดไปเลยที่คุณอายังเป็นคนเป็นอยู่? นี่ผมยืนคุยกับคนเป็นๆ มาตั้งนานเหรอเนี่ย?”
สีหน้าของเขาดูไม่ถูกว่าจะโกรธหรือจะขำดี ผมถอนหายใจพลางถาม “มีที่ไหนพอให้ซ่อนได้บ้างไหม?”
“โธ่เว้ย นี่คิดจะซ่อนตัวในคุกเหรอ? ถ้าหาที่ซ่อนไม่ได้จริงๆ ก็มุดเข้าไปในกันดั้มตรงนั้นสิ!”
ผมจ้องมองทหารยักษ์ตัวนั้น ผมซ่อนตัวในนั้นได้จริงๆ ปัญหาก็คือมันเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับ ‘สิ่งมีชีวิต’ มาก ถ้ามุดเข้าไป มีหวังผมได้โดนมันย่อยเป็นสารอาหารแน่
“เจ้านั่นสร้างเสร็จหรือยัง?”
“ยัง ยังมีปัญหาตรงแกนกลางน่ะ คุณอาจะเข้าไปซ่อนในนั้นจริงๆ เหรอ?”
“ไม่ล่ะ”
“คิดถูกแล้ว เพราะถ้าขืนเข้าไป คุณอาได้หายสาบสูญไปจริงๆ แน่”
“...ไหนบอกว่าอยากอยู่อย่างสงบสุขไง?”
“ผมจะใจดีเฉพาะกับคนที่ตายแล้วเท่านั้นแหละ เสียใจด้วยนะที่เราดันมาเจอกันตอนที่คุณยังหายใจอยู่ เอาเป็นว่าคุณอารีบๆ ตายแล้วค่อยกลับมาใหม่ก็แล้วกัน”
คิมนัมอุนพูดราวกับว่าผมกำลังตกที่นั่งลำบากสุดขีด ในขณะที่เราคุยกัน ผู้ดูแลก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้บริเวณนี้แล้ว หากทหารยักษ์สร้างเสร็จสมบูรณ์ ผมคงจะถล่มเซอร์เบอรัสแล้วมุ่งตรงไปยังพระราชวังของฮาเดสได้เลย แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้
[ผลจากคุณลักษณะเฉพาะตัว ทำให้ความทรงจำจากหนังสือที่คุณเคยอ่านชัดเจนยิ่งขึ้น]
ผมระดมค้นหาเนื้อหาใน ‘หนทางเอาตัวรอด’ อย่างบ้าคลั่ง ยูจงฮยอกเคยมาเยือนดินแดนใต้พิภพในช่วงการย้อนกลับรอบกลางๆ ถึงท้ายๆ ตอนนั้นเขาทำยังไงนะ?
「 “ไปบอกราชาของพวกแกซะ ข้าจะเอาทหารยักษ์นี่ไป” 」
「 “ถ้าไม่อยากตาย ก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าให้หมด” 」
...ให้ตายเถอะ ไอ้หมอนี่มันบ้าดีเดือดจริงๆ ตอนอ่านน่ะมันก็เท่อยู่หรอก แต่มันไม่ได้ช่วยสถานการณ์ของผมตอนนี้เลยสักนิด!
การเผชิญหน้ากับเหล่าผู้พิพากษาของฮาเดสตรงๆ เป็นสิ่งที่ผู้ย้อนกลับอย่างยูจงฮยอกทำได้ เพราะเขามีทั้งพลังและโอกาสที่เพียบพร้อม แต่สำหรับผม...
ไม่สิ เดี๋ยวก่อน ทำไมผมถึงจะทำแบบเขาไม่ได้ล่ะ? ความคิดของผมพลันเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน แน่นอนว่าผมเลียนแบบท่าทางของยูจงฮยอกไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ
ทว่า ผมยังมี ‘วิถีแห่งความกล้า’ อีกมากมายหลายรูปแบบที่หยิบมาใช้ได้ ทำไมผมต้องกลัวที่จะโดนพวกผู้พิพากษาจับได้ด้วย? ผมจะล้มเหลวในภารกิจลับแล้วต้องกลายเป็นผู้อยู่อาศัยในดินแดนใต้พิภพงั้นเหรอ? หรือพวกผู้พิพากษาจะมองท่าทีของฮาเดสแล้วคิดจะทำลายผมทิ้ง?
ผมมันโง่เอง ถ้าแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้เพียงจุดเดียว ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไป ในที่สุดผู้ดูแลก็เดินมาถึงโรงเวิร์กชอปของเรา ผมจึงยืนประจันหน้ากับเขา
ผู้ดูแลเอ่ยถาม “แกเป็นใคร?”
“คนที่แกกำลังตามหาอยู่ไงล่ะ”
วินาทีนั้น แววตาของผู้ดูแลพลันฉายแสงวาวโรจน์ เสียงเสียดสีของโลหะแหลมสูงดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง ผมรู้สึกราวกับร่างกายกำลังถูกแช่แข็งอย่างช้าๆ แผ่นหลังเย็นวาบ หากผมเหลียวหลังกลับไปตอนนี้ เหล่าผู้พิพากษาของฮาเดสต้องกระชากคอผมแน่
ผมฝืนทนต่อความเย็นยะเยือกนั้นแล้วขยับปากพูด “พวกแกควรจะคิดให้ดีก่อนจะลงมือฆ่าฉัน” ผมไม่มีพละกำลังมหาศาลอย่างยูจงฮยอก แต่ผมมีบางสิ่งที่เขาไม่มี “ถ้าพวกแกฆ่าฉันตอนนี้ พวกแกไม่มีวันชนะในมหาศึกสงครามกิกันโตมาเกีย (Gigantomachia) แน่!”
แววตาของผู้ดูแลสั่นระริก ไอเย็นที่แผ่ซ่านหยุดชะงักไปชั่วครู่ ผมไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปพลางเงยหน้ามองทหารยักษ์
“ไปบอก ‘บิดาแห่งราตรีอันมั่งคั่ง’ ซะ ว่าฉันรู้วิธีทำให้ทหารยักษ์ตัวนี้เสร็จสมบูรณ์”
ความเงียบอันน่าสยดสยองเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไอเย็นรอบลำคอกำลังลามขึ้นมาอย่างช้าๆ แต่ผมไม่ขัดขืน
นี่คือการทดสอบ น้ำแข็งกัดกินจากลำคอลงมาสู่หัวไหล่และหน้าอก ผมไม่ตื่นตระหนก อีกนิดเดียว... อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น ในที่สุด ความเย็นยะเยือกก็ลามมาถึงขั้วหัวใจ ทันใดนั้น มันก็หยุดลงราวกับมีเวทมนตร์
ข้อความหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในหัวของผม
[ภารกิจลับได้รับการอัปเดตแล้ว]
.
.
ครู่ต่อมา ผมก็ถูกผู้พิพากษาพาตัวมุ่งหน้าไปยังพระราชวังของฮาเดส ผมเหลียวหลังกลับไปมองขณะที่กำลังเดินจากมา และเห็นคิมนัมอุนยืนอยู่หลังเซอร์เบอรัส ผมโบกมือลาคิมนัมอุนที่กำลังยืนจ้องมองผมด้วยสายตาว่างเปล่า
อยู่ดีมีสุขในนรกนะ นัมอุน
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.