ตอนที่ 708
708 / 1536
อ่าน 16 นาที
Chapter 708: Building His Force III
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 08:17
## บทที่ 708: การสร้างขุมกำลัง ภาค 3
“นั่นก็เพราะท่านปู่ ท่านพ่อท่านแม่ และคนในตระกูลของข้าล้วนแต่เป็นพวกโง่เง่าทั้งสิ้น! พวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องของหวงฝูโซ่วมากกว่าครอบครัวตัวเอง และไม่ลังเลเลยที่จะสังเวยคนในสายเลือดเพื่อมัน หากพวกเขาปรารถนาจะตายถวายหัวให้คนพรรค์นั้น ก็ปล่อยให้พวกเขาไปเน่าตายอยู่ในหลุมศพเสียเถอะ แต่ชีวิตของข้า... ข้าเป็นผู้เลือกเอง และข้าจะไม่มีวันยอมพลีกายถวายชีวิตให้กับคนโฉดชั่วอย่างมันเด็ดขาด!” หลิงหลงแผดน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคับแค้น ก่อนจะหันไปถามจางเฟยด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ “เหตุใดท่านไม่ให้นางได้เห็นชายสองคนนั้นล่ะ? พอนางได้เห็นสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ นางจะได้ตระหนักเสียทีว่าสามีของนางไม่มีทางชนะท่านได้เลย”
“ชายสองคนที่เจ้าว่าคือใคร?” รั่วเหยียนซีถามขึ้นด้วยความระแวง
“เดี๋ยวเจ้าก็ได้เจอ” จางเฟยเอ่ยเรียบๆ เพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็สะบัดหัตถ์เปิดประตูเชื่อมสู่ **‘ห้วงมิติจินตภาพหยินหยาง’**
ดวงตาของรั่วเหยียนซีเบิกกว้างจนแทบถลนเมื่อบุรุษสองคนก้าวเท้าออกมาจากมิตินั้น “หวงฝูเหลียน... หวงฝูจื่อหยวน?”
ทางด้านหวงฝูเหลียนและหวงฝูจื่อหยวนนั้นไม่มีท่าทีตระหนกที่ได้พบรั่วเหยียนซี เพราะพวกเขาเพิ่งจะได้ประจักษ์กับตาว่าจางเฟยสามารถเปลี่ยนโฉมตู้เสอให้กลายเป็นนางได้อย่างไร้ที่ติ
“เจ้ายังคิดว่าสามีของเจ้าจะเอาชนะสามีของข้าได้อยู่อีกหรือ?” หลิงหลงเอ่ยเยาะเย้ย “หวงฝูโซ่วคงไม่มีทางจินตนาการออกเลยว่า ทั้งน้องชายและบุตรชายของตนได้กลายเป็นทาสรับใช้ของสามีข้าไปเสียแล้ว และพวกเขานี่แหละที่จะเป็นไพ่ตายชิ้นสำคัญในการทำลายล้างมันให้ย่อยยับ”
“นายท่าน... เมื่อครู่พี่ชายติดต่อข้ามา เขาเรียกตัวพวกเรากลับพะยะค่ะ” หวงฝูจื่อหยวนแจ้งข่าวแก่จางเฟยทันที
หวงฝูเหลียนเอ่ยเสริมด้วยท่าทางนอบน้อม “เสด็จพ่อกำชับให้ข้าพาหลิงหลงกลับไปด้วย หากนางไม่กลับไปพร้อมกับข้า เสด็จพ่อจะเริ่มระแวง และคงส่งหลิงเป่าจื่อออกตามหานางเป็นแน่”
“จางเฟย! ข้าไม่อยากกลับไป! ถ้าข้ากลับไป ข้าคงหาโอกาสหนีออกมาไม่ได้อีก” หลิงหลงโผเข้าหาพลางคร่ำครวญกระเง้ากระงอด
“อย่ากังวลไปเลย” จางเฟยเอ่ยปลอบ ก่อนจะเรียกขานเหอหยา ซึ่งนางก็ปรากฏกายขึ้นในทันที “จงไปเลือกศิษย์สตรีที่มีระดับการบ่มเพาะทัดเทียมกับหลิงหลงมาคนหนึ่ง”
