ตอนที่ 679
679 / 1536
อ่าน 15 นาที
Chapter 679: Recruit A New Cook
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 08:14
**บทที่ 679: รับสมัครพ่อครัวใหม่**
ภายหลังจากที่จางเฟยได้ส่งอวี้เหอกลับมายังร้านค้า นางก็ไม่รอช้าที่จะแจ้งข่าวคราวการค้นพบสำคัญในเมืองใต้บาดาลให้โอลิเวอร์และคนอื่นๆ ทราบทันที อวี้เหอใช้วิธีส่งผ่านกระแสจิตสื่อสาร เนื่องจากภายในร้านยังคงเนืองแน่นไปด้วยลูกค้า และเรื่องราวการมีอยู่ของจิ้งจอกดำสิบหางนั้นช่างน่าตื่นตระหนกจนสร้างความสั่นสะท้านให้แก่พวกเขาทุกคน
“จางเฟยพอจะจัดการกับวิญญาณชั่วร้ายนั่นได้หรือไม่?” โอลิเวอร์เอ่ยถามด้วยความกังวล
อวี้เหอส่ายหน้าช้าๆ “จางเฟยบอกว่าเขาต้องรอให้พลังวิญญาณบรรลุถึงระดับวิญญาณเทพเสียก่อน จึงจะสามารถดูดซับวิญญาณชั่วร้ายนั่นได้ เพราะในยามนี้มันแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะรับมือไหว พวกท่านคิดว่าเราควรทำอย่างไรต่อไป?”
“ข้าเห็นว่าเจ้าควรกลับไปยังเมืองใต้บาดาลเพื่อเฝ้าระวังด้วยตนเอง” อวี้เหอหันไปกล่าวกับซาบีน่า “ข้าเกรงว่าพวกจิ้งจอกสวรรค์อาจจะข้ามมิติมายังดินแดนแห่งนี้ในวันใดวันหนึ่ง และพวกมันอาจสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของวิญญาณชั่วร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกมันเป็นทายาทสายตรงของจิ้งจอกสิบหาง ยิ่งไปกว่านั้น จางเฟยยังเตือนว่าพวกมันอาจปลดปล่อยวิญญาณชั่วร้ายให้เป็นอิสระได้ หากเป็นเช่นนั้นสถานการณ์จะเลวร้ายจนเกินควบคุม”
“ข้าเห็นพ้องกับซาบีน่า” กราเวียร์พยักหน้าเห็นด้วย “ช่างน่าเสียดายที่พวกเราไม่ใช่เผ่าพันธุ์แห่งวารีเช่นเจ้า จึงมิอาจลงไปยังเมืองใต้บาดาลเพื่อปกปักษ์สถานที่แห่งนั้นได้ ดังนั้นพวกเราคงต้องฝากความหวังไว้ที่เจ้าในการเฝ้าสังเกตการณ์และรายงานความผิดปกติให้พวกเราทราบทันที”
เพอร์ซิกซ์และพรรคพวกคนอื่นๆ ต่างเห็นชอบ อวี้เหอจึงพยักหน้ารับคำ “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะกลับไปยังเมืองใต้บาดาลเดี๋ยวนี้ หากเกิดเหตุอันใดขึ้น ข้าจะรีบแจ้งให้พวกท่านทราบทันที”
.
.
