ตอนที่ 407
407 / 1536
อ่าน 13 นาที
Chapter 407 A Black Key
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 07:46
บทที่ 407: กุญแจสีดำ
ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจประจำวัน เฟลเทียหาได้รุดหน้ากลับไปยังปราสาททมิฬของเออร์ซูลาในทันทีไม่ แต่เขากลับมุ่งหน้าสู่ ‘หุบเหวแห่งความตายอันเป็นนิรันดร์’ (Endless Death) ด้วยหัวใจที่ยังคงจดจ่ออยู่กับภารกิจการตามหาของล้ำค่าที่สาบสูญ
ก่อนหน้านี้ แอชเร็ธเคยบอกแก่เขาว่ามีของล้ำค่าสองชิ้นที่หายไปในเขตปกครองย่อยของแฝดอามาริส ชิ้นหนึ่งถูกเก็บงำไว้ในปราสาททมิฬ ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นลูกแก้วของเออร์ซูลา ทว่ามันกลับไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ภารกิจลุล่วง ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจดิ่งพสุธาสู่หุบเหวแห่งความตาย เพราะนางเคยเปรยไว้ว่าของล้ำค่าชิ้นที่สองซ่อนอยู่ที่นั่น และเขามั่นใจว่ามันต้องอยู่ในเงื้อมมือของธาร์นอน
เมื่อเคยเผชิญหน้ากับธาร์นอนมาแล้วครั้งหนึ่ง ความหวาดหวั่นต่อหุบเหวลึกจึงมลายหายไป เฟลเทียโผบินลงสู่ก้นบึ้งอันมืดมิดในทันที ถึงกระนั้นเขาก็ระมัดระวังที่จะไม่ใช้ธาตุแสง เพราะรู้ดีว่าสัตว์อสูรปีศาจโบราณเกลียดชังมันยิ่งนัก เขาจึงเลือกจุดไฟแห่งธาตุอัคคีเพื่อส่องสว่างนำทางแทน
“หืม?” ธาร์นอนเงยหน้าขึ้นมองในฉับพลันที่สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ “เหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่อีก มนุษย์เอ๋ย?”
“ธาร์นอน ข้ามาเพื่อสอบถามเรื่องของล้ำค่า และข้าเชื่อว่าตอนนี้มันอยู่กับเจ้า” เฟลเทียกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าคำพูดนั้นกลับทำให้ธาร์นอนขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ “ข้ามิได้มีเจตนาจะชิงมันมาจากเจ้า เพราะมันมิได้มีประโยชน์อันใดต่อข้านัก เพียงแต่มีบางสิ่งที่ข้ามิอาจอธิบายให้เจ้าฟังได้ในตอนนี้ ข้าจึงหวังเพียงว่าเจ้าจะยอมให้ข้ายลโฉมมันสักครั้ง”
ธาร์นอนพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพ่นสิ่งหนึ่งออกมาจากปาก มันคือกุญแจสีดำสนิทเล่มหนึ่ง และในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในห้วงสำนึกของเฟลเทียทันที
===
[ติ้ง!]
[ภารกิจ: ตามหาของล้ำค่าที่สาบสูญ]
[ระดับภารกิจ: ปานกลาง]
[สถานะ: สำเร็จ]
[รางวัล: กล่องของขวัญระดับกลาง x1 ถูกส่งไปยังคลังเก็บของแล้ว]
===
[ติ้ง!]
[ภารกิจ: ตามหาหนึ่งในสิบเมล็ดพันธุ์เจ้าแห่งปีศาจ]
[ระดับภารกิจ: ปานกลาง]
[รางวัล: กล่องของขวัญระดับกลาง x1]
===
‘หนึ่งในเมล็ดพันธุ์เจ้าแห่งปีศาจงั้นหรือ?’ เฟลเทียพึมพำพลางขมวดคิ้ว ‘ลิลเลียหาเจอหนึ่งเมล็ดโดยบังเอิญ ขณะที่เหล่าผู้ปกครองแดนปีศาจพยายามพลิกแผ่นดินหาเมล็ดที่เหลือกลับไม่พบร่องรอย ทว่าระบบกลับมอบหมายภารกิจเช่นนี้ให้ข้า’
[นายท่าน ลิลเลียครอบครองหนึ่งในสิบเมล็ดพันธุ์ได้แม้ว่านางจะไร้ซึ่งความปรารถนาหรือความพยายามที่จะตามหามัน เช่นนั้นท่านก็มิจำเป็นต้องกังวลไป บางทีเมล็ดพันธุ์ที่เหลืออาจจะเป็นฝ่ายเรียกหาท่านเองในภายหลัง]
“นั่นสินะ เจ้าพูดถูก” เฟลเทียรับกุญแจมาพลางเอ่ยถามธาร์นอน “กุญแจสีดำนี่คืออะไรกันแน่? เหตุใดจึงถูกนับว่าเป็นของล้ำค่าที่สาบสูญ?”
