Chapter 486
489 / 4918
7 min read
Chapter 486 Clara Vs Jonas 2
Published Mar 11, 2026, 10:59 AM
Chapter 486 Clara Vs Jonas 2
คลาร่าปรายตามองฝูงชนด้วยความเหยียดหยามก่อนจะตวัดสายตาไปหาโจนัส ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีม่วง เธอขยับมุมปากเพียงเล็กน้อยแล้วทอดสายตามองไปยังจุดที่ว่างเปล่าบนท้องฟ้า
โจนัสที่ซ่อนตัวอยู่ในภาพมายาอีกครั้งหลังจากพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหลบหนีจากการโจมตีอย่างต่อเนื่องของเธอ สีหน้าของเขากลับดูแย่ลง... เขาถูกพบตัวอีกจนได้!
โชคร้ายสำหรับโจนัสที่คลาร่าสามารถมองทะลุภาพมายาได้แทบจะไม่ต่างจากการมองเห็นความจริง เธอรู้เรื่องนี้ดีเพราะเคยประลองกับไดอาน่าน้องสาวตัวน้อยที่ใช้เคล็ดวิชาบ่มเพาะเล่มเดียวกับคุณอาโจนัสมาก่อน
คลาร่าชูมือขึ้นแล้วชี้นิ้วชี้เรียวบางไปที่เขา “ห้ามใช้พลังบ่มเพาะ!”
รูม่านตาของโจนัสขยายกว้างเมื่อได้ยินคำสั่ง เขารู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันทีราวกับมีโซ่ตรวนกำลังพันธนาการร่างกาย! ราวกับว่าโซ่ที่มองไม่เห็นเหล่านั้นกำลังพยายามปิดกั้นเส้นลมปราณของเขา
โจนัสตื่นตระหนกแต่ก็กัดฟันด้วยความโกรธ!
“อ๊ากกก!!!!” เขาคำรามด้วยความโมโห ก่อนจะรู้สึกถึงบางอย่างที่ขาดสะบั้นอยู่ภายใน และหลุดพ้นจากการพันธนาการที่มองไม่เห็นซึ่งถูกร่ายใส่เขาได้ในทันที
คลาร่าหรี่ตามองอย่างพินิจ ‘ไม่ได้ผลอย่างนั้นหรือ?’
คำสั่งของเธอไม่ได้ผล? เธอค้นพบขีดจำกัดของกฎที่เพิ่งเข้าใจได้ไม่นาน
‘ไม่สิ ดูเหมือนคุณอาจะพยายามอย่างหนักเพื่อหลุดพ้นจากคำสั่งของฉัน...’
ถึงอย่างนั้น มันก็ดูเหมือนว่าคุณอาโจนัสอาศัยเพียงแค่ฐานพลังบ่มเพาะของเขาในการทำลายคำสั่งนั้นลง
เธอได้ข้อสรุปในทันทีว่าฐานพลังของเธอยังไม่มากพอที่จะบังคับใช้คำสั่งในระดับนี้ได้
‘นี่มันกฎประเภทไหนกัน?’ คลาร่ารู้สึกอยากรู้เกี่ยวกับต้นกำเนิดของกฎที่เพิ่มพูนขึ้นมานี้ ซึ่งมันรบกวนสมาธิในการต่อสู้ของเธออยู่บ้าง เธอต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎที่เธอกำลังใช้อยู่
โจนัสจ้องมองคลาร่าด้วยความหวาดกลัวและโกรธเคือง!
‘เมื่อกี้มันอะไรกัน?’
‘ถึงจะต่างออกไป แต่มันก็ให้ความรู้สึกเดียวกับตอนนั้น แต่มันไม่เหมือนกับตอนที่เธอสั่งไม่ให้ฉันจ้องหน้าเธอ!’
‘นี่มันกฎบ้าอะไรกันเนี่ย!?’
