ตอนที่ 487
488 / 552
อ่าน 18 นาที
Chapter 487 - Omniscient Author’s Viewpoint (1)
เผยแพร่เมื่อ 7 เม.ย. 2569 16:34
## บทที่ 487: มุมมองของนักเขียนผู้รอบรู้ (1)
“ฉันเป็นนักเขียนค่ะ”
ไม่นานหลังจากที่นวนิยายของเธอได้รับการตีพิมพ์ ฮันซูยองก็เริ่มแนะนำตัวเองเช่นนั้น
มันเป็นบทสนทนาเดิมๆ แม้กระทั่งในนัดบอดที่เธอจำใจต้องมาเพราะเพื่อนสนิทอ้อนวอนแกมบังคับ
“อ้อ! คุณเป็นนักเขียนนี่เอง!”
คู่เดทของหล่อนคงจะเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนแล้ว แต่ยังจะแสร้งทำเป็นตื่นเต้นไปเพื่ออะไร? ชายหนุ่มกลอกตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“คุณได้เดบิวต์จากเวทีประกวดวรรณกรรมช่วงฤดูใบไม้ผลิอะไรงี้รึเปล่าครับ?”
“เปล่าค่ะ”
“หา? ถ้าอย่างนั้น...?”
“ฉันเขียนนิยายลงใน FreeWebNovels ค่ะ”
“FreeWebNovels?”
ปัญหามักจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากบทสนทนาท่อนนี้เสมอ
หล่อนเหลือบเห็นสายตาของชายหนุ่มที่ลอบสำรวจเสื้อยืดราคาถูกที่ดูซอมซ่อของเธออย่างพินิจพิเคราะห์
“อ๋อ ครับ... ก็พวกนิยายอินเทอร์เน็ตสินะครับ? ที่มีอีโมจิเยอะๆ....?”
“อ่า ใช่ค่ะ~ ประมาณนั้นเลย”
“คุณก็รู้ สมัยนี้มีอาชีพแปลกๆ เยอะแยะไปหมดเลยนะ พวกยูทูบเบอร์ นักเขียนนิยายออนไลน์....”
ชายหนุ่มยิ้มกริ่มแล้วจิบอเมริกาโน่ที่วางอยู่ตรงหน้า นาฬิกาข้อมือที่ประดับอยู่บนแขนของเขานั้นเป็นแบรนด์หรูราคาสูงลิ่ว
...สถานการณ์แบบนี้มันช่างคุ้นเคย เหมือนเคยเกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
“เหมือนทุกคนพยายามจะหาเงินง่ายๆ กันหมดเลยนะครับสมัยนี้ คุณว่าไหม?” ชายคนนั้นกล่าว
“มีใครอยากหาเงินด้วยวิธีลำบากๆ ด้วยเหรอคะ?”
“ผมทำเงินได้ประมาณ 100 ล้านวอนต่อปี แต่มันไม่ง่ายเลยนะ พอผมเห็นคนประเภทนั้น ผมก็ได้แต่ถอนหายใจ รู้ไหม? พวกที่พยายามจะฉกฉวยเงินคนอื่นไปง่ายๆ....”
น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนลืมไปแล้วว่านี่คือนัดบอด แววตาฉายแววไม่พอใจเล็กน้อยขณะที่เหลือบมองกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะ ดูเหมือนจะเป็นรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งอาจจะแพงเกินตัวไปหน่อยสำหรับคนในวัยเขา
ขณะที่ปล่อยให้คำพูดของชายหนุ่มเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ฮันซูยองก็เปิดสมาร์ทโฟนของเธอขึ้นมา การแจ้งเตือนความคิดเห็นใหม่ๆ หลั่งไหลเข้ามาจนเต็มกล่องข้อความ
– นักเขียนคะ เนื้อเรื่องมันจะอึดอัดไปหน่อยไหม?
– อืม... ตอนหน้าจะเริ่มฉากเอาคืนแล้วใช่ไหมคะ? ถ้าไม่ ฉันจะขอตัวลาแล้วนะ
“พวกที่ไม่เคยตั้งใจเรียนตอนเด็กๆ แต่ดันโชคดีแบบฟลุ๊คๆ....” ชายคนนั้นยังคงพูดไม่หยุด
ทันใดนั้นเอง เธอก็รู้สึกเหมือนจะเข้าใจขึ้นมาว่าทำไมผู้คนถึงอ่านนิยายออนไลน์ใน FreeWebNovels
และเธอก็เข้าใจด้วยว่าทำไมเพื่อนของเธอถึงแนะนำไอ้เบื๊อกคนนี้ให้ เธอบอกว่าจะรู้เองเมื่อมาถึง และตอนนี้เธอก็เห็นภาพชัดเจนแล้วว่าเพื่อนตัวดีคิดอะไรอยู่ตอนที่จัดการ ‘นัดบิด’ ครั้งนี้ให้
ตามปกติแล้ว เธอคงจะปล่อยผ่านไปเพราะมันน่ารำคาญเกินไป แต่...
