Chapter 534
499 / 531
6 min read
Chapter 534: The Final Showdown [Part 2]
Published Mar 14, 2026, 09:23 AM
Chapter 534: การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย [ตอนที่ 2]
แม้ว่าวานาคจะไม่อยากเปลี่ยนร่างภาชนะของตนสักเท่าไหร่ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันกลับบีบบังคับให้เขาไม่มีทางเลือกอื่น
เมื่ออเล็กซ์และฟรานตายไป เกราะป้องกันก็จะสลายหายไป และไม่ต้องบอกก็รู้ว่าศัตรูรายต่อไปที่เขาต้องเผชิญคือพวกเอลฟ์ ซึ่งพวกนั้นจะต้องสังหารเขาทิ้งโดยไม่ลังเลอย่างแน่นอน
เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าว เขาจึงตัดสินใจที่จะเข้าครอบครองร่างของอเล็กซ์แล้วแฝงตัวเข้าไปในอาณาจักรของมนุษย์
แหวนไกอา (Gaia Rings) เองก็น่าสนใจสำหรับเขาเช่นกัน เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้แมลงน่ารำคาญสองตัวนี้เอาชีวิตรอดอยู่ในป่าแห่งเงามาได้นานขนาดนี้
ต่อให้เขาต้องรออีกหลายปีเพื่อฟื้นฟูพลังให้กลับมาเต็มที่ก็ไม่ใช่ปัญหา ความอดทนของเขามีมากพอ และร่างภาชนะใหม่นี้ก็ยังเยาว์วัยอยู่มาก
อีกอย่าง เขายังมีเวลาเหลือเฟือที่จะมองหาร่างสถิตถัดไป หากเจอคนใหม่ที่เหมาะสม เขาก็แค่ย้ายร่างเพื่อยืดอายุขัยของตัวเองออกไปอีก
“จงยอมจำนนและมอบร่างของเจ้าให้ข้าโดยดีเถอะ” วานาคกล่าวอย่างใจเย็นขณะเดินตรงไปหาดวงวิญญาณของอเล็กซ์ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน “จงถือว่านี่เป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของเจ้า”
อเล็กซ์พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้น แต่ก็ไร้ผล
ทว่าในจังหวะที่มือของวานาคเอื้อมเข้าใกล้หน้าอกของเขา แสงสว่างอันเจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นเหนือตำแหน่งนั้น บีบให้จอมมารต้องชักมือกลับ
“ฉันจะไม่ยอมให้แกทำตามใจชอบหรอก!” ฟรานปรากฏตัวขึ้นในห้วงจิตสำนึกของอเล็กซ์เช่นกัน
แหวนไกอานั้นเชื่อมถึงกัน ทำให้เธอรับรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไร
“อเล็กซ์ ฟังฉันนะ!” ฟรานกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นี่คือห้วงจิตสำนึกของเธอ พูดอีกอย่างก็คือ ที่นี่คืออาณาเขตของเธอเอง จอมมารอาจจะแข็งแกร่ง แต่ในโลกแห่งนี้ เธอต่างหากที่แข็งแกร่งกว่า”
“ที่เขาเอาชนะเธอได้ เป็นเพราะเขามีความชำนาญในการต่อสู้ทางจิตและวิญญาณที่เหนือกว่าเท่านั้น ตราบใดที่เธอเชื่อมั่นในตัวเอง โลกใบนี้จะแสดงพลังออกมาเพื่อให้เป็นไปตามเจตจำนงของเธอ! เธอต้องเชื่อมั่นในตัวเ— อั่ก!”