ในขณะเดียวกัน จางเฟยได้เดินทางกลับมายังโลกมนุษย์เพื่อลำเลียงสินค้าจากคลังสินค้าของบริษัท เนื่องจากร้านค้าทั้งสามแห่งของเขาในดินแดนต่างโลกนั้นยุ่งวุ่นวายอย่างยิ่ง ทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว
ทว่ากระแสเวลาบนโลกมนุษย์นั้นเดินช้ากว่าในดินแดนเก้าดารามากนัก ส่งผลให้ผู้คนของหวังหรงประสบปัญหาในการจัดหาโภคภัณฑ์จำนวนมหาศาลให้ทันต่อความต้องการของร้านค้าทั้งสามแห่ง
จางเฟยจึงตัดสินใจพาหวังหรงและหยางลู่เอ๋อร์กลับมายังโลกมนุษย์ด้วยกัน เขาบัญชาให้ทั้งสองติดต่อเหล่ามิตรสหายในต่างแดน เพื่อเช่าคลังสินค้าขนาดใหญ่ในแต่ละประเทศ สำหรับใช้เป็นสถานที่จัดเก็บสินค้าที่เขาต้องการกว้านซื้อจากทั่วทุกมุมโลก
แม้ราคาสินค้าในต่างประเทศจะสูงกว่าเล็กน้อย แต่มันมิใช่ประเด็นสำคัญสำหรับจางเฟยในยามนี้ เพราะเขาไม่ต้องการเงินตราของโลกมนุษย์อีกต่อไป สิ่งที่เขาโหยหาคือทรัพยากรสำหรับการบ่มเพาะพลัง ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีแผนที่จะเปิดร้านค้าและร้านอาหารแห่งที่สี่ในอาณาจักรไป๋ในอนาคตอันใกล้ การกว้านซื้อสินค้าจากนานาประเทศจึงเป็นทางเลือกที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้
ด้วยเครือข่ายธุรกิจที่กว้างขวาง หวังหรงและหยางลู่เอ๋อร์จึงจัดการตามความประสงค์ของจางเฟยได้อย่างไร้อุปสรรค ทว่ามีบางรายที่ร้องขอสิ่งตอบแทนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสินค้าล้ำค่าที่วางจำหน่ายในร้านหยกเวหาบนโลกมนุษย์
สองสาวไม่รีรอที่จะตอบตกลง เพราะของเหล่านั้นอาจเป็นเพียงสิ่งของธรรมดาสามัญในดินแดนหยกเวหาหรือดินแดนเก้าดารา แต่สำหรับชาวโลกแล้ว มันคือสมบัติล้ำค่าที่ประเมินค่ามิได้
เพียงชั่วเวลาสองชั่วโมง หวังหรงและหยางลู่เอ๋อร์ก็จัดการทุกอย่างจนเสร็จสิ้น รวมถึงการชำระค่าเช่าคลังสินค้าผ่านคนรู้จัก พวกนางสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาส่งมอบสินค้าตามที่มิตรสหายร้องขอโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้คนของตนในแต่ละประเทศดูแลความเรียบร้อยให้ดี
เมื่อได้รับสำเนาสัญญาเช่าคลังสินค้าทั้งหมดแล้ว จางเฟยก็ส่งหวังหรงกลับไปยังที่พักในดินแดนเก้าดาราทันที ในเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาของสองสาวจะจัดการทุกอย่างให้ เขาเพียงแค่รอเวลาเพื่อมาลำเลียงสินค้าจากคลังเหล่านั้นเมื่อทุกอย่างพร้อม
ทว่าด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะรับสองสาวเผ่าปักษ์มาเป็นภรรยา จางเฟยจึงตั้งใจจะไปพบเจียงอิงหัวและเมิ่งเทียนจือที่อพาร์ตเมนต์ในปารีส แต่กลับไม่พบร่องรอยของพวกนาง เขาคาดเดาว่าพวกนางคงกลับไปยังดินแดนเทียนแล้ว จึงตัดสินใจหวนคืนสู่ดินแดนเก้าดารา
