ตอนที่ 349
349 / 1536
อ่าน 13 นาที
Chapter 349 With Angela
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 07:40
# บทที่ 349: ร่วมกับแองเจล่า
เมื่อสิ้นสุดเสียงท่วงทำนองสุดท้าย แองเจล่าก็แหวกว่ายเข้าหาชายฝั่งในทันที ร่างระหงลอยพ้นผิวน้ำพลางคืนสู่ร่างครึ่งปีศาจอันงดงาม ก่อนจะทรุดกายลงนั่งเคียงข้างชายหนุ่ม "ข้ายินดียิ่งนักที่เห็นเจ้าเพลิดเพลินกับเสียงเพลงของข้า"
"หึๆ" จางเสี่ยวหลงหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางหันไปมองนาง "ท่านแองเจล่า—"
"จุ๊ๆ!" แองเจล่ารีบหยุดคำพูดของจางเสี่ยวหลงโดยการวางนิ้วเรียวสวยลงบนริมฝีปากของเขา "เจ้าไม่จำเป็นต้องเรียกข้าเช่นนั้น เรียกชื่อข้าตรงๆ ก็พอ ข้าไม่เหมือนกับเหล่าจ้าวปีศาจตนอื่น ข้าไม่ได้ชมชอบในฐานะจ้าวปีศาจเท่าใดนัก ข้าพึงใจที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระไปกับเหล่าอสูรวารีพวกนี้มากกว่า"
นางทอดสายตามองไปที่ท้องนทีพลางกล่าวต่อ "อีกอย่าง ใช่ว่าอสูรปีศาจทุกตนจะชื่นชมการร้องเพลงของข้า พวกมันบางตนอ้างว่าเสียงของข้าทำให้พวกมันลืมเลือนตัวตนเสียสิ้น ดังนั้น ข้าจึงดีใจมากที่เห็นเจ้ามีความสุขกับบทเพลงของข้า... ว่าแต่ เจ้าชื่อเรียงเสียงใด และมาจากที่ไหนกัน?"
"ข้าเองก็รู้สึกราวกับถูกมนต์สะกดด้วยเสียงของท่าน แต่ข้าต่างจากอสูรปีศาจพวกนั้น ข้าซาบซึ้งในน้ำเสียงของท่านจริงๆ ยามที่ท่านขับขานบทเพลงนั้นออกมา" จางเสี่ยวหลงตอบพลางเอื้อมมือไปกุมมือของแองเจล่าไว้อย่างแผ่วเบา "ข้ามีนามว่าจางเสี่ยวหลง มาจากดินแดนใต้ปกครองของท่านไซกอส"
แองเจล่ารีบชักมือกลับทันควันพลางเอ่ยถามด้วยความฉงน "จางเสี่ยวหลง? เหตุใดชื่อของเจ้าจึงฟังดูแปลกหูนัก? ข้ามิเคยได้ยินชื่อเช่นนี้ในหมู่ปีศาจมาก่อนเลย"
"ฮ่าๆ" จางเสี่ยวหลงหัวเราะแห้งๆ กับคำถามนั้น ความจริงเขาก็อยากจะใช้นามอื่นเพื่อแนะนำตัวกับนาง แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป "ข้าก็มิอาจทราบได้ ท่านพ่อกับท่านแม่เป็นคนตั้งชื่อนี้ให้ข้า ข้าจึงใช้ชื่อนี้มาโดยตลอด"
"อย่างนั้นรึกระมัง" แองเจล่าพยักหน้าอย่างเข้าใจ "หากพิจารณาจากรูปลักษณ์และลำดับขั้นปีศาจของเจ้า เจ้าก็น่าจะยังเยาว์วัยมากใช่หรือไม่?"