“เอ่อ... คุณฟังอยู่รึเปล่าครับ?”
“อ้อ ค่ะ ฟังอยู่ค่ะ เมื่อกี้คุณบอกว่ารายได้ต่อปีของคุณคือ...?”
ดวงตาของชายหนุ่มเป็นประกายขึ้นมาทันที เขายืดอกอย่างภาคภูมิใจราวกับรู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องถามถึงเรื่องนี้อีกครั้ง
“100 ล้านวอนหลังหักภาษีครับ”
“อืม ก็พอๆ กับของฉันเลยนะคะ”
“หา?” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม “คุณเป็นนักเขียน แต่มีรายได้ต่อปี 100 ล้านวอนเนี่ยนะ?”
ฮันซูยองยักไหล่แล้วหยิบกุญแจรถของตัวเองออกมา มันเป็นรถปอร์เช่รุ่นล่าสุด และถ้าจะให้พูดให้ชัด มันแพงกว่ารถของชายหนุ่มตรงหน้าถึงสามเท่า แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยได้ขับมันเท่าไหร่เพราะขี้เกียจก็ตาม
ดวงตาของชายหนุ่มสั่นระริกไปพร้อมกับพวงกุญแจที่แกว่งไกวอยู่ในมือของเธอ ก่อนที่รอยยิ้มเจื่อนๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“ฮะๆ แต่ว่า... รายได้ของนักเขียนมันไม่แน่นอนนี่ครับ จะเรียกว่า ‘รายได้ต่อปี’ ก็คงไม่ได้ใช่ไหม? หมายถึง รายรับของคุณมันไม่คงที่นี่นา จริงไหม?”
ริมฝีปากของชายหนุ่มขยับขึ้นลงไม่หยุดเพื่อพล่ามเรื่องซ้ำซากจำเจ มันเป็นบทพูดที่เหมาะจะเอาไปใส่ในปากของตัวร้ายกระจอกๆ ในตอนต่อไปเสียจริง ถ้าเป็นเช่นนั้น ตัวเอกก็คงจะตอบกลับไปแบบนี้
“แต่ ฉันไม่เคยบอกนะคะว่านั่นคือรายได้ต่อปี?”
“หา? อ้อ ถ้างั้นนั่นคือเงินเก็บทั้งหมดของคุณเหรอครับ?”
“เปล่าค่ะ ฉันทำเงินได้ 100 ล้านวอนในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนนี้ และ อืม... ยังเหลืออีกสองสัปดาห์กว่าจะสิ้นเดือน....”
“.....อะไรนะครับ?”
เมื่อนั้นเองที่ชายหนุ่มดูเหมือนจะตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างได้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างก็ลงเอยตามที่เพื่อนของเธอต้องการ ถ้าหากนี่คือนวนิยาย มันคงเป็นฉากเอาคืนที่สะใจ แต่ในความเป็นจริง เธอกลับไม่ได้รู้สึกดีกับมันสักเท่าไหร่
ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังรีบส่งข้อความหาใครบางคน เขาคงกำลังซักไซ้ไถ่ถามเพื่อนของเธอที่นัดบอดครั้งนี้ให้ยกใหญ่
“เอ่อ ขอโทษนะครับ พอจะบอกชื่อนิยายที่คุณเขียนได้ไหม....?”
ขณะที่เธอกำลังคิดว่าไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้รู้ชื่อเรื่อง สมาร์ทโฟนของฮันซูยองก็ส่งเสียงเตือนขึ้นมา
– สวัสดีครับท่านนักเขียน ผมเป็นเพียงนักอ่านคนหนึ่งที่ชื่นชอบการอ่านนิยายใน FreeWebNovels ผมบังเอิญได้เจอนิยายของคุณและได้อ่านมัน....
