ตอนที่ 525
413 / 636
อ่าน 6 นาที
Chapter 525: Wet Sabrina
เผยแพร่เมื่อ 14 มี.ค. 2569 05:28
Chapter 525: ซาบริน่าผู้เร่าร้อน
ผมเฝ้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ลมหายใจของเธอสะดุด—เสียงนั้นดังพอที่จะได้ยินแม้จะอยู่คนละฟากของห้อง แก้วไวน์ในมือค้างอยู่ครึ่งทางก่อนถึงริมฝีปาก ร่างกายของเธอแข็งทื่อ กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งขึงราวกับถูกสายฟ้าฟาด
รูม่านตาของเธอขยายกว้างในทันที แก้วไวน์ในมือสั่นไหว อาการสั่นระริกปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน เริ่มจากหัวไหล่แล้วไล่ลงไปตามแนวสันหลัง ริมฝีปากของเธอเผยอออก ลมหายใจถี่กระชั้นและแผ่วเบา
กำแพงที่เธอสร้างขึ้นกำลังพังทลาย ความปรารถนาที่เธอฝังกลบไว้ตลอดสิบเจ็ดปีในฐานะภรรยาของอันโตนิโอ ตอร์เรส กำลังพุ่งพล่านขึ้นมา ทำให้เธอรู้สึกในสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้
เธออายุสี่สิบสาม ส่วนผมสิบหก เป็นคู่หมั้นของลูกสาวเธอ ตรรกะในสมองทุกส่วนของเธอกำลังกรีดร้องว่านี่คือเรื่องผิดศีลธรรม ไม่เหมาะสม และไม่มีทางเกิดขึ้นได้
แต่ร่างกายของเธอกลับไม่สนใจตรรกะเหล่านั้น
ออร่านั้นกระซิบเรียกบางสิ่งที่ดิบเถื่อนในตัวเธอ บางสิ่งที่จดจำได้ถึงความแข็งแกร่ง พลัง และความเป็นชาย
และมันไม่ใช่แค่แรงดึงดูด แต่มันคือความต้องการ เป็นความต้องการที่สั่นสะท้านและถาโถม ความต้องการชนิดที่ทำให้คุณตั้งคำถามกับทุกอย่างที่คุณคิดว่าคุณรู้เกี่ยวกับตัวเอง
เธอเคยพบกับอีรอสที่ศูนย์สุขภาพวอยเยอร์ เคยจูบกับเขา เคยสัมผัสเสี้ยวหนึ่งของพลังอำนาจนี้ แต่นั่นคือสิ่งที่ถูกควบคุม เป็นความตั้งใจ เป็นการพบกันเฉพาะในบริบทที่กำหนดไว้
แต่นี่น่ะหรือ? นี่มันต่างออกไป นี่คือปีเตอร์ คาร์เตอร์—เด็กหนุ่มผู้ปราดเปรื่อง คู่หมั้นของลูกสาวเธอ—ที่กำลังแผ่ซ่านบางอย่างออกมาจนเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายเธอกรีดร้องว่าคุ้นเคย แม้ว่าจิตใจของเธอจะพยายามปฏิเสธมันอย่างสุดกำลัง
มือของเธอกำแก้วไวน์แน่นเสียจนผมคิดว่ามันอาจจะแตกคามือ หน้าอกของเธอสะท้อนขึ้นลงอย่างรวดเร็ว คอเสื้อที่เว้าลึกยิ่งดึงดูดสายตาให้มองเห็นรอยแดงซ่านที่ลามไปทั่วผิวของเธอ ต้นขาของเธอเบียดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่าร่างกายของเธอกำลังตอบสนองในแบบที่เธอไม่อาจควบคุมได้
ผมไม่ละสายตาไปจากเธอเลย แม้แต่ครั้งเดียว