จางเสี่ยวหลงพยักหน้ารับ "ความจริงแล้ว อีกไม่กี่วันข้าก็จะอายุครบยี่สิบปี ดังนั้น—"
"อะไรนะ! เจ้าล้อข้าเล่นกระนั้นหรือ? ระดับพลังปีศาจของเจ้าจะบรรลุถึงขั้นระดับเอิร์ลได้อย่างไร ในเมื่อเจ้ายังมีอายุไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ!" แองเจล่าอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงพลางผุดลุกขึ้นยืนในทันที
"ข้ามิได้ล้อท่านเล่น" จางเสี่ยวหลงลุกขึ้นยืนพลางทอดสายตาไปอีกทิศทางหนึ่ง พริบตานั้นร่างของเขาก็หายวับไปราวกับอากาศธาตุ ก่อนจะไปปรากฏกายเบื้องหน้าอสูรปีศาจตนหนึ่ง มือแกร่งคว้าเข้าที่ศีรษะของมันอย่างรวดเร็ว ทำเอาแองเจล่าถึงกับเบิกตากว้างด้วยความสะพรึง
แองเจล่ายิ่งตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นจางเสี่ยวหลงใช้ความสามารถ 'ดูดซับแก่นแท้' ส่งผลให้ร่างของอสูรปีศาจตนนั้นเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็วก่อนจะมลายสิ้นกลายเป็นเถ้าธุลี ชายหนุ่มกลับมาปรากฏกายข้างกายนางอีกครั้งในชั่วพริบตา "ท่านอาจจะคิดว่าความสามารถของข้าช่างโหดเหี้ยม แต่ข้าใช้เทคนิคนั้นเพื่อดูดซับแก่นแท้ของอสูรปีศาจตนอื่น และด้วยแก่นแท้เหล่านั้นเองที่ทำให้ระดับปีศาจของข้าพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว"
แองเจล่ามิได้ตอบโต้สิ่งใด นางยังคงจมอยู่ในความตื่นตะลึงกับความสามารถของเขา โดยเฉพาะวิชาเคลื่อนย้ายพริบตานั้น ดวงตาของนางจับจ้องไปที่เขาไม่วางตา เพราะก่อนหน้านี้นางเป็นเพียงปีศาจตนเดียวในพิภพตี้ยู่ที่มีพลังนี้ แต่ยามนี้กลับได้พบกับอสูรปีศาจอีกตนที่มีความสามารถทัดเทียมกับนาง
ครู่ต่อมา แองเจล่าก็เริ่มตั้งสติได้ นางเอ่ยกับจางเสี่ยวหลงว่า "ลองจับข้าให้ได้สิ"
สิ้นคำ ร่างของแองเจล่าก็เลือนหายไปจากสายตาด้วยวิชาเคลื่อนย้ายพริบตา ทว่าจางเสี่ยวหลงกลับทะยานร่างไล่ตามนางไปในทันที แองเจล่ายิ่งตระหนกเมื่อเห็นเขาสามารถติดตามนางมาได้ติดๆ แม้ระดับปีศาจของทั้งคู่จะห่างชั้นกันอย่างมาก แต่เขากลับสามารถรักษาความเร็วได้ทัดเทียม หรืออาจจะก้าวข้ามความเร็วของนางไปด้วยซ้ำ
โดยที่ทั้งคู่หารู้ไม่ว่า มีปีศาจอีกสี่ตนกำลังเฝ้ามองอยู่ห่างๆ พวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก ออซ, ไซกอส, เวอร์จิล และเอรีส ในตอนแรกจักรพรรดิปีศาจลำดับที่สองตั้งใจจะเชิญแองเจล่าให้ร่วมเดินทางไปยังอควา ดินแดนใต้ปกครองของราศีกุมภ์ เนื่องจากดินแดนของพวกเขาอยู่ใกล้กัน แต่เมื่อเห็นนางกำลังสำราญใจอยู่กับจางเสี่ยวหลง พวกเขาจึงตัดสินใจเลี่ยงไป
ท้ายที่สุด พวกเขาจึงเลือกที่จะทิ้งทั้งคู่ไว้เบื้องหลัง และมุ่งหน้าไปยังดินแดนของจ้าวปีศาจลำดับที่สิบเอ็ดเพื่อโน้มน้าวให้เขามาร่วมอุดมการณ์แทน
หลังจากที่ทั้งคู่เลียนเล่นวิ่งไล่จับและทะยานผ่านพื้นที่ต่างๆ ในพิภพตี้ยู่อยู่นาน ทั้งสองก็กลับมายังทะเลเหนืออีกครั้ง อย่างไรก็ตาม แองเจล่ากลับหอบหายใจอย่างหนักจากการใช้พลังต่อเนื่องโดยมิหยุดพัก จางเสี่ยวหลงจึงรีบเข้าไปประคองร่างนางไว้