ยิ่งคิดถึงพลังของเธอ โจนัสก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวัง สีหน้าที่แสดงความไม่อยากจะเชื่อและความโกรธของเขาเริ่มสงบลง ก่อนจะมองคลาร่าด้วยรอยยิ้มฝืนๆ
เขาพึมพำร่ายคาถาที่กระจายตัวออกไปรอบตัวพวกเขาเป็นคลื่นพลังที่มองไม่เห็น
ทันใดนั้น เงาร่างของเขาจำนวนนับไม่ถ้วนก็ล้อมรอบคลาร่าไว้จนกลายเป็นทรงกลม บดบังแสงอาทิตย์จนเกิดเป็นเงาทอดลงมาทับร่างของเธอ
ในขณะนั้นดวงตาของคลาร่าเปล่งประกายสีม่วง แต่เธอกลับต้องเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกว่าเงาร่างเหล่านี้ดูสมจริงอย่างน่าประหลาด
“ฮ่าฮ่าฮ่า! หลานสาวเอ๋ย ให้ฉันแนะนำอะไรสักอย่างนะ”
ท่าทางของคลาร่าเปลี่ยนเป็นระมัดระวังในทันที ไม่ว่าเธอจะหันไปทางไหนก็ไม่สามารถหาตัวจริงของโจนัสเจอ ราวกับว่าสายตานับไม่ถ้วนกำลังกดดันเจตจำนงของเธออยู่!
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เธอรู้ดีว่าต้องมีเพียงร่างเดียวที่เป็นของจริง
ร่างแยกนับร้อยของโจนัสที่รายล้อมรอบตัวเธอหัวเราะ “ภาพมายาที่เข้าใกล้ความเป็นจริง ก็อาจถือได้ว่าเป็นของจริง”
‘หมายความว่ายังไง?’ คลาร่าไม่มีเวลาคิดมากนักเมื่อจิตใต้สำนึกส่งเสียงเตือนถึงอันตราย!
เธอตะโกนออกไปอีกครั้ง “ที่นี่ห้ามใช้ภาพมายา!”
สายตาที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องจากทุกทิศทุกทางหายไปในทันที และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเธอคือโจนัสที่กำลังยืนตะลึงอ้าปากค้างอยู่กลางอากาศ
มุมปากของคลาร่าโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเมื่อเห็นคุณอาของเธอยอมเผยตำแหน่งออกมาอย่างว่าง่าย เธอพุ่งตัวเข้าหาเขาในชั่วพริบตาแล้วดีดนิ้ว
หอกน้ำแข็งยาวปรากฏขึ้นวนเวียนรอบตัวเธอ ร่างน้ำแข็งเหล่านั้นเย็นจัดและแข็งแกร่งพอที่จะเจาะทะลุวัสดุระดับฟ้าขั้นสูงได้
โจนัสรีบตอบสนองและบินขึ้นไปโดยไม่คิดจะถอย ร่างแยกจำนวนมากปรากฏขึ้นข้างกายเขา แต่ก็บิดเบี้ยวจนสลายไปเป็นความว่างเปล่า
‘ภาพมายาของฉันไม่ได้ผลแล้วงั้นหรือ!?’ โจนัสตกใจอยู่ภายใน ในขณะเดียวกันหอกน้ำแข็งนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วสูงจนเขาไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางด้วยกฎแห่งลมของเขาได้
อย่างไรก็ตาม ด้วยวิชาตัวเบาธาตุลม เขาสามารถหลบหลีกระหว่างหอกน้ำแข็งทั้งหมดได้อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับสะบัดมือปล่อยใบมีดสายลมออกมา
ใบมีดสายลมรูปเกลียวที่มีความเร็วเหนือกว่าหอกน้ำแข็งหลายเท่าพุ่งเข้าถึงตัวพวกมันอย่างรวดเร็วและทำลายพวกมันจนแตกกระจายเป็นเศษน้ำแข็งจำนวนมาก
โจนัสที่มองคลาร่าอย่างลำพองใจจู่ๆ ก็ชะงักไป เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปอย่างรวดเร็วและเห็นหอกน้ำแข็งนับพันเล่มกำลังลอยอยู่เหนือตัวเขาขณะที่พวกมันควบแน่นจนเสร็จสมบูรณ์ ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ พร้อมที่จะทิ่มแทงเขาจนร่างแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
คลาร่าหยุดนิ่งอยู่ห่างออกไปขณะชี้นิ้วชี้ไปทางท้องฟ้า แสงอาทิตย์ที่อยู่เบื้องหลังขับเน้นรูปร่างและเส้นผมสีทองของเธอให้ดูเปล่งประกายดุจทองคำ
“หอกน้ำแข็งอัคนีฟีนิกซ์พิฆาต~” เธอเอ่ยอย่างเรียบเฉยก่อนจะตวัดแขนลงและชี้นิ้วไปที่เขา
หอกน้ำแข็งนับพันเล่มร่วงหล่นลงมาราวกับหยาดฝน!
โจนัสรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ!