ข้อความอะไรจะยืดยาวขนาดนี้ เธอนึกในใจก่อนจะแตะเปิดอ่านข้อความนั้นโดยไม่ได้คิดอะไรมากนัก น้ำเสียงของข้อความนั้นสุภาพแต่ก็ดูโบราณ และยิ่งไปกว่านั้น เธอยังสัมผัสได้ถึงความใสซื่อบริสุทธิ์เล็กน้อยอีกด้วย
– นวนิยายที่คุณเขียนนั้นช่างคล้ายคลึงกับนวนิยายที่ผมรักมากเรื่องหนึ่งเหลือเกิน เรื่อง ‘สามวิธีการเอาชีวิตรอดในโลกที่ล่มสลาย’
...ไอ้เวรนี่มันเป็นใครวะ??
⸢และนั่นคือการพบกันครั้งแรกของฮันซูยองกับคิมดกจา⸥
คิมดกจา
⸢ฮันซูยองเฝ้ามองภาพเหตุการณ์ที่คลี่คลายอยู่เบื้องหน้าและครุ่นคิดถึงความทรงจำในครั้งนั้น⸥
เธอสูญเสียความทรงจำส่วนหนึ่งไปในระหว่างที่สร้างร่างอวตาร และเธอก็จำไม่ได้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือ เธอเคยอ่านนวนิยายที่ชื่อ ‘วิธีการเอาชีวิตรอด’ จริงๆ
ทั้งหมดเป็นเพราะไอ้โง่คนหนึ่งที่ใช้นามแฝงว่า คิม ‘ดกจา’
– นักเขียน! วันนี้ก็สนุกมากเหมือนเคยเลยครับ
คนระดับฮันซูยองสามารถบอกได้ว่านวนิยายเรื่องไหนจะประสบความสำเร็จหรือไม่หลังจากที่อ่านไปเพียงไม่กี่บท แต่ในสายตาของเธอ ‘วิธีการเอาชีวิตรอด’ เรื่องนี้ไม่มีวันดังได้ ต่อให้ฟ้าจะถล่มลงมาก็ตาม
– นี่เป็นการเริ่มต้นที่น่าสนใจจริงๆ ครับ
ตั้งแต่แรกเริ่ม มันห่วยแตกสิ้นดี
– นักเขียนครับ นี่หมายความว่ายูจุงฮยอกจำเรื่องราวเหล่านั้นได้ทั้งหมดเลยเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้น ในการย้อนกลับครั้งที่ 72...
มันยืดยาดเยิ่นเย้อและหมกมุ่นอยู่กับการอธิบายที่ยาวเหยียดเกินไป และ...
– เคอะ โชคร้ายชะมัด! หวังว่าจุงฮยอกจะกลับตัวกลับใจได้ในการย้อนกลับครั้งหน้านะครับ วันนี้ก็เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมอีกแล้ว
ส่วนตัวเอกของเรื่อง ก็เป็นแค่เด็กหนุ่มหน้าตาดีที่ไม่มีบุคลิกอะไรเลย ดูเหมือนจะเอาแต้มทักษะที่มีทั้งหมดไปลงกับรูปลักษณ์ภายนอกจนหมดสิ้น ไม่เพียงเท่านั้น....
– นักเขียน! ยินดีด้วยนะครับที่มาถึงตอนที่ 2000! ในเมื่อมาไกลขนาดนี้แล้ว ต่ออีกสัก 1000 ตอนเป็นไง....
จำนวนตอนของมันก็มากเกินความจำเป็นอีกด้วย
‘....นี่มันสนุกตรงไหน? เอาจริงดิ? หมอนี่มันบ้ารึเปล่า?’
เธอรู้สึกหงุดหงิดอย่างรุนแรงและเริ่มติดตามความคิดเห็นของเจ้าโง่คนนี้ เธอยังถึงกับกด ‘ไม่ถูกใจ’ อีกด้วย ราวกับต้องมนตร์สะกด ฮันซูยองอ่านเพียงความคิดเห็นของคิมดกจา ไม่ใช่นวนิยาย
– จีฮเยจะตื่นขึ้นในตอนหน้าไหมนะ?
– นักเขียนครับ! ผมเจอคำผิดในหน้า 7 ครับ! ด้วยความเห็นอันต่ำต้อยของผม ผมคิดว่าคำที่ถูกต้องควรจะเป็น... อ้อ ผมไปค้นมาแล้ว จริงๆ แล้วเป็นความผิดของผมเองครับ ขออภัยด้วย วันนี้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อีกแล้ว
– ได้โปรด ตบกะโหลกไอ้โง่จุงฮยอกนั่นทีเถอะ....