ด้วยเหตุที่จางเสี่ยวหลงได้ปรับตัวเข้ากับฟีเจอร์แรงโน้มถ่วงระดับที่สามในมิติฝึกฝนซึ่งหนักกว่าปกติถึงแปดเท่าอย่างสมบูรณ์แล้ว แรงโน้มถ่วงในพิภพตี้ยู่จึงมิใช่ปัญหาสำหรับเขาแม้แต่น้อย เขาจึงมิต้องเสียแรงมากนักในการไล่ตามแองเจล่าให้ทัน
"แฮก... แฮก... สำหรับอสูรปีศาจที่เยาว์วัยเช่นเจ้า เจ้าช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก เสี่ยวหลง" แองเจล่าเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบากท่ามกลางเสียงหอบหายใจ "ชั่วชีวิตของข้า มิเคยมีอสูรปีศาจหรือจ้าวปีศาจตนใดสามารถไล่ตามข้าทันหากข้าใช้พลังเคลื่อนย้ายพริบตา แต่ความจริงแล้วข้ากลับพบว่ามันยากยิ่งที่จะหลบหลีกการไล่ล่าของเจ้า และเจ้าคงจับข้าได้โดยง่ายไปแล้วหากเจ้าต้องการ"
คำชมนั้นทำให้จางเสี่ยวหลงคลี่ยิ้มออกมา "ข้าฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้บรรลุถึงขั้นนี้ แองเจล่า ข้ามิได้เพียงแค่เพิ่มระดับปีศาจด้วยการดูดซับแก่นแท้เท่านั้น แต่ข้ายังเคี่ยวกรำร่างกายอย่างหนักหน่วงจนความเร็วของข้าเหนือกว่าอสูรปีศาจทั่วไป และวิชาเคลื่อนย้ายของข้าก็รวดเร็วขึ้นตามไปด้วย ความจริงแล้ว ข้ายังมีอีกหนึ่งความสามารถ และท่านจะต้องประหลาดใจแน่หากได้เห็นมัน"
"หืม?" แองเจล่ามองจางเสี่ยวหลงด้วยความฉงน "เจ้ายังเคลื่อนไหวได้เร็วกว่านี้อีกรึกระมัง? แสดงให้ข้าดูได้หรือไม่?"
"แน่นอน ข้ายังเร็วได้มากกว่านี้ และท่านไซกอสก็เคยเห็นข้าใช้มันมาหลายครั้งแล้ว" จางเสี่ยวหลงโอบเอวของแองเจล่าไว้พลางจับมือทั้งสองข้างของนางมาวางบนบ่าของเขา "เกาะข้าไว้ให้แน่นล่ะ เพราะความเร็วของข้าต่อจากนี้จะเหนือกว่าเมื่อครู่มากนัก"
แองเจล่าพยักหน้ารับพลางโอบรอบคอของเขา จางเสี่ยวหลงใช้วิชา 'เก้าย่างเมฆา' ทะยานพานางออกไปจากทะเลเหนือในทันที เพียงมินาน ทั้งสองก็มาถึงดินแดนทางใต้สุดของพิภพตี้ยู่ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลักตมกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยอสูรปีศาจนานาชนิด ทำเอาแองเจล่าถึงกับตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
จางเสี่ยวหลงคลายอ้อมกอดจากแองเจล่า นางมองไปรอบๆ บึงน้ำพลางสูดลมหายใจเข้าลึก "ความเร็วของเจ้านี่มันบ้าคลั่งชัดๆ! สองพื้นที่นี้ห่างไกลกันยิ่งนัก แต่เจ้ากลับพาน้ามาที่นี่ได้เร็วเสียจนข้าแทบมิทันกะพริบตา นี่หมายความว่าเจ้าคืออสูรปีศาจที่ว่องไวที่สุดในพิภพนี้เลยกระมัง"
"กุญแจสำคัญประการหนึ่งของการเอาชีวิตรอดคือการหลบหนี ข้าจึงจงใจขัดเกลาความเร็วของตนเอง" แองเจล่าพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา โดยเฉพาะตัวนางเองที่มักจะพึ่งพาวิชาเคลื่อนย้ายในการหลบหนีจนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจ้าวปีศาจได้
"อย่างไรก็ตาม มิใช่ว่าข้าขลาดเขลา แต่ข้ารู้ซึ้งถึงกำลังของตนดี ไม่มีทางที่ข้าจะต่อกรกับปีศาจหรืออสูรปีศาจที่ทรงพลังอย่างเจ้าได้"
