ตอนที่ 371
297 / 636
อ่าน 10 นาที
Chapter 371: Love and Devotion
เผยแพร่เมื่อ 14 มี.ค. 2569 05:23
บทที่ 371: ความรักและความภักดี
ผมขยับกาย
ไม่ใช่การจังหวะที่นุ่มนวลอย่างก่อนหน้านี้ แต่นี่คือการครอบครอง เป็นการครอบครองที่เกิดจากความรักอันท่วมท้น ผมถอนกายออกอย่างช้าๆ จนเกือบสุด ปล่อยให้เธอสัมผัสได้ถึงความหนาของแกนกายที่ครูดไปกับผนังเนื้อเยื่ออันอ่อนไหวของเธอทุกนิ้ว ลมหายใจของเธอสะดุด เกิดเสียงครางแผ่วเบาที่ฟังดูราวกับคำอธิษฐาน
จากนั้นผมก็กระแทกกลับเข้าไปอย่างแรงและลึกสุดโคนในคราวเดียว เป็นการกลับสู่บ้านที่คุ้นเคย
“ซี้ด!” เสียงคำรามจากลำคอดังเล็ดลอดออกมาจากปากของผม ขณะที่ร่างของเธอสั่นสะท้านรอบตัวผม ช่องทางที่เนียนนุ่มดุจแพรไหมโอบรับผมไว้จนหมดสิ้น เสียงร้องของเธอคราวนี้แหลมสูงขึ้น เจือไปด้วยความตกใจและคลื่นความเสียวซ่านที่โถมเข้ามาปะทะกับความเจ็บปวดลึกๆ ภายใน มันเป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา
“ปีเตอร์!” ชื่อของผมที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอนั้นเป็นเพียงเสียงครางที่ขาดห้วง มันคือหลักฐานแห่งการจำนนของเธอ เล็บของเธอจิกแน่นลงบนไหล่ของผม สร้างรอยแผลที่แสบร้อนซึ่งยึดเหนี่ยวผมไว้กับช่วงเวลานี้ กับตัวเธอ
ผมเริ่มกำหนดจังหวะ ลึก... ลึกขึ้นไปอีก ผมหมุนวนสะโพกในจุดที่ลึกที่สุดของการกระแทกแต่ละครั้ง บดขยี้ส่วนหัวของแกนกายเข้ากับจุดไวสัมผัสภายในที่ทำให้ทั้งร่างของเธอต้องเกร็งกระตุก ผมสัมผัสได้ถึงแรงบีบรัดที่เปลี่ยนไป วิธีที่เนื้อเยื่อของเธอตอบสนองและขมิบต้อนรับแกนกายของผมในยามที่ผมหมุนวน ไม่ใช่แค่การทดสอบเธอ แต่เป็นการเรียนรู้จดจำแผนที่แห่งความสุขของเธอ ครอบครองทุกตารางนิ้วที่ซ่อนเร้นไว้ราวกับการทำพิธีบูชา
กล้ามเนื้อก้นของผมเกร็งตัวไปพร้อมกับทุกจังหวะที่กระแทกเข้าหาอย่างรุนแรง มันเป็นแรงขับเคลื่อนที่ถาโถม แต่หัวใจของผมกลับพองโต เตียงไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดประท้วงตามจังหวะการเคลื่อนไหวของผม
เสียงเนื้อกระทบเนื้ออันเปียกชื้นดังก้องไปทั่วห้อง มันคือดนตรีอันดิบเถื่อนของเนื้อสาวที่ยอมจำนนต่อแกนกายของผู้ที่เชี่ยวชาญ ร่างกายของเรากำลังสนทนากันด้วยภาษาที่เก่าแก่ยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
เสียงครางของเธอเปลี่ยนไป เริ่มดุดันขึ้น ไม่ใช่แค่เสียงสะอื้นหรือเสียงร้องไห้ แต่มันกลายเป็นเสียงครวญครางต่อเนื่องที่ดังสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ผมหมุนวนกายลึกเข้าไปในตัวเธอ เป็นเสียงแห่งการปลดปล่อยอย่างแท้จริง
“โอ้พระเจ้า... โอ้ว ปีเตอร์... ได้โปรด...” เสียงร้องแหลมสูงที่ฟังดูเว้าวอนเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของเธอ มันเป็นเสียงของความต้องการอันบริสุทธิ์ที่หล่อหลอมขึ้นจากความรักและความไว้เนื้อเชื่อใจ ร่างของเธอแอ่นขึ้นจากเตียง โค้งเว้าอย่างงดงามและสิ้นหวัง กดหน้าอกอันอวบอิ่มของเธอลงบนแผ่นอกของผม มอบร่างกายและจิตวิญญาณให้แก่ผมอย่างหมดใจ
