ตอนที่ 1539
1447 / 2066
อ่าน 5 นาที
Chapter 1539
เผยแพร่เมื่อ 22 มี.ค. 2569 15:44
บทที่ 1539: 323: ปลุกความเป็นมาโซคิสต์ คุณชายห้าตระกูลเซินผู้เจ้าเล่ห์! 3
ผู้แปล: 549690339
“จ่าวจ่าว ช่วยรับโทรศัพท์ให้ผมหน่อย” เซินเส้าชิงเอ่ยขึ้น
“ตกลงค่ะ”
เย่จ่าวเผลอคลำหาประเป๋าที่เอวของเขาตามสัญชาตญาณ แต่หลังจากคลำหาอยู่นานเธอก็ยังไม่พบกระเป๋า มือของเธอจึงเลื่อนลงไปทั้งซ้ายและขวา จนในที่สุดเธอกลับไปสัมผัสโดนบางอย่างที่ไม่ควรจะสัมผัสเข้า เย่จ่าวรีบชักมือกลับทันทีราวกับถูกไฟช็อต
“ทำไมบนตัวคุณถึงไม่มีกระเป๋าเลยล่ะ!”
ดวงตาของเซินเส้าชิงฉายแววขำขันจางๆ “โทรศัพท์อยู่บนโต๊ะครับ”
เย่จ่าวรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “แล้วทำไมคุณไม่บอกให้เร็วกว่านี้!”
“ก็คุณไม่ได้ถามนี่นา”
“ฉันว่าคุณจงใจแกล้งกันชัดๆ” เย่จ่าวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ไม่มีชื่อที่บันทึกไว้ จะให้ฉันส่งให้คุณไหมคะ?”
“บอกไปว่าผมไม่ว่าง”
“ได้ค่ะ” เย่จ่าวพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเลื่อนหน้าจอเพื่อรับสาย “สวัสดีค่ะ”
คนทางปลายสายไม่รู้ว่าได้ยินเสียงของเย่จ่าวหรือไม่ จึงรีบวางสายไปทันที
เย่จ่าวขมวดคิ้วเล็กน้อย
เซินเส้าชิงถามต่อโดยที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา “มีอะไรหรือเปล่า?”
“เขาวางสายไปแล้วค่ะ” เย่จ่าวถาม “คุณต้องการโทรกลับไปถามไหม?”
“ไม่จำเป็นหรอก” เซินเส้าชิงจดจ่ออยู่กับการซ่อมตะเกียง “ถ้ามีธุระอะไร เดี๋ยวเขาก็โทรมาใหม่เอง”
เย่จ่าวพยักหน้าเห็นด้วย
ภายในห้องครัว
เมื่อเห็นว่าเสี่ยวตู้กลับมาเร็วขนาดนี้ เย่ล่างฮวาจึงถามด้วยความสงสัย “เสี่ยวตู้ ไปเอาเฉินผีที่น้าบอกมาหรือยัง?”
หัวใจของเสี่ยวตู้ยังคงเต้นแรงอยู่เล็กน้อย เขาแกว่งหัวแล้วตอบว่า “เปล่าครับ”
เย่ล่างฮวาถามอย่างข้องใจ “ถ้าไม่ได้เอามา แล้วทำไมถึงกลับมาเร็วขนาดนี้ล่ะ?”
เสี่ยวตู้ตอบต่อว่า “คุณน้าล่างฮวาครับ ผมว่าเราอย่าทำน้ำเฉินผีเลยดีกว่า!”
“ทำไมล่ะ?” เย่ล่างฮวาถาม
เสี่ยวตู้มองไปทางลานบ้านด้านหน้า “คือว่า คุณหนูเย่กับคุณชายห้าอยู่ข้างหน้าน่ะครับ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่เธอไปเอาเฉินผีล่ะ?”
“เอ่อ... คือว่ามัน...” เสี่ยวตู้ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
เมื่อเห็นท่าทางของเสี่ยวตู้ เย่ล่างฮวาก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น นางหันไปมองที่ห้องโถงด้านหน้าและเห็นว่าไฟในห้องปิดหมดแล้ว นางจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “งั้นเรามาทำน้ำเก๊กฮวยกันเถอะ! ดื่มซุปเนื้อแพะแล้วมันร้อนในง่าย พอดีเลยว่าการดื่มน้ำเก๊กฮวยจะช่วยแก้ร้อนในได้!”