ทุกก้าวที่ผมเดินไปบนพื้นหินอ่อนนั้นเชื่องช้าและมั่นคง ราวกับว่าผมกำลังเดินผ่านผืนน้ำที่ก่อตัวจากจังหวะชีพจรของเธอ 'ออร่าต้องห้าม' (Taboo Aura) ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นในทุกย่างก้าว มันขดตัวพันรอบสะโพกของเธอ เล็ดลอดเข้าไปใต้ชุดเดรสตัวร้ายนั่น และเล้าโลมจุดที่เธอไม่ได้ปล่อยให้ใครสัมผัสมานานหลายปี
ซาบริน่าขยับตัวไม่ได้
หน้าอกของเธอสะท้อนขึ้นลงด้วยจังหวะที่สั้นและกระชั้น ทุกครั้งที่หายใจเข้า คอเสื้อที่เว้าลึกยิ่งรั้งต่ำลงจนแทบจะเปิดเผยความงดงามนั้นลงบนผ้าปูโต๊ะสีขาว รอยแดงซ่านลามไปถึงพวงแก้มของเธอแล้ว ราวกับธงแห่งการยอมจำนนที่เด่นชัดบนใบหน้าที่ไร้ที่ติ หยดน้ำค้างเพียงหยดเดียวไหลลงมาตามแก้วไวน์ ทอดผ่านเส้นทางเดียวกับที่ผมปรารถนาจะใช้ลิ้นไล้ลงไปตามลำคอ ระหว่างร่องอก และต่ำลงไปอีก
เธอรู้สึกได้ ผมเห็นว่าเธอรู้สึก
ต้นขาของเธอขบเข้าหากันอีกครั้ง (คราวนี้แรงขึ้น) รอยผ่าของชุดเผยอออกอีกนิ้วอย่างล่อแหลม ผมเห็นกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาด้านในกระตุกเล็กน้อย ราวกับร่างกายของเธอกำลังพยายามบรรเทาความปวดร้าวที่เธอยังหาคำนิยามไม่ได้
ผมหยุดยืนข้างอันโตนิโอที่ยังคงยิ้มแย้มและไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เขากางแขนออกครึ่งหนึ่งเตรียมจะกอดแบบลูกผู้ชายตามที่เขาคิดไว้
สายตาของซาบริน่าลดต่ำลง (เพียงเสี้ยววินาที) ไปที่ปากของผม แล้วต่ำลงไปอีก ไปที่คอเสื้อที่เปิดออกของผม ไปที่รอยจางๆ บนลำคอที่เมดิสันฝากไว้เมื่อเช้านี้ ลิ้นของเธอแตะที่ริมฝีปากล่าง เป็นการขยับอย่างรวดเร็วและไร้ทางสู้ ก่อนที่เธอจะดึงสติตัวเองกลับมา
สายไปเสียแล้ว ผมเห็นมัน
ผมเห็นทุกอย่าง
เห็นยอดอกของเธอที่แข็งชันอยู่ใต้ผ้าไหมสีเขียวบางเบา เป็นจุดแข็งสองจุดที่เรียกร้องหาฟันของผม เห็นมืออีกข้างที่กำแน่นอยู่บนผ้าปูโต๊ะจนนิ้วซีดขาวราวกับว่าเธอกำลังพยายามยึดตัวเองไว้กับเก้าอี้ เห็นการขยับสะโพกเพียงเล็กน้อย (แทบจะมองไม่เห็นแต่ปฏิเสธไม่ได้) ที่บดเบียดกับเบาะราวกับร่างกายของเธอตัดสินใจไปแล้วว่าต้องการแรงเสียดทานโดยไม่ได้ปรึกษาจิตใจเลยสักนิด
ตลอดหลายปีที่ต้องวางตัวสมบูรณ์แบบ งานการกุศล และคำว่า "ค่ะที่รัก" เมื่อตอบรับสัมผัสเย็นชาของอันโตนิโอ ในเวลาเพียงสิบวินาที ผมทำให้เธอกางเกงในเปียกโชกต่อหน้าสามีและลูกสาวของเธอ
ในที่สุด ผมก็ปล่อยให้สายตาของผมไล่ลงไปตามร่างของเธอ (ช้าๆ เป็นเจ้าเข้าเจ้าของ และจงใจ) สายตาของผมอ้อยอิ่งอยู่กับคอเสื้อที่เว้าลึกอย่างหยาบโลน บนอาการสั่นสะท้านที่เนินอก บนรอยผ่าของชุดที่เผยให้เห็นต้นขาสีทองนวลตา เมื่อผมดึงสายตากลับมาสบตาเธอ ผมปล่อยให้ทุกความนึกคิดสกปรกโสมมที่ผมอยากทำกับเธอสะท้อนออกมาผ่านรอยยิ้มมุมปาก
