ตอนที่ 707
707 / 1536
อ่าน 14 นาที
Chapter 707: Building His Force II
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 08:17
## บทที่ 707: รวบรวมขุมกำลัง (2)
จุดหมายแรกของจางเฟยและพวกพ้องคือจวนที่พำนักของสมาชิกตระกูลไป๋ โดยมีซางอวี่เม่ยร่วมติดตามไปด้วย
ทันทีที่ไปถึง หานหยวนจือนำทางทุกคนเข้าพบ ‘ไป๋จื่อเจิน’ ผู้อาวุโสแห่งตระกูลไป๋ ทว่าทันทีที่ชายชราได้เห็นโฉมใหม่ของนาง เขาก็ถึงกับตกอยู่ในอาการเหม่อลอย ดวงตาคู่นั้นส่องประกายด้วยความสนใจในสิริโฉมอันเยาว์วัยอย่างปิดไม่มิด
‘ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นี่!’ หานหยวนจือลอบสบถในใจพลางกระชับอ้อมกอดที่แขนของจางเฟยให้แน่นขึ้น “ตาเฒ่า! พวกเรามาที่นี่เพื่อยื่นข้อเสนอให้ท่าน”
สุ้มเสียงของหานหยวนจือฉุดรั้งไป๋จื่อเจินให้กลับมามีสติ ทว่าคิ้วของเขากลับขมวดมุ่นเมื่อเห็นท่าทีสนิทสนมที่นางมีต่อจางเฟย “ก่อนจะยื่นข้อเสนออะไร บอกข้ามาเสียก่อนว่าเจ้าทำอย่างไรถึงได้กลับมาเยาว์วัยเช่นนี้”
“รุ่นพี่อวี่เม่ยเป็นผู้ช่วยข้า” หานหยวนจือจงใจโยนภาระไปให้ซางอวี่เม่ย เพราะนางมั่นใจว่าต่อให้ไป๋จื่อเจินจะสงสัยเพียงใด ก็คงไม่กล้าต่อปากต่อคำกับสตรีผู้มีระดับพลังยุทธ์สูงล้ำจนยากแท้หยั่งถึงผู้นี้
ซางอวี่เม่ยไม่ได้ถือสาแต่อย่างใด นางยินดีรับบทบาทนี้หากมันจะช่วยให้จางเฟยพ้นจากอันตราย
‘สตรีนางนี้แข็งแกร่งยิ่งนัก ระดับพลังของนางคงเหนือกว่าข้าไปหลายขั้นใหญ่!’ ไป๋จื่อเจินคิดพลางประสานมือคารวะซางอวี่เม่ย “รุ่นพี่ ท่านมาจากดินแดนระดับสูงอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าไม่จำเป็นต้องอธิบายสิ่งใดแก่เจ้า” ซางอวี่เม่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาพลางเอื้อมมือไปกอดแขนอีกข้างของจางเฟยไว้ “สามีของข้าต้องการยื่นข้อเสนอบางอย่าง และข้าไม่อยากได้ยินคำปฏิเสธจากปากของเจ้า”
‘ชิ! เจ้าเด็กนี่มันดวงดีมาจากไหนกัน? ทั้งหานหยวนจือที่ดูจะปักใจ และรุ่นพี่ผู้สูงส่งนางนี้ยังเรียกเขาว่าสามีอีก’ ไป๋จื่อเจินเหลือบมองไปยัง ‘หลิงหลง’ และจดจำฐานะของนางได้ในทันที “คุณชาย ท่านมีข้อเสนออันใดหรือ?”
จางเฟยไม่ได้กล่าวตอบในทันที เขาหยิบป้ายคำสั่งประจำตระกูลหลิงหูออกมาแสดงให้ไป๋จื่อเจินดู ทำเอาชายชราเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “นางและบุตรทั้งสามกลับมาแล้ว และตอนนี้ตระกูลหลิงหูก็ได้เข้าร่วมกับองค์กรของข้าอย่างเป็นทางการ”
“เจ้าพูดจริงหรือ?” ไป๋จื่อเจินถามด้วยน้ำเสียงเคลือบแคลง
“หากท่านไม่เชื่อ ก็ลองสอบถามไปยังหลิงหูเสี่ยวถิงและหลิงหูซือเหว่ยดูสิ”
ไป๋จื่อเจินไม่รอช้า รีบส่งกระแสจิตติดต่อบุคคลทั้งสองทันที และเมื่อได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริง ชายชราก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไป จางเฟยจึงเอ่ยถามย้ำ “คราวนี้เชื่อข้าได้หรือยัง?”