ครู่ต่อมา จางเฟยก็ปรากฏกายขึ้นเหนือเหนือน่านฟ้าอาณาจักรไป๋ เขาพบว่าคนของตระกูลหานได้ทำการปรับปรุงอาคารเสร็จสมบูรณ์แล้ว "ด้วยเหตุนี้ ร้านค้าและร้านอาหารแห่งที่สี่ของข้าก็พร้อมเปิดทำการเสียที แต่ข้าคงต้องรอสินค้าจากโลกมนุษย์ก่อน มิเช่นนั้นคงไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในอาณาจักรนี้ อีกทั้งข้ายังขาดพ่อครัวฝีมือดี เห็นทีคงต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไปอีกสักสองสามวัน"
จางเฟยตรวจสอบตำแหน่งของตระกูลหานผ่านแผนที่ของระบบ และพบว่าหานหยวนจื่อกำลังสนทนาอยู่กับผู้คนกลุ่มหนึ่ง เขาจึงเลือกที่จะไปพบฮวนหย่า ณ พระราชวังหลวงของอาณาจักรไป๋แทน
อู่ซวงแสดงท่าทีตึงเครียดทันทีที่จางเฟยปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าของนางและฮวนหย่า แต่เขาหาได้สนใจนางไม่ "เว่ยโฉวได้ส่งชวี่ชิวเสวี่ยมาที่อาณาจักรนี้เพื่อตามหาเจ้า และนางจะมาถึงในอีกสามวัน"
"หืม?" ฮวนหย่าเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ "เว่ยโฉวต้องการอะไรจากข้ากันแน่? เขาเคยส่งคนมาติดต่อและกดดันให้ข้าไปพบ แต่คราวนี้นกลับส่งชวี่ชิวเสวี่ยมาตามล่าข้าหลังจากที่ข้าปฏิเสธจะกลับไป"
"จะมีอะไรอีกล่ะ? เว่ยโฉวกับชวี่ชิวเสวี่ยมีความสัมพันธ์ที่พิเศษต่อกัน และดูเหมือนเขาต้องการให้เจ้าไปเป็นผู้หญิงของเขา" จางเฟยเอ่ยพลางยื่น 'โอสถกระชากใจ' ให้แก่ฮวนหย่า "ข้าไม่ต้องการคนทั้งคู่ ดังนั้นเจ้าจงจับตัวนางและบังคับให้นางกลืนโอสถนี้เข้าไป หลังจากนั้นก็ปล่อยนางไปเสีย"
"โอสถนี้มีฤทธิ์เช่นไรหรือเจ้าคะ?" จางเฟยแจ้งสรรพคุณให้ฮวนหย่าทราบทันที ทำให้อู่ซวงที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว "เหอะๆ! ท่านช่างร้ายกาจนัก นายท่าน ชวี่ชิวเสวี่ยจะต้องทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสหลังจากกลืนมันลงไป และนางจะไม่มีวันถอนพิษมันได้เลย"
จางเฟยชี้ไปยังอู่ซวง "ลำพังเจ้าเพียงคนเดียวคงมิอาจเอาชนะชวี่ชิวเสวี่ยได้ แต่นางช่วยเจ้าได้ จงให้นางเป็นผู้ช่วยของเจ้า"
ฮวนหย่าพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยถาม "ท่านต้องการสำเริงสำราญกับอู่ซวงหรือไม่เจ้าคะ นายท่าน?"
"นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เอาไว้ใช้รับมือหลี่เทียนหนานเท่านั้น" จางเฟยปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย "จงรายงานข้าทันทีหากหวงฝูโซ่วมีคำสั่งใดๆ ให้อู่ซวง"
หลังจากร่างของจางเฟยเลือนหายไป ฮวนหย่าก็หันไปทางอู่ซวง "คราวนี้เจ้าเข้าใจหรือยัง? หวงฝูโซ่วและหลี่เทียนหนานอาจจะเหี้ยมโหด แต่ท่านอาจารย์ของข้านั้นร้ายกาจกว่าพวกมันหลายเท่าตัวนัก หากเจ้าไม่อยากทุกข์ทรมาน ก็จงทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีที่สุด"
อู่ซวงกำหมัดแน่นโดยไม่เอ่ยคำใด ฮวนหย่าจึงรีบผละจากไป 'บ้าที่สุด! ข้าจะทำอย่างไรดีเพื่อแจ้งข่าวเรื่องชายผู้นี้ให้ท่านหลี่เทียนหนานทราบ?'
.
.
