ตอนที่ 856
819 / 2769
อ่าน 8 นาที
Chapter 856 Just Kids
เผยแพร่เมื่อ 14 มี.ค. 2569 07:58
บทที่ 856 ก็แค่เด็กๆ
เอเมอรี่มองดูสิ่งมีชีวิตทั้งห้านั่นกำลังเล่นดินกันอย่างสนุกสนาน แต่ละตัวต่างง่วนอยู่กับการทำกิจกรรมที่แตกต่างกัน ชิก้าสร้างลูกบอลดินขึ้นมาหลายลูกแล้วโยนไปรอบๆ ในขณะที่ชิกี้เปลี่ยนดินรอบตัวให้กลายเป็นกำแพงเพื่อป้องกัน ส่วนชิกู้นั้นยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ปล่อยให้ตัวเองถูกลูกบอลดินขว้างใส่หน้าตาเฉย ในขณะที่ชิเก้ขุดรูลงไปในพื้นดินเพื่อซ่อนตัว ส่วนชิโก้นั้นกลับเมินเฉยต่อเพื่อนๆ ทั้งหมด แล้วหันไปสร้างรูปจำลองของตัวเองจากดินแทน
“คู คู... คู”
ทวิกดูจะเพลิดเพลินกับภาพที่เห็นจนเผลอหัวเราะเบาๆ ออกมาเมื่อเห็นเหล่าพี่น้องชิซพูร์กำลังสนุกสนานกับการเล่นดิน อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนทวิกจะไม่ได้อยากแค่เอนจอยกับการดูพวกมันจากบนไหล่ของเอเมอรี่เพียงอย่างเดียว ไม่นานนัก เจ้าสิ่งมีชีวิตไม้ตัวน้อยก็อยากจะเข้าไปร่วมเล่นด้วย
เมื่อรับรู้ได้ว่าเจ้าตัวน้อยจากไม้แสดงความสนใจอยากเข้าร่วมสนุก เอเมอรี่จึงรีบคว้าตัวทวิกแล้ววางลงบนพื้น ก่อนจะกล่าวว่า
“คราวนี้ถึงตาเจ้าแล้ว! พร้อมไหม?”
“คู... ควังงง!” ทวิกตอบรับราวกับว่ามันเข้าใจว่าจะต้องทำอย่างไร
เอเมอรี่นั่งลงต่อหน้าเจ้าตัวน้อย ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็เท [น้ำยาเมทามอร์ฟ] ลงไปบนตัวมันและเร่งใช้เวท [สังเคราะห์แสง] อีกครั้ง
คราวนี้เขาต้องใช้เวลาเกือบ 6 ชั่วโมงกว่าจะเห็นผลลัพธ์ ดูเหมือนว่า [ฟลอร่า โคโลสซี่] ตนนี้จะอัปเกรดได้ยากกว่า [เขี้ยวชิซพูร์] เพราะมันต้องใช้พลังวิญญาณในปริมาณพอๆ กับพี่น้องชิซพูร์ทั้งห้าตัวรวมกันเพื่อช่วยให้เจ้าสิ่งมีชีวิตไม้ตัวน้อยก้าวข้ามไปสู่ระดับถัดไป
[ฟลอร่า โคโลสซี่ อัปเกรดเป็นระดับ 5]
[พลังต่อสู้เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ]
[ได้รับความสามารถติดตัว]
เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยทั้ง 5 เมื่อเขาใช้เวท [สังเคราะห์แสง] ให้พวกมัน เอเมอรี่ได้รับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในธาตุนั้นทันทีเมื่อเขาเห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์ของมัน
[พลังวิญญาณเพิ่มขึ้น]
ระบบแจ้งเตือนว่าพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นอีก 3 แต้ม แม้จะไม่มากนักแต่ก็นับว่าเป็นจำนวนที่น่าพอใจและคุ้มค่า เพราะเจ้าสิ่งมีชีวิตไม้ตัวน้อยนี้อัปเกรดได้ยากทีเดียว
หลังจากนั้น เอเมอรี่ก็รีบเข้าไปตรวจสอบทวิก แม้ว่าก้อนพลังงานภายในตัวมันจะมีพลังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่เจ้าตัวน้อยก็ดูเหมือนจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักในแง่ของรูปลักษณ์ภายนอก
[ฟลอร่า โคโลสซี่ - ระดับ 5]
[สิ่งมีชีวิตในตำนาน เลเวล 30]
[พลังต่อสู้ - 95]
[พลังวิญญาณ - พืช, ดิน, น้ำ]
[ความสามารถติดตัว]
[เชี่ยวชาญพืช]
เป็นไปตามคาด สิ่งนี้พิเศษกว่าตัวอื่น ทวิกถูกจัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนาน ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าพี่น้องชิซพูร์ทั้งห้าตัวที่เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์ การที่มันมีพลังต่อสู้มหาศาลสำหรับสิ่งมีชีวิตตัวเล็กจ้อยขนาดนี้ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ
“ความเชี่ยวชาญพืช... นี่เป็นทักษะประเภทไหนกัน ทวิก?”
