ตอนที่ 134
28 / 246
อ่าน 6 นาที
Chapter 134 - Passed The Bodyguard Test
เผยแพร่เมื่อ 1 เม.ย. 2569 17:29
บทที่ 134 - ผ่านการทดสอบบอดี้การ์ด
“ใช่ คุณผ่านแล้ว” หลงเจินพูดตะกุกตะกัก
หลงเจินเคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนครั้งหนึ่ง ตอนที่เขายังอยู่ในกองทัพ ตอนนั้นกองกำลังชุดแรกของประเทศนี้ก็ทำแบบนี้ได้เหมือนกัน ต่างกันก็แค่ของที่แบกหนักกว่านี้หลายเท่า
หน่วยทหารมังกรเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในกองทัพ และยังถือเป็นกำลังรบที่ทรงอำนาจที่สุดทั้งประเทศ ว่ากันว่าทหารหนึ่งนายในกองทัพมังกรสามารถเอาชนะทหารหน่วยพิเศษอย่างเขาได้ถึงสิบกองพัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หลงเจินประหลาดใจนักเมื่อเห็นเย่เฉินยกบาร์เบลหนักสองร้อยกิโลกรัมได้อย่างสบาย ๆ เขาเริ่มสงสัยว่าเย่เฉินอาจเคยเป็นสมาชิกของกองทัพมังกรมาก่อน
“เอาละ เราจะไปต่อด่านที่สอง” หลงเจินพาผู้เข้าทดสอบสามคนเข้ามา
ในห้องครั้งนี้มีกระสอบทรายวางอยู่หลายใบ เย่เฉินกับอีกสองคนต่างสงสัยว่าเขาจะเอากระสอบพวกนี้ไปทำอะไร
“ทุกคนหยิบคนละใบ” หลงเจินสั่งให้ทั้งสามคนยกกระสอบทรายที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา
เย่เฉินกับผู้เข้าทดสอบอีกสองคนหยิบกระสอบทรายขึ้นมา กระสอบทรายใบนี้หนักอย่างน้อยประมาณเจ็ดสิบห้ากิโลกรัม จากนั้นหลงเจินก็หยิบผ้าผืนหนึ่งขึ้นมาปิดตาเย่เฉินและผู้เข้าทดสอบอีกสองคน
“หน้าที่ของพวกนายคือปกป้องกระสอบพวกนี้เหมือนปกป้องนายจ้างของพวกนาย จำไว้ว่าอย่าให้กระสอบพวกนี้ตกลงพื้น หรือถูกกระสุนยางที่ฉันจะยิงใส่” หลงเจินอธิบายวิธีการทดสอบด่านที่สอง
จุดประสงค์ของการทดสอบนี้คือดูสัญชาตญาณของผู้สมัครทุกคน พวกเขาจะต้องเดาทิศทางของกระสุนให้ได้โดยไม่ต้องมอง การทดสอบนี้ยากที่สุด ต่อให้เป็นทหารที่ผ่านการฝึกมาแล้วก็ยังทำได้ยาก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความต้องการของซีอีโอ เธอต้องการบอดี้การ์ดที่แข็งแกร่งไว้คอยปกป้องตัวเองจากเรื่องไม่พึงประสงค์
หลงเจินจัดคนสามคนให้เป็นผู้ยิงกระสุนยาง โดยให้ยืนแยกกันคนละตำแหน่ง เพื่อให้เดาทิศทางของกระสุนที่พุ่งเข้ามาได้ยาก
“ปัง...” หนึ่งในนั้นเริ่มยิงใส่ผู้เข้าทดสอบอีกคน
“โอ๊ย” พอกระสุนยางโดนตัว ผู้เข้าทดสอบที่ยืนข้างเย่เฉินก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บ แม้จะเป็นแค่กระสุนยาง แต่ถ้าโดนเข้าก็ยังเจ็บอยู่ดี
“ปัง...” ห่ากระสุนเริ่มพุ่งเข้าใส่เย่เฉินกับผู้เข้าทดสอบอีกสองคน
เย่เฉินหลบกระสุนยางทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย เมื่อเห็นว่าเย่เฉินสามารถหลบกระสุนทั้งหมดได้ทั้งที่หลับตาอยู่ หลงเจินก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้น
หลังจากผ่านไปหนึ่งนาที การทดสอบก็สิ้นสุดลง ผู้เข้าทดสอบอีกสองคนสอบตก เพราะมัวแต่พยายามหลบกระสุนยางจนกระสอบทรายที่พวกเขาประคองไว้หล่นลงพื้น ตอนนี้คนที่เหลืออยู่มีเพียงเย่เฉินคนเดียว
“เอาละ เพราะตอนนี้เหลือคุณคนเดียว ด่านสุดท้ายจะเปลี่ยนรูปแบบไป” เดิมทีด่านสุดท้ายคือการต่อสู้ชิงอันดับหนึ่ง แต่พอดีผู้ที่ผ่านมามีแค่คนเดียว จึงไม่มีคู่ต่อสู้ให้เย่เฉินประลองด้วย
หลงเจินเรียกคนสิบสองคนมาเป็นคู่ต่อสู้ของเย่เฉิน “คุณจะสู้กับพวกเขาทีละคน ถ้าคุณเอาชนะได้หกคนจากสิบสองคนนี้ คุณก็จะผ่านการคัดเลือก” หลงเจินอธิบายให้เย่เฉินฟัง