ธาร์นอนลอบถอนหายใจยาว “ตามตรงนะ ข้าเองก็มิอาจล่วงรู้ถึงประโยชน์ของกุญแจเล่มนี้ เจ้าแห่งปีศาจรุ่นแรกมอบมันให้แก่ข้าก่อนที่เขาจะหายสาบสูญไป โดยไร้ซึ่งคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น”
“นับตั้งแต่นั้นมา ข้าพยายามเสาะแสวงหาไปทั่วทั้งดินแดนเพื่อหาสถานที่ที่กุญแจเล่มนี้จะเปิดออกได้ ทว่ากลับไม่พบที่ใดเลย สุดท้ายข้าจึงล้มเลิกความตั้งใจและเก็บซ่อนมันไว้ในร่างกายของข้าเรื่อยมา”
“เจ้าแห่งปีศาจรุ่นแรกงั้นหรือ?” เฟลเทียทวนคำ ขณะที่ธาร์นอนพยักหน้ายืนยัน “เจ้าเคยลองตรวจสอบที่ปราสาทโบราณหรือยัง? ในเมื่อปราสาทแห่งนั้นเคยเป็นที่พำนักดั้งเดิมของเขา ข้าคิดว่ากุญแจนี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับที่นั่นเป็นแน่”
“ข้าสำรวจทุกซอกทุกมุมของปราสาทโบราณแล้ว แต่กลับไม่พบสิ่งใดเลย” คำตอบของธาร์นอนทำให้เฟลเทียจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด เขาค่อนข้างมั่นใจว่ากุญแจสีดำเล่มนี้ต้องใช้เปิดสถานที่บางแห่งใน ‘แดนดิยวี่’ (Diyu Realm) อย่างแน่นอน
“ความจริงแล้ว ข้ามิมอบกุญแจนี้ให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น แม้แต่ออซก็ตาม แต่ข้าคิดว่าการเก็บไว้กับตัวก็รังแต่จะเปล่าประโยชน์ และความลับของมันคงไม่มีวันถูกคลี่คลาย ข้าไม่รู้ว่าเจ้าล่วงรู้ได้อย่างไรว่ามันอยู่ที่ข้า แต่เห็นได้ชัดว่าเจ้ามิใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาสามัญด้วยตัวตนทั้งสามที่เจ้าครอบครอง บางทีเจ้าอาจจะเป็นผู้ไขปริศนานี้ได้ ดังนั้นจงรับมันไปเสียเถิด”
“อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าไขปริศนาได้แล้ว ข้าต้องการให้เจ้าบอกผลลัพธ์แก่ข้า และจงพาข้าไปยังสถานที่แห่งนั้นด้วย”
“ตกลง ข้าจะพยายามไขปริศนาเบื้องหลังกุญแจเล่มนี้ให้ได้ และจะพาเจ้าไปยังที่นั่นทันทีที่ความลับถูกเปิดเผย” เฟลเทียรับปากก่อนจะถามต่อ “แล้วเจ้าเคยพยายามตามหาหนึ่งในสิบเมล็ดพันธุ์เจ้าแห่งปีศาจบ้างหรือไม่?”
