Chapter 605
569 / 3188
9 min read
Chapter 605 Shen Jing
Published Mar 11, 2026, 09:54 PM
Chapter 605 เชิ่นจิง
อเล็กซ์มองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อยในแววตา
ชายที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์แทบจะไม่มีสีอื่นเจือปน บนใบหูของเขามีต่างหูทองคำทรงกลมที่มีหนามแหลมโผล่ออกมาสองข้าง ถ้าจะให้อธิบายเครื่องประดับชิ้นนี้ให้ใครสักคนฟัง การเรียกว่าลูกบอลทองคำที่มีหนามแหลมก็คงเพียงพอแล้ว
เส้นผมสีบลอนด์ของเขาทิ้งตัวลงมาจนเลยไหล่และไปสิ้นสุดที่ปลายผมสีดำ ราวกับว่าส่วนนั้นถูกย้อมมาด้วยเหตุผลบางอย่าง
เขาน่าจะสูงกว่าอเล็กซ์ประมาณสองนิ้ว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง อเล็กซ์กลับรู้สึกว่าเขาสูงใหญ่กว่านั้นมาก
ผิวพรรณที่ขาวผ่องของเขาไม่มีตำหนิใดๆ เลย และใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้เขาดูอ่อนโยน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสงสัยที่สุดเกี่ยวกับเขาก็คือ เขาไม่มีพื้นฐานการบ่มเพาะพลังเลย ราวกับว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง
ความคิดแรกของอเล็กซ์คือชายคนนี้อาจเป็นเซียน เป็นคนที่มีระดับการบ่มเพาะสูงจนเขาสัมผัสไม่ได้เลย
ทว่า เขาก็รู้สึกอยากจะตบหน้าตัวเองในทันที เขาเพิ่งเรียนรู้มาเมื่อไม่นานนี้เองว่าเหล่าเซียนไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระในที่สาธารณะ
ท้องฟ้าจะแยกออกจากกันเพื่อลงทัณฑ์พวกเขาหากพวกเขาปรากฏตัวให้เห็น แม้แต่ท่านเรนยังต้องอยู่รอดด้วยการซ่อนตัวอยู่ใต้สายแร่จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ รวมทั้งต้องใช้ค่ายกลมากมายเพื่อปกปิดออร่าของนาง
ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาน่าจะกำลังใช้วิชาบ่มเพาะเพื่อปกปิดออร่าของตนอยู่ วิชาของเขาคงต้องเป็นวิชาชั้นยอดถึงทำให้เขาปกปิดออร่าได้แนบเนียนขนาดนี้
ชายคนนั้นสังเกตเห็นว่าอเล็กซ์กำลังจ้องมองเขาอยู่ จึงส่งยิ้มให้
“ทักทายนะน้องชาย เจ้ากำลังจะไปที่ไหนงั้นหรือ?” ชายคนนั้นถาม
“ไปเมืองซิลเวอร์ลีดครับ” อเล็กซ์ตอบโดยไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมให้คนแปลกหน้าฟัง
รถม้าเริ่มเคลื่อนตัว และไม่นานขบวนคาราวานก็มุ่งหน้าไปยังเมืองถัดไป
