ตอนที่ 1237
1237 / 6510
อ่าน 8 นาที
Chapter 1237 - Scram
เผยแพร่เมื่อ 15 มี.ค. 2569 17:08
บทที่ 1237 - ไสหัวไป
เมื่อเถาเซียงอวี่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น นางก็โกรธจัดจนแทบคลั่ง ด้วยการสั่งการสมาชิกของแผนกเซียนท้อ นางจึงเริ่มออกตามหาซือหม่าอิ่งไปทั่วทุกแห่ง และเพียงไม่นานนัก นางก็หาตัวอีกฝ่ายจนพบ
หากซือหม่าอิ่งกลับไปยังฝ่ายปรุงยา ทุกอย่างก็คงจะเรียบร้อยดี เพราะอย่างไรเสีย ฝ่ายปรุงยาก็เป็นสถานที่สำคัญของภูเขาชิงมู่ ไม่ว่าเถาเซียงอวี่จะมีอำนาจบารมีเพียงใด นางก็คงไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปก่อเรื่องในที่แห่งนั้น
ทว่าซือหม่าอิ่งกลับไม่ได้กลับไปยังฝ่ายปรุงยา และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือนางยังไปยังสถานที่ที่มีผู้คนรวมตัวกันมากที่สุดอย่างลานภารกิจอีกด้วย มิหนำซ้ำ นางยังใช้ทักษะค่ายกลเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่หลายตัวลงบนพื้นของลานภารกิจ
“นั่งรออยู่ตรงนี้เพื่อให้พวกสุนัขบ้ามารุมกัด ต่อให้มากันกี่ตัว ข้าก็จะตบพวกมันให้หมด!!!”
ถ้อยคำเหล่านี้เป็นการยั่วยุอย่างชัดเจน นางไม่ได้เห็นผู้อื่นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการหมิ่นเกียรติของแผนกเซียนท้อทั้งแผนก เถาเซียงอวี่ที่เดิมทีก็โกรธแค้นอยู่แล้ว เมื่อได้เห็นถ้อยคำเหล่านั้นนางก็ยิ่งคลุ้มคลั่งด้วยความโทสะ โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง นางก็เริ่มโจมตีซือหม่าอิ่งทันที
ทางด้านซือหม่าอิ่งเองก็ไม่ใช่คนที่จะยอมคนอื่นง่ายๆ และเริ่มเข้าต่อสู้กับเถาเซียงอวี่อย่างเปิดเผย แม้ว่าทักษะอำนาจพลังวิญญาณของซือหม่าอิ่งจะทรงพลังมาก และนางก็เป็นอัจฉริยะเชื่อมพรมแดนวิญญาณที่ผู้คนต่างยอมรับ แต่พลังการต่อสู้ของนางจะไปเทียบกับผู้มีกายศักดิ์สิทธิ์อย่างเถาเซียงอวี่ได้อย่างไร?
ทันทีที่เริ่มการต่อสู้ นางก็ตกเป็นรองและพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นการพ่ายแพ้อย่างหมดรูป ทว่าซือหม่าอิ่งนั้นหัวแข็งและปฏิเสธที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการขอโทษ ส่วนเถาเซียงอวี่เองก็เป็นคนเผด็จการอยู่แล้ว นางจึงเริ่มทำให้อีกฝ่ายอับอายขายหน้าต่อหน้าสาธารณชนด้วยการลงมือทุบตีซือหม่าอิ่งให้หนักขึ้นไปอีก
ในชั่วพริบตา เรื่องนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่ว ประกอบกับชื่อเสียงอันโด่งดังของเถาเซียงอวี่ ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศจึงแห่กันมาดูเมื่อพบว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนาง แม้กระทั่งยอดฝีมือระดับสูงตัวจริงของภูเขาชิงมู่หลายคนก็ยังมาเฝ้าดูด้วย
เมื่อเรื่องราวลุกลามใหญ่โตถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าทางแผนกอาซูร่าก็ได้รับข่าวเช่นกัน ในขณะที่คนอื่นรับรู้นั้นก็เรื่องหนึ่ง แต่เมื่อไป๋รั่วเฉินทราบเรื่อง นางกลับไม่สามารถนิ่งเฉยได้
โดยไม่คิดอะไรมาก ไป๋รั่วเฉินทิ้งคำพูดไว้ว่า “บอกฉู่เฟิงให้ตามไปที่นั่นหลังจากที่เขาออกจากภวังค์การฝึกฝน หากฉู่เฟิงยังไม่ออกมา ห้ามใครในแผนกอาซูร่าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าเป็นอันขาด” หลังจากทิ้งคำพูดนั้นไว้ ไป๋รั่วเฉินก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและมุ่งหน้าตรงไปยังลานภารกิจทันที
เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนต่างรู้ว่าไป๋รั่วเฉินได้ตัดสินใจลงมือเองและรีบเร่งไปที่นั่น แม้สมาชิกคนอื่นๆ ของแผนกอาซูร่าจะไม่รู้ว่าไป๋รั่วเฉินรู้จักซือหม่าอิ่งหรือไม่ แต่พวกเขาก็พอจะเดาได้จากท่าทางที่ร้อนรนของนางว่าซือหม่าอิ่งคนนี้จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับไป๋รั่วเฉินและฉู่เฟิงอย่างแน่นอน
ดังนั้น เมื่อคิดว่าไป๋รั่วเฉินไปเพื่อช่วยซือหม่าอิ่ง คนของแผนกอาซูร่าต่างก็เริ่มตื่นตระหนก เพราะศัตรูในครั้งนี้ไม่ใช่คนกระจอก แต่เป็นถึงเถาเซียงอวี่ผู้มีกายศักดิ์สิทธิ์
ดังนั้น คนจากแผนกอาซูร่าจึงไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไร และไม่กล้าไปรบกวนฉู่เฟิง สิ่งเดียวที่ทำได้คือการรวมตัวกันอย่างเงียบเชียบเพื่อรอให้ฉู่เฟิงออกจากการฝึกฝนเพื่อที่เขาจะได้เป็นคนตัดสินใจ
“รนหาที่ตายจริงๆ”
หลังจากทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ฉู่เฟิงก็โกรธจัด เขาเริ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนใบหน้า
ซือหม่าอิ่งนั้นไม่มีทั้งบิดาและมารดา นางถูกเลี้ยงดูมาโดยปู่ของนางเพียงคนเดียว และตอนนี้ แม้แต่ปู่ของนางก็สิ้นใจไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังตายเพื่อช่วยเหลือนาง ในเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่นางโศกเศร้าและเจ็บปวดที่สุด เป็นช่วงเวลาที่นางปรารถนาอยากจะตายเสียด้วยซ้ำ
ในเวลาเช่นนี้ นางควรจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและได้รับการปลอบโยน ทว่าหลังจากที่นางมาถึงภูเขาชิงมู่ นอกจากนางจะไม่ได้รับสิ่งเหล่านั้นแล้ว นางยังถูกผู้อื่นทำให้อับอายขายหน้าต่อหน้าสาธารณชนอีก ฉู่เฟิงจะทนได้อย่างไร?
ไม่ว่าในอดีตจะมีเรื่องขัดแย้งอะไรกับเขา ในเวลาแบบนี้เขาไม่สามารถนั่งดูเฉยๆ ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้น ฝีเท้าของฉู่เฟิงก็ขยับวูบ เขากลายเป็นแสงสายหนึ่งแล้วหายลับไป โดยไม่สนหวังเวยและสมาชิกคนอื่นๆ ของแผนกอาซูร่า ฉู่เฟิงรีบเร่งไปยังลานภารกิจก่อนเป็นอันดับแรก
ในตอนนี้ ฝูงชนจำนวนมหาศาลได้รวมตัวกันอยู่ที่ลานภารกิจแล้ว ไม่ใช่แค่เหล่าศิษย์จำนวนมากเท่านั้น แม้แต่เหล่าผูอาวุโสก็ยังมารวมตัวกันที่นี่ สำหรับสิ่งที่ดึงดูดสายตาของฝูงชนก็คือกลุ่มศิษย์สตรีผู้งดงาม
พวกนางคือสมาชิกของแผนกเซียนท้อ แม้ว่าศิษย์ของแผนกเซียนท้ออาจจะไม่ได้งดงามหยาดเยิ้มเป็นพิเศษ แต่ก็ยังเรียกได้ว่าเป็นสาวงามที่มีหน้าตาสะสวยและมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมกันทุกคน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดึงดูดสายตาของทุกคนมากที่สุดกลับมีเพียงแค่สองคนเท่านั้น
นั่นคือซือหม่าอิ่งและเถาเซียงอวี่
ส่วนสูงของเถาเซียงอวี่นั้นไม่มากนักและรูปร่างของนางก็ค่อนข้างบอบบาง ทว่าในตอนนี้ นางกำลังทำให้ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์หลายคนถึงกับขนลุกชัน นั่นเป็นเพราะไม่เพียงแต่นางจะดุร้ายและอำมหิตเท่านั้น แต่นางยังดูเหมือนคนบ้าอีกด้วย
“ยอมรับผิดซะ ยอมรับผิดเดี๋ยวนี้ ยัยแพศยา!”