เมื่อยามราตรีมาเยือน เหล่าสตรีในอาณาจักรทั้งสามต่างพากันปิดร้านค้าและร้านอาหาร พวกนางเดินทางกลับสู่ที่พักผ่านอุปกรณ์เคลื่อนย้ายมิติที่ติดตั้งไว้ในร้าน
แม้ผลลัพธ์จะไม่อลังการเท่าในอาณาจักรเซียน แต่จางเฟยก็ยังคงพึงพอใจกับการเปิดร้านอาหารและร้านค้าในอาณาจักรเผ่าเมฆาและเผ่าพฤกษา ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้รับสมุนไพรนานาชนิดจากเผ่าพฤกษา ซึ่งหลายชนิดยังไม่มีอยู่ในมุกผนึกโลก
หลังจากใช้เวลาร่วมกับทุกคนครู่หนึ่ง จางเฟยก็ส่งพวกนางไปยังพื้นที่ฝึกฝนเพื่อบ่มเพาะพลัง ทว่าตัวจางเฟยเองนั้นยังคงเก็บตัวฝึกวิชาอยู่ที่สระอัสนีของตระกูลกัว ร่วมกับหยุนซินเยว่ จงเยี่ยน และแองเจล่า ส่วนหลิวชิงอวี่และสตรีคนอื่นๆ ต่างบ่มเพาะพลังอยู่ในคฤหาสน์เมฆา
จางเฟยนำตัวลิลเลีย จาเน็ตต์ และสื่ออู๋ ไปยังมุกผนึกโลกเพื่อปลูกสมุนไพรและเมล็ดพันธุ์ต่างๆ จากนั้นเขาจึงขอให้สองดรายแอดไปสมทบกับหลิวฮัวและคนอื่นๆ แต่สำหรับสื่ออู๋ เขาให้นางไปร่วมฝึกซ้อมกับเซียนเซียนฉินและพรรคพวก เนื่องจากนางยังไม่คุ้นชินกับแรงโน้มถ่วงสองเท่า นอกจากนี้เขายังให้ซางอวี้เม่ยไปร่วมฝึกฝนในพื้นที่ฝึกซ้อม โดยเริ่มปูพื้นฐานใหม่ตั้งแต่ต้น
จากนั้นจางเฟยจึงเคียงข้างหงเหยาและหกสาวจากโลกมนุษย์ เดินชมทัศนียภาพรอบๆ คฤหาสน์ แม้พวกนางจะมิอาจร่วมหอลงโรงกับเขาได้เนื่องจากเขาเป็นเพียงร่างแยก แต่พวกนางก็ยังคงปลาบปลื้มใจที่เขาเจียดเวลามาอยู่เป็นเพื่อน
เฟลเทียมิได้นำตัวเฟียร์และเหล่าปีศาจสาวกลับมายังคฤหาสน์พกพา แต่นางปล่อยให้พวกนางฝึกฝนอยู่บนเกาะปีศาจต่อไปอีกสองสามวัน ในขณะที่จางเฟยร่างหลักมุ่งเน้นไปที่คู่บ่มเพาะของเขา และร่างที่สี่เน้นไปที่การปรุงโอสถ
เมื่อมู่หรงเชียนอิ๋งและหงซินซินไม่อยู่ จางเสี่ยวหลงร่างแยกที่สามจึงเพลิดเพลินกับช่วงเวลาร่วมกับอู๋เหลียนจือและซางซินอวี่ พร้อมกับคอยเย้าแหย่ซางอี้เฟินอยู่บ่อยครั้ง
หลังจากวันนั้นผ่านไป สองวันต่อมาก็ไม่มีเหตุการณ์สำคัญอันใดเกิดขึ้น ทุกคนต่างปฏิบัติภารกิจของตนในอาณาจักรทั้งสามอย่างราบรื่นไร้การรบกวน
.
.