“ข้าน้อยจะไปตามมาเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ นายท่าน” ไม่นานนัก ศิษย์สาวที่มีรูปร่างและระดับพลังใกล้เคียงกับหลิงหลงก็นำตัวเข้ามา “ผูหนิว เจ้าสำนักมีภารกิจสำคัญให้เจ้าทำ จงตั้งใจปฏิบัติให้ดีที่สุด”
ผูหนิวทำเพียงพยักหน้าเงียบๆ ให้กับเหอหยา แม้ในใจจะเปี่ยมไปด้วยความฉงนสงสัยต่อการปรากฏตัวของหวงฝูจื่อหยวนและหวงฝูเหลียนก็ตาม
จางเฟยประคองหลิงหลงลงจากตักอย่างแผ่วเบาแล้วก้าวเดินเข้าไปหาผูหนิว เขาเอื้อมมือสัมผัสกายของนางก่อนจะโคจรพลัง **‘วิชาดัดแปลงกายา’** รังสรรค์รูปโฉมของศิษย์สาวให้แปรเปลี่ยนไปจนกลายเป็นหลิงหลงอีกคนหนึ่ง
รั่วเหยียนซีสั่นสะท้านไปด้วยความตกตะลึง นางตระหนักได้ในทันทีว่าจางเฟยไม่ได้ขู่เข็ญเรื่องที่เปลี่ยนตู้เสอให้กลายเป็นนาง ‘วิชาอาคมเช่นนี้มีอยู่บนโลกได้อย่างไร? ไม่เพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนหลิงหลงราวกระจกเงา แม้แต่กลิ่นอายพลังก็ยังสอดคล้องจนแยกไม่ออก!’
หลังจากนั้น หลิงหลงได้ถ่ายโอนความทรงจำบางส่วนให้กับผูหนิว เพื่อให้นางสามารถจดจำบุคคลรอบข้างและสมาชิกในตระกูลหลิงได้อย่างไร้พิรุธ
จางเฟยยื่นขวดโอสถสองขวดที่มีสีต่างกันให้ผูหนิว “ขวดสีขาวคือโอสถพื้นฐานชั้นเลิศ เป็นรางวัลสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนโอสถปลิดใจในขวดสีดำ ข้าต้องการให้เจ้านำไปใช้กับคนในตระกูลหลิง แต่จงลงมืออย่างระแวดระวัง อย่าได้ให้ผู้ใดสงสัยเป็นอันขาด”
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ นายท่าน” ผูหนิวสั่นสะท้านด้วยความยินดีเมื่อสัมผัสได้ว่าโอสถในขวดขาวมีคุณภาพระดับสูงล้ำ
จางเฟยหันไปกำชับบุรุษทั้งสอง “พานางกลับไปยังวังหลวงหวงฝูเสียตอนนี้ พวกเจ้าทั้งสองรู้ใช่หรือไม่ว่าต้องกราบทูลสิ่งใดต่อหวงฝูโซ่ว?”
“รับทราบพะยะค่ะ นายท่าน”
ก่อนจะจากไป หวงฝูเหลียนได้เอ่ยถามด้วยความภักดี “นายท่าน มีสิ่งใดที่พวกเราควรเตรียมการไว้อีกหรือไม่?”
จางเฟยครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะนำอุปกรณ์เคลื่อนย้ายมิตออกมา มอบครึ่งหนึ่งให้แก่หวงฝูเหลียน พร้อมกับสิ่งของอีกสองสามอย่างและอธิบายวิธีใช้ “ติดตั้งมันไว้ในห้องนอนของเจ้า เพื่อที่ข้าจะได้เดินทางไปที่นั่นได้อย่างสะดวก”
“พะยะค่ะ” เมื่อหวงฝูเหลียนรับของไป เขากับหวงฝูจื่อหยวนก็พาตัวผูหนิวออกไปในทันที
“สั่งการให้ศิษย์ในวังช่วยคุ้มครองผูหนิวด้วย” เหอหยาพยักหน้ารับคำสั่งของจางเฟยแล้วเร่งรุดออกไปจัดการทันที
“เฮ้อ!” หลิงหลงถอนหายใจพลางตบอกตัวเองเบาๆ “มันจะไม่เป็นการสูญเสียหรือ หากท่านสังหารท่านปู่และคนอื่นๆ ของข้าไป?”