หยาดเหงื่อซึมตามผิวของเธอ กลิ่นกายของเธอนั้นเข้มข้นและเต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบ ปล่อยให้ผมไถลไปกับร่างกายของเธอ ความเสียดสีนั้นเป็นดั่งการทรมานอันหอมหวานที่รีดเค้นเสียงครางกระเส่าจากเราทั้งคู่ ที่รักผู้เป็นดั่งความต้องการของผม
ผมเปลี่ยนท่าทาง ใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของเธอ นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ไปตามแก้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา บังคับให้ดวงตาที่พร่าเลือนและเป็นประกายของเธอจ้องมองมาที่ผม ผมต้องการเห็นจิตวิญญาณของเธอ
“รับไปสิ เอ็มม่า” ผมคำรามด้วยเสียงที่แหบพร่า ขณะที่หัวใจของผมเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อเธอ “รับมันไปให้หมด นี่คือสิ่งที่เธออ้อนวอนขอ และนี่คือสิ่งที่พวกเราถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน” ผมกระแทกกายเข้าหาเธอแรงขึ้น เร็วขึ้น หมุนวนลึกขึ้นจนโดนจุดกลางใจ ทำให้เธอหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง “บอกฉันซิว่าใครเป็นเจ้าของช่องทางที่คับแน่นและงดงามนี้ น้องสาวที่รัก”
“คุณ!” คำนั้นเป็นดั่งเสียงกรีดร้องที่หลุดออกมาจากลำคอของเธอ ร่างกายของเธอโค้งงออย่างรุนแรง แต่มันเป็นมากกว่าคำตอบ มันคือคำปฏิญาณ “คุณเป็นเจ้าของ! โอ้ พระเจ้า ปีเตอร์ มัน... มันมากเกินไป! ลึกกว่านี้! ได้โปรด ฉันไม่...” เสียงสะอื้นกลบคำอ้อนวอนของเธอ มันเป็นเสียงของคนที่แตกสลายและถูกประกอบขึ้นมาใหม่
เธอดิ้นพล่านอยู่ใต้ร่างผม ขาทั้งสองข้างตวัดรัดเอวของผมไว้แน่น ดึงรั้งให้ผมเข้าไปลึกยิ่งกว่าเดิมในขณะที่มือของเธอก็ผลักแผงอกของผมออกอย่างอ่อนแรง ความขัดแย้งที่แสนโกลาหล ดวงตาของเธอเหลือกลานอย่างไร้จุดโฟกัส หลงทางอยู่ในพายุที่ผมสร้างขึ้นเพื่อเธอ เพื่อเรา
“อย่าหยุดนะ! ได้โปรด อย่าหยุด! อีก! ให้ฉันอีก!” เธอสะอื้น เสียงอ้อนวอนประดังประเดเข้ามาอย่างสิ้นหวังและไร้คำบรรยาย มันเป็นซิมโฟนีแห่งเสียงครางที่ขาดห้วง บอกให้ผมรู้ว่าเธออยู่ในจุดเดียวกับผม หลงทางอยู่ในโลกใบเดียวกัน
ภาพที่เห็นเธอกำลังสูญเสียการควบคุมเพื่อผม เสียงที่เธออ้อนวอนขอความสุขที่มีเพียงผมเท่านั้นที่จะมอบให้ได้ ความรู้สึกที่ช่องทางอันบริสุทธิ์ของเธอขมิบตอดรอบแกนกายอันดุดันของผม—มันช่างเร่าร้อน ผมกระแทกเข้าใส่เธออย่างบ้าคลั่ง ทิ้งจังหวะการหมุนวนไปสู่การกระแทกที่รุนแรงและดิบเถื่อน ร่างกายของเราประสานกันด้วยจังหวะที่รักใคร่และเร่งเร้า
สะโพกของผมทำงานราวกับลูกสูบ แทรกกายเข้าไปลึกสุด แล้วดึงออกมาจนเกือบสุด ก่อนจะกระแทกกลับเข้าไปจนสุดโคนด้วยจังหวะที่รวดเร็วและหนักหน่วง
ตับ... ตับ... ตับ...
