Chapter 1338
1347 / 4197
7 min read
Chapter 1338 - The Prodigals’ Return (Part 2)
Published Apr 9, 2026, 06:14 PM
บทที่ 1338 - การกลับมาของบุตรผู้เสเพล (ตอนที่ 2)
เพียงแค่สบประสานกับนัยน์ตาของลิธหยดเหงื่อเย็นเฉียบก็ผุดซึมไปทั่วร่างของเคลฟาส เขาเคยเผชิญหน้ากับอาชญากรมามากพอที่จะมองออกว่า คนตรงหน้านี้คือผู้ที่ไม่ลังเลเลยสักนิดหากจะต้องจับเขามัดตราสังข์ถ่วงน้ำในบ่อนึกแล้วอธิษฐานขอพรให้หายไปตลอดกาล
‘ในทางกลับกัน วาสตอร์กลับดูเหมือนชายแก่ผู้สิ้นหวังที่โหยหาหญิงคราวลูก และโง่เง่าพอจะทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งเธอไว้ข้างกาย’ เคลฟาสลอบคิดในใจ
"ไม่นานนักหรอก แค่ไม่กี่ปีเท่านั้น" วาสตอร์กล่าวพร้อมรอยยิ้มอันอบอุ่น "ทว่าผมกลับใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงในการสังเกตเห็นร่องรอยการทารุณกรรมที่เธอได้รับ ผมอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่าคุณมองข้ามมันไปได้อย่างไร หรือเหตุใดคุณถึงไม่ไปปรากฏตัวเคียงข้างเธอในชั้นศาลตอนที่ซินย่าต้องต่อสู้เพื่อสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร"
วาสตอร์ตีบทแตกเสียจนเคลฟาสถึงกับละล่ำละลักด้วยความอับอาย พลางเอ่ยคำแก้ตัวซ้ำซากที่เขาใช้ประโคมใส่ซินย่านับตั้งแต่เธอเริ่มเป็นม่าย หากมิใช่เพราะมัวแต่พะวักพะวน เขาคงสังเกตเห็นไปนานแล้วว่าศาสตราจารย์ผู้นี้หาได้ใส่ใจหรือเชื่อถือในสิ่งที่เขาพ่นออกมาแม้แต่คำเดียว
แววตาของวาสตอร์สะท้อนถึงคำมั่นสัญญาแห่งความเจ็บปวดที่ทวีความยาวเหยียดขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณคำลวงโลกที่เขาต้องทนฟัง
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมคะ?" การกลับมาอย่างรวดเร็วของคามิลล่าช่วยเยียวยาอีโก้ที่บอบช้ำของออร์พัล และช่วยฉุดรั้งบิดาของเธอจากการ "หัวใจวายเฉียบพลัน" ได้ทันท่วงที
"เรียบร้อยดีจ๊ะแม่คุณ พ่อกับแม่แค่กำลังบอกซินย่าว่าเธอโชคดีเพียงใดที่ได้พบกับชายผู้ประเสริฐอย่างศาสตราจารย์วาสตอร์ การที่เขาช่วยดูแลเด็กสองคนที่เกิดจากชายคนอื่นเช่นนี้ มันชี้ชัดถึงเนื้อแท้ที่สูงส่งของคุณจริงๆ" เคลฟาสเอ่ย
กลยุทธ์ 'ตบหัวแล้วลูบหลัง' คือชั้นเชิงการเจรจาที่เขาโปรดปราน การประจบสอพลอวาสตอร์จะช่วยสร้างความพึงพอใจ ในขณะเดียวกันก็จงใจตอกย้ำเรื่องชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลวและพันธะของซินย่าเพื่อให้เธอรู้สึกต้อยต่ำและยอมสยบ
"พ่อคะ โซการ์กับหนูเราไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้น..." ซินย่าหน้าแดงก่ำไปจนถึงใบหู เธอเขินอายเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะสบตาวาสตอร์
เคลฟาสรู้ดีว่าซินย่าไม่เคยผ่านมือชายใดนอกจากฟอลมัก เธอไร้เดียงสาต่อความรักและรู้จักมันเพียงผ่านคำพร่ำสอนของพ่อแม่เท่านั้น นั่นทำให้เธอตกเป็นเหยื่อการชักจูงได้ง่ายดายยิ่ง