ฟรานกำลังจะพูดต่อ แต่ลำแสงสีแดงพุ่งเข้ากระแทกแผ่นหลังของเธออย่างจัง จนร่างของเธอกระเด็นไปอีกทาง
“ฟราน!” อเล็กซ์ตะโกนเรียกหลังจากเห็นเพื่อนรักถูกโจมตีทางวิญญาณ
“ฉะ...ฉันไม่เป็นไร” ฟรานตอบพลางพยายามยันกายลุกขึ้นจากพื้น แต่ก็ทำไม่สำเร็จ
เธอใช้พลังวิญญาณไปมากโขในการผลักจอมมารให้ออกห่างจากอเล็กซ์ ยิ่งไปกว่านั้น ความเร่งรีบทำให้เธอพุ่งเข้ามาในห้วงจิตสำนึกของเขาโดยไม่ได้เตรียมตัวมาให้พร้อม
การโจมตีของจอมมารทำให้ดวงวิญญาณของเธอได้รับบาดเจ็บ ร่างดารา (Astral Body) ของเธอจึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ในเร็วๆ นี้
“แกไอ้สารเลว!” อเล็กซ์คำรามด้วยความโกรธแค้นเมื่อเห็นว่าฟรานไม่ได้ดูโอเคอย่างที่ปากว่า
ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกป้องเธอ เขาจึงพุ่งทะลุโซ่ตรวนที่พันธนาการร่างของเขาจนมันแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เหมือนแก้วเปราะบาง
เมื่อเห็นความมุ่งมั่นและปณิธานของเด็กหนุ่มเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว จอมมารจึงตัดสินใจที่จะลบดวงวิญญาณของเด็กหนุ่มทิ้งเสีย ก่อนที่เขาจะปลดปล่อยศักยภาพออกมาได้เต็มที่!
“การทำลายล้างสีเลือด!” จอมมารตวัดดาบต้องสาป “ตายซะ!”
อเล็กซ์ก้าวหลบไปด้านข้างอย่างคล่องแคล่ว ปล่อยให้การโจมตีนั้นพลาดเป้าไปอย่างไม่ระคายผิว
เขาอาจจะไม่ใช่นักรบที่แข็งแกร่งและโดดเด่นเหมือนเพื่อนร่วมปาร์ตี้คนอื่นๆ แต่หนึ่งในจุดแข็งของเขาคือความเชื่อมั่นในตัวเพื่อนพ้อง
เขาซึมซับคำพูดของฟรานเอาไว้เต็มเปี่ยม จึงจินตนาการว่าห้วงจิตสำนึกของเขาเป็นเหมือน ‘อาณาเขต’ (Domain) ที่มอบความได้เปรียบให้แก่เขาอย่างมหาศาล
ในดินแดนแห่งนี้ เขาแข็งแกร่ง เขาเปี่ยมด้วยอำนาจ และเขาก็คือพระเจ้า!
“นรกเพลิงโนวา!” วานาคคำรามพลางปลดปล่อยเปลวเพลิงแห่งนรกที่ขยายตัวออกไปทุกทิศทาง เขาตัดสินใจรวบรวมและทุ่มพลังทั้งหมดที่มีลงในการโจมตีนี้ เพื่อกวาดล้างทุกสิ่งในห้วงจิตสำนึกของอเล็กซ์ให้ราบคาบ
แม้จะเสี่ยงต่อการทำลายห้วงจิตสำนึกจนเสียหายอย่างไม่อาจกู้คืนได้ แต่เขาก็ยังตัดสินใจที่จะทำ เพราะรู้ดีว่าหากไม่ทำเช่นนั้น เขาคงไม่มีโอกาสชนะอีกแล้ว
เมื่อเปลวเพลิงแห่งนรกลุกลามราวกับไฟป่า วานาคก็เชื่อมั่นว่าชัยชนะเป็นของเขา
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเฉลิมฉลอง เปลวเพลิงก็แตกสลายไปจนหมดสิ้น และร่างของอเล็กซ์ที่พุ่งเข้ามาก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
“โอ้ โลกที่ให้กำเนิดข้า จงตอบรับเจตจำนงของข้า!” อเล็กซ์ง้างมือขวา แหวนไกอาส่องแสงสว่างเจิดจ้าประหนึ่งดวงอาทิตย์
“ไกอา อิมแพ็ค!”
