Chapter 1311
1320 / 4197
8 min read
Chapter 1311 - Role Models (Part 1)
Published Apr 9, 2026, 06:04 PM
บทที่ 1311 - ต้นแบบ (ภาคแรก)
“เป็นการเลือกที่ยอดเยี่ยมมากค่ะท่านชายตัวน้อย นี่คือหนึ่งในสินค้าที่ขายดีที่สุดของเราเลยนะคะ ข้อต่อทุกส่วนสามารถขยับได้อิสระ และยังมีอุปกรณ์เสริมให้อีกเพียบเลยด้วย” พนักงานสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มขณะสาธิตการขยับนิ้วของหุ่นไล่ไปตามอาวุธนานาชนิดให้อารันดู
“ผมก็เห็นอยู่ครับ แต่ที่ถามน่ะ คือมัน ‘ทำ’ อะไรได้บ้าง” เด็กน้อยถามย้ำเสียงเรียบ
“ก็ทำได้ทุกอย่างที่หนูต้องการเลยไงจ๊ะ” เธอไหวไหล่พลางตอบปัด โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เด็กคนนี้สื่อถึงคืออะไร
“โกหกชัดๆ มันบินก็ไม่ได้ ร่ายมนตร์ก็ไม่เป็น แถมไม่มีเสียงสักแอะ” อารันกดลงที่ส่วนหัว สัญลักษณ์บนหน้าอก และแขนของหุ่นรัวๆ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นี่หนูล้อเล่นอยู่ใช่ไหมจ๊ะ?” พนักงานสาวถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ ไม่คิดว่าจะได้ยินความต้องการที่เหลือเชื่อขนาดนี้จากเด็กที่มาซื้อ ‘ของเล่น’ ธรรมดาๆ
“ถ้าไอ้นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่พี่มี ผมหละสงสารเด็กคนอื่นจริงๆ” อารันทำปากมุ่ย คำพูดนั้นแทงใจดำจนหญิงสาวถึงกับเริ่มทบทวนกับตัวเองว่าเธอควรจะเปลี่ยนอาชีพดีหรือไม่
“พี่ชาย พี่ร่ายมนตร์ใส่ไอ้นี่ได้ไหม?” เด็กน้อยเลิกสนใจพนักงานคนนั้นแล้ววิ่งรี่เข้าไปหาชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนทำหน้าเหมือนคนเพิ่งแพ้พนันมาหยกๆ
ลิธก้มลงอ่านป้ายราคาตรงหน้าก่อนจะอ้าปากตอบ
“ให้ตายเถอ—” ไม่ทันขาดคำ ศอกของคามิลาก็กระแทกเข้าที่ซี่โครงของเขาอย่างจัง จนลิธต้องรีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน
“ให้เทพเจ้าแห่งการกสิกรรมเป็นพยาน! ไอ้นี่ราคาตั้ง—”
“แค่ยี่สิบเหรียญทองแดงเองค่ะ” คามิลาช่วยต่อประโยคให้จบพลางส่งสายตาพิฆาตมาที่เขา ก่อนจะหยิบหุ่นขึ้นมาอีกตัวเพื่อเลือกให้เลเรียด้วย
“คุณผู้หญิงตาถึงมากเลยค่ะ” พนักงานสาวถอนหายใจอย่างโล่งอกที่อย่างน้อยก็เจอคนคุยรู้เรื่องเสียที “ทุกชิ้นส่วนถูกแกะสลักด้วยมือจากช่างศิลป์เวทมนตร์ ส่วนชุดเกราะและอาวุธก็ตีขึ้นจากโลหะทนทานพิเศษ แม้จะไม่มีคมแต่แข็งแรงมากนะคะ”
‘เลิกบ่นได้แล้วหน่า!’ โซลัสเอ่ยขัดขึ้นในใจ ‘มันทำออกมาดีจริงๆ นะ ดีกว่าพวกแอ็กชันฟิกเกอร์บนโลกมนุษย์ส่วนใหญ่เสียอีก’
เมื่อต้องเผชิญกับสายตาอ้อนวอนราวกับลูกสุนัขของเด็กๆ ปะทะกับสายตาดุๆ ของคามิลาและโซลัส ลิธก็รู้ตัวทันทีว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น
เขาเริ่มขยับมือประสานอินราวกับนินจา พลางพึมพำคำสบถเป็นภาษาอังกฤษเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการร่ายมนตร์ศาสตร์แห่งการหลอมสร้าง (Forgemastering) ระดับ 5 ที่มีชื่อว่า ‘ภาชนะที่คู่ควร’ (Worthy Vessel) มนตรานี้จะช่วยทดสอบความต้านทานมานาของเป้าหมาย ทำให้จอมเวทสามารถระบุได้ว่าวัตถุชิ้นนั้นจะทนทานต่อการลงอาคมประเภทใดได้บ้างก่อนที่จะพังทลายลง
หากเป็นทองคำมันจะไม่เรืองแสง วัสดุเกรดต่ำอย่างดอกคามิลเลียจะปรากฏอักขระเพียงตัวเดียว แต่หากเป็นเงินแท้... มันจะถูกปกคลุมไปด้วยอักขระแห่งอำนาจจนละลานตา