ชายผมบลอนด์ยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้าไม่ยอมจางหาย นั่นทำให้อเล็กซ์รู้สึกแปลกๆ ราวกับว่าเขาควรจะหลีกเลี่ยงชายคนนี้
รถม้าโคลงเคลงไปมาราว 5 นาที ชายคนนั้นก็เลิกสนใจอเล็กซ์แล้วหันไปหาครอบครัวที่มีกัน 3 คนที่นั่งอยู่ด้านข้างแทน
“เจ้าชื่ออะไรหรือแม่หนู?” เขาถามเด็กหญิงที่น่าจะมีอายุประมาณ 4 ขวบ
“ซูเสวี่ยค่ะ” เด็กหญิงตอบเบาๆ พ่อแม่ของเธอช่วยกันกระตุ้นให้เธอกล้าถามชื่อของชายคนนั้น
“แล้วท่านชื่ออะไรคะท่านลุง?” เธอถาม
“ชื่อของข้าหรือ? ก็... เชิ่นจิง ไงล่ะ” ชายคนนั้นตอบ
ดวงตาของอเล็กซ์หรี่ลงทันทีเมื่อความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว ‘เชิ่นจิง? เชิ่น! เหมือนกับตระกูลเชิ่นหรือเปล่า? ตระกูลเดียวกับที่ข้ากำลังจะไปหาน่ะหรือ?’ เขาคิด
ไม่มีทางที่เรื่องบังเอิญแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ แตเขาก็ไม่อาจฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะที่ผ่านมาเขาก็มีโชคดีอยู่ไม่น้อยจากทุกสิ่งที่ได้รับมา
“เสวี่ยตัวน้อย ลองถามพี่ชายคนนี้ดูสิว่าเขาชื่ออะไร?” ชายหนุ่มที่ชื่อเชิ่นกล่าว
“พี่ชายคะ พี่ชื่ออะไรหรือคะ?” เด็กหญิงถาม
อเล็กซ์อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาขณะหันไปหาเด็กน้อย “น้องสาว พี่ชื่ออวี้หมิงนะ” เขาตอบ
“อวี้... หมิง...” เด็กหญิงทวนชื่อราวกับกำลังลองเรียกชื่อนั้นบนปลายลิ้น
“แล้วที่เมืองซิลเวอร์ลีดมีอะไรดีหรือน้องชายอวี้หมิง?” เชิ่นจิงถาม
“สำหรับตอนนี้ มันก็แค่จุดแวะพักระหว่างการเดินทางของข้าครับ” อเล็กซ์กล่าว “แล้วท่านพี่เชิ่นจะไปที่ไหนหรือครับ?”
“ข้าหรือ? ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยข้าคงจะไปตามที่โชคชะตานำพาไปกระมัง” ชายคนนั้นกล่าว
“ข้ามีคำถามอยากจะถามท่านพี่เชิ่นสักหน่อยครับ” อเล็กซ์กล่าวเพราะไม่อาจเก็บความสงสัยไว้ได้
“เอาเป็นว่าเจ้าถามข้าหนึ่งข้อ แล้วข้าจะถามเจ้าหนึ่งข้อดีไหมล่ะ?” เชิ่นจิงเสนอ
อเล็กซ์สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพยักหน้า “ท่านมาจากตระกูลเชิ่นหรือเปล่าครับ?” เขาถาม
“อื้ม... แน่นอนสิ ตระกูลของข้าก็คือเชิ่นไม่ใช่หรือไง?” ชายคนนั้นถามพร้อมเลิกคิ้ว
“งั้นท่านก็มาจากตระกูลเชิ่นผู้ยิ่งใหญ่สินะ!” อเล็กซ์อุทาน เขาไม่อยากจะเชื่อในโชคของตัวเองเลย
เชิ่นจิงมองเขาด้วยสายตาซื่อๆ แล้วถามว่า “ตระกูลเชิ่นผู้ยิ่งใหญ่? นั่นคืออะไรหรือ?”