ผู้ชายคนนี้ เขาไม่เคยพลาดที่จะเขียนความคิดเห็นในทุกๆ ตอนจากหลายพันตอน และทุกๆ ความคิดเห็นล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจและความรักที่มีต่อโลกที่ผู้เขียนคนนี้สร้างขึ้น
⸢ฮันซูยองอิจฉาในสิ่งนั้น⸥
เธอเชื่อว่าไม่มีทางที่ใครจะมานั่งอ่านนิยายที่ห่วยแตกขนาดนี้ มันต้องเป็นตัวผู้เขียนเองแน่ๆ ที่กำลังอวยผลงานของตัวเอง เธอคิดว่าผู้เขียนสร้างบัญชีขึ้นมาสองบัญชี ใช้บัญชีหนึ่งเขียนนิยาย ส่วนอีกบัญชีก็ใช้เขียนความคิดเห็นและกดแนะนำผลงานตัวเอง
– การแนะนำผลงานของตัวเองมันผิดกฎไม่ใช่เหรอ?
⸢เฉกเช่นเดียวกับที่ยูจุงฮยอกเป็นตัวละครในจินตนาการของคิมดกจา คิมดกจาก็เป็นเช่นนั้นกับฮันซูยอง⸥
เธอคิดว่าคนแบบนั้นไม่มีอยู่จริง แต่...
คนคนนั้นที่เคยอยู่ในตัวอักษร บัดนี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าฮันซูยอง
“คุณดกจา!!”
เสียงก้องกังวานบาดแก้วหูดังขึ้นพร้อมๆ กับการระเบิดที่ปะทุขึ้นทั่วทุกสารทิศ
ฮันซูยองมองเห็นคิมดกจา ณ ใจกลางสมรภูมิที่บ้าคลั่งดั่งพายุคลั่ง เขากำลังฝ่าทะลวงกระแสพลังอันเชี่ยวกรากที่หลั่งไหลมาจากเหล่าดวงดาว ร่างจุติกรีดร้องโหยหวน เหล่าดวงดาวแผดคำรามกึกก้อง และในระหว่างนั้น เหล่าทกเกบีบนฟากฟ้าก็หัวเราะร่า
[[■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■!!]]
คิมดกจากำลังตะโกนกู่ก้อง แต่ฮันซูยองไม่อาจบอกได้ว่าเขากำลังกรีดร้อง ประกาศก้อง หรือร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า บัดนี้เมื่อเขากลายร่างเป็นเทพนอกสารบบแล้ว แม้แต่เสียงของเขาก็ถูกกีดกันออกจากมหาอุบัติการณ์โดยสิ้นเชิง ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร เนื้อความนั้นก็ถูกมองว่าไร้ความหมาย
ก๊าซซซซซซซซ!
ทว่า บัดนี้มีเทพนอกสารบบตนอื่นๆ ติดตามเขามาอีกมากมาย ร่องรอยแห่งตำนานที่ถูกทอดทิ้งจากกระแสโลกนับไม่ถ้วนกำลังมารวมตัวกันอยู่เคียงข้างคิมดกจา และจากนั้น เหนือฟากฟ้าของมหาอุบัติการณ์ กลุ่มดาวระดับตำนานก็กำลังรอคอยเขาอยู่
[ในที่สุด มันก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว]
ราชันย์แห่ง <โอลิมปัส> และผู้ปกครองแห่งทวยเทพทั้งสิบสอง ‘บัลลังก์อัสนี’ ซุส อยู่ที่นั่น
[‘มหาอุบัติการณ์สุดท้าย’ ของกระแสโลกนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!]
[ทุกสรรพสิ่งได้รับสิทธิ์ในการเข้าสู่มหาอุบัติการณ์สุดท้าย!]
[โปรดสังหาร ‘ศัตรูแห่งเรื่องเล่า’ คิมดกจา]
ข้อความมหาอุบัติการณ์ปรากฏขึ้นตามมาในไม่ช้า ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบัน ซุสเป็นคนแรกที่เปิดปาก
[กวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก]
พร้อมกับเสียงสนั่นราวฟ้าถล่มทลาย อสนีบาตของซุสก็โปรยปรายลงมาดั่งห่าฝน เสียงบางสิ่งระเบิดดัง ‘ตูม!’ โลหิตสาดกระเซ็นมาโดนแก้มของฮันซูยอง เหล่านิรนามกำลังล้มตาย โลหิตสีดำทะลักออกจากร่างของพวกมัน
[ไว้ชีวิตข้าด้วยไว้ชีวิตข้าด้วยไว้ชีวิตข้าด้วยไว้ชีวิตข้าด้วย.....]