“คิดว่าทำได้คนเดียวหรือไง!” วานาคคำรามพลางปล่อยหมัดสวนกลับไปยังกำปั้นของอเล็กซ์ที่ทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่น “คริมสัน เบิร์สต์ โนวา!”
กำปั้นของทั้งคู่ปะทะกันจนเกิดคลื่นกระแทกมหาศาลแผ่กระจายออกไปรอบทิศ
เปลวเพลิงสีเลือดและสีทองปะทะกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมลดละแม้แต่นิดเดียว
วานาคสัมผัสได้ราวกับมีภูเขาทั้งลูกกำลังทับถมลงมาด้วยน้ำหนักมหาศาล ส่วนอเล็กซ์เองก็รู้สึกประหนึ่งว่าเปลวเพลิงแห่งนรกกำลังเผาผลาญร่างของเขาให้เป็นจุล
ทั้งสองเข้าใจดีว่าการปะทะครั้งนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาแพ้ไม่ได้
การพ่ายแพ้หมายถึงดวงวิญญาณที่จะต้องแตกสลาย หรือที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือการดับสูญไปตลอดกาล
เสียงคำรามของพวกเขาดังสนั่นขณะทุ่มสุดตัวให้กับการโจมตีครั้งสุดท้าย ซึ่งหากมองจากภายนอกดูเหมือนว่าทั้งคู่จะสูสีกันอย่างมาก
‘มะ-ไม่นะ ฉันกำลังจะแพ้!’ อเล็กซ์สัมผัสได้ว่าในอีกไม่กี่วินาที เปลวเพลิงสีเลือดจะเผาเขาให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
เขาทุ่มทุกอย่างที่มีลงไปแล้ว แต่พลังชีวิตและพลังวิญญาณของจอมมารนั้นแข็งแกร่งกว่าเขาหลายเท่าตัวนัก
การที่เขาสามารถต้านวานาคไว้ได้ก็เพราะสมรภูมิแห่งนี้คือห้วงจิตสำนึกของเขาเองเท่านั้น
หากสถานการณ์พลิกกลับ เขาคงไม่สามารถยืนหยัดต่อหน้าศัตรูได้แม้แต่หนึ่งนาที
“ไม่ต้องห่วง เธอไม่ได้อยู่คนเดียว”
เสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นดังเข้าสู่โสตประสาทของอเล็กซ์
เขามองเห็นฟรานวางมือลงบนกำปั้นของเขา ปล่อยให้แหวนไกอาสะท้อนพลังถึงกันและกัน
สิ่งนี้ทำให้อัคคีสีทองที่กำลังมอดดับของอเล็กซ์ลุกโชนขึ้นมาอย่างเจิดจ้ากว่าครั้งไหนๆ จนถึงขั้นแสบตา
“ตอนนี้แหละ อเล็กซ์!” ฟรานตะโกนพลางผสานร่างเข้ากับกำปั้นของอเล็กซ์ ทำให้เขาสามารถสร้างปาฏิหาริย์ที่อาจไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง
“ไกอา เบรกเกอร์!” อเล็กซ์ทุ่มพลังวิญญาณทุกหยาดหยดลงไปในการโจมตีสุดท้ายนี้ ทะลวงผ่านเปลวเพลิงแห่งนรกที่เขาเคยคิดว่าไม่มีทางเอาชนะได้
กำปั้นของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของวานาคเต็มแรง เข้าที่ดั้งจมูกด้วยพละกำลังที่เปรียบเสมือนพลังของทั้งโลก!
แสงสีขาวเจิดจ้าครอบคลุมห้วงจิตสำนึกทั้งหมดของเขาไปสิ้น จากนั้น...
ไม่มีคำว่าจากนั้นอีกต่อไป
การระเบิดครั้งใหญ่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลก จนกระทั่งทุกสรรพเสียงเงียบหายไปอย่างถาวร
ชั่วครู่ต่อมา เด็กหนุ่มก็ทรุดตัวลงและแตกสลายกลายเป็นละอองแสง
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.