"ถูกต้องแล้ว" แองเจล่าเดินไปที่ริมบึงพลางเอ่ยต่อ "การหนีมิได้หมายความว่าเราขลาดเขลา แต่มันคือการรักษาชีวิตไว้ โดยเฉพาะเมื่อเราเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเราหลายเท่า อย่างไรเสีย การมีชีวิตอยู่ย่อมดีกว่าความตายใช่หรือไม่? ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะแสร้งทำเป็นผู้กล้า เราต้องรู้จักประมาณกำลังของตน
อีกอย่าง เจ้าคงรู้อยู่แล้วว่าข้าคือจ้าวปีศาจที่อายุน้อยที่สุด และเรียกได้ว่าอ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเขาก็ว่าได้ ทว่าวิชาเคลื่อนย้ายพริบตากลับช่วยข้าได้มาก ข้าใช้มันเพื่อหลบเลี่ยงคู่ต่อสู้ในขณะที่วางแผนหาทางโค่นพวกมันลง นั่นจึงทำให้พวกเขาทั้งหมดให้การยอมรับและพาข้ามายังตำแหน่งปัจจุบันนี้
อย่างที่ข้าบอกเจ้าไป ข้ามิได้ชอบฐานะนี้ แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่น เพราะมันทำให้ชีวิตของข้าปลอดภัยขึ้น และข้ายังสามารถปกป้องเหล่าอสูรวารีตนอื่นๆ ได้ด้วย"
"ความจริงแล้ว ข้าเองก็มิได้ต่างจากท่านนัก ช่วงนี้ข้าต้องทำหลายสิ่งที่มิพึงใจเช่นกัน" จางเสี่ยวหลงเดินตามมาสมทบที่ริมบึงข้างกายแองเจล่า "บางครั้งเราก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำมัน โดยเฉพาะเมื่อมีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่เหนือการควบคุม เราจึงถูกบีบบังคับให้ต้องทำเพื่อปกป้องตนเองและคนใกล้ชิด"
แองเจล่าพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อตอบรับคำพูดนั้น ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเขาพลางตั้งคำถาม "เจ้าเคยคิดที่จะขึ้นเป็นจ้าวปีศาจ หรืออาจจะเป็นจักรพรรดิปีศาจตนต่อไปบ้างหรือไม่? แม้เจ้าจะยังเยาว์และระดับปีศาจยังอยู่ที่ระดับเอิร์ล แต่เจ้ามีความสามารถที่ยอดเยี่ยมหนุนหลังอยู่ ข้าเชื่อว่าเจ้าสามารถเป็นได้ในอนาคต"
"ฮ่าๆๆ" จางเสี่ยวหลงระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ก็เหมือนกับท่านนั่นแหละ ข้ามิมักใหญ่ใฝ่สูงในลาภยศ ข้าปรารถนาชีวิตที่อิสระเสรีมากกว่า ดังนั้นข้าจึงมิสนใจที่จะเป็นจ้าวปีศาจ ยิ่งตำแหน่งจักรพรรดิปีศาจนั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะทั้งสองอย่างล้วนน่ารำคาญสิ้นดี"
"ฮ่าๆๆ! เจ้านี่วาจาโผงผางนักนะ รู้ตัวหรือไม่?" แองเจล่าหัวเราะร่า "แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็ชอบเจ้านะ ข้ามิเคยรู้สึกมีความสุขเช่นนี้มาก่อนเลย นับตั้งแต่จักรพรรดิปีศาจลำดับที่สองหายตัวไป สถานการณ์ในพิภพนี้ย่ำแย่ลงมากเพราะการหายตัวไปของเขา ปีศาจและอสูรปีศาจมากมายต้องทนทุกข์ทรมาน เพราะจ้าวปีศาจสี่ตนในหมู่พวกเราทะเยอทะยานเหลือเกินที่ต้องการจะเป็นจักรพรรดิปีศาจคนใหม่
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังคงพยายามตามหา 'เมล็ดพันธุ์ลอร์ดปีศาจ' ทั้งสิบที่จักรพรรดิปีศาจตนแรกทิ้งไว้ และข่มเหงผู้ที่ถูกสงสัยว่าค้นพบพวกมัน อย่างเช่นพวกดรายแอด"
จางเสี่ยวหลงจึงเอ่ยถามแองเจล่า "นั่นคือเหตุผลที่ท่านเห็นชอบกับท่านไซกอสใช่หรือไม่?"