แม้แต่ ‘เทพนอกสารบบ’ ที่น่าสะพรึงกลัวก็กลับดูเปราะบางไม่ต่างจากลูกโป่งน้ำต่อหน้าพลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากกลุ่มดาวระดับตำนาน ‘เทพนอกสารบบ’ สำรอกเศษเสี้ยวตำนานที่ถูกทอดทิ้งออกมาขณะที่ร่างของพวกมันระเบิดเป็นจุล
สายฟ้าแลบแปลบปลาบสาดส่องลงมาดุจห่าฝน และ ณ ใจกลางของดินแดนที่พังพินาศ คิมดกจากำลังยืนหยัดต้านทานการโจมตีด้วยอัสนีบาตของซุส
ทำไมเขาถึงเลือกทำแบบนั้น?
[ฉีกปีกของมันซะ! ล้อมมันไว้จากทุกทิศทาง!]
พร้อมกับเสียงคำรามของเหล่ากลุ่มดาว กองทัพขนาดมหึมาก็กรูกันเข้ามา ร่างจุติและกลุ่มดาวที่ฝ่าฟันมหาอุบัติการณ์อันโหดร้ายมาจนถึงจุดนี้ กำลังหลั่งไหลเข้ามา ทั้งหมดรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือการกำจัด ‘คิมดกจา’
ผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือเขาคือมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งบัดนี้ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเขาแล้ว
[กลุ่มดาว ‘ผู้ปลดปล่อยที่เก่าแก่ที่สุด’ กำลังปลดปล่อยพลังอำนาจ!]
อสนีบาตอีกสายหนึ่งลากผ่านอากาศอย่างหยิ่งผยอง สายฟ้าของมหาปราชญ์ผลักดันสายฟ้าของซุสให้ถอยกลับไป และฉีกกระชากฟากฟ้าราวกับเป็นเศษกระดาษ
ชั่วขณะหนึ่ง ขวัญกำลังใจของเหล่ากลุ่มดาวดูเหมือนจะลดฮวบลง แต่แล้วเสียงปลุกใจก็ดังก้องขึ้น
[นั่นคือมหาปราชญ์ผู้เสมอสวรรค์!]
[อย่าได้ถอย! สังหารมันซะ แล้วมหาอุบัติการณ์จะจบลง!]
[นี่คือมหาอุบัติการณ์สุดท้ายของกระแสโลกนี้!]
ความคาดหวังว่าในที่สุดพวกเขาจะได้รับการปลดปล่อยจากทุกสิ่ง ในหมู่พวกเขามีใบหน้าของกลุ่มดาวและร่างจุติที่เธอเคยเห็นผ่านตามาก่อน
“ไม่ต้องรู้สึกผิด! เขาเลือกทางนี้ด้วยตัวเอง!”
<โอลิมปัส>, <พระเวท>, <พาไพรัส>, <พฤกษาเทวะ>, <สิบสองนักษัตร>, <จักรพรรดิ>.....
กลุ่มดาวและร่างจุติจากเนบิวลาเหล่านั้นที่เธอเคยได้ยินชื่ออย่างน้อยหนึ่งครั้งล้วนอยู่ที่นี่แล้ว ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าคิมดกจาคือใคร
⸢ทุกผู้ทุกนามต่างชูดาบขึ้นเพื่อสังหารคิมดกจา⸥
ผ่านรอยขาดของเสื้อโค้ตสีดำ เสื้อโค้ตสีขาวที่อยู่ข้างใต้ก็ปรากฏให้เห็น คิมดกจาผู้สวมบทบาทที่ไม่เข้ากับตัวเองเลยกำลังยืนอยู่ตรงนั้น
คิมดกจาในสภาพยับเยิน... เขามาราในร่างราชันย์อสูร ปีกขาวดำกางสยายแผ่อำนาจ
คิมดกจาผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าเหล่าเทพนอกสารบบและตวัดดาบเข้าใส่ศัตรู
เธอรู้สึกว่าสายตาของเธอพร่ามัวไปชั่วขณะ จากนั้นร่างของคิมดกจาก็เริ่ม ‘เลือนหายไป’
แสงประหลาดในดวงตาอันเป็นเอกลักษณ์ของสัตว์จำพวกปลาหมึก และรูปลักษณ์ภายนอกที่ให้ความรู้สึกมืดมิดและชื้นแฉะ ที่ซึ่งคิมดกจาเคยยืนอยู่ บัดนี้ถูกครอบงำโดยราชันย์เทพนอกสารบบร่างยักษ์ที่ดูเหมือนเป็นการผสมผสานลักษณะเด่นของสัตว์ประหลาดทุกชนิดในโลกนี้เข้าด้วยกัน
⸢ศัตรูแห่งเรื่องเล่า⸥
ในฐานะนักเขียนคนหนึ่ง ฮันซูยองสัมผัสได้โดยสัญชาตญาณ หากโลกใบนี้คือนวนิยาย คิมดกจาก็คือ ‘บอสใหญ่ตัวสุดท้าย’ และเรื่องราวนี้จะจบลงก็ต่อเมื่อ ‘คิมดกจา’ ผู้นั้นตายไปแล้วเท่านั้น
“ฮันซูยอง!”