จางเฟยส่ายหน้าช้าๆ “ข้าไม่มีเจตนาจะเอาชีวิตหลิงเป่าจื่อและคนเหล่านั้น ข้าเพียงแต่ต้องการให้พวกเขาลิ้มรสความทุกข์ทรมานอยู่ชั่วครู่ และในยามที่พวกเขาสิ้นหวังถึงขีดสุด ข้าจะยื่นมือเข้าไปรักษาและสยบพวกเขาให้กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของข้าเอง”
“ฮ่าฮ่า” หลิงหลงหัวเราะร่วนพลางสวมกอดจางเฟย “ข้าชอบความเจ้าเล่ห์ของท่านนัก! หากท่านปู่ยอมศิโรราบต่อท่าน เขาจะกลายเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ท่านควบคุมอาณาจักรหวงฝูได้โดยง่าย เพราะเหล่าขุนนางและข้ารับใช้ของหวงฝูโซ่วต่างก็เลื่อมใสในตัวท่านปู่ทั้งสิ้น”
“กลับบ้านกันเถอะ เรื่องที่เหลือปล่อยให้ร่างแยกของข้าจัดการ” จางเฟยเอ่ยจบก็ลงมือสยบรั่วเหยียนซีอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งนางเข้าไปในห้วงมิติจินตภาพหยินหยาง โดยมีเป้าหมายคือการสกัดเอา **‘ปราณหยิน’** อันทรงพลังของนางออกมา
หลังจากแจ้งข่าวแก่เหอหยา จางเฟยก็พาหลิงหลงกลับมายังที่พัก เนื่องจากภรรยาคนอื่นๆ ส่วนใหญ่ยังคงติดภารกิจอยู่ในสี่อาณาจักร เขาจึงไม่ได้พาหลิงหลงและคนอื่นๆ เข้าไปยังมิติฝึกตนในทันที แต่เลือกที่จะใช้เวลาร่วมกับผู้ที่กลับมาถึงแล้วเพื่อรอคอยการกลับมาของทุกคน
.
.
.
ภายในห้วงมิติจินตภาพหยินหยาง รั่วเหยียนซีเบิกตากว้างด้วยความตระหนกเมื่อพบกับสตรีอีกแปดนางที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ทว่านางสังเกตเห็นว่าเจ็ดนางในนั้นดูจะมีท่าทีผ่อนคลายกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ผิดกับเสียงกรีดร้องของโจวเหม่ยหลิงที่ทำให้นางแปลกใจ ‘หรือว่าจางเฟยจะลงมือกับอาณาจักรโจวไปแล้ว? มิเช่นนั้นบุตรสาวของโจวเสี่ยวฉวนจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?’
“ท่านย่า สตรีผู้นี้น่าจะเป็นนักโทษคนใหม่ของนายท่านนะเจ้าคะ” ฉู่อิ้วเฉียนเอ่ยกับหวังเสี่ยวอี้ ผู้เป็นย่าของนาง
หวังเสี่ยวอี้พยักหน้าเห็นพ้อง “ในเมื่อนายท่านส่งนางมาที่นี่ นางก็คือนักโทษคนใหม่ของเขาจริงๆ นั่นแหละ”
“พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่าเป็นนักโทษของจางเฟย?” รั่วเหยียนซีถามพลางขมวดคิ้วเครียด
เนื่องจากระดับพลังบ่มเพาะของรั่วเหยียนซีถูกผนึกไว้ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่กู่จิงหลิงจะเข้าควบคุมการเคลื่อนไหวของนาง และลงมือเปลื้องอาภรณ์ของนางจนหมดสิ้น “นายท่านของข้านั้นมักมากและมีสตรีอยู่ข้างกายมากมายนับไม่ถ้วน แต่ใช่ว่าสตรีทุกคนจะดึงดูดความสนใจจากเขาได้ และพวกเราที่นี่คือตัวอย่าง... เขาพานางมาที่นี่เพราะเขาไม่ได้เสน่หาในตัวนาง แต่เขาจะ ‘รีด’ เอาปราณหยินของนางไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง”
‘บัดซบ! หากพลังของข้าไม่ถูกผนึก ข้าคงสังหารยัยแก่คนนี้ไปแล้ว!’ รั่วเหยียนซีสบถด่าในใจ “ที่พวกเจ้าพูดมาหมายความว่าอย่างไร?”