ไป๋จื่อเจินพยักหน้าช้าๆ “เจ้าต้องการให้คนในตระกูลของข้าเข้าร่วมองค์กรของเจ้าด้วยใช่ไหม?”
“ถูกต้อง” จางเฟยชี้แจงแผนการของเขาอย่างรวบรัด โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรไป๋ “เหล่ายอดฝีมือ ‘อู๋ซวง’ ใต้อาณัติของหวงฟู่โส่วตกอยู่ในมือข้าแล้ว ตอนนี้ผู้อาวุโสเหวินและคู่หูของข้ากำลังจับตาดูนางกับไป๋เหยาเหว่ยอยู่ แต่ก่อนจะสะสางปัญหาในอาณาจักรนี้ ข้าต้องจัดการเรื่องอื่นให้เรียบร้อยเสียก่อน ท่านคงได้เห็นสิ่งของในร้านของข้ามามากแล้ว ย่อมรู้ดีว่าข้าสามารถช่วยให้คนในตระกูลของท่านเก่งกาจขึ้นได้เพียงใด ทว่าข้าเกลียดคนทรยศที่สุด และอวี่เม่ยจะเป็นคนลงมือสังหารใครก็ตามที่กล้าหักหลังข้า... รวมถึงทายาทของพวกมันด้วย!”
‘เจ้าเด็กนี่! จิตสังหารของเขาทำไมถึงรุนแรงได้ขนาดนี้? เขาต้องเข่นฆ่ามาเท่าไหร่ถึงได้มีบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้!’ ไป๋จื่อเจินถึงกับสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงยิ่งกว่าตัวเขาเองเสียอีก ก่อนจะตอบตกลง เขาได้ส่งกระแสสัมผัสไปตรวจสอบที่พระราชวังไป๋ และพบว่าผู้อาวุโสเหวิน ฮวนหยา และอู๋ซวง อยู่ในห้องของไป๋เหยาเหว่ยจริงๆ “เจ้ามีความสัมพันธ์อย่างไรกับจักรพรรดิเซี่ยน? เหตุใดผู้ติดตามของเขาถึงอยู่กับเจ้า?”
“เซี่ยนเซี่ยนฉินคือภรรยาของข้า”
“ห๊ะ?” ไป๋จื่อเจินอุทานด้วยความตกใจ เขาหันไปมองหานหยวนจือซึ่งนางก็พยักหน้ายืนยัน
“ตาเฒ่า ข้ากับไป๋ซู่ซือไปร่วมงานแต่งงานของพวกเขามาแล้ว จางเฟยเป็นถึงลูกเขยของจักรพรรดิเซี่ยนและจักรพรรดินีสื่อ นอกจากองค์หญิงเซี่ยนแล้ว องค์หญิงอวิ๋นและองค์หญิงโจวก็เป็นผู้หญิงของเขาเช่นกัน และพวกนางจะแต่งงานกับเขาในอนาคต”
“อะไรนะ! เรื่องจริงหรือนั่น?” ชายชราถามซ้ำอย่างไม่เชื่อหู
“นี่! ผู้อาวุโสไป๋ พวกเราจะโกหกท่านไปเพื่ออะไร! ข้าเองก็เป็นภรรยาในอนาคตของจางเฟย และพวกเราก็อยู่กินด้วยกันมาพักใหญ่แล้ว!” หลิงหลงชี้ไปที่ซางอวี่เม่ย “แม้แต่ยอดฝีมืออย่างพี่อวี่เม่ยยังยินดีเป็นภรรยาเขา นับประสาอะไรกับหญิงสาวอย่างข้า อวิ๋นซินเย่ว หรือโจวเสินซิน ขนาดผู้อาวุโสสยงยังเคยพบพวกเรา และนางยังเคยพบสนมเจียงด้วยซ้ำ”