“ควัง... ควัง”
น่าเสียดายที่แม้จะถึงระดับ 5 แล้ว แต่การสื่อสารระหว่างพวกเขาก็ยังไม่ชัดเจน สำหรับตอนนี้เขาสามารถสัมผัสได้เพียงอารมณ์ของมันเท่านั้น แต่ยังไม่สามารถได้ยินมันพูดออกมาเป็นคำพูดจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เอเมอรี่รู้สึกพอใจกับตัวเองมากที่สามารถสร้างสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ขึ้นมาจากเมล็ดเพียงเมล็ดเดียว จากนั้นเขาจึงเบนความสนใจกลับไปมองเจ้าพวกตัวกลมทั้งห้าอีกครั้งและคิดว่าเขาสามารถทำอะไรกับพวกมันได้อีกบ้าง หรือบางทีอาจถึงเวลาที่เขาต้องเตรียมตัวสำหรับการทดสอบรอบกลางภาคซึ่งน่าจะเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์
เอเมอรี่กำลังจะตรวจสอบรายละเอียดบนกำไล เมื่อเขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ กล่าวให้ชัดเจนคือ หนึ่งในเจ้าพวกตัวกลมหายไป เขาไล่นับพี่น้องชิซพูร์เพื่อความแน่ใจ และปรากฏว่ามีหนึ่งในนั้นไม่อยู่ในสายตาของเขาจริงๆ
“ชิกู้อยู่ไหน?” เอเมอรี่ถามอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงเจือความตระหนก
เมื่อคำถามถูกโยนออกไป สิ่งมีชีวิตตัวน้อยทั้งหมดก็หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่และมองมาที่เขาอย่างไร้เดียงสา เพียงแค่ได้เห็นปฏิกิริยาของพวกมัน เอเมอรี่ก็ตระหนักได้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะถามเจ้าพวกแสบพวกนี้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจ้าตัวน้อยตัวหนึ่งหายไป เพราะเอเมอรี่สัมผัสการมีอยู่ของมันในถ้ำวิญญาณไม่ได้ ซึ่งนั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว คือชิกู้นั้นขุดดินหนีออกไปจากถ้ำแล้ว
“ให้ตายสิ...” เอเมอรี่ถอนหายใจและเริ่มปวดหัวทันที เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้
“พวกมันเป็นเด็กจริงๆ ด้วย!”
เขารีบจดจ่อกับการใช้สัมผัสวิญญาณเพื่อตรวจดูรอบๆ โชคดีที่การอัปเกรดระดับการฝึกตนช่วยเพิ่มระยะการใช้สัมผัสวิญญาณของเขา ทำให้เขาระบุตำแหน่งของเจ้าตัวกลมที่หายไปได้ง่ายขึ้น
ก่อนหน้านี้ระยะสัมผัสวิญญาณของเอเมอรี่อยู่ที่ประมาณ 50 ไมล์ และตอนนี้ที่เขาบรรลุถึงระดับ 9 เขาจึงสามารถสแกนได้ไกลถึง 70 ถึง 80 ไมล์
ถ้ำวิญญาณของเขาตั้งอยู่บนยอดเขาหิน สูงขึ้นไปประมาณ 20 ไมล์เหนือตัวเกาะ ในขณะที่ตัวเกาะลอยฟ้านั้นกว้างเพียง 200 ไมล์ คำถามคือสิ่งมีชีวิตตัวเล็กขนาดนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน? เขาควรจะสัมผัสได้ในทันที
น่าแปลกที่เขาทำไม่ได้
ดูเหมือนว่าการสัมผัสพืชตัวเล็กๆ จะไม่เหมือนกับการสัมผัสจอมเวทผู้ทรงพลัง หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็พบว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องตามรอยตัวที่ขุดรูลงใต้ดิน
เอเมอรี่ได้แต่ถอนหายใจและตัดสินใจออกไปตามหาเจ้าตัวน้อยที่หายไปทันที อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะออกไป เขามองไปทางเจ้าตัวกลมสีเหลืองที่เหลือแล้วพูดว่า
“ฉันไว้ใจให้พวกนายอยู่ที่นี่ได้ใช่ไหม? จะไม่ไปไหนนะ?”