เถาเซียงอวี่กำลังนั่งทับอยู่บนหลังของซือหม่าอิ่ง ในขณะที่บังคับให้นางยอมรับผิด นางก็กระชากผมของอีกฝ่ายและโขกศีรษะลงบนพื้นของลานภารกิจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ซือหม่าอิ่งเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำ ส่วนศีรษะของนางก็โชกไปด้วยเลือดจากการถูกบังคับให้โขกศีรษะ แม้แต่ใบหน้าที่เคยงดงามหมดจดก็เต็มไปด้วยเลือดจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้
หากมองเพียงแวบเดียว นางดูน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง ทว่าแม้จะอยู่ในสภาพเช่นนั้น ซือหม่าอิ่งก็ยังคงกัดฟันแน่นและปฏิเสธที่จะเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการยอมรับผิด เสียงเดียวที่นางส่งออกมาคือเสียงร่างกายของนางที่กระทบกับพื้นดิน
ในตอนนี้ ศิษย์ของภูเขาชิงมู่หลายคนต่างพากันส่งเสียงเชียร์เถาเซียงอวี่ นั่นเป็นเพราะในขณะที่พวกเขาไม่รู้ว่าซือหม่าอิ่งเป็นใคร แต่พวกเขารู้ว่าเถาเซียงอวี่คือใคร และหลังจากได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาต่างก็หวังว่าเถาเซียงอวี่จะตบซือหม่าอิ่งให้ตาย และรู้สึกว่าสิ่งที่นางทำคือการปกป้องเกียรติของศิษย์ภูเขาชิงมู่
ทว่าก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่ไม่สามารถทนดูต่อไปได้ เพราะอย่างไรเสีย ซือหม่าอิ่งก็ยังเป็นเพียงเด็กสาวที่อายุน้อยมาก แม้ว่าผมสีแดงของนางอาจจะดูแปลกตาไปบ้าง แต่ใบหน้าของนางก็งดงามจริงๆ ทว่าตอนนี้ เด็กสาวเช่นนางกลับถูกทุบตีจนเสียโฉม ย่อมมีคนที่ทนดูไม่ได้ โดยเฉพาะศิษย์ชายที่หลงใหลในความงาม พวกเขาถึงกับรู้สึกปวดใจกับสิ่งที่เห็น
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครกล้าก้าวเข้าไปหยุดยั้งเรื่องนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะคนที่กำลังทุบตีซือหม่าอิ่งคือเถาเซียงอวี่ นานวันเข้า หลายคนเริ่มรู้สึกว่าซือหม่าอิ่งคงจะถูกทุบตีจนตาย พวกเขารู้สึกว่าเรื่องแบบนี้คือสิ่งที่เถาเซียงอวี่กล้าทำ และยิ่งไปกว่านั้นคือนางมีกำลังพอที่จะทำมันด้วย
“หยุดนะ~~~” ทันใดนั้น เสียงที่เปี่ยมไปด้วยโทสะก็ดังมาจากฟากฟ้าอันไกลโพ้น
“นี่คือ?”
เมื่อหันมองไปยังต้นเสียง หลายคนที่อยู่ที่นั่นต่างก็ตกตะลึง นั่นเป็นเพราะผู้ที่มาเยือนก็เป็นสตรีเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น สตรีผู้นี้ยังงดงามจนเรียกได้ว่าเจริญตากว่าเถาเซียงอวี่เสียอีก เพียงแต่ความโกรธแค้นที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งบนใบหน้าของสตรีผู้นี้ทำให้ฝูงชนถึงกับสั่นสะท้านแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รู้สึกหนาวก็ตาม นั่นเป็นเพราะนางกำลังแผ่ซ่านไอสังหารที่รุนแรงออกมา
“แผนกอาซูร่า? หรือว่าจะเป็น... นาง?”
“เป็นนางจริงๆ ด้วย นางคือหัวหน้าคนที่สองของแผนกอาซูร่า”
“ไป๋รั่วเฉิน นางคืออันดับเก้าในทำเนียบผู้สืบทอดชิงมู่คนปัจจุบัน ตัวตนระดับปีศาจผู้มีสายเลือดจักรพรรดิ”
ในที่สุดก็มีคนจำไป๋รั่วเฉินได้ และถึงกับประกาศด้วยตัวเองว่าไป๋รั่วเฉินเป็นหัวหน้าคนที่สองของแผนกอาซูร่าโดยที่นางยังไม่ได้อนุญาตเสียด้วยซ้ำ
“เป็นนางงั้นหรือ?” ในตอนนี้ ซือหม่าอิ่งเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นไป๋รั่วเฉิน นางก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
นางเคยคิดว่าอาจจะมีใครสักคนมาช่วยนาง ทว่านางไม่เคยคาดคิดเลยว่าคนๆ นั้นจะเป็นไป๋รั่วเฉิน เพราะอย่างไรเสีย นางก็เคยทำกิริยาที่หยาบคายและเกินกว่าเหตุต่อฉู่เฟิงและไป๋รั่วเฉินที่แดนสุขาวดีเก้าวิญญาณมาแล้ว
ตอนนี้เมื่อพวกเขากลับมาที่ภูเขาชิงมู่ และนางก็บังเอิญถูกทำให้อับอาย ไป๋รั่วเฉินควรจะสะใจกับความอัปยศของนางเสียมากกว่า แต่เหตุใดนางถึงได้มายืนตรงนี้พร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกลียดเช่นนี้?
นี่เป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้กับซือหม่าอิ่งอย่างมาก นางถึงกับรู้สึกอัศจรรย์ใจและไม่อยากจะเชื่อ ทว่าไป๋รั่วเฉินก็ก้าวออกมายืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ไม่เพียงแต่นางจะก้าวออกมาเท่านั้น แต่นางยังชี้นิ้วไปที่เถาเซียงอวี่และตะโกนด่าทอด้วยไอสังหารอันลึกล้ำว่า
“ไสหัวไป!”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.