“ไม่เลย” ธาร์นอนส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “สิบเมล็ดพันธุ์นั้นเป็นสมบัติของนายข้า ส่วนข้าเป็นเพียงสัตว์พาหนะ มิบังควรจะครอบครองสิ่งใด อีกประการหนึ่ง เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นมิใช่สิ่งของไร้ชีวิต ทว่าพวกมันมีเจตจำนงเป็นของตนเอง แม้แต่เจ้าแห่งปีศาจรุ่นแรกยังมิเคยออกตามหาพวกมัน แต่เป็นพวกมันเองที่เรียกหาเขา ดังนั้นข้าจึงคิดว่ามันเป็นการเสียเวลาเปล่าหากจะดิ้นรนตามหา”
เฟลเทียพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเก็บกุญแจสีดำเข้าสู่คลังเก็บของระบบ ‘เหม่ย ลองวิเคราะห์กุญแจเล่มนี้ดู และข้าต้องการให้เจ้าตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมดของแดนดิยวี่ใหม่อีกครั้ง’
[รับทราบค่ะ นายท่าน]
“ข้าขอลาตรงนี้ก่อนนะ ตาเฒ่าปีศาจ” หลังจากธาร์นอนพยักหน้าให้ เฟลเทียก็ทะยานร่างบินออกจากหุบเหวในทันที
อสูรปีศาจโบราณจ้องมองแผ่นหลังของเฟลเทียจนเขาลับสายตาไป ก่อนจะขดตัวลงก้นหุบเหวตามเดิม ‘นายท่าน... เห็นจะมีเพียงมนุษย์ผู้นี้เท่านั้นที่คู่ควรจะสืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิปีศาจแห่งดินแดนนี้แทนท่าน ข้าพร้อมจะถวายความจงรักภักดีต่อเขา หากเพียงเขาปรารถนาจะขึ้นเป็นผู้ปกครอง’
‘ทว่าช่างน่าเสียดายที่เขาไร้ซึ่งความทะเยอทะยานที่จะนำพาโลกใบนี้ ทะเยอทะยานของเขานั้นมุ่งสู่ดินแดนที่ห่างไกลออกไปยิ่งกว่านัก เช่นนั้นข้าจะรอคอยอยู่ที่นี่ต่อไป จนกว่าจะมีผู้ที่คู่ควรคนอื่นปรากฏกายขึ้น’
หลังจากก้าวพ้นหุบเหวแห่งความตาย เฟลเทียก็เร่งรุดออกจากเขตปกครองย่อยของแฝดอามาริส มุ่งหน้าสู่เขตของทอรัส เนื่องจากออซเคยบอกนางว่ารังของปีศาจค็อกคาทริซ (Cockatrice) ที่บ้าคลั่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขตนั้น ในเมื่อปีศาจตนนั้นมีระดับเพียง ‘มาร์ควิส’ และนางเองก็บรรลุถึงระดับนั้นแล้ว การจัดการกับมันย่อมมิใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรง
.
.
.
ขณะเดียวกัน จางเสี่ยวหลงในร่างจิ้งจอกทมิฬหนึ่งหาง—ซึ่งเขาจงใจใช้ร่างนี้เพื่อมิให้เป็นที่สังเกตในแดนปรโลก เพราะการใช้ร่างจิ้งจอกขาวห้าหางคงจะดูประหลาดพิลึก—ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังแผนที่ มองดูชื่อของ ‘ซ่างกวงหมิง’ ที่กำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้ภูมิภาคตะวันออกเข้ามาทุกที
นอกเหนือจากนั้น เขายังคงดูดซับกลิ่นอายปีศาจในดินแดนแห่งนี้อย่างต่อเนื่องตามคำสั่งสอนของอาร์บีโอลา ‘เหม่ย เปิดกล่องของขวัญระดับกลางเสีย’
[รับทราบค่ะ]
{ท่านได้รับ: โซ่เพลิงอเวจี x1}
[โซ่เพลิงอเวจี: โซ่ตรวนที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนแรงที่สุดจากขุมนรก สามารถพันธนาการสิ่งมีชีวิตทุกชนิดและแผดเผาจนมอดไหม้เป็นจล ระดับ: ปฐพี]
‘หืม?’ จางเสี่ยวหลงเลิกคิ้วเล็กน้อย ‘พันธนาการและเผาผลาญทุกสรรพสิ่งงั้นหรือ? ฟังดูน่าเกรงขามมิน้อย แต่ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะใช้ได้ผลกับผู้ฝึกตนในเจ็ดแดนทิพย์อย่างซ่างกวงหมิง’
‘ทว่า สำหรับพวกที่อยู่ระดับสิบแดนมนุษย์เหมือนข้าล่ะก็ไม่แน่ ไว้วันหลังตอนกลับไปยังแดนหยกนภาค่อยหาโอกาสทดลองใช้ดูแล้วกัน’
จางเสี่ยวหลงเงยหน้าขึ้นมองอาร์บีโอลา “ตาเฒ่า ตัวตนของจักรพรรดิปีศาจคนปัจจุบันคือใครกันแน่? เหตุใดข้าถึงสะกดรอยตามเขาไม่ได้เลย?”