ถึงกระนั้น ไป๋จื่อเจินก็ยังคงรอบคอบ เขาติดต่อหา ‘สยงหนิงอู่’ เพื่อยืนยันอีกครั้ง และเมื่อได้รับคำตอบที่แน่ชัด ชายชราจึงตอบรับข้อเสนอของจางเฟยในที่สุด “คุณชาย ในเมื่อท่านยินดีจะเกื้อหนุนคนในตระกูลของข้า ข้าก็จะพาทุกคนเข้าสู่องค์กรของท่าน และข้าขอเอาชีวิตเป็นประกันว่าพวกเขาจะไม่มีวันทรยศท่านอย่างแน่นอน”
“ท่านควรจะรักษาคำพูดให้ดี ตาเฒ่า”
ไป๋จื่อเจินส่งมอบป้ายประจำตระกูลให้เขา ทว่าจางเฟยกลับหันไปถามหานหยวนจือ “เจ้ามีสถานที่พิเศษบ้างหรือไม่? หลังจากข้าไปพบตระกูลที่เหลือ ข้าต้องการรวบรวมทุกคนมาไว้ที่เดียวกัน”
หานหยวนจือพยักหน้า “อันที่จริงพวกเรามีสถานที่ลับแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีสายลับคนใดสามารถลอบฟังได้ หากท่านต้องการรวมตัวพวกเขาก็ใช้ที่นั่นได้เลย”
“ตกลง เอาตามนั้น” จางเฟยหันไปสำทับกับไป๋จื่อเจิน “ตาเฒ่า ท่านรอฟังข่าวจากข้า ตอนนี้ข้าจะไปพบไป๋ซู่ซือเสียก่อน”
“ขอรับ คุณชาย” เมื่อจางเฟยและคณะจากไป ไป๋จื่อเจินก็รีบเรียกประชุมสมาชิกตระกูลไป๋ใต้อาณัติของเขาทันที
.
.
ครู่ต่อมา จางเฟยและพวกพ้องได้มาถึงจวนที่พักของ ‘ไป๋ซู่ซือ’ ซึ่งดูเรียบง่ายเกินกว่าจะเป็นที่พำนักของเชื้อพระวงศ์
ไป๋ซู่ซือประหลาดใจกับการปรากฏตัวของพวกเขา โดยเฉพาะรูปลักษณ์ที่ดูเยาว์วัยขึ้นของหานหยวนจือ แม้จะสงสัยเพียงใดแต่นางก็ไม่ได้เอ่ยถาม เพราะเชื่อว่าคงเป็นฝีมือการช่วยเหลือของจางเฟย “อะไรดลใจให้คุณชายมาที่นี่กะทันหันเช่นนี้?”
“ข้าต้องการให้สมาชิกตระกูลไป๋ภายใต้การนำของท่านเข้าร่วมองค์กรของข้า” คำตอบของจางเฟยทำให้นางประหลาดใจอีกครั้ง เขาจึงหยิบป้ายตระกูลหลิงหูออกมาแสดง “หลิงหูอิ่นเฉิงกลับมาแล้ว และตระกูลหลิงหูได้สยบแทบเท้าข้า รวมถึงอีกสามตระกูลใหญ่ และตระกูลของไป๋จื่อเจินก็เข้าร่วมแล้วเช่นกัน”
ไป๋ซู่ซือไม่ได้แปลกใจที่จางเฟยช่วยหลิงหูอิ่นเฉิงได้ เพราะไป๋เทียนเอ๋อร์เล่าเรื่องราวของเขาให้ฟังมามาก รวมถึงความสามารถที่เขาแสดงออก ณ หอคอยดารา ทว่านางกลับชะงักกับชื่อของอาของนาง “ท่านอาจื่อเจินตอบตกลงแล้วจริงๆ หรือ?”