"เช่นเดียวกับการเพิกเฉยต่อลูกสาวและหลานแท้ๆ ถึงสิบปี ที่มันชี้ชัดถึงเนื้อแท้ของคุณเช่นกัน... คุณเร็ตต้า" คำตอกกลับของวาสตอร์ทำให้เห็นชัดว่า ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่เคลฟาสพอจะหวังได้ในตอนนี้คือความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ
"ไม่จริงหรอกค่ะโซการ์ คุณแม่มาเยี่ยมฉันทุกครั้งที่มีโอกาสและท่านก็พยายามช่วยฉันอย่างเต็มที่ แต่น่าเสียดายที่ด้วยฐานะที่ต่างกันเกินไปของทั้งสองตระกูลประกอบกับปัญหาด้านการเงินของพ่อ ฟอลมักจึงมักจะได้สิ่งที่เขาต้องการเสมอ" ซินย่ารีบแก้ต่าง
เธอกำลังจมอยู่ในความปิติที่ได้กลับมามองเห็นหน้าพ่อแม่หลังจากตาบอดมาตั้งแต่เกิด จนความสุขนั้นบดบังความกังขาในคำพูดและความซื่อสัตย์ของพวกเขาไปสิ้น
"ผมหวังว่าคุณจะพูดถูก" วาสตอร์เคยพยายามสืบหาหลักฐานว่าตระกูลเร็ตต้าเคยแจ้งความเรื่องที่ลูกสาวถูกทำร้ายหรือพยายามพาเธอกลับบ้านหรือไม่ แต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า เขาจึงทึกทักเอาว่าคนพวกนี้ไม่ได้แม้แต่จะพยายาม
"จะว่าไป คุณไปพบกับเมลน์ได้อย่างไร?" เมื่อไร้หลักฐาน การแสดงความสงสัยไปก็มีแต่จะทำร้ายจิตใจของซินย่า เขาจึงเบนประเด็นไปยังจุดที่ยังคลุมเครือ
"มันเป็นเรื่องบังเอิญที่โรงเตี๊ยมแห่งเดียวในลูเทียน่ะครับ คุณนาร์แชทกำลังจะออกเดินทางพอดีตอนที่เราไปถึง" เคลฟาสไม่พลาดที่จะจับกระแสการกล่าวหาที่ซ่อนอยู่ในคำถามของวาสตอร์ เขาจึงรีบแก้ต่างให้ตัวเองทันที
"เราได้ยินเจ้าของโรงเตี๊ยมคุยกับเขา และจำได้ว่าคุณนาร์แชทเป็นคนในตระกูลเวอร์เฮน เราเลยสนิทสนมกันตามประสาคนรู้จัก" เคลฟาสกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง
นอกจากจะเป็นความจริงที่ทำให้วาสตอร์ขุดคุ้ยหาจุดด่างพร้อยไม่ได้แล้ว มันยังเป็นการช่วยกู้หน้าให้ออร์พัล ทำให้เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณอีกด้วย
เคลฟาสจงใจละเว้นช่วงที่เจ้าของโรงเตี๊ยมด่าทอออร์พัลด้วยคำหยาบคาย ก่อนจะปฏิเสธไม่ให้ห้องพัก และไล่เขาไปนอนในคอกม้าหากพวกสัตว์เหล่านั้นจะลดตัวลงยอมร่วมชายคากับคนพรรค์นี้
"ใช่แล้วครับ" ออร์พัลพยักหน้าพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก "เราต่างก็มีปัญหากับญาติพี่น้องเหมือนๆ กัน เราจึงตัดสินใจว่าจะเดินทางมาเยี่ยมครอบครัวพร้อมกันในครั้งนี้"
สองสามีภรรยาเร็ตต้าเองก็ตกเป็นเหยื่อการชักใยของออร์พัลเช่นกัน เขาคำนวณเวลาการกลับมาอย่างแม่นยำเพื่อให้ได้พบกับพ่อแม่ตามลำพังก่อน และเมื่อพ่อแม่ของคามิลล่ามาถึง พวกเขาก็จะร่วมกัน 'ตีเหล็กเมื่อกำลังร้อน'
ออร์พัลไม่เคยไว้ใจสองสามีภรรยานี้ไปมากกว่าความยาวของแขนที่เขาจะเหวี่ยงทิ้งได้ เขาไม่เสี่ยงเปิดเผยเป้าหมายหรือธาตุแท้ให้คนพวกนี้รู้ เขาพิจารณาคนตระกูลเร็ตต้าเป็นเพียงเบี้ยที่ใช้แล้วทิ้งในกระดานนี้เท่านั้น
เป้าหมายเดียวของเขาคือการทำลายทุกอย่างที่ลิธสร้างขึ้นมา
ส่วนการพังพินาศในชีวิตของคามิลล่านั้น... ถือเป็นเพียงผลพลอยได้ที่น่ารื่นรมย์