“เห็นท่อนั่นไหม?” รั่วเหยียนซีมองตามปลายนิ้วของเซินสือซีไปยังท่อลึกลับ “ท่อนั้นเชื่อมต่อทุกห้องในมิตินี้เข้าด้วยกัน เมื่อใดที่เขาเริ่มใช้วิชา ปราณหยินของเจ้าจะไหลเข้าสู่ท่อลำเลียงนั้น ด้วยวิธีนี้เขาจึงสามารถดูดซับปราณหยินของพวกเราเพื่อเพิ่มพูนระดับการบ่มเพาะของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องร่วมประเวณีคู่บำเพาะ (Dual Cultivate) กับพวกเราเลยแม้แต่น้อย”
“นั่นหมายความว่า เขาไม่เคยแตะต้องพวกเจ้าเลยอย่างนั้นหรือ?”
เซินซีอู่ส่ายหน้าช้าๆ เป็นคำตอบ “นายท่านมองพวกเราเป็นเพียงนักโทษ เขาจึงไม่เคยแตะต้องกายพวกเราเลย แม้จะคุมขังพวกเราไว้ที่นี่นานหลายเดือนแล้วก็ตาม”
แม้จะไม่ชอบใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ แต่รั่วเหยียนซีก็รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อนางไม่ได้ปรารถนาจะให้บุรุษคนใดมาล่วงเกินร่างกาย ยิ่งการร่วมหลับนอนกับบุรุษอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง “แล้วเหตุใดจางเฟยถึงขังพวกเจ้าไว้ที่นี่ล่ะ?”
“เขาขังพวกเราด้วยเหตุผลที่ต่างกันไป” รั่วเหยียนซีหันไปทางซิ่งเม่ย ซึ่งเริ่มบอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งในอดีตระหว่างพวกนางกับจางเฟย “ตอนแรกเจ้าอาจจะรู้สึกอึดอัด แต่ประเดี๋ยวเจ้าก็จะชินไปเองเหมือนกับพวกเรา และหลังจากนั้นเจ้าจะไม่มีวันคิดอยากจากไปที่นี่เลย”
รั่วเหยียนซีขมวดคิ้วมุ่น แม้นางจะรู้ซึ้งถึงชะตากรรมของตนเอง แต่หลังจากได้ฟังเรื่องราวเหล่านั้น นางก็ไม่มั่นใจเลยว่าจางเฟยจะปล่อยนางไป “แล้วทำไมเขาถึงปฏิบัติกับโจวเหม่ยหลิงต่างออกไปล่ะ?”
“นายท่านไม่เคยบอกอะไรพวกเราเกี่ยวกับนางเลย” โม่เสวียนซิงตอบสั้นๆ
รั่วเหยียนซีถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องว่างห้องหนึ่ง ทิ้งเบื้องหลังสตรีทั้งเจ็ดไว้ นางเห็นโซ่ตรวนสองเส้นที่นั่น และมั่นใจว่าจางเฟยคงจะใช้มันกับนางในไม่ช้า เช่นเดียวกับที่เขาทำกับโจวเหม่ยหลิง ‘เฮ้อ! ข้าไม่ชอบสิ่งนี้เลยจริงๆ แต่ก็ยังดีที่เขาไม่ฝืนใจขืนใจข้า... ท่านพี่ ท่านต้องรีบตระหนักถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นทุกอย่างจะสายเกินการณ์ และท่านจะต้องพินาศย่อยยับด้วยน้ำมือของชายผู่นี้อย่างแน่นอน’
.
.
.