เสี่ยวตู้พยักหน้า “งั้นผมไปเอาดอกเก๊กฮวยนะครับ”
“ไปเถอะ”
อีกด้านหนึ่ง
ณ คลับหรูหราแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง
หลังจากใช้เวลาเตรียมการมาตลอดทั้งบ่าย ในที่สุดอันลี่จือก็จัดห้องส่วนตัวเสร็จสิ้น
เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อย ภายในห้องถูกตกแต่งอย่างอบอุ่น ในขณะเดียวกันเธอก็ได้ชวนเพื่อนร่วมห้องมาฉลองวันเกิดให้จางชิงชิงด้วย เดิมทีเธอตั้งใจจะชวนเย่จ่าว แต่เนื่องจากวันนี้เย่จ่าวไปเยี่ยมเย่ล่างฮวา เธอจึงไม่ได้โทรหาเย่จ่าว
เมื่อเวลาสี่ทุ่ม จางชิงชิงเป็นคนแรกที่มาถึงคลับ ทันทีที่เธอเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว เธอก็รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก เธอเอามือปิดปากแล้วพูดว่า “ลี่จือ ขอบใจเธอมากนะ!”
“พูดอะไรบ้าๆ! นี่คือสิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้ว” อันลี่จือเดินเข้าไปหาจางชิงชิง
จางชิงชิงสวมกอดอันลี่จือแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตัน
“ยัยบื้อเอ๊ย จะร้องไห้ทำไม!” อันลี่จือพูดปนรอยยิ้ม
จางชิงชิงอยากจะบอกจริงๆ ว่าที่เธอร้องไห้ก็เพราะความซื่อบื้อของอันลี่จือนั่นแหละ “ลี่จือ ฉันซึ้งใจจริงๆ นะ!”
อันลี่จือกล่าวต่อ “เอาล่ะๆ ไม่เป็นไรหรอก! อ้อจริงด้วย ฉันขอแนะนำให้รู้จักนะ นี่คือเพื่อนร่วมห้องของฉัน หรงอิน, หัวเสียน และนี่คือโอวหยางเชี่ยน อินอิน, เสียนเสียน และโอวหยาง ส่วนนี่คือจางชิงชิง เพื่อนสมัยเด็กที่โตมาพร้อมกับฉัน พวกเธอเรียกเธอว่าชิงชิงก็ได้”
เมื่อมองไปที่เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนของอันลี่จือ จางชิงชิงถึงกับพูดไม่ออก แต่เธอก็ยังแสร้งทำเป็นมีความสุขมากที่ได้ทักทายพวกเขา
จงใจชัดๆ
อันลี่จือต้องจงใจทำแบบนี้แน่ๆ
เธอขอให้อันลี่จือพาเพื่อนบางคนมาร่วมฉลองวันเกิดของเธอ แต่อันลี่จือกลับพาเพื่อนร่วมห้องมาสามคน
ความหมายของอันลี่จือนั้นชัดเจนมาก เธอไม่อยากให้โอกาสจางชิงชิงได้แต่งงานเข้าตระกูลที่ร่ำรวยเลย
เหอะ
อันลี่จือคิดจริงๆ หรือว่าเรื่องแค่นี้จะหยุดเธอจากการแต่งงานเข้าสู่ตระกูลมหาเศรษฐีได้?
ช่างน่าขันสิ้นดี!
คอยดูเถอะ
อีกไม่นานเธอจะได้กลายเป็นน้องสะใภ้ของอันลี่จือ เป็นคุณหนู่น้อยแห่งตระกูลหลิน เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ จางชิงชิงก็หรี่ตาลง แววตาที่ฉายแสงวูบหนึ่งหายไปในพริบตา เธอเลิกคิ้วยิ้มแล้วพูดว่า “ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่มาฉลองวันเกิดให้ฉัน ขอบคุณจริงๆ ค่ะ!”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ” โอวหยางเชี่ยนเป็นคนที่ร่าเริงที่สุดในบรรดาเพื่อนร่วมห้องทั้งสาม “เพื่อนของลี่จือก็คือเพื่อนของเรา!”
หรงอินยิ้มแล้วเสริมว่า “โอวหยางพูดถูกแล้วค่ะ คุณไม่ต้องเกรงใจพวกเราหรอก”
อันลี่จือปฏิบัติต่อทุกคนอย่างดีและเข้ากับเพื่อนร่วมห้องได้ดีมาก
ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตูอีกครั้ง อันลี่จือเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าเป็น ‘โกวเอ๋อร์’ ‘พั่งหู่’ และคนอื่นๆ เธอจึงอุทานด้วยความแปลกใจ “โกวเอ๋อร์ ทำไมพวกนายถึงมาที่นี่ด้วยล่ะ!”
เพราะรู้ว่าจางชิงชิงกำลังคิดอะไรอยู่ อันลี่จือจึงไม่ได้แจ้งเรื่องนี้กับหลินเจ๋อ เธอไม่คิดเลยว่าพวกโกวเอ๋อร์จะโผล่มาที่นี่ได้
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.