“นับตั้งแต่เจ้าแห่งปีศาจรุ่นแรกเป็นต้นมา พวกเขาใช้ชื่อ ‘อาซารอธ’ มาโดยตลอด และจักรพรรดิคนปัจจุบันเดิมทีก็ใช้ชื่อว่า อาซารอธที่หก” จางเสี่ยวหลงประหลาดใจมิน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น “ทว่า จู่ๆ เขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ และประกาศว่าชื่อใหม่ของเขาคือสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยใหม่ของดินแดนนี้ ตอนนี้เขาใช้ชื่อว่า ออซที่หนึ่ง และ—”
“เจ้าพูดจริงหรือ!” จางเสี่ยวหลงโพล่งขึ้นเสียงสูงพร้อมจ้องมองอาร์บีโอลาด้วยแววตาตื่นตะลึง จนปีศาจต้นไม้เฒ่าถึงกับงุนงง “อย่างที่เจ้าล่วงรู้ แองเจล่าและคนอื่นๆ มาจากแดนปีศาจในโลกเบื้องล่าง และออซที่หนึ่งคือจักรพรรดิปีศาจจากแดนดิยวี่ ทว่าเขาสาบสูญไปจากดินแดนนั้นเมื่อหลายพันปีก่อนด้วยน้ำมือของคนสนิท”
“ตามความทรงจำของอามาริสขาว นางใช้ของวิเศษกับเขา ส่งเขาไปยังดินแดนอื่นอย่างสุ่มเสี่ยง นับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครพบร่องรอยของเขาอีกเลย แม้แต่จักรพรรดิปีศาจองค์ปัจจุบันอย่างออซที่สองก็ตาม”
อาร์บีโอลานิ่งเงียบไปหลังฟังคำอธิบายของจางเสี่ยวหลง ความคิดที่ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดอาจเกี่ยวพันกันเริ่มผุดขึ้นในใจ ปีศาจต้นไม้เฒ่าทอดสายตามองไปยังใจกลางดินแดน มุ่งตรงไปยังป่ามรณะ
“จะบอกความจริงให้เจ้ารู้ สิ่งมีชีวิตลึกลับตนนั้นถูกผนึกไว้ในป่าแห่งนั้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่จักรพรรดิคนปัจจุบันประกาศชื่อใหม่ของตน จากนั้นเขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและคำสั่งต่างๆ ในดินแดนนี้อย่างสิ้นเชิง ในตอนนั้นไม่มีปีศาจตนใดกล้าตั้งคำถาม เพราะรูปลักษณ์และใบหน้าของเขาหาได้ต่างไปจากเดิมไม่”
“ทว่า พลังและกลิ่นอายปีศาจของเขากลับกล้าแกร่งขึ้นมหาศาล เขาสำแดงแสนยานุภาพด้วยการกำจัดปีศาจเก่าแก่ไปหลายตน หากคำอธิบายของเจ้าถูกต้อง ข้าเกรงว่าเขาจะเป็นตัวปลอมที่ถูกมนุษย์สองตนนั้นนำพามายังดินแดนนี้ และพวกเขาก็ผนึกจักรพรรดิปีศาจตัวจริงไว้ในป่าแห่งนั้น”
‘หืม?’ จางเสี่ยวหลงเฝ้าสังเกตใจกลางป่ามรณะจากแผนที่ทันที แต่จุดสีแดงยังคงไม่แสดงข้อมูลใดๆ ‘เหม่ย เจ้าคิดว่าข้อสันนิษฐานของอาร์บีโอลาถูกต้องหรือไม่?’