ณ สระอัสนีบาตของตระกูลกัว **จางเฟย [ร่างแยกที่ 5]** ตัดสินใจหยุดการฝึกตนชั่วคราว เนื่องจากมีธุระสำคัญต้องจัดการ เขากับอวิ๋นอ้าวเซียนพากันก้าวเดินออกมาจากแหล่งกำเนิดอัสนี “เจ้ายังมีธุระอื่นอีกหรือ? ข้าคิดว่าเจ้าจะปลีกวิเวกอยู่ที่นี่ไปอีกนานเสียอีก”
“ข้าต้องไปหารือกับเหล่าผู้นำตระกูลในอาณาจักรไป๋” คำตอบของจางเฟย [5] ทำให้อวิ๋นอ้าวเซียนประหลาดใจ “ในเมื่อตระกูลใหญ่ทั้งหมดได้เข้าร่วมกับองค์กรของข้าแล้ว พวกเราต้องวางแผนชิงอาณาจักรมาจากหวงฝูโซ่วเสียที”
อวิ๋นอ้าวเซียนถอนหายใจยาวพลางตบไหล่จางเฟย [5] “เจ้าอายุน้อยกว่าข้ามากนัก แต่ข้าต้องขอยอมรับจากใจจริงว่าเจ้าเหนือกว่าข้านัก ข้าพยายามจัดการเรื่องราวของอาณาจักรตนเองกับอาณาจักรอื่นๆ มาเนิ่นนานแต่ก็ไม่เคยก้าวหน้าไปถึงไหน แต่เจ้ากลับจัดการทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วและหมดจด อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันดีว่ากัวจี้เจ๋อนั้นมีใจให้ขนิษฐาของข้า และเขาคงจะหาเรื่องเจ้าในอนาคตแน่ๆ แต่เรื่องของเขานั้นไม่เกี่ยวกับตระกูลกัวของเรา ดังนั้นได้โปรดอย่าดึงพวกเราเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งของพวกเจ้าเลย”
“ฮ่าฮ่า” จางเฟย [5] หัวเราะออกมา “พี่ชาย... ซินเยว่เองก็เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลนี้ ข้าไม่ทำอะไรตระกูลกัวโดยตรงหรอก แต่หากกัวจี้เจ๋อคิดจะหาเรื่องข้าจริงๆ ข้าก็จะกำจัดเขาเสีย รวมถึงพวกโง่เง่าที่ยอมเป็นหูเป็นตาให้เขาด้วย... ท่านจะไปพบพวกเขากับข้าด้วยไหม?”
“ตกลง ข้าจะไปกับเจ้า” อวิ๋นอ้าวเซียนรีบแจ้งข่าวแก่บิดามารดาและภรรยาของตนทันที
หลังจากจางเฟย [5] และอวิ๋นอ้าวเซียนจากไปได้ไม่นาน กัวจี้เจ๋อก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับชายชราสองคน “พวกท่านมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับมัน ท่านอาผิง ท่านอาโฉว? พวกท่านทั้งสองพอจะลงมือจัดการมันได้หรือไม่?”
“ข้าเข้าใจความรู้สึกที่เจ้ามีต่ออวิ๋นซินเยว่ แต่ข้าคิดว่าเราไม่ควรไปตอแยกับมันจะดีกว่า” กัวจี้เจ๋อขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินกัวผิงเอ่ยเช่นนั้น
กัวโฉวกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จี้เจ๋อ แม้ตอนนี้ครอบครัวเราจะกุมอำนาจในตระกูล แต่ผู้นำที่แท้จริงยังคงเป็นกัวเสวียฮว๋า สมาชิกกว่าเก้าสิบส่วนล้วนจงรักภักดีต่อนาง และนางก็เข้าข้างไอ้หนุ่มนั่นอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นราชบุตรเขยของจักรพรรดิเซียนและจักรพรรดินีสือ การขัดแย้งกับเขาอาจทำให้ครอบครัวเราพินาศได้”
‘ชิ! ไอ้พวกขี้ขลาด! ข้าไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ข้าจะแย่งอวิ๋นซินเยว่มาจากไอ้สถุลนั่นให้ได้!’ กัวจี้เจ๋อเร่งรุดจากไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเขากำลังวางแผนชั่วร้ายใดอยู่
กัวผิงหันไปถามพี่ชายของตน “เจ้าคิดว่าเขาจะทำอะไร? เขาคิดจะหาเรื่องจางเฟยจริงๆ หรือ?”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น” กัวโฉวพยักหน้า “เราควรแจ้งเรื่องนี้ให้พี่ชายเราทราบ หวังว่าเขาจะหยุดบุตรชายของตนได้ มิเช่นนั้นหากสายเกินไป เขาคงต้องตายด้วยน้ำมือของจางเฟยเป็นแน่”
“ไปกันเถอะ” ชายชราทั้งสองเลือนหายไปจากพื้นที่นั้นในพริบตา
.
.
.