“ให้ตาย... เอ่อ ผมหมายถึง ใช่ ผมเสริมพลังให้มันได้” ลิธกล่าวขณะที่อักขระรูนสามตัวปรากฏขึ้นเหนือของเล่นชิ้นนั้น พิสูจน์ให้เห็นว่าวัสดุที่ใช้มีคุณภาพสูงไม่เบา
“งั้นก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ ท่านเป็นจอมเวทจริงๆ ด้วย!” พนักงานสาวอุทานออกมา นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่คำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมาโดยปราศจากความชื่นชมหรือความกลัว มีเพียงความไม่อยากจะเชื่อสายตาเท่านั้น
“ถ้าแค่นี้พี่ทึ่งแล้วละก็ พี่ควรจะเห็นสีหน้าตอนที่เขาพาฉันไปร้านอาหารเปิดใหม่นะคะ” คามิลาถอนหายใจเบาๆ ทำเอาลิธถึงกับหน้าแดงด้วยความขัดเขิน
“ตกลงเราเอาสองตัวนี้ครับ” ลิธพยายามทำตัวให้ดูเท่ แต่สีหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียดายเงินทำให้พนักงานสาวแอบคิดว่าเขากำลังจะจ่ายค่าของเล่นด้วยเลือดและเนื้อของตัวเองเสียมากกว่า
หลังจากนั้น พวกเขาใช้เวลาหลายวันท่องเที่ยวในเมืองซานซ์จนเด็กๆ เริ่มเบื่อ ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปยังเมืองอื่นผ่านประตูมิติ (Warp Gate)
ไม่เหมือนกับลิธ คามิลาวางแผนการเดินทางครั้งนี้เหมือนวันหยุดพักผ่อนจริงๆ เธอพาเด็กๆ ไปยังสถานที่ที่พวกเขาสามารถวิ่งเล่นกับสัตว์เวทมนตร์หรือเพื่อนวัยเดียวกันในสวนสนุกที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นขับเคลื่อนด้วยพลังเวทอันน่าตื่นตาตื่นใจ
ประตูมิติช่วยให้พวกเขาเดินทางข้ามราชอาณาจักรได้ในชั่วพริบตา พวกเขาจึงสามารถทานมื้อเช้าที่แดนตะวันออก มื้อเที่ยงที่แดนเหนือ และปิดท้ายมื้อค่ำบนเกาะกลางทะเลทางตะวันตกได้อย่างง่ายดาย
อารันและเลเรียวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานทั้งเช้าและบ่าย จนกระทั่งความเหนื่อยล้าฉุดรั้งพวกเขาให้หลับใหลไปทันทีหลังมื้อค่ำ คามิลาอนุญาตให้พวกเด็กๆ ฝึกฝนทักษะเวทมนตร์กับลิธเพียงวันละไม่เกินสองชั่วโมงเท่านั้น ก่อนจะพาไปเดินทอดน่องชมความงามของเมืองใหม่
“นี่แหละคือสิ่งที่วันหยุดพักผ่อนควรจะเป็น” เธอเอ่ยพลางชี้ไปที่อารันและเลเรียที่กำลังเล่นกับเด็กคนอื่นๆ บนชายหาด
เด็กทั้งสองอวดอ้างสัตว์เวทมนตร์และพลังเวทราวกับเป็นนามบัตรชั้นดี จนกลายเป็นหัวหน้ากลุ่มเด็กๆ ได้ในเวลาไม่นานแม้จะเป็นคนต่างถิ่น อะบอมินัสและโอนิกซ์ไม่ได้รู้สึกยินดีนักที่ต้องถูกบังคับให้แบกเด็กจำนวนมากและทนต่อมือน้อยๆ ที่คอยดึงทึ้งขน แตพวกมันก็ยอมจำนนและทำหน้าที่ต่อไปตามปกติ
“คุณสนุกไหม?” คามิลาถาม
“สนุกสิ” ลิธโกหกคำโต
ในขณะที่เธอคอยวางแผนการในแต่ละวันและมีสัตว์เวทคอยดูแลเด็กๆ ลิธก็มีเวลาว่างพอที่จะฝึกฝน ‘เวทมนตร์ดั้งเดิม’ (First Magic) ผ่านวงวนมานาของเขาเกือบตลอดทั้งวัน ตราบเท่าที่ไม่มีใครต้องการตัวเขา
ความพยายามที่ล้มเหลวของเขาไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบใดๆ ภายนอก เขาจึงสามารถร่ายมนตร์ได้ในทุกย่างก้าวที่เดินหรือทุกครั้งที่ขยับแขน
เขาชอบที่จะใช้เวลาร่วมกับคามิลาและเด็กๆ แต่สำหรับเขาแล้ว การเดินเตร่ไปมาและเสียเงินไปกับสิ่งที่เขามองว่าเป็นการ ‘ฆ่าเวลา’ นั้น ไม่สามารถเรียกว่าความสนุกได้เลยสักนิด