[นายท่าน เรื่องนี้ดูประหลาดเกินกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ ทั้งสองสิ่งอาจเกี่ยวข้องกันจริงๆ ท่านจะสืบหาความจริงได้ก็ต่อเมื่อไปยังนครจักรพรรดิปีศาจเท่านั้น ทว่าตอนนี้ท่านยังมิควรไปที่นั่น เพราะเหล่าปีศาจที่นั่นแข็งแกร่งเกินไป แม้แต่อาร์บีโอลาก็มิอาจปกป้องท่านได้]
[บางทีท่านอาจใช้ช่องทางอื่นในการสืบเรื่องนี้ นั่นคือการสร้างสายสัมพันธ์กับซ่างกวงหมิง ทว่าเขานั้นแข็งแกร่งเกินไป ท่านต้องระแวดระวังให้จงหนัก มิเช่นนั้นหากเขาเกิดสงสัยขึ้นมา ท่านอาจถูกสังหารได้ในชั่วพริบตา]
จางเสี่ยวหลงย่อมเข้าใจเรื่องนั้นดี “ตาเฒ่า ข้าอยากให้เจ้าสั่งการปีศาจต้นไม้ทุุกต้นในนครจักรพรรดิปีศาจให้ขุดคุ้ยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับจักรพรรดิปีศาจคนปัจจุบัน ส่วนข้าจะหาทางสืบเรื่องตัวตนที่แท้จริงของเขาด้วยวิธีอื่น แต่เรื่องนี้คงเร่งรีบมิได้ ต้องใช้เวลาเสียหน่อย”
“ตกลง” อาร์บีโอลาพยักหน้าเห็นพ้อง และสั่งการเหล่าปีศาจต้นไม้ในนครจักรพรรดิในทันที เพราะนี่คือหนทางเดียวที่พวกเขาทำได้ในยามนี้
จางเสี่ยวหลงเอ่ยถามต่อ “ตาเฒ่า เจ้าพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับ ‘ต้นไม้ปีศาจโลหิต’ (Blood Demon Tree) บ้างไหม?”
“หืม?” อาร์บีโอลาจ้องมองจางเสี่ยวหลง ซึ่งเขาก็ได้อธิบายถึงต้นไม้ปีศาจโลหิตทั้งห้าต้นที่พบในแดนหยกนภา “ต้นไม้ปีศาจโลหิตนั้นหาได้มีจิตสำนึกเช่นข้าหรือปีศาจต้นไม้อื่นไม่ และห้าต้นที่เจ้าพบนั่นเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ ของต้นดั้งเดิมเท่านั้น”
“ต้นดั้งเดิมนั้นหยั่งรากลึกอยู่ใต้นครจักรพรรดิปีศาจ มีเพียงจักรพรรดิเท่านั้นที่เข้าไปที่นั่นได้ ทว่าในช่วงปีหลังมานี้ เขาอนุญาตให้เหล่าปีศาจระดับสูงเข้าไปดูดซับกลิ่นอายมรณะจากต้นไม้นั้น ส่งผลให้พลังปีศาจของพวกมันพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ความจริงแล้วต้นไม้นั้นมิใช่ปีศาจต้นไม้ของดินแดนนี้หรอก แต่มนุษย์สองตนนั้นนำพามันมาจากดินแดนอื่น”
“อย่างนี้นี่เอง ปีศาจระดับสูงพวกนั้นเลยใช้กลิ่นอายมรณะจากต้นไม้ปีศาจโลหิตเพิ่มพูนพลังสินะ” อาร์บีโอลาพยักหน้า “ความจริงข้าเองก็ดูดซับกลิ่นอายนั่นไปมิน้อย แต่พลังปีศาจกลับไม่เพิ่มขึ้นเลย ข้าจึงรู้สึกประหลาดใจนัก”
“นั่นก็น่าแปลก” อาร์บีโอลานิ่งคิดจนกระทั่งนึกบางอย่างออก “เจ้าหนู แม้เจ้าจะเป็นอินคิวบัสสายเลือดบริสุทธิ์ แต่เจ้าก็มีตัวตนอื่นอีก อีกทั้งร่างจิ้งจอกของเจ้ายังมีพลังแห่งแสงที่บริสุทธิ์และกล้าแกร่ง ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับความมืดมิด ข้าคิดว่าพลังแสงนั้นคงชำระล้างกลิ่นอายปีศาจไปจนสิ้น ทำให้เจ้ามิอาจใช้มันเสริมพลังได้”
จางเสี่ยวหลงลอบถอนหายใจยาว เพราะเขากับเหม่ยก็เคยคาดเดาไว้เช่นนี้เหมือนกัน “หากข้าใช้มันเสริมพลังได้ ข้าคงแข็งแกร่งกว่านี้ไปนานแล้ว”
“ฮ่าฮ่าฮ่า” อาร์บีโอลาหัวเราะร่า “เจ้าหนู อย่าได้เสียใจกับเรื่องเล็กน้อยเพียงนั้นเลย เจ้าอาจจะใช้กลิ่นอายปีศาจไม่ได้ แต่เจ้าก็ครอบครองสิ่งล้ำค่าเหนือสามัญตั้งมากมายมิใช่หรือ จงใช้สิ่งเหล่านั้นพัฒนาตนเองเสียเถิด”
“ก็นั่นสินะ” ทันใดนั้น จางเสี่ยวหลงก็เอ่ยเตือนอาร์บีโอลา “ตาเฒ่า เจ้านั่นมาถึงภูมิภาคตะวันออกแล้ว ดูเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปีศาจอันทรงพลังของเจ้า และเขากำลังมุ่งหน้ามาที่นี่!”