“ท่านติดต่อถามเขาได้โดยตรงเลย”
นางพยักหน้าและติดต่อหาไป๋จื่อเจินทันที ซึ่งเขาก็ยืนยันว่ากำลังหารือเรื่องนี้อยู่ “ข้ายินดีรับข้อเสนอของท่าน... แต่มีข้อแม้ประการหนึ่ง”
“เรื่องไป๋เทียนเอ๋อร์ใช่ไหม?”
“ใช่” ไป๋ซู่ซือกล่าวต่อ “ลูกสาวของข้าเล่าเรื่องของท่านให้ฟังมากมาย รวมถึงเรื่องที่หอคอยดารา เทียนเอ๋อร์บอกข้าว่าเหตุใดท่านถึงปฏิเสธนาง แต่ข้าขอยืนยันว่าสิ่งที่ท่านมองนางนั้นผิดไป ข้าไม่ปฏิเสธว่านางใช้เสน่ห์หลอกใช้บุรุษอื่นเพื่อประโยชน์ของพวกเรา แต่นางไม่ใช่ผู้หญิงประเภทนั้น นางทำไปเพราะสถานการณ์บีบคั้น ข้าไม่ได้ขอให้ท่านยอมรับนางในทันที แต่อยากขอโอกาสให้นางได้พิสูจน์ตัวเองว่านางไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านคิด”
“ตกลง ข้าจะให้โอกาสไป๋เทียนเอ๋อร์” จางเฟยใคร่ครวญถึงคำพูดของหานหยวนจือก่อนหน้านี้แล้วจึงตอบตกลงทันที เขาเดินเข้าไปหาไป๋ซู่ซือแล้วส่งยามอบให้สองเม็ด ทำให้นางเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน “ข้าเองก็มีเงื่อนไขให้ท่านประการหนึ่ง และท่านจะรู้เงื่อนไขนั้นหลังจากกลืนยาคู่นี้ลงไป”
ไป๋ซู่ซือไม่ได้ตอบคำถาม แต่ส่งมอบป้ายประจำตระกูลให้เขา “ข้าจะไปพูดกับคนในตระกูลเรื่องนี้ ท่านสามารถใช้ป้ายนี้สั่งการพวกเขาได้เลย”
“ข้าจะติดต่อกลับมาอีกครั้งหลังจากคุยกับตระกูลที่เหลือ” จางเฟยนำพาสามสตรีจากมา ทว่าพวกนางกลับรีบซักไซ้ถึงเจตนาที่มีต่อไป๋ซู่ซือ ซึ่งเขาก็ยอมรับออกมาอย่างเปิดเผย
ฝ่ายไป๋ซู่ซือรีบเข้าไปในห้องหับและกลืนยาสองเม็ดนั้นทันที เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ของเหลวสีดำเหนียวข้นก็ขับออกมาทั่วร่าง นางรีบชำระล้างและจ้องมองคันฉ่องด้วยความตกตะลึง ทันใดนั้นนางก็ตระหนักถึง ‘เงื่อนไข’ ของจางเฟยจนต้องขมวดคิ้ว “เขาบ้าไปแล้วหรือ? เขาต้องการให้ข้าเป็นผู้หญิงของเขาจริงๆ หรือ? แล้วลูกสาวข้าล่ะ?”
ทว่าไป๋ซู่ซือก็สลัดความกังวลนั้นทิ้งไปก่อนจะรีบติดต่อหาไป๋เทียนเอ๋อร์ เพื่อบอกข่าวการตัดสินใจของนางและจางเฟย ซึ่งทำให้ลูกสาวของนางดีใจจนเนื้อเต้น
.
.