เขารีบลดระดับความสูงของร่างกายและสะบัดมือใส่หอกน้ำแข็งนับพันเล่มเหล่านั้นด้วยหวังว่าจะทำลายพวกมันหรือเบี่ยงทิศทางออกไปด้านข้างที่ไม่เป็นอันตรายต่อเขา
“พายุเฮอริเคนแยกปฐพี!~”
พายุหมุนลูกใหญ่ปะทุขึ้นเหนือหัวของเขา ทำลายหอกน้ำแข็งแถวแรกที่ร่วงลงมาจนหมดสิ้น
*เคร้ง!~*
*เคร้ง!~*
เศษน้ำแข็งหมื่นชิ้นร่วงหล่นลงสู่พื้นของเมืองหลวงลอเร็ต
แถวที่สอง!
แถวที่สาม!
แถวที่ห้า! แถวที่แปด!
ถึงตอนนี้โจนัสสามารถถอยห่างออกมาได้แล้ว แต่เขากลับได้ยินเสียงที่ทำให้เขาเดือดดาลจนแทบคลั่ง!
“ที่นี่ห้ามบินต่ำลง!” คลาร่าชี้นิ้วไปทางโจนัสและออกคำสั่ง เสียงของเธอเดินทางราวกับคลื่นเวทมนตร์และพันธนาการไม่ให้โจนัสร่อนตัวลงต่ำได้
โจนัสชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีก็ขยับตัวไปทางด้านข้าง ปฏิกิริยาของเขาถือว่ารวดเร็วมาก แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องตกใจสุดขีด
“ห้ามเคลื่อนที่ไปทางด้านข้าง!”
‘ไอ้บ้าเอ๊ย!’ โจนัสแทบจะสบถออกมาดังๆ!
เขาพุ่งตัวขึ้นสู่เบื้องบนทันทีและรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อโต้กลับ! เขาอาจจะพยายามทำลายการพันธนาการนี้ได้ แต่การทำเช่นนั้นจะทำให้เขาตกเป็นเป้าของหอกน้ำแข็งที่กำลังพุ่งเข้าใส่เขาอย่างจัง!
การลังเลหรือตัดสินใจผิดพลาดในการต่อสู้ที่รวดเร็วเช่นนี้ย่อมไม่ส่งผลดีต่อเขาแน่!
ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีเขียวและคมกริบ ใบมีดสายลมที่แหลมคมนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากระหว่างคิ้ว พายุหมุนเติบโตขึ้นข้างกายเขา!
เขาเริ่มสะบัดมืออย่างบ้าคลั่งและรับมือกับหอกน้ำแข็งเหล่านั้นอย่างสูสี!
*เคร้ง!~*
*เคร้ง!~*
ด้วยความที่สามารถเคลื่อนที่ได้แค่ในแนวทแยงขึ้นบนเท่านั้น ท่าทางและการหลบหลีกของเขาจึงถูกจำกัด แต่ในขณะเดียวกันมันก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขยับตัวของเขาเนื่องจากเหลือทางเลือกไม่มากนัก
*เคร้ง!~*
*เคร้ง!~*
หอกน้ำแข็งนับพันเล่มแตกสลายด้วยใบมีดสายลมเหล่านั้นจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย แล้วลอยค้างอยู่กลางอากาศราวกับเชื่อฟังคำสั่งที่ว่า ‘ที่นี่ห้ามบินต่ำลง’
คลาร่าเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดโดยไม่เคลื่อนไหว เธอรอให้คุณอาของเธอทำลายวิชาหอกน้ำแข็งอัคนีฟีนิกซ์พิฆาตที่เธอร่ายออกมา
วิชานี้เป็นสิ่งที่ถูกบันทึกไว้อย่างคลุมเครือในส่วนของเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขั้นระดับฟ้า และเพียงแค่วิชานี้วิชาเดียวก็สูบพลังชีวิตของเธอไปถึง 30% แล้ว
เมื่อรวมกับคำสั่งที่เธอใช้บังคับคุณอาโจนัส พลังชีวิตของเธอจึงเหลือไม่ถึง 50%
เธอเพิ่งออกคำสั่งไปเพียงห้าครั้งหรือมากกว่านั้นเล็กน้อย แต่ละครั้งกลับกินพลังไปประมาณห้าเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่การใช้วิชาน้ำแข็งปกติใช้พลังเพียงหนึ่งถึงสองเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
นั่นบอกให้เธอรู้ว่ากฎแห่งการออกคำสั่งที่เธอเข้าใจได้เองจากเนตรความจริงชั้นยอด (Transcendent Truth Eyes) นี้ อาจจัดอยู่ในประเภทของกฎขั้นสูง (Greater Laws) แทนที่จะเป็นกฎพื้นฐานทั่วไป
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.