อาร์บีโอลาพยักหน้าขรึม แจ้งเตือนปีศาจต้นไม้ทั่ว ‘ป่าม่านวิญญาณ’ (Ghostveil Forest) ให้เตรียมพร้อม ขณะที่จางเสี่ยวหลงเองก็เตรียมใจรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
เพียงไม่กี่อึดใจ ซ่างกวงหมิงก็ร่อนลงสู่พื้นดินเบื้องหน้าของพวกเขา เขาหาได้เอ่ยปากในทันที ทว่ากลับแผ่พุ่งสัมผัสตรวจสอบไปทั่วทั้งผืนป่า น่าเสียดายที่เขาไม่พบสิ่งใดนอกจากเหล่าปีศาจ แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักด้วยความประหลาดใจเมื่อสัมผัสได้ถึงระดับพลังของจางเสี่ยวหลง ‘ปีศาจจิ้งจอกระดับแดนวิญญาณงั้นหรือ?’
‘หรือว่าพวกจิ้งจอกสวรรค์จะมาที่นี่เพื่อล่าอสูรปีศาจที่อ่อนแอเช่นนี้?’ “เฮ้ย! เจ้าเห็นสุนัขจิ้งจอกสีขาวแถวนี้บ้างหรือไม่?”
“ไม่เลย” อาร์บีโอลาตอบพลางส่ายหน้า “ข้ามิมิอาจละไปจากป่าแห่งนี้ได้ จึงมิเคยเห็นสุนัขจิ้งจอกขาวที่เจ้าว่า แต่ข้าล่วงรู้ถึงการมาของพวกมันจากปีศาจต้นไม้ตนอื่น พวกมันมาที่นี่เพื่อล่าจิ้งจอกดำตัวน้อยนี่ และข้าก็ให้การคุ้มครองเขาเพราะเขาเป็นปีศาจจิ้งจอกเหมือนกัน”
“หืม?” ซ่างกวงหมิงขมวดคิ้ว เขาเดินเข้าใกล้จางเสี่ยวหลงก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้า “เจ้าฟังข้ารู้เรื่องใช่ไหม? เจ้ามาจากไหน? ความสัมพันธ์ของเจ้ากับพวกจิ้งจอกสวรรค์นั่นคืออะไรกันแน่? เหตุใดพวกมันต้องไล่ล่าปีศาจจิ้งจอกที่อ่อนแอเช่นเจ้า?”
“พวกมันถึงกับยอมเสี่ยงอันตรายจากกลิ่นอายปีศาจในดินแดนนี้เพียงเพื่อจะจับตัวเจ้า ข้ามั่นใจว่าเจ้าต้องมิใช่ปีศาจจิ้งจอกธรรมดาอย่างแน่นอน”
‘เหม่ย ข้าควรตอบเจ้านี่อย่างไรดี? ข้าควรบอกอะไรเขาดี? ข้าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแดนกลางหรือแดนเบื้องบนเลย ข้าไม่รู้จะเริ่มตรงไหนแล้ว!’ จางเสี่ยวหลงเอ่ยถาม AI ในใจ พลางชำเลืองมองซ่างกวงหมิงด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความกังวล
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.