อากาศเต็มไปด้วยเสียงเนื้อกระทบเนื้ออันเปียกชื้น เสียงร้องอันสิ้นหวังของเธอ และเสียงคำรามต่ำๆ จากลำคอของผมที่เกิดจากความเหนื่อยหอบและความเป็นหนึ่งเดียวกันอันแสนสุข
หน้าอกของเธอเด้งไหวไปตามทุกจังหวะการกระแทก ยอดอกสีชมพูเข้มที่บวมเป่งและไวต่อสัมผัสจากที่ผมได้รังแกมันก่อนหน้านี้ หยาดเหงื่อเกาะพราวระหว่างทรวงอก ไหลรินลงมาตามแผ่นอกที่กระเพื่อมไหวขณะที่เธอพร่ำเรียกชื่อผมราวกับบทสวดแห่งความภักดี
ทันใดนั้น ผมต้องการให้เธอใกล้ชิดกว่านี้ ต้องการสัมผัสถึงน้ำหนักตัวของเธอ การยอมจำนนอย่างสมบูรณ์ และหัวใจที่เต้นรัวอยู่บนอกของผม ผมโอบกอดแผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อของเธอไว้แน่น แล้วพลิกตัวด้วยการเคลื่อนไหวอันทรงพลังเพียงครั้งเดียว เธออุทานด้วยความตกใจ รีบโอบกอดผมไว้แน่นเมื่อโลกพลิกคว่ำ ทันใดนั้นเธอก็คร่อมอยู่บนตักของผม โดยที่แกนกายของผมยังคงฝังลึกอยู่ในความร้อนรุ่มของเธอ
ดวงตาของเธอเบิกกว้าง ตกตะลึง ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุข ลมหายใจหอบถี่จนกลายเป็นเสียงคราง ผมอดไม่ได้ที่จะปัดเส้นผมที่เปียกชื้นออกจากแก้มของเธอ
“ขยับสิ เอ็มม่า” ผมสั่งขณะที่มือจับเอวเธอไว้เพื่อนำทาง “แสดงให้ฉันเห็นว่าเธอต้องการมันมากแค่ไหน แสดงให้ฉันเห็น”
มือของเธอเกาะไหล่ผมไว้ ขาทั้งสองข้างสั่นระริกอย่างไร้การควบคุม เธอค่อยๆ ยกตัวขึ้นช้าๆ เสียงครางยาวเหยียดเล็ดลอดออกมาเมื่อแกนกายของผมครูดไปตามผนังอันละเอียดอ่อนของเธอ จากนั้นเธอก็ทิ้งตัวลงมา เกิดเป็นเสียงเนื้อกระทบกันดังก้อง เป็นเสียงของการเชื่อมโยงที่สมบูรณ์แบบ
“ซี้ด... ใช่แล้ว” ผมขู่ฟ่อ เงยหน้าขึ้นพลางครางลึกในลำคอ “แบบนั้นแหละ ที่รักของฉัน” ผมเร่งให้เธอยกตัวขึ้นอีกครั้ง แล้วดึงเธอลงมาอย่างหนักหน่วง ควบคุมจังหวะ แรงปะทะทำให้เธอต้องร้องออกมาอย่างแหลมสูง
“เร็วขึ้นอีก” ผมฟาดมือลงบนก้นของเธอเบาๆ—เป็นแรงตบที่แน่นและแสบสันบนผิวเนื้อที่กลมกลึง ก้อนเนื้อนั้นเด้งรับมือผมอย่างเย้ายวน เป็นประกายแห่งความรักที่จะปลุกเร้าไฟในตัวเธอ
เธอหวีดร้องออกมา แต่น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความหมายใหม่ ความต้องการ มันเป็นเสียงที่ดิบและสิ้นหวัง เธอเริ่มเป็นฝ่ายคุมเกมเอง หาจังหวะของตัวเอง ขยับกายนั่งทับแกนกายของผมอย่างไม่เกรงกลัว ร่างกายอันงดงามของเธอเคลื่อนไหวเพื่อผม และไปกับผม หน้าอกของเธอเด้งไหวอย่างน่าหลงใหล
ผมคว้ามันไว้ สัมผัสความอวบอิ่ม นิ้วหัวแม่มือสะกิดรัวยอดอกที่แข็งขืนอย่างไม่ปรานี ทุกการดึง ทุกการสะกิด ทำให้เธอพุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอบดบี้สะโพกลงมาหาผมพร้อมเสียงครางที่ฟังดูราวกับคำสรรเสริญ