“ทีละคนมันช้าเกินไป ให้พวกเขาเข้ามาพร้อมกันเลย” เย่เฉินท้าทายทุกคนอย่างไม่ใส่ใจ
สิบสองคนนั้นเมื่อได้ยินคำพูดของเย่เฉินก็ถูกยั่วยุขึ้นมาทันที พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะซัดเย่เฉิน
“แน่ใจนะว่าพวกนี้เก่งมาก?” หลงเจินเตือนเย่เฉิน
พวกนี้ไม่ได้เป็นพนักงานที่นี่ แต่เป็นรุ่นพี่ของหลงเจินในกองทัพ ความแข็งแกร่งของทั้งสิบสองคนนี้ประมาทไม่ได้
“ครับ ผมแน่ใจ เริ่มเลยแล้วกัน” เย่เฉินอยากปิดเกมนี้ให้จบในทันที
หลงเจินชี้ไปยังห้องต่อสู้ห้องหนึ่ง เย่เฉินกับทั้งสิบสองคนจึงเดินเข้าไปในห้องนั้นเพื่อประลองกัน
บนชั้นบนสุดของอาคารแห่งนี้ มีหญิงงามคนหนึ่งนั่งจ้องจอมอนิเตอร์ด้วยสีหน้าเย็นชา เธอกำลังเฝ้าดูการคัดเลือกบอดี้การ์ด
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา หญิงงามคนนี้เห็นคนมากมายล้มเหลวระหว่างการทดสอบ คนพวกนั้นไม่ตรงกับเกณฑ์ที่เธอต้องการ หญิงงามคนนั้นยังคงจ้องเย่เฉินด้วยสายตาเย็นเยือก
เพียงหนึ่งนาที เย่เฉินก็เดินออกมาจากห้อง
“เอ๊ะ เร็วขนาดนี้ เสร็จแล้วเหรอ” หลงเจินไม่คาดคิดว่าเย่เฉินจะออกมาจากห้องเร็วขนาดนี้
“เสร็จแล้ว พวกเขาใจดีมาก เลยยอมแพ้ให้ผมกันหมด แล้วต่อไปต้องไปที่ไหน” เย่เฉินถามว่าต้องไปต่อที่ไหน
“จริงเหรอ” หลงเจินไม่อยากเชื่อว่ารุ่นพี่ของเขาจะยอมแพ้ตอนต่อสู้
หลงเจินเรียกหญิงสาวที่พาเย่เฉินมาที่นี่ แล้วเธอก็พาเย่เฉินออกจากห้องนี้ทันที
หลงเจินสงสัยมากว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกรุ่นพี่ยังไม่ออกมาอีก
เขาเดินไปที่ประตูแล้วแง้มออกเล็กน้อย พอประตูเปิดเป็นช่องขึ้นมา คนทั้งสิบสองที่เข้าไปกับเย่เฉินก็ล้มกองอยู่บนพื้นแล้ว
“โอ๊ย” พวกเขาครางด้วยความเจ็บปวด หลงเจินคาดไว้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้ เขารีบเรียกเจ้าหน้าที่แพทย์เข้ามาดูแลผู้บาดเจ็บ
คนคนนั้นเป็นใครกันแน่ เขาแข็งแกร่งมาก หลงเจินพึมพำถึงเย่เฉิน
หญิงสาวคนนั้นพาเย่เฉินไปที่ห้องแต่งตัว “ใส่ชุดนี้สิ” เธอยื่นชุดสูทสีดำให้เย่เฉิน
เย่เฉินรับชุดจากหญิงสาวแล้วเข้าไปในห้องแต่งตัว
เมื่อเย่เฉินเปลี่ยนเป็นชุดสูทสีดำแล้วออกมาจากห้องแต่งตัว เขาดูหล่อเหลามาก ใครเห็นก็คงคิดว่าเย่เฉินเป็นคุณชายตระกูลร่ำรวย หรือไม่ก็ซีอีโอหนุ่มหล่อ
หญิงสาวที่พาเย่เฉินมาก็มองเขาด้วยแววตาเป็นประกาย ในใจเธอ เย่เฉินไม่ได้แข็งแกร่งอย่างเดียว แต่ยังหล่อมากอีกด้วย
“คุณ ตามฉันไปที่ห้องทำงานของซีอีโอหน่อย เธออยากพบคุณ” หญิงสาวเชิญเย่เฉินไปพบซีอีโอ
เย่เฉินอยากรู้มากว่าหน้าตาของซีอีโอจะเป็นแบบไหน หลิวเยว่เคยบอกไว้ว่า ซีอีโอที่เธอเลือกไว้นั้นสวยมาก “ครับ ช่วยพาผมไปที”
ระหว่างเดินไปตามทางเดินในออฟฟิศ สายตาหลายคู่ก็หันมามองเย่เฉิน โดยเฉพาะสาว ๆ ในออฟฟิศนี้ สายตาของพวกเธอแทบไม่ยอมละจากเขาเลย
“ว้าว หล่อจัง เขาเป็นใครกันแน่”
“ดูเหมือนเจ้าชายในฝันของฉันเลย”
“ฉันต้องไปขอข้อมูลจากหนุ่มหล่อคนนั้นเสียหน่อย”
บรรดาสาว ๆ ในออฟฟิศนี้กระตือรือร้นกันมาก บางคนถึงกับขยิบตาให้เย่เฉิน
เย่เฉินยิ้มให้พวกเธอ เพราะอีกฝ่ายเป็นมิตร เขาเองก็ต้องเป็นมิตรตอบ
หลังจากเดินอยู่พักใหญ่ เย่เฉินก็มาหยุดอยู่หน้าห้องของซีอีโอ
“นี่คือห้องทำงานของซีอีโอ เธอกำลังรอคุณอยู่ข้างใน ขอตัวก่อนนะ” หญิงสาวคนนั้นไม่ค่อยอยากจากเย่เฉินไป แต่เพราะหน้าที่ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่น
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.