ณ พระราชวังไป๋ ฮวนหยานั่งอยู่กับผู้อาวุโสเหวินและอู๋ซวง เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้รับจากจางเฟย “นายท่านสั่งให้ข้ากลับจวนในวันนี้ และมอบหมายภารกิจที่นี่ให้พวกท่านจัดการ”
“ไม่เป็นไร ข้ารับมือได้” ผู้อาวุโสเหวินตอบพลางลูบเครายาวของตน “ข้าไม่นึกเลยว่าจางเฟยจะลงมือเร็วขนาดนี้ เขารวบรวมตระกูลใหญ่ในอาณาจักรไว้ได้หมดแล้ว ตราบใดที่พวกเขารวมเป็นหนึ่งภายใต้ธงเดียวกัน หวงฟู่โส่วก็ไม่อาจทำอะไรอาณาจักรนี้ได้อีก และเขาคงจะช่วยไป๋เหยาเหว่ยให้พ้นจากการควบคุมได้ในเร็ววัน”
ฮวนหยาส่ายหน้า “สถานการณ์ของไป๋เหยาเหว่ยนั้นยากลำบาก โดยเฉพาะ ‘หนอนกู่’ ในวิญญาณของเขาที่จะระเบิดทันทีหากนายท่านพยายามถอนมันออก ทางเดียวคือต้องรอให้หลี่เทียนหนานกลับมายังดินแดนนี้ และหนึ่งในภรรยาของนายท่านจะเป็นคนช่วยควบคุมเขา”
“จางเฟยได้วางคนอื่นไว้ข้างกายหวงฟู่โส่วอีกหรือไม่?”
“ตู้เสอ” ผู้อาวุโสเหวินย่อมรู้จักนามนี้ดี แต่เขากลับฉงนว่าเหตุใดจางเฟยถึงส่งคนผู้นี้ไป ฮวนหยาจึงรีบอธิบาย “นายท่านบอกว่า เขาได้เปลี่ยนโฉมชายผู้นั้นให้กลายเป็น ‘รั่วเหยียนซี’ ไปแล้ว และจักรพรรดิหวงฟู่จะไม่มีวันรู้เลยว่าสนมคนงามข้างกายนั้นคือตัวปลอม เพราะทั้งคู่มีกลิ่นอายที่คล้ายคลึงกันมาก”
หลังจากตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสเหวินก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆ! ความสามารถของอาจารย์เจ้านี่มันช่างพิสดารนัก ถึงกับเปลี่ยนชายให้เป็นหญิงได้ ข้านึกภาพไม่ออกเลยว่าจะเป็นอย่างไรต่อ หากหวงฟู่โส่วรู้ว่าหญิงที่เขาสำเริงสำราญด้วยแท้จริงคือผู้ชาย เขาคงจะช็อกจนตายแน่ๆ”
อู๋ซวงที่นั่งอยู่ข้างๆ ลอบยิ้มอย่างประหลาดเมื่อนึกภาพหวงฟู่โส่วหลงระเริงกับหญิงปลอม ทว่าสีหน้าของนางก็เคร่งขรึมลงเมื่อนึกถึงหลี่เทียนหนานที่อาจจะมีชะตากรรมไม่ต่างกัน ‘บ้าจริง! ข้าจะทำอย่างไรเพื่อเตือนท่านอาจารย์หลี่ได้บ้าง?’
“เฮ้! เจ้าลืมเรื่องหลี่เทียนหนานไปเสียเถอะ ไม่อย่างนั้นเจ้าจะได้ลำบากแน่ถ้านายท่านทำอะไรแผลงๆ กับเจ้า” ฮวนหยาเอ่ยเตือนจนอู๋ซวงสั่นสะท้าน “นายท่านไม่เพียงเปลี่ยนชายเป็นหญิงได้ แต่เขายังเปลี่ยนคนให้เป็นสัตว์เดรัจฉานได้ด้วย เจ้าคงไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับตัวเองใช่ไหม?”
“ไม่!” อู๋ซวงส่ายหัวอย่างแรง
“หึๆ” ฮวนหยาหัวเราะในลำคอ “เพราะฉะนั้น ลืมหัวโขนเดิมของเจ้าเสีย และต้องเชื่อฟังนายท่านอย่างเคร่งครัด แม้ว่าเขาจะสั่งให้เจ้าไปฆ่าหลี่เทียนหนานก็ตาม”
อู๋ซวงกำหมัดแน่น “ข้ารู้แล้ว”
.
.