"เอ๊ะ?" แองเจล่าชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความแปลกใจ "ตาแกไซกอสบอกเรื่องแผนการของเขาให้เจ้าฟังงั้นรึ?"
"ใช่" จางเสี่ยวหลงพยักหน้า "ท่านไซกอสล่วงรู้ความสามารถอื่นของข้าหลายอย่าง และเขาขอให้ข้าร่วมมือในการสืบสวนบางเรื่อง เขาจึงอธิบายเรื่องราวให้ข้าฟังค่อนข้างมาก จนถึงตอนนี้ ข้ารู้ว่าท่าน ท่านเอรีส และท่านเวอร์จิลได้ตกลงเข้าร่วมกับเขาแล้ว ทว่าเขายังคงต้องพยายามโน้มน้าวจ้าวปีศาจตนอื่นที่เหลือ ยกเว้นสี่ตนนั้น เพราะเขาสงสัยว่าพวกมันคือคนทรยศ"
แองเจล่าถอนหายใจยาวพลางพยักหน้าเห็นด้วย "เจ้าพูดถูกเรื่องฝาแฝดอามาลุส, ทอรี, ลีโอ และอัฟรอส ข้าเชื่อมาเสมอว่าพวกมันคือคนทรยศ พวกมันคอยข่มเหงปีศาจและอสูรปีศาจตนอื่นอยู่เสมอ แม้แต่อสูรวารีจำนวนมากก็ต้องสังเวยชีวิตด้วยน้ำมือของกองกำลังพวกมัน นั่นคือเหตุผลที่ข้ามิเคยชอบพวกมันเลย
ทันทีที่ตาแก่ไซกอสอธิบายแผนการให้ข้าฟัง ข้าก็ตอบตกลงทันที... ว่าแต่ เจ้าอยากจะไปเยี่ยมชมดินแดนของข้าบ้างหรือไม่? ข้ายังอยากสนทนากับเจ้าต่อ แต่ข้าต้องกลับตอนนี้แล้ว"
"น่าเสียดายที่วันนี้ข้ามิมิอาจไปดินแดนของท่านได้ เพราะยังมีธุระบางอย่างที่ยังจัดการมิเสร็จสิ้น ข้าจึงต้องไปสะสางให้เรียบร้อยก่อน" แองเจล่าแสดงสีหน้าผิดหวังเมื่อได้ยินคำตอบนั้น "อย่างไรก็ตาม พรุ่งนี้ข้ามีเวลาเหลือเฟือ ข้าจะมุ่งหน้าไปยังดินแดนของท่านโดยตรง"
"จริงรึ?" แองเจล่าเอ่ยถามด้วยแววตาเป็นประกาย และจางเสี่ยวหลงก็พยักหน้ายืนยัน "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะรอเจ้าที่ดินแดนของข้า พรุ่งนี้เจ้าจงมาที่นั่นโดยตรงเถิด แล้วเราค่อยคุยกันต่อที่นั่น"
หลังจากที่ทั้งคู่กล่าวคำอำลา แองเจล่าก็ใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตากลับไปยังดินแดนของนาง ส่วนจางเสี่ยวหลงนั้นตั้งใจจะไปที่ป่าดรายแอดเพื่อดูอาการของฉือจงกั๋วและปาสือเซียง แต่ทันใดนั้นเขากลับเหลือบไปเห็นฝูงปีศาจที่มีรูปร่างคล้าย 'กัปปะ'
'เห้! ข้าจะฆ่าปีศาจตัวนี้แล้วเอาเนื้อของมันให้เจ้านั่นกินเสีย เมื่อมันกลายร่างเป็นปีศาจตนนี้ เมียของมันคงจะกรีดร้องจนคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นสภาพสามีของตนเอง'
สิ้นความคิด จางเสี่ยวหลงก็เรียก 'กระบี่สยบปีศาจ' ออกมา ปลิดชีพปีศาจตนนั้นในทันที จากนั้นเขาจึงเริ่มถลกหนังของมันออกจนเหลือเพียงเนื้อหนัง ก่อนจะรีบเก็บมันเข้าสู่ช่องเก็บของในระบบ