“คนขี้หก” เธอถอนหายใจ “อย่างน้อยก็ลองซึมซับช่วงเวลาเหล่านี้ดูบ้างเถอะ ถ้าคุณมีชีวิตอยู่เพื่อแต่งาน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเมื่อคุณมองย้อนกลับมา คุณจะเห็นแต่ภาพเวทมนตร์และแบบแปลน โดยที่ไม่มีความทรงจำที่มีความสุขหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่เรื่องเดียว”
‘เธอพูดถูกนะรู้ไหม? ถ้าฉันต้องสรุปอดีตของนาย ภาพที่ออกมาคงเหมือนกับวิดีโอรวมฉากฝึกฝนเพียงอย่างเดียว’ โซลัสเสริมทัพเข้าข้างคามิลาจนลิธจนมุม
“ผมก็พยายามอยู่ แต่มันสนุกตรงไหนกัน? ผมแค่นั่งอยู่บนม้านั่ง ดูพระอาทิตย์ตกดิน หลังจากที่เดินมาทั้งวันในสถานที่ที่ผมไม่ได้สนใจเลยสักนิด ผมทำแบบนี้อยู่ที่บ้านก็ได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว” เมื่อการโกหกไม่ใช่ทางเลือก เขาจึงตัดสินใจพูดความจริงออกไปตรงๆ
“ฉันว่าคุณคงกำลังลงแดงแน่ๆ เลย หลังจากที่ไม่มีใครพยายามฆ่าคุณมาเกือบอาทิตย์แล้ว มันเลยทำให้คุณอารมณ์ไม่ดีแบบนี้ใช่ไหมล่ะ” คามิลาหัวเราะคิกคัก
ลิธรู้สึกประหลาดใจที่เธอคิดว่าการทะเลาะวิวาทเล็กน้อยที่โรงเตี๊ยมนั้นเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของเขา แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอประเมินเขาต่ำไป มันแค่แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นห่วงเขามากเพียงใด และนั่นทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในใจ
“ความสนุกมันอยู่ตรงการที่ได้นั่งอยู่บนม้านั่งตัวนี้กับฉัน และซึมซับช่วงเวลาแห่งความสงบด้วยกันหลังจากที่ทำให้เด็กๆ มีความสุขมาตลอดทั้งวันต่างหาก ความสนุกไม่จำเป็นต้องเป็นการ ‘ทำ’ อะไรบางอย่างเสมอไป แต่มันอาจหมายถึงการ ‘ไม่มี’ อะไรบางอย่างก็ได้”
“ตัวอย่างเช่น การได้ดื่มด่ำกับความเงียบสงบกับแฟนของฉัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงาน ความรับผิดชอบ หรือคำขู่ฆ่า นั่นแหละคือความสนุกสำหรับฉัน พระอาทิตย์ตกดินมันก็แค่บรรยากาศ แต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือคนข้างๆ ต่างหาก” เธอพิงศีรษะลงบนไหล่ของเขาพลางเขี่ยเม็ดทรายด้วยเท้าเปล่า
คามิลาไม่เคยมาเที่ยวชายหาดมาก่อน และเธอพบว่ามันเป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ยิ่งนัก แม้ว่าฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะมาเยือนและลมทะเลจะเริ่มมีความเย็นยะเยือกอยู่บ้างก็ตาม
“รู้ไหม ฤดูร้อนหน้าเราอาจจะมาเที่ยวทะเลกันสองต่อสองแบบที่คุณต้องการก็ได้นะ”
“แค่คุณกับผม หรือว่า...” ลิธชี้ไปที่เด็กๆ ที่กำลังโอ้อวดเวทมนตร์ธาตุดินเพื่อสร้างปราสาททรายที่ใหญ่โตและงดงามกว่าของใครๆ
“แค่คุณกับฉัน ฉันอยากจะชวนคู่อื่นมาด้วยเพื่อเป็นเพื่อนคุยนะ แต่ฉันคิดว่าฉันคงใส่ไอ้นั่นไม่ได้...”
“บิกินี” ลิธช่วยต่อประโยค
“ใช่ บิกินีต่อหน้าคนอื่นโดยไม่เขินจนตัวระเบิดไปเสียก่อน แต่เรายังนัดเจอเพื่อนๆ เพื่อทานมื้อค่ำด้วยกันได้นะ”
“นั่นคงจะดีมาก” ลิธพยักหน้าพลางมองไปรอบๆ ด้วย ‘เนตรชีวา’ (Life Vision) ก่อนจะอนุญาตให้ตัวเองได้ผ่อนคลายลงอย่างแท้จริงในที่สุด
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.