===
[ติ๊ง]
[ภารกิจประจำวัน: ดูดซับพลังปราณ 100,000 หน่วย]
[รางวัล: 1,000 เหรียญทองแดง]
[ภารกิจประจำวัน: สังหารสัตว์อสูรหรืออสูรปีศาจระดับปฐพีขึ้นไป 500 ตัว]
[รางวัล: แพ็กของขวัญประจำวัน x1]
===
เนื่องจากวันพรุ่งนี้เขาต้องเข้าพิธีมงคลสมรสกับเซียนเซียนฉิน จางเฟยจึงตัดสินใจใช้ร่างแยกที่ห้าไปทำหน้าที่แทนที่สระอัสนีของตระกูลกัว เขาสัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายจากสมาชิกบางคนในตระกูล จึงมิอาจปล่อยให้จงเยี่ยนและแองเจล่าอยู่ที่นั่นโดยไร้การป้องกัน
แม้หยุนซินเยว่จะมีสถานะเป็นถึงองค์หญิงและสมาชิกคนสำคัญของตระกูลกัว แต่จางเฟยก็ยังคลางแคลงใจในความสามารถของนางที่จะปกป้องจงเยี่ยนและแองเจล่าจากการปองร้ายของคนในตระกูล
ทว่าความกังวลของจางเฟยนั้นดูจะเกินกว่าเหตุไปบ้าง เพราะกัวเสวี่ยหัวได้ประกาศกร้าวข่มขู่สมาชิกตระกูลกัวไว้อย่างเฉียบขาดว่า ใครก็ตามที่บังอาจรบกวนจงเยี่ยนและแองเจล่า จะต้องได้รับโทษทัณฑ์อย่างหนักหน่วง แม้แต่การทำลายวรยุทธ์ให้กลายเป็นคนพิการก็มิใช่เรื่องเกินจริง
ด้วยระดับพลังที่สูงส่ง ความก้าวหน้าของซางอวี้เม่ยจึงโดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบกับผู้มาจากดินแดนหยกเวหาอย่างฝาแฝดตระกูลไห่ หรือผู้จากดินแดนเก้าดาราอย่างโจวเซินซินและคนอื่นๆ
เพียงไม่กี่วันที่ฝึกฝนในพื้นที่พิเศษ ซางอวี้เม่ยก็เกือบจะปรับตัวเข้ากับแรงโน้มถ่วงสองเท่าได้แล้ว และจางเฟยก็มั่นใจว่านางจะทำได้สมบูรณ์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
จางเฟยที่ละเลยเหล่าภรรยาหลวงมาตลอดสามวันที่ผ่านมาเนื่องจากการเก็บตัวฝึกตน จึงตัดสินใจปรนเปรอพวกนางทุกคนก่อน จนเกิดเป็นบทเพลงรักอันเร่าร้อนที่ดำเนินไปจนถึงรุ่งสาง
เมื่อยามเช้ามาเยือน จางเฟยจึงนำพวกนางทุกคนออกจากพื้นที่ฝึกฝน ยกเว้นเพียงซางอวี้เม่ย หลิงหลง โจวเซินซิน และเหล่านักบ่มเพาะบางส่วนจากดินแดนหยกเวหา
ก่อนที่จางเฟยจะพาพวกนางออกมา เฟิ่งเหยาได้แจ้งให้เขาทราบว่าสมาคมปรุงยาได้ส่งหนานเฟิงหยุนซีมาพบเขาเป็นพิเศษ และนางจะเดินทางมาถึงดินแดนแห่งนี้ในอีกหนึ่งสัปดาห์
เชียนอิ๋งตัดสินใจยุติการฝึกฝนชั่วคราว เพราะเซียนเซียนฉินกำลังจะแต่งงานกับจางเฟยในเร็ววัน และนางต้องการช่วยเพื่อนรักเตรียมความพร้อมในขั้นตอนสุดท้ายก่อนถึงวันสำคัญ
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น ต่างคนต่างก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน จางเฟยพาเซียนเซียนฉินและเชียนอิ๋งไปยังพระราชวังหลวงของอาณาจักรเซียน เนื่องจากสื่อชิงจวงรอพวกนางอยู่
เชียนอิ๋งรู้สึกกระอักกระอ่วนและหวาดหวั่นที่จะต้องพบกับเซียนเฟิงและสื่อชิงจวงอีกครั้งหลังจากผ่านพ้นไปหลายทศวรรษ ยิ่งไปกว่านั้น นางได้กลายสภาพเป็นปีศาจไปแล้ว และเป็นที่รู้กันดีว่าจักรพรรดิแห่งอาณาจักรเซียนนั้นชิงชังเผ่าปีศาจยิ่งนัก ทว่าความกังวลของนางก็มลายหายไปสิ้น เมื่อทั้งสองต่างให้การต้อนรับนางอย่างอบอุ่น