สี่ตัวที่เหลือไม่ได้ตอบอะไรนอกจากทำหน้าตาใสซื่อ สิ่งนี้ยิ่งทำให้เอเมอรี่กังวลและสูญเสียความไว้ใจในตัวพวกมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีรูที่ถูกขุดไว้หลายจุดในบริเวณนั้น
เนื่องจากเขาไม่สามารถทิ้งพวกมันไว้ตามลำพัง เพื่อความปลอดภัยของพวกมันเองและความสบายใจของเขา เอเมอรี่จึงวาดวงกลมในอากาศด้วยนิ้วมืออย่างรวดเร็วเพื่อเปิดพื้นที่มิติส่วนตัว ซึ่งเขาพบว่ามันขยายขนาดขึ้นด้วยเช่นกัน ตอนนี้มันมีขนาดเกือบครึ่งหนึ่งของถ้ำของเขาแล้ว
“เข้ามาข้างในกันให้หมด” เขาบอกให้เหล่าชิซพูร์ทั้งสี่เข้าไปในพื้นที่มิติ
แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่ที่ที่ดีที่สุดสำหรับพวกมัน แต่มันก็เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่เขาจะคิดได้ในตอนนี้ เอเมอรี่เองก็ต้องการตรวจสอบด้วยว่าจะมีผลข้างเคียงใดๆ หรือไม่หากทิ้งพวกมันไว้ในพื้นที่มิติ
เหล่าชิซพูร์ทั้งสี่กระโดดเข้าไปในวงกลมทีละตัวเพื่อเข้าไปในพื้นที่มิติ ในขณะที่ทวิกยังคงเกาะไหล่เขาแน่นโดยไม่ยอมเข้าไป
“เอาล่ะ ตราบใดที่สัญญานะว่าจะเป็นเด็กดี” เขากล่าวพลางมองดูเจ้าสิ่งมีชีวิตไม้ตัวน้อย
จากนั้นเอเมอรี่ก็เดินออกจากถ้ำวิญญาณและใช้ [ออร์บิเตอร์] บินไปรอบๆ ยอดเขาหินเป็นอันดับแรก โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้สัมผัสวิญญาณเพื่อสแกนสิ่งมีชีวิตประเภทพืชที่มีอยู่ น่าเสียดายที่สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตประเภทพืชจนละลานตาไปหมด
“ฉันต้องหาวิธีติดตามตัวพวกนายให้ได้แล้วล่ะ ถ้าหากจะปล่อยให้พวกนายเดินเตร่ไปมาแบบนี้อีก” เขาพึมพำกับตัวเอง
ด้วยความยากลำบากในการระบุตำแหน่งของเจ้าตัวน้อยท่ามกลางสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในสถานที่แห่งนี้ เอเมอรี่จึงบินจากยอดเขาหินลงไปที่ตัวเกาะ เขาไม่รู้เลยว่าทักษะการขุดดินของเจ้าตัวน้อยนั้นทรงพลังแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขามาถึงตัวเกาะ แทนที่จะพบกับสัญญาณพลังงานของชิกู้อย่างที่ตามหา เขากลับพบร่างหลายร่างกำลังพุ่งตรงมาที่เกาะด้วยความเร็วสูงจากระยะไกล
ทันทีที่เขารู้ตัว เอเมอรี่ก็ตื่นตัวและเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หากต้องเจอกับสถานการณ์อันตราย เขาจะร่าย [กะพริบ] หรือ [ประตูมิติ] โดยเร็วที่สุด แต่สำหรับตอนนี้เขาสงสัยว่าเรื่องนี้มันคืออะไรกันแน่
เมื่อร่างเหล่านั้นเริ่มเข้ามาใกล้ขึ้น เขาพบว่ามีร่างทั้งหมดเจ็ดร่างกำลังมุ่งหน้ามาหาเขา ทั้งหมดเป็นเหล่าผู้ถูกเลือก และที่น่าประหลาดใจคือเอเมอรี่จำพวกมันได้ถึงห้าคน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้! เจ้าโง่นั่นออกมาจากถ้ำแล้ว!” เอเมอรี่ได้ยินเสียงมาจากระยะไกล
เสียงนั้นมาจากแบรดลีย์ เรเวน คนที่เขาคุ้นเคยดี ผู้ถูกเลือกคนเดิมที่ท้าทายและกวนประสาทเขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน น่าประหลาดใจที่มีผู้ถูกเลือกชาวเนฟิลิมอีกสามคนรวมถึงอาร์มานด์ เนฟิลิมอยู่ด้วย และตามหลังมานั้นคือครึ่งมนุษย์ครึ่งเครื่องจักรคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่สร้างปัญหาให้เขามากในการต่อสู้ที่ลานประลองครั้งก่อน: แอตลาส III
เขามั่นใจเลยว่าคนพวกนี้มาหาเรื่องอย่างแน่นอน
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.