เนื่องจากผู้นำตระกูลอื่นๆ ยังเตรียมตัวไม่เสร็จสิ้น จางเฟย [5] และอวิ๋นอ้าวเซียนจึงตัดสินใจไปรอที่ตระกูลหานพลางสนทนากับสมาชิกในตระกูล
ท่าทีที่หานหยวนจือมีต่อจางเฟย [5] นั้น ทำให้นหานจื่อหมิน, เจียวจิ้งอวี่, หานหยวนเหวิน และฟางเสวียนหลิง ต่างปักใจเชื่อว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการทวงคืนความเยาว์วัยให้นาง
ในฐานะสตรี เจียวจิ้งอวี่และฟางเสวียนหลิงย่อมปรารถนาจะกลับมาเยาว์วัยเช่นเดียวกับหานหยวนจือ แต่พวกนางก็ได้แต่เก็บความต้องการนั้นไว้ในส่วนลึกของหัวใจ
“ขออภัยเถอะ ท่านมีความสัมพันธ์กับท่านแม่ของข้าจริงๆ หรือ?” หานหยวนเหวินตัดสินใจโพล่งถามจางเฟย [5] ออกมา
คำถามนั้นทำให้อวิ๋นอ้าวเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขาไม่คาดคิดว่าจางเฟย [5] จะมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหานหยวนจือ ‘มิน่าล่ะ เขาถึงดึงตระกูลหานและตระกูลอื่นๆ เข้ามาเป็นพวกได้อย่างง่ายดายเช่นนี้’
จางเฟย [5] ชายตามองหานหยวนจือที่กำลังทำสีหน้าขัดเขิน “เจ้าขัดข้องหรือหากข้าจะคบหากับท่านแม่ของเจ้า?”
“ก็ไม่เชิง” หานหยวนเหวินส่ายหน้า “ท่านพ่อของข้าจากไปนานแล้ว และท่านแม่ก็เป็นอิสระตั้งแต่นั้นมา ข้าจึงไม่มีปัญหาหากท่านทั้งสองจะคบกัน เพียงแต่ข้าพบว่ามันแปลกประหลาดนัก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าท่านอายุเพียงยี่สิบปีเท่านั้น”
จางเฟย [5] ผลิยิ้มเมื่อได้ยินเช่นนั้น “สำหรับผู้บ่มเพาะอย่างเรา อายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น อันที่จริงข้ามีสตรีอยู่ข้างกายหลายคนที่อายุมากกว่าท่านแม่ของเจ้ามากนัก บางนางอายุนับพันปี และบางนางก็มากกว่านั้นเสียอีก”
“หือ?”
“เรื่องจริงหรือ จางเฟย? ท่านคว้าหัวใจพวกนางมาได้อย่างไรกัน?” ฟางเสวียนหลิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ฮ่าฮ่า” จางเฟย [5] ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “แน่นอนว่าข้ามีวิธีมัดใจพวกนาง แต่มันเป็นเรื่องที่ข้าไม่อาจบอกพวกท่านได้ทั้งหมด”
“อย่างไร—”
“อย่าได้ริอ่านสนใจในตัวสามีของข้าให้มากนักเลย แม่หนูน้อย” ฟางเสวียนหลิงและคนอื่นๆ หันไปมองซางอวี่เม่ยที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตะลึง “หากเจ้าสนใจในสามีของข้ามากเกินไป สามีของเจ้าเองนั่นแหละที่จะต้องทุกข์ระทมจากการสูญเสียเจ้าไป”
ฟางเสวียนหลิงรีบปฏิเสธพัลวัน “ท่านผู้อาวุโส ข้ายอมรับว่าสามีของท่านนั้นยอดเยี่ยมเกินใคร และคงไม่มีผู้บ่มเพาะรุ่นเยาว์คนไหนเทียบเขาได้ แต่ข้าเป็นสตรีที่ซื่อสัตย์ ข้าไม่มีวันทรยศต่อสามีตนเอง ยิ่งเรื่องการลอบคบชู้กับชายอื่นยิ่งไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน”
“อย่างนั้นหรือ?” ซางอวี่เม่ยนั่งลงข้างกายจางเฟย [5] หลังจากอวิ๋นอ้าวเซียนลุกไปนั่งเก้าอี้ตัวอื่น “หากสามีของข้าปรารถนาสตรีคนใด ไม่มีนางใดปฏิเสธเขาได้หรอก แม้แต่ท่านแม่ของข้าเองก็ยังตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา ทั้งที่ท่านพ่อของข้ายังอยู่ดีมีสุขด้วยซ้ำ”