สำหรับปาสือเซียงนั้น จางเสี่ยวหลงพยายามมองหาอสูรปีศาจที่เหมาะสมเพื่อเก็บเกี่ยวเนื้อของมัน และมอบให้เขาในภายหลัง
[มาสเตอร์ เหตุใดท่านไม่ใช้อสูรปีศาจทางทิศตะวันออกนั่นสำหรับปาสือเซียงล่ะคะ? แม้ระดับปีศาจของมันจะต่ำ แต่มันดูน่าสนใจดีนะคะ]
"หืม?" จางเสี่ยวหลงหันไปมองตามทิศทางที่เม่ยชี้ไป เขาเห็นอสูรปีศาจที่มีลักษณะคล้ายหงส์ดำ ทว่ามันสามารถยืนและเดินได้เหมือนมนุษย์ ขนสีดำของมันช่างงดงามแม้มันจะอาศัยอยู่ในปลักตมก็ตาม "ข้าว่าเจ้าพูดถูก อสูรปีศาจตัวนี้ชะตาต้องกันกับปาสือเซียงยิ่งนัก"
จางเสี่ยวหลงมิต้องคิดซ้ำ เขาโคจรพลังธาตุแสงเข้าสู่กระบี่สยบปีศาจและเข้าจู่โจมอสูรปีศาจตนนั้นโดยตรง มันมิอาจขัดขืนได้แม้แต่น้อย เขาจึงรีบถลกหนังของมันในทันทีหลังจากที่สังหารมันลง
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น จางเสี่ยวหลงก็มุ่งหน้าไปยังป่าดรายแอดเพื่อพบกับลิลเลีย เขาซื้อมอบเนื้อของอสูรปีศาจทั้งสองตนให้แก่นาง "เจ้าจะมอบสิ่งนี้ให้แก่สองมนุษย์นั่นงั้นรึ? ด้วยปริมาณเนื้อขนาดนี้ คงใช้เวลาไม่นานหรอกที่พวกเขาจะกลายร่างเป็นปีศาจ"
"ใช่ เจ้าช่วยให้ลูกน้องของเจ้านำเนื้อพวกนี้ไปให้พวกเขาทั้งคู่ที" ลิลเลียพยักหน้าเห็นด้วยพลางเรียกสมาชิกในเผ่าของนางมาคนหนึ่ง ก่อนที่จางเสี่ยวหลงจะเอ่ยกับนางว่า "อย่างไรก็ตาม ข้าจะพาทุกคนเข้าสู่การเก็บตัวฝึกฝนอีกครั้ง และเราจะทำเช่นนี้ไปอีกสักพักใหญ่ ข้าจึงอยากให้เจ้าร่วมทางไปกับเราด้วย"
"ตกลง" ลิลเลียตอบรับคำขอของจางเสี่ยวหลงโดยมิลังเล เพราะนางยังคงต้องการความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์ของนาง และเขาก็เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถช่วยเหลือนางในเรื่องนี้ได้ "เจ้าจะพาข้าไปเมื่อไหร่ล่ะ?"
"ตอนนี้เลย"
หลังจากนั้น ลิลเลียจึงเรียกสมาชิกในเผ่าของนางมาหลายตนเพื่อสั่งการบางอย่าง จางเสี่ยวหลงจึงส่งนางเข้าไปยังมิติฝึกฝนในทันที ก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปยังพิภพหยกเวหาเพื่อพบกับบรรดาทาสของเขา
เมื่อเขาไปถึงที่นั่น ผางหงและผางกุ่ยต่างก็มารอพบเขาอยู่แล้ว แต่จางเสี่ยวหลงยังมิได้พูดคุยกับพวกเขาในทันที เขาเลือกที่จะทำภารกิจประจำวันให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.