“ปีเตอร์! โอ้ว พระเจ้า ปีเตอร์! มัน... มัน...” เธอไม่สามารถสรรหาคำพูดใดได้ มีเพียงเสียงร้องอันแหบพร่าและแหลมสูง หัวของเธอเงยไปด้านหลัง ผมสีเข้มปรกคอ ฝ่ามือของเธอกดแนบกับหน้าอกของผมเพื่อใช้เป็นแรงส่งขณะที่เธอขยับขึ้นลง เร็วขึ้น แรงขึ้น รับเอาตัวผมเข้าไปลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ร่างกายของเราเคลื่อนไหวสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบท่ามกลางความโกลาหล
เสียงนั้นช่างวาบหวิว—เสียงก้นของเธอที่กระทบกับต้นขาของผมในทุกจังหวะที่กดตัวลงมา เสียงการเชื่อมต่อที่เปียกชื้นของช่องทางที่โอบรัดแกนกายของผมไว้แน่น เสียงครางแหลมสูงของเธอที่ประสานกับเสียงคำรามต่ำในลำคอของผม มันคือซิมโฟนีของเรา
ผมขยำก้อนเนื้อที่เด้งไหวของเธอ นิ้วมือจิกลงบนกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว แยกแก้มก้นของเธอออกเล็กน้อยในยามที่เธอขยับขึ้น รู้สึกได้ถึงความยืดหยุ่น ลมหายใจของผมสะดุด มืออีกข้างยังคงรังแกหน้าอกของเธอ บีบเค้นและดึงรั้ง ครอบครองทุกการตอบสนอง เธอหลงทางไปแล้ว กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ขยับกายอยู่เหนือผม ไล่ตามจุดสุดยอดที่ผมกำลังสร้างขึ้นให้เธอในทุกจังหวะลึกๆ จุดสุดยอดที่เราสร้างขึ้นร่วมกัน
กล้ามเนื้อภายในของเธอเริ่มสั่นระริกอย่างรุนแรง นั่นคือสัญญาณ จังหวะของเธอเริ่มรวน เสียงครางเริ่มกลายเป็นเสียงสะอื้น “ได้โปรด... ปีเตอร์... ฉันคิดว่า... อ่า... ฉันไม่...”
“เสร็จไปพร้อมกับฉัน เอ็มม่า” ผมคำราม พุ่งสะโพกขึ้นรับแรงกดจากเธอ กระแทกแกนกายลึกเข้าไปอย่างเหลือเชื่อจนกระทั่งสัมผัสได้ถึงปากมดลูกของเธอ “กรีดร้องชื่อฉันออกมา ให้ฉันได้รับทุกอย่างจากเธอ”
เธอก็ระเบิดออก เสียงกรีดร้องอันดิบเถื่อนและแตกสลายดังออกมาจากลำคอ ร่างกายของเธอแข็งเกร็งอยู่เหนือผม ช่องทางของเธอขมิบตอดราวกับคีมเหล็ก ชุดของการหดเกร็งที่ทรงพลังกำลังรีดเค้นน้ำรักของผมในยามที่ผมยังฝังกายอยู่ในความร้อนรุ่มของเธอ
“ปีเตอร์! โอ้ว พระเจ้า! ปีเตอร์!” มันเป็นการประกาศการยอมจำนนอย่างดิบเถื่อน เป็นเสียงที่หลุดออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณในขณะที่ไฟแห่งความสุขเผาผลาญเธอ ตามด้วยเสียงหอบหายใจและสะอื้นเรียกชื่อผม มันคือทุกสิ่งทุกอย่าง
ผมประคองเธอไว้ในอ้อมแขนขณะที่เธอผ่านจุดนั้น มือของผมยึดเหนี่ยวเธอไว้ เสียงคำรามแห่งความพึงพอใจและความรักของผมผสมปนเปไปกับเสียงร้องของเธอขณะที่แกนกายของผมยังคงเต้นตุบอยู่ในความร้อนรุ่มที่บีบรัดตัว ท่วมท้น เป็นของผม ความบริสุทธิ์ไม่เพียงแค่ถูกทำลาย แต่มันถูกลบเลือนหายไป แทนที่ด้วยความโกลาหลที่แสนงดงามของการถูกกระทำอย่างรุนแรงและเต็มไปด้วยความรัก
การได้เห็นเธอที่ไร้ซึ่งการป้องกัน—หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลง ก้นที่แดงระเรื่อและเต็มไปด้วยรอยมือของผม คราบน้ำตาและเหงื่อที่อาบใบหน้า และร่างที่ยังคงสั่นสะท้านจากแรงอารมณ์—นั่นคือภาพที่งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา เทพธ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.