มีคนดึงเธอถอยกลับมา แทบจะในทันที อสนีบาตสายหนึ่งก็พุ่งเฉียดปลายจมูกของเธอไป
“ถอยไป! เร็วเข้า!”
นั่นคือยูซังอา มีเพียงเธอเท่านั้นที่ดูเหมือนจะยังคงรักษาสติไว้ได้ท่ามกลางความโกลาหลและความสับสนอลหม่านนี้ แต่เธอทำได้อย่างไร?
“ทุกคนคะ ตั้งสติกันหน่อย! คุณดกจา ตอนนี้...!”
คิมดกจาจะตายถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป
“เราสัญญากับคุณดกจาไว้แล้ว! ทุกคนลืมไปแล้วเหรอคะ?!”
คิมดกจาเป็นคนโกหก
“คุณดกจาจะไม่ทำแบบเดิมอีกแล้วจริงๆ นะคะ.....!”
เชื่อมั่นในความดีงามของผู้อื่นเสมอ – นั่นคือยูซังอา และเพราะเธอเป็นเช่นนั้น เพราะเธอสามารถเชื่อมั่นในผู้อื่นได้ เธอจึงไม่สั่นคลอนไปกับสถานการณ์นี้ และนั่นคือเหตุผลที่เธอขัดแย้งกับฮันซูยองมาโดยตลอด
แม้เสียงตะโกนของยูซังอาจะดังก้อง แต่เหล่าสหายก็ยังคงมีสีหน้าว่างเปล่า ดวงตาเหม่อลอย แต่ละคนจมอยู่ในความคิดของตัวเอง คำถามเดียวกันกำลังเกาะกุมจิตใจของพวกเขาอยู่
⸢ทำไมคิมดกจาถึงเลือกทำแบบนั้น?⸥
แต่พวกเขาสัญญากันแล้ว เขาเคยสาบานว่าจะไม่ยอมเสียสละตัวเองแบบนี้อีก
⸢ทำไมกันนะ?⸥
“เรื่องราวนี้ยังไม่จบ”
แต่ยูซังอาคิดผิด ทิศทางของเรื่องราวนี้ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว คิมดกจาได้กลายเป็น ‘ศัตรูแห่งเรื่องเล่า’ และมหาอุบัติการณ์อันน่าสะอิดสะเอียนนี้จะจบลงก็ต่อเมื่อเขาตายไปแล้วเท่านั้น ผู้เขียนที่รับผิดชอบในการเขียนโศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้เลือกไว้เช่นนั้น
.....ผู้เขียน?
[[■■■■■■■■■!!]]
เสียงของคิมดกจาสะท้อนก้องอย่างโศกเศร้า เสียงนั้นหวนกลับมาหาเธอในฐานะความทรงจำจากช่วงเวลาหนึ่งในอดีต
– ฮันซูยอง เธอเป็นนักเขียนใช่ไหม?
สมองของเธอเริ่มทำงาน
– คราวนี้จะมากวนประสาทอะไรฉันอีกล่ะ?
– ฉันอยากจะถามอะไรเธอบางอย่าง
– อะไรล่ะ?
– นักเขียนสามารถหยั่งรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในเรื่องราวที่พวกเขาเขียนได้จริงเหรอ?
– จู่ๆ มาพูดอะไรไม่เข้าเรื่องเนี่ย?
– ไม่หรอก คือฉันแค่สงสัยน่ะ ตอนที่เธอเขียน เธอควบคุมทุกอย่างได้หมดเลยเหรอ? แบบว่า คนนี้จะทำแบบนี้ และคนนั้นจะทำแบบนั้น...
– นั่นมัน... แน่นอนอยู่แล้ว...