เนื่องจากตระกูลไป๋, หลิงหู, หาน และสยง ได้เข้าร่วมกับเขาแล้ว จางเฟยจึงไม่มีปัญหาในการเกลี้ยกล่อมให้ ‘ข่งเหิง’ และ ‘ตู้เสิน’ เข้าร่วมด้วย ยิ่งมีซางอวี่เม่ยอยู่เคียงข้าง ชายชราทั้งสองย่อมตระหนักถึงความต่างของพลังเป็นอย่างดี จึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย
เมื่อสะสางเรื่องราวกับตระกูลต่างๆ เรียบร้อย จางเฟยก็นำพาหลิงหลงไปยังสถานที่อื่น เขาบอกให้หานหยวนจือเตรียมคนของนางให้พร้อม และกำชับให้นางติดตามหลิวฮวาและหลิวชิงอวี่ไปยังที่พำนักของเขาในภายหลังเพื่อเข้าสู่การเก็บตัวฝึกฝน ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้นางเป็นอย่างมาก
ส่วนซางอวี่เม่ยนั้นไม่ได้กลับไปยังจวน แต่นางรั้งอยู่ที่เมืองหลวงของอาณาจักรไป๋เพื่อคอยคุ้มครองหลิวฮวาและหลิวชิงอวี่
===
[ติ๊ง!]
[ภารกิจ: เดินทางไปยังอาณาจักรที่หก]
[ระดับภารกิจ: ง่าย]
[สถานะ: สำเร็จ]
[รางวัล: กล่องของขวัญระดับง่าย x 1 ส่งไปยังช่องเก็บของ]
===
[ภารกิจ: เดินทางไปยังอาณาจักรที่เจ็ด]
[ระดับภารกิจ: ง่าย]
[รางวัล: กล่องของขวัญระดับง่าย x 1]
===
ข้อความแจ้งเตือนสองฉบับปรากฏขึ้นในใจของจางเฟยทันทีที่พวกเขามาถึง ‘สำนักเขี้ยวทมิฬ’ หลิงหลงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เหตุใดท่านถึงพาข้ามาที่สำนักนี้? ท่านวางแผนจะพบรั่วเหยียนซีหรือ?”
“ข้าต้องการพบสตรีนางนั้นจริงๆ” จางเฟยติดต่อหาเหอย่า ซึ่งนางก็ปรากฏตัวเบื้องหน้าพวกเขาอย่างรวดเร็ว “พาข้าไปพบนาง”
“เจ้าค่ะ นายท่าน” เหอย่าเดินนำเข้าไปในสำนัก ท่ามกลางสายตาของเหล่าศิษย์รวมถึงเซวียนชุนฮวาที่ลอบมองจางเฟยอย่างไม่เชื่อสายตา พวกนางยังไม่อยากเชื่อว่าเจ้าสำนักจะยอมศิโรราบให้แก่เขา แต่ข่าวคราวเกี่ยวกับความเก่งกาจของเขาก็หนาหูเกินกว่าจะปฏิเสธได้
จางเฟยเอ่ยกับเหอย่าขณะเดินไป “ข้าต้องการให้เจ้าส่งศิษย์ระดับยอดกะทิบางส่วนไปยังอาณาจักรไป๋ เพื่อเข้าร่วมองค์กรของข้าที่นั่น”
“นายท่าน ข้าได้ส่งบางส่วนไปยังวังหลวงหวงฟู่ตามคำสั่งท่านแล้ว ตอนนี้จึงเหลือเพียงเซวียนชุนฮวาและฟางชิวเหวินเจ้าค่ะ” จางเฟยสำรวจชื่อหลังทันที “หากท่านต้องการ ข้าสามารถส่งพวกนางไปได้ทันที”
“ส่งพวกนางไป! บอกให้ไปพบหลิวฮวาหรือหลิวชิงอวี่ที่ร้านหยกนภาในอาณาจักร” เหอย่ารับคำสั่งและรีบดำเนินการทันที
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้าห้องของรั่วเหยียนซี เหอย่าปล่อยให้จางเฟยเข้าไปเพียงลำพัง ทว่าหลิงหลงกลับเดินตามเข้าไปด้วยเพราะนางรู้จักกับสตรีนางนี้ดี
“หลิงหลง?” รั่วเหยียนซีประหลาดใจกับการมาของนาง ก่อนจะเบนสายตามายังจางเฟย “ท่านคือเจ้านายใหม่ของสำนักนี้ใช่หรือไม่?”