ลมหายใจของเธอสะดุด เสียงเล็กๆ ที่แหลกสลายเล็ดลอดออกมาจากลำคอ (เบามากจนมีเพียงผมที่ได้ยิน)
ฟังดูคล้ายคำว่า 'ได้โปรด'
ผมปล่อยให้ริมฝีปากโค้งขึ้นช้าๆ ไม่ใช่รอยยิ้มที่สุภาพ ไม่ใช่การทักทายที่เป็นมิตร แต่มันคือสิ่งอื่นโดยสิ้นเชิง ผมไม่ต้องเสียเวลาเรียกใช้ทักษะ 'วิงวอน' (Plea) เลยด้วยซ้ำ
มันคือรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้ทัน รอยยิ้มที่สัญญากับความลับ สีหน้าที่บอกว่าผมรู้ดีว่าคุณกำลังนึกถึงอะไร ผมรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไร ผมรู้ว่าคุณต้องการอะไร และเราทั้งคู่ต่างรู้ดีว่านั่นไม่ใช่แค่ฝัน
มันเป็นสายตาแบบเดียวกับที่ผม—ในฐานะอีรอส—เคยมอบให้เธอก่อนที่จูบกัน เป็นคำสัญญาที่อันตรายแบบเดียวกัน
และซาบริน่า ตอร์เรส—สาวผู้มีความซับซ้อน คลั่งไคล้การควบคุม และสง่างาม—ดูราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้าเต็มเปา
มือของเธอกำแก้วไวน์แน่น ชีพจรที่ลำคอเต้นตุบจนเห็นได้ชัด ริมฝีปากเผยอออก ลมหายใจถี่รัว
เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายเธอกรีดร้องว่าจดจำมันได้ แม้ว่าจิตใจของเธอจะพยายามปฏิเสธมันอย่างสิ้นหวัง
ต้นขาของเธอเบียดเข้าหากันใต้โต๊ะ (เป็นการบีบเข้าหากันเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจและเต็มไปด้วยความโหยหา) รอยผ่าของชุดเผยอออกอีกนิ้วอย่างล่อแหลม เธอไม่ทันสังเกต เธอไม่สามารถทำได้ ความสุขุมเยือกเย็นที่เลื่องชื่อทั้งหมดของเธอกำลังยุ่งอยู่กับการพยายามไม่ให้ตัวเองครางออกมาดังๆ
ผมปล่อยรอยยิ้มมุมปากออกมาอย่างช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่อันตราย เป็นองศาที่บิดเบี้ยวแบบเดียวกับที่ผมมอบให้เธอก่อนจะจูบเธอจนขาดสติในห้องสวีทส่วนตัวนั่น รอยยิ้มที่บอกว่า 'ผมเป็นเจ้าของความลับสกปรกทุกอย่างที่คุณกำลังแสร้งทำเป็นว่าไม่มี'
ริมฝีปากของเธอเผยอออกด้วยเสียงหอบหายใจ แก้วไวน์สั่นอย่างรุนแรงจนผมแปลกใจที่มันไม่แตกกระจาย
ความคุ้นเคย ความหิวโหย ความหวาดกลัว ทุกอย่างประดังเข้ามาพร้อมกัน
สิบเจ็ดปีของการเป็นภรรยาโชว์ตัวที่สมบูรณ์แบบของอันโตนิโอ ตอร์เรส ภายในเวลาเพียงสามวินาที ผมทำให้เธอกลายเป็นสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่าน
อันโตนิโอ ผู้โชคดีที่มองโลกในแง่ดีเกินเหตุ เลือกจังหวะนี้ในการสังเกตเห็นผม
"ปีเตอร์!" เขาร้องเรียกเสียงดัง พลางลุกจากเก้าอี้ด้วยแขนที่กางออกราวกับผมคือลูกชายที่หวนคืนกลับมา "นั่นไง! เด็กหนุ่มของฉัน! มานี่สิ!"
โอ้ให้ตายเถอะ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.