ฮันซูยองประกาศก้องอย่างมั่นใจ
– ...ว่าควบคุมไม่ได้
– ทำไมล่ะ? เธอก็เป็นผู้เขียนไม่ใช่เหรอ?
– นายคิดว่านักเขียนเป็นพระเจ้าจริงๆ หรือไง?
– ผู้เขียนไม่ได้สร้างทุกอย่างในเรื่องราวเหรอ? สถานการณ์ ตัวละคร...
ฮันซูยองพึมพำ “นายไม่รู้อะไรเลย” แล้วพูดต่อ
– ตัวละครทุกตัวจะเริ่มทำตามใจตัวเองทันทีที่ถูกสร้างขึ้นมา นักเขียนแค่จัดเตรียมเวทีให้พวกเขาเท่านั้น ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับตัวละครเองว่าจะตอบสนองต่อสถานการณ์และเคลื่อนไหวอย่างไร
– ไม่ใช่แค่พูดเปรียบเทียบ แต่หมายถึงจริงๆ เหรอ?
– ใช่ จริงๆ
– รู้อะไรไหม นั่นมันเป็นวิธีเขียนที่ขี้เกียจมากเลยนะ ว่าไหม?
– อยากตายเรอะ?!
คิมดกจาตัวงอเป็นกุ้งเมื่อโดนเธอชกเข้าที่ท้อง
ตอนนั้นเขากำลังคิดอะไรอยู่กันนะ?
– น่าสนใจ แม้แต่นักเขียนก็ไม่ใช่พระเจ้าของเรื่องราว... ถ้าอย่างนั้น ใครกันล่ะที่กำหนด ‘มหาอุบัติการณ์’?
ความเย็นเยียบแล่นปราดจากปลายเท้าไปทั่วร่าง บางที บางที คิมดกจาที่อยู่ตรงนั้นในตอนนี้อาจเป็นคำตอบของคำถามนั้น
พรึ่บ-พรึ่บ-พรึ่บ!
บางที เขาอาจกำลังคิดถึงวิธีการหนึ่งที่จะเปลี่ยนแปลงบทสรุปของโลกแห่งมหาอุบัติการณ์อันดื้อรั้นนี้
[เหล่าทกเกบีผู้ยิ่งใหญ่กำลังตื่นตระหนกจากคลื่นความเป็นไปได้ที่ถาโถมเข้ามา!]
[<กระแสธารดวงดาว> กำลังจับตามองเส้นทางของความเป็นไปได้ที่สั่นคลอน!]
‘มหาอุบัติการณ์’ ไม่ได้สมบูรณ์แบบ
[‘มหาอุบัติการณ์สุดท้าย’ กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว!]
ผู้เขียนคือผู้สร้างเรื่องราวอย่างแน่นอน ทว่า ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเรื่องราวนั้นคือเหล่าตัวละคร และผู้ที่กำหนดชะตากรรมของพวกเขาคือ...
[กลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลีกำลังส่งเสียงเชียร์ ‘ราชันย์อสูรแห่งความรอด’!]
[กลุ่มดาวแห่ง <เอเดน> กำลังส่งเสียงเชียร์ ‘ราชันย์อสูรแห่งความรอด’!]
[กลุ่มดาวแห่ง <ยมโลก> กำลังส่งเสียงเชียร์ ‘ราชันย์อสูรแห่งความรอด’!]
[กลุ่มดาวจากดาวเคราะห์นิรนามกำลังส่งเสียงเชียร์ ‘ราชันย์อสูรแห่งความรอด’!]
[กลุ่มดาวนับไม่ถ้วนกำลังบริจาคเหรียญ!]
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่กำลังเฝ้าดูการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของ ‘ราชันย์อสูรแห่งความรอด’!]
...ผู้ที่เฝ้ามองเรื่องราวนั้น
พรึ่บ-พรึ่บ-พรึ่บ-พรึ่บ-พรึ่บ!
[กลุ่มดาวจำนวนมากไม่ปรารถนาความตายของ ‘ราชันย์อสูรแห่งความรอด’!]
สิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถเปลี่ยนแปลง ‘มหาอุบัติการณ์’ ได้
คิมดกจาไม่ได้กลายเป็น ‘ศัตรูแห่งเรื่องเล่า’ เพื่อที่จะตาย และเขาก็ไม่ได้เลือกที่จะเสียสละเพื่อที่จะหักหลังสหายของเขาเช่นกัน
⸢‘วิธีการเอาชีวิตรอด’ เป็นเรื่องราวของยูจุงฮยอก ถ้าอย่างนั้น โลกใบนี้เป็นเรื่องราวของใคร?⸥
ฮันซูยองเฝ้ามองความเป็นไปได้ของโลกที่สั่นคลอนอย่างไม่มั่นคงและพึมพำกับตัวเองอย่างขมขื่น “...ใช่แล้ว ไม่มีนักอ่านคนไหนอยากเห็นตัวเอกถูกฆ่าหรอก”
อิทธิพลของคิมดกจาและ <คณะคิมดกจา> ได้เติบโตขึ้นอย่างมหาศาลในโลกใบนี้ ข้อพิสูจน์ของเรื่องนั้นคือการที่เขากลายเป็นเป้าหมายของมหาอุบัติการณ์สุดท้าย
กลุ่มดาว ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม ต่างก็เฝ้าดูตำนานของคิมดกจา พวกเขาอาจจะเห็นใจหรืออิจฉาเขา ดวงดาวทุกดวงในโลกนี้กำลังเฝ้าดูเรื่องราวของเขา ไม่ว่าเขาจะต้องการหรือไม่ก็ตาม และเป็นไปได้อย่างยิ่งที่คิมดกจาเองก็ตระหนักถึงเรื่องนั้น
บางที เขาอาจจะคิดเรื่องนี้มาเป็นเวลานานแล้ว
⸢นี่คือการเดิมพันครั้งสุดท้ายที่คิมดกจาทำหลังจากที่กลายเป็น ‘ตัวละคร’⸥
เธอสัมผัสได้ว่าคิมดกจาเหลือบมองมาทางเธอจากระยะไกล ราวกับจะบอกว่า เธอควรจะเข้าใจเพราะเธอคือนักเขียน ราวกับจะบอกว่า เธอควรจะสามารถเริ่มต้นเรื่องราวใหม่ที่ไม่มีใครรู้ได้นับจากนี้เป็นต้นไป
⸢เขากำลังเสียสละตัวเองเพื่อที่จะไม่ต้องเสียสละตัวเอง⸥
มันอาจเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ บทสรุปอาจอยู่ไกลเกินเอื้อมตลอดไป แต่นี่คือวิธีการ ‘ไม่มีใครต้องเสียสละ’ เพียงหนึ่งเดียวที่คิมดกจาคิดขึ้นมาได้
ดังนั้น สิ่งที่ฮันซูยองต้องทำในตอนนี้จึงชัดเจนแล้ว
‘แค่เจ้าหมอนั่นคนเดียวทำไม่สำเร็จหรอก’
ฮันซูยองมองไปข้างหลัง เธอต้องบอกให้สหายของเธอรู้ว่าคิมดกจาต้องการจะบรรลุเป้าหมายอะไรที่นี่
น่าเสียดายที่มีบางสิ่งที่ฮันซูยองซึ่งกำลังหมกมุ่นอยู่กับการพยายามทำความเข้าใจของตัวเอง ไม่ได้ตระหนักถึง
[ตำนาน ‘การลอกเลียนแบบเชิงพยากรณ์’ กำลังทำนายสภาพจิตใจของตัวละคร]
และนั่นก็คือความจริงที่ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่นี่ที่เป็นนักเขียน หมายความว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมองสถานการณ์นี้ได้อย่างเป็นกลางเหมือนเธอ
ก่อนที่ฮันซูยองจะได้อ้าปากพูด ใครคนหนึ่งในหมู่สหายก็พุ่งไปข้างหน้าก่อน
ความเป็นปฏิปักษ์ที่ชัดเจนแผ่ซ่านออกมาจากคมดาบที่ชักออกจากฝัก ฮันซูยองตระหนักถึงทิศทางที่แสงดาบนั้นพุ่งเป้าไปและร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด “เดี๋ยว!! เดี๋ยวก่อน!! หมอนั่น เขากำลังพยายามจะ-!!”
เธอรู้ว่านั่นเป็นดาบของใคร และนั่นคือเหตุผลที่เธอไม่อยากจะเชื่อ
⸢ในชั่วขณะนั้นเอง มีคนผู้หนึ่งที่ชิงชังคิมดกจาเข้ากระดูกดำ⸥
ดาบที่แข็งแกร่งที่สุดของคิมดกจาซึ่งคอยปกป้องเขามาเป็นเวลายาวนาน และดาบเล่มนั้นกำลังเคลื่อนไหวเพื่อยุติมหาอุบัติการณ์นี้
<ตอนที่ 93. มุมมองของนักเขียนผู้รอบรู้ (1)> จบ.
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.