จางเฟยเดินเข้าไปนั่งลงเบื้องหน้านาง ทว่าหลิงหลงกลับปีนขึ้นไปนั่งบนตักของเขาพลางโอบรอบคออย่างออดอ้อน ทำเอารั่วเหยียนซีขมวดคิ้ว “ถูกแล้ว ข้าคือเจ้าคนใหม่ของที่นี่ ข้าไม่มีปัญหากับเจ้า แต่ข้ามีปัญหากับสามีของเจ้ามากมายนัก เหอย่าคงอธิบายเรื่องต่างๆ ให้เจ้าฟังบ้างแล้วใช่ไหม?”
“ท่านเปลี่ยนหญิงอื่นให้กลายเป็นข้าได้อย่างไรกัน? ท่านไม่กลัวว่าสามีข้าจะจับได้หรือ? ในเมื่อท่านมีปัญหากับเขา ท่านก็น่าจะรู้ว่าเขาจะฆ่าล้างตระกูลของนางทันทีหากความจริงเปิดเผย” จางเฟยเพียงยิ้มรับคำถามนั้น “ท่านยิ้มอะไร? ท่านต้องการสังเวยผู้หญิงที่ไร้ความผิดเพื่อความทะเยอทะยานของท่านอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าไม่นึกเลยว่าจะมีสตรีที่จิตใจดีเช่นเจ้าอยู่ข้างกายหวงฟู่โส่ว เจ้ายังนึกถึงชะตากรรมของผู้อื่นทั้งที่ชะตาของตัวเองยังไม่ชัดเจน” คำพูดของจางเฟยทำให้รั่วเหยียนซีเคร่งเครียดขึ้นมา นางกลัวว่าเขาจะทำสิ่งเลวร้ายกับนาง “บอกตามตรง หญิงที่อยู่ข้างกายสามีเจ้าไม่ใช่คนธรรมดา แต่คือตู้เสอ เจ้าสำนักอสรพิษพิษ”
“อะ... อะไรนะ? ท่านพูดเรื่องอะไร?” รั่วเหยียนซีตกตะลึงจนพูดไม่ออก
“พระสนมรั่ว! ว่าที่สามีของข้าพูดความจริง” รั่วเหยียนซีขมวดคิ้วใส่หลิงหลงทันทีที่นางเรียกจางเฟยว่าว่าที่สามี ทั้งที่นางเป็นคู่หมั้นของหวงฟู่เหลียน “หึๆ! ข้าไม่เคยรักเจ้าโง่นั่นหรอก ข้ายอมรับเขาเพียงเพราะคำขอของท่านปู่ เพราะฉะนั้นข้าจึงไม่เคยยอมมอบพรหมจรรย์ให้มัน และใช้เคล็ดวิชาเป็นข้ออ้างเสมอเพื่อไม่ให้มันแตะต้องตัว ส่วนตอนนี้ ข้าได้พบบุรุษที่ข้าเลือกเองแล้ว และข้าจะเป็นภรรยาของจางเฟยอย่างเป็นทางการเมื่อเขาทะลวงสู่เจ็ดดินแดนเทพในอนาคต อย่างไรก็ตาม หญิงนางนั้นคือตู้เสอจริงๆ เพราะข้าเป็นพยานในตอนที่เขาถูกเปลี่ยนร่างให้กลายเป็นเจ้ากับตาตัวเอง”
รั่วเหยียนซียังคงยากจะเชื่อ ทว่านางกลับรู้สึกไร้กำลังจะขัดขืน นางจึงหันไปถามหลิงหลงแทน “เหตุใดเจ้าถึงทรยศพวกเขา? ท่านปู่และตระกูลหลิงของเจ้าจงรักภักดีต่อสามีข้ามาตลอด และพวกเขายินดีสละชีพเพื่อความฝันของเขาไม่ใช่หรือ?”
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.