"มันก็ฟังดูมีเหตุผลดี" ลิธเดินออกมาจากห้องน้ำพลางใช้ผ้าขนหนูซับเส้นผมที่ยังเปียกชื้น เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาถูกปลดกระดุมทิ้งไว้บางส่วน เผยให้เห็นชุดหรูหราที่เขา 'ยึด' มาจากศาลราตรี (Night Court) ระหว่างภารกิจในโอเธอร์
เขาวางท่าสง่างามเกินความจำเป็น ประกอบกับการเปิดตัวที่ราวกับหลุดออกมาจากบทประพันธ์แนวอีโรติก ทำให้ผู้หญิงทุกคนที่ไม่มีสายเลือดเดียวกับเขาต่างพากันหน้าแดงซ่านด้วยความรัญจวนใจ
ออร์พัลกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่นเปรี๊ยะ เขาแต่งตัวดีก็จริง แต่ในบทบาทของ 'บุตรผู้สำนึกผิด' เขาจำต้องดูถ่อมตัวและเศร้าสร้อย ไม่ใช่ดูภูมิฐานเป็นคุณชายเช่นนี้
ลิธไม่มีข้อจำกัดเช่นนั้น เขารู้ดีว่าสำหรับออร์พัลแล้ว ทุกอย่างคือการแข่งขัน ไนท์ไม่ใช่คนเดียวที่วางแผนสำหรับการพบกันครั้งนี้มาอย่างยาวนาน และลิธก็ไม่ลังเลเลยที่จะยั่วโมโหพี่ชายของเขาในทุกวิถีทางที่ทำได้
เขาต้องการให้ออร์พัลตบะแตกและเผยธาตุแท้ออกมาต่อหน้าพ่อแม่ ไม่ว่าในใจลิธจะอยากใช้กำลังซัดไอ้เศษสอยออร์พัลให้จมดินเพียงใด แต่หากไร้ซึ่งเหตุผลอันสมควร เขาก็จะกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาคนอื่นทันที
‘ตอนเด็กๆ ข้าพลาดที่ไม่ได้ทำให้มันเป็นไอ้ขี้แพ้ในสายตาคนอื่น และข้าจะไม่ทำพลาดซ้ำสองในตอนนี้ ความทะนงตนของมันนั่นแหละที่จะเป็นจุดจบของตัวมันเอง’ ลิธลอบคิด
"แต่งตัวให้มิดชิดหน่อยสิคะ มีแขกอยู่นะ" คามิลล่าพยายามช่วยกลัดกระดุมเสื้อให้เขา แต่อัญมณีอดามันต์กลับเชื่อฟังเพียงเจ้านายของมันเท่านั้น อีกทั้งมือของเธอยังพากันสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นจนทำไม่สำเร็จ
‘นี่ผมยังมีอิทธิพลกับคุณขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?’ เขาเอ่ยถามเธอผ่านพันธะทางจิตขณะยอมปล่อยให้เธอช่วยจัดเสื้อผ้า
‘ฉันบอกคุณหลายครั้งแล้วว่าฉันน่ะแพ้ทางคุณที่สุด’ เธอกระซิบตอบ ‘อย่าริอ่านไปแต่งตัวแบบนี้ต่อหน้าผู้หญิงคนอื่นอีกนะ อย่าว่าแต่พี่สาวฉันเลย!’
‘มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนจ้ะที่รัก’
‘แผนบ้าๆ ของคุณนั่นแหละที่ฉันจะฉีกทิ้งพร้อมกับเสื้อผ้—’ คามิลล่าหน้าแดงก่ำเมื่อคิดเตลิดไปไกล ก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์
"คุณมีธุระอะไรที่นี่มิทเตอร์เร็ตต้า" ลิธเมินเฉยต่อพี่ชายอีกครั้ง ทำทีเป็นไม่แยแสว่าออร์พัลไปทำอะไรมาตลอดหลายปี หรือไปได้นามสกุลขุนนางมาจากไหน
‘ข้ารู้นะว่าแกกำลังทำอะไร แต่มันไม่ได้ผลหรอก!’ ออร์พัลคิด ทว่าหมัดของเขายังคงกำแน่นและใบหน้าก็บิดเบี้ยวด้วยรังสีแห่งเพลิงโทสะจนทำให้เอลิน่าเริ่มขวัญผวา
"ไม่มีธุระอะไรหรอกครับ แค่เรื่องของครอบครัว" เคลฟาสส่ายหน้า พลางสวมบทบาทพ่อผู้แสนอาทร "ผมรู้ว่าผมไม่ใช่พ่อที่สมบูรณ์แบบ และเคยทำผิดพลาดมามากมายในอดีตจนลูกสาวทั้งสองเหินห่าง แต่ผมก็ห่วงใยพวกเธอเสมอมา"
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.