สื่อชิงจวงพาเซียนเซียนฉินและเชียนอิ๋งแยกออกไปเพื่อให้บุตรสาวได้ลองชุดมงคลสมรส พร้อมทั้งสั่งให้เหล่านางกำนัลช่วยจางเฟยลองชุดเจ้าบ่าว ซึ่งดูหรูหราสง่างามและถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณีของอาณาจักรเซียนทุกประการ
ในขณะที่กำลังลองชุดอยู่นั้น จางเฟยก็ได้เฝ้าสังเกตการณ์ผ่านแผนที่ระบบ และพบว่าชวี่ชิวเสวี่ยได้เดินทางมาถึงอาณาจักรไป๋เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทว่าอู่ซวงไม่รอช้า รีบเคลื่อนไหวเพื่อจับตัวชวี่ชิวเสวี่ย หลังจากที่ฮวนหย่าบังคับให้นางกลืนโอสถกระชากใจเข้าไปแล้ว ก็นำตัวนางออกจากอาณาจักรและทิ้งไว้ ณ หมู่บ้านอันห่างไกล
เนื่องจากสื่อชิงจวงยังคงต้องการตัวเซียนเซียนฉินเพื่อเตรียมงานอย่างอื่น จางเฟยจึงปล่อยนางและเชียนอิ๋งไว้ที่พระราชวังเซียน จากนั้นเขาจึงมุ่งหน้าไปยังโลกมนุษย์เพื่อเก็บรวบรวมสินค้าที่จัดเตรียมไว้ในคลังสินค้าทั้งหมด ก่อนจะรีบหวนคืนสู่ดินแดนเก้าดาราเพื่อกระจายทรัพยากรเหล่านั้นให้แก่จางหลิงเสวี่ย ถังจืออวี่ และลิลเลีย
หลังจากนั้น จางเฟยก็ได้พบกับซินเยี่ยนหลัวที่ริมชายหาดของเกาะปีศาจ นางบอกเขาว่าสามบรรพบุรุษของตระกูลเจิ้งยังคงไม่ปรากฏตัว และนางก็มิอาจระบุตำแหน่งที่ซ่อนของพวกมันได้เช่นกัน
จางเฟยตรวจสอบตระกูลเจิ้งผ่านแผนที่ระบบทันที แต่เขาก็ไม่พบร่องรอยของสามปีศาจเฒ่าเหล่านั้น ทำให้เขามั่นใจว่าพวกมันคงหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่พิเศษที่ถูกปกคลุมด้วยค่ายกลพรางตาอันยอดเยี่ยม
ต่อมา จางเฟยได้ตรวจสอบอาณาจักรปีศาจซีเหมิน และพบว่าซีเหมินกุ่ยกำลังยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกลจากห้องของซีเหมินเยว่เหลียง นอกจากนี้เขายังพบปีศาจระดับสูงหลายตนจากเผ่าหนูล้อมรอบห้องของนางไว้
'ซีเหมินฉางเทียนและหนูหวงจินคงจะได้ข่าวเรื่องตระกูลเจิ้งมาบ้าง และพวกมันคงกังวลว่าตระกูลนั้นจะลักพาตัวบุตรสาวของตน จึงได้ส่งปีศาจเฒ่าตนนั้นมาคุ้มครองนางเป็นพิเศษ' จางเฟยทอดสายตามองไกลออกไปในแผนที่ 'โจวเสี่ยวฉวนจะมาถึงที่นี่ในคืนนี้ แต่เขายังคงไม่รู้ตัวถึงสถานการณ์ที่รออยู่ ซีเหมินชุยเสวี่ยและคนอื่นๆ ได้แทรกซึมเข้าไปในอาณาจักรของเขาลึกขึ้น และจับตัวผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาไว้ได้บางส่วน เขาคงจะรอโจวเซินซินและโจวหานหลิงก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหว แต่ข้าจะไม่มีวันส่งทั้งสองคนไปให้เขา และพวกนางเองก็คงมิกล้าขัดขืนซีเหมินกุ่ยหรอก'
พลันนั้น จางเฟยก็นึกถึงกู่หานซวงและตานชิงอิ๋งขึ้นมาได้ เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปยังสำนักของพวกนางทันที ทว่าพวกนางกำลังปฏิบัติภารกิจร่วมกับหนิงอู่ ถิงถิง ต้วนฮุ่ย และหางยี้โฮง เขาจึงมิได้พบหน้าพวกนางโดยตรง แต่ได้ส่งกระแสจิตกำชับให้พวกนางเดินทางไปยังเมืองหลวงของอาณาจักรเซียนหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ
.
.