ฟางเสวียนหลิงและเจียวจิ้งอวี่ขมวดคิ้วมองจางเฟย [5] ด้วยสายตาไม่พอใจ แต่เขากลับทำเพียงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ “สถานการณ์ของท่านแม่ของอวี่เม่ยนั้นต่างจากพวกเจ้า ข้าถือว่านางเป็นศัตรูเพราะนางคิดจะทำร้ายข้า ข้าจึงตัดสินใจล่อลวงนางเสีย ในขณะที่พวกเจ้าทั้งสองไม่มีเรื่องบาดหมางใดกับข้า ดังนั้นข้าจะไม่ทำอะไรพวกเจ้าแน่นอน”
“นั่นหมายความว่า ท่านจะล่อลวงสตรีทุกคนที่เป็นศัตรูกับท่านอย่างนั้นหรือ?” เจียวจิ้งอวี่ถาม
“ไม่หรอก” จางเฟย [5] ส่ายหน้า “ข้าชอบการมีสตรีมากมาย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะคู่ควรอยู่ข้างกายข้า อันที่จริงข้าสังหารสตรีมามากมายนับไม่ถ้วน และบางนางข้าก็คุมขังไว้ในที่ลับส่วนตัว หากพวกนางมีประโยชน์ ข้าจะล่อลวงพวกนางและเก็บไว้ข้างกาย เช่นเดียวกับท่านแม่ของอวี่เม่ย”
“ท่านฆ่าคนไปมากเท่าไหร่กัน?” จางเฟย [5] ตอบคำถามหานจื่อหมินด้วยการปลดปล่อยจิตสังหารออกมาเพียงชั่วครู่ กระแสพลังอันเยือกเย็นทำเอาทุกคนสั่นสะท้านไปถึงทรวง “จิตสังหารของท่านช่างน่าสะพรึงกลัวนัก แม้แต่ผู้บ่มเพาะรุ่นอาวุโสอย่างพวกเราก็ไม่อาจเทียบท่านได้เลย”
หานหยวนจือเอ่ยถามต่อด้วยความสนใจ “หมายความว่าท่านต้องเผชิญกับทัณฑ์อัสนีตอนเลื่อนระดับพลังใช่ไหม?”
“ใช่” จางเฟย [5] พยักหน้า “ข้าเผชิญกับทัณฑ์อัสนีมานับครั้งไม่ถ้วน และมันช่างเจ็บปวดเจียนตาย โชคดีที่ข้าเป็นผู้บ่มเพาะกายา และหนึ่งในภรรยาของข้าก็ได้สอนวิชาบ่มเพาะกายาอัสนีให้ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงสามารถใช้สายฟ้าจากทัณฑ์อัสนีมาขัดเกลาร่างกายได้ และข้ามีแผนที่จะไปเยือนเขาไม้คราม (Cyanwood Mountain) ในอนาคตด้วย”
พวกเขายังอยากจะซักถามจางเฟย [5] ต่อ แต่ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังอันทรงพลังหลายสายที่มุ่งหน้ามาทางนี้ ทุกคนจึงจำต้องพักคำถามไว้ก่อน
ไม่นานนัก ไป๋จื่อเจิน, ขงเหิง, ตู้เสิน และสยงหนิงอู่ ก็ร่อนกายลงเบื้องหน้า ตามมาด้วยไป๋ซูซือในอีกไม่กี่นาทีต่อมา
ทว่ารูปลักษณ์ที่กลับมาเยาว์วัยของไป๋ซูซือนั้นสร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคน เนื่องจากพวกเขาได้คุยกับจางเฟย [5] มาก่อนแล้ว ฟางเสวียนหลิงและคนอื่นๆ จึงคาดเดาได้ทันทีว่าเขาคงคิดจะเอานางมาเป็นผู้หญิงของเขาแน่ๆ มิเช่นนั้นคงไม่ยอมช่วยให้นางกลับมาเป็นสาวอีกครั้งเช่นนี้
สยงหนิงอู่ดูจะมีความริษยาในความงามของไป๋ซูซือและหานหยวนจืออยู่ไม่น้อย แต่แล้วหลิงหูเสี่ยวถิงและหลิงหูสือเหว่ยก็ปรากฏกายขึ้น
จางเฟย [5] ลุกขึ้นจากที่นั่งทันที “ในเมื่อทุกคนมากันครบแล้ว พวกเราจงไปยังสถานที่แห่งนั้นเพื่อหารือในรายละเอียดกันเถอะ”
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.