"โอ้?" หานหยวนจื่อแสดงท่าทีประหลาดใจเมื่อจางเฟยปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าอย่างกะทันหัน "ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะมีวิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ ข้ามิอาจสัมผัสถึงร่องรอยของเจ้าได้เลยก่อนที่เจ้าจะปรากฏตัว ลมอะไรหอบเจ้ามาที่นี่กันล่ะ? เจ้าพร้อมจะเปิดร้านค้าและร้านอาหารในอาณาจักรนี้แล้วหรือ?"
จางเฟยเพียงยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยถามกลับ "ท่านพอจะรู้จักพ่อครัวฝีมือดีบ้างหรือไม่?"
"รู้จักสิ" หานหยวนจื่อเรียกใครบางคนให้มาพบทันที "พ่อครัวที่ข้ารู้จักนั้นยังไม่คุ้นเคยกับอาหารของเจ้า ดังนั้นเจ้าต้องสอนนางทำอาหารเหล่านั้นก่อนที่นางจะเริ่มงานได้"
จางเฟยพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้าจะพานางไปยังร้านอาหารของข้าที่เมืองหลวงอาณาจักรเซียน เพื่อให้จูหยันช่วยสอนเรื่องเมนูอาหารของเรา"
"ข้าว่านั่นเป็นความคิดที่ดีทีเดียว" หานหยวนจื่อเอ่ยถามต่อ "แล้วเรื่องร้านค้าของเจ้าล่ะ? ต้องการคนช่วยหรือไม่?"
"ไม่จำเป็น" จางเฟยปฏิเสธทันควัน "ข้ามีคนสำหรับดูแลร้านค้าอยู่แล้ว และข้าจะพามพวกเขามาที่นี่เมื่อทุกอย่างพร้อมเปิดทำการ"
เพียงไม่นาน สตรีในวัยสามสิบเศษผู้หนึ่งก็เดินตรงมาหาพวกเขา หานหยวนจื่อจึงแนะนำนางให้จางเฟยรู้จักทันที "หานปิงซิงเป็นหลานสาวของข้าเอง ฝีมือการทำอาหารของนางนั้นเลิศรสนัก แม้จะยังไม่อาจเทียบเคียงอาหารในร้านของเจ้าได้ก็ตาม นางปรารถนาจะเรียนรู้การทำอาหารของเจ้า ข้าจึงอยากให้นางได้ทำงานร่วมกับเจ้า"
'ยายเฒ่าเจ้าเล่ห์นี่! ตั้งใจส่งหลานสาวมาให้ข้าพร้อมแฝงเจตนาบางอย่างชัดๆ' จางเฟยมองพิจารณาหานปิงซิงครู่หนึ่ง "ข้าจะพานางไปตอนนี้เลย เพื่อให้นางได้เรียนรู้อาหารของเราได้เร็วขึ้น และข้าจะเปิดร้านอาหารทันทีเมื่อนางพร้อม"
'เด็กคนนี้ไม่ชอบปิงซิงงั้นรึ?' หานหยวนจื่อจึงหันไปสั่งหลานสาว "เจ้าไปเก็บของก่อนเถอะ"
"เจ้าค่ะ ท่านป้า"
หลังจากหานปิงซิงผละจากไป หานหยวนจื่อจึงเอ่ยถามจางเฟย "คืนนี้เจ้าจะพักที่นี่สักคืนดีหรือไม่?"
"ข้าคงทำเช่นนั้นไม่ได้" หานหยวนจื่อดูจะผิดหวังกับการปฏิเสธครั้งที่สองของจางเฟย "พรุ่งนี้ข้าต้องเข้าพิธีวิวาห์กับเซียนเซียนฉิน ดังนั้นข้าจึงจำเป็นต้องกลับไปเตรียมตัวที่ที่พักในวันนี้"
"เช่นนั้นรึ" หานหยวนจื่อพยักหน้าเข้าใจ "ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ข้าก็คงมิอาจรั้งเจ้าไว้ได้ ข้าหวังว่าเจ้าจะหาเวลามาสนทนากับข้าบ้าง เพื่อให้พวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นในภายภาคหน้า"
"แน่นอน"
**- โปรดติดตามตอนต่อไป -**
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.