“เอ๊ะ? ท่านไม่ได้มาจากตระกูลเชิ่นผู้ยิ่งใหญ่หรือครับ?” อเล็กซ์ถามย้ำ
“ข้าว่าน่าจะมีความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างแล้วล่ะ ข้ามาจากตระกูลเชิ่นเหมือนกัน แต่ดูเหมือนเจ้ากำลังพูดถึงตระกูลที่โด่งดังกว่านั้น” เชิ่นจิงกล่าว
“งั้น... ท่านก็ไม่ได้มาจากตระกูลเชิ่น หนึ่งใน 7 สีแห่งจักรวรรดิหรือครับ?” อเล็กซ์ถาม
“โอ้ ไม่เลย เจ้าดูเหมือนจะพูดถึงตระกูลเชิ่นจริงๆ ที่ค่อนข้างโด่งดัง น่าเสียดายนะที่ข้าไม่ได้มาจากตระกูลนั้น” เขากล่าว
“เข้าใจแล้วครับ” อเล็กซ์กล่าว ความหวังของเขาจมดิ่งลงเล็กน้อย “ข้าแปลกใจที่ท่านไม่รู้จักตระกูลนั้น มันค่อนข้างโด่งดังในจักรวรรดินะครับ”
“ข้าไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับจักรวรรดินี้เท่าไหร่หรอก” เชิ่นจิงกล่าว
‘ผู้เล่นงั้นหรือ?’ อเล็กซ์เริ่มสงสัยในตอนนี้ คนเดียวที่จะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับจักรวรรดิลูมิแนนซ์ก็คงมีแต่คนที่มาจากภายนอกเท่านั้น
เมื่อพิจารณาว่าดินแดนอสูรปิดกั้นไม่ให้จักรวรรดิคริมสันเข้ามา และทวีปอื่นๆ ก็ไม่มีหนทางจะมาที่นี่ได้ ดังนั้นจะมีเพียงผู้เล่นเท่านั้นที่อาจเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับจักรวรรดิในตอนนี้
“ท่านควรจะอ่านหนังสือบ้างนะครับท่านพี่เชิ่น การเรียนรู้เกี่ยวกับจักรวรรดิจะช่วยท่านได้บ้าง” อเล็กซ์แนะนำ
เชิ่นจิงทำหน้าเบื่อหน่ายทันที “ไม่ล่ะ ข้าเกลียดการอ่าน” เขากล่าว
อเล็กซ์กำลังจะถามบางอย่าง แต่เชิ่นจิงก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “ในเมื่อข้าตอบคำถามเจ้าไปแล้ว เจ้าก็ควรตอบคำถามข้าสักข้อนะ”
อเล็กซ์พยักหน้ารอคำถาม
เชิ่นจิงชี้ไปที่แขนที่ขาดของอเล็กซ์แล้วถามว่า “เรื่องราวเบื้องหลังนั่นเป็นมาอย่างไรหรือ?”
อเล็กซ์เผลอกำแขนซ้ายของตัวเองโดยไม่รู้ตัวแล้วกล่าวว่า “มันขาดไประหว่างการต่อสู้ที่เมืองของข้า พวกโจรโจมตีเรา และข้าก็ลงเอยด้วยการต้องสู้กับพวกที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษคนหนึ่ง”
“ฮ่าห์ เจ้าหมายถึงเจ้าแค่ฝีมือไม่ถึงเองใช่ไหมล่ะ?” เชิ่นจิงกล่าว คำพูดนั้นแทงใจดำอเล็กซ์จนเขาต้องสูดหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์โกรธ
“หากเป็นลูกผู้ชาย เจ้าจะต้องแข็งแกร่ง เอาจริงๆ จะเป็นผู้หญิงก็ต้องแข็งแกร่งเหมือนกัน แต่ในเมื่อเจ้าเป็นผู้ชาย คำนี้ก็เหมาะกับเจ้าดี” เชิ่นจิงกล่าว
“มิเช่นนั้น เจ้าจะปกป้องครอบครัวของเจ้าได้อย่างไร? ทั้งพ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง ศิษย์ หรืออาจารย์ของเจ้า”
อเล็กซ์รู้สึกเย็นเยียบไปถึงกระดูกเมื่อได้ยินคำสุดท้าย หากเพียงแต่เขาแข็งแกร่งกว่านี้ มาหรงคงยังมีชีวิตอยู่ แขนของเหวินเฉิงก็คงไม่เป็นอะไร
หากเพียงแต่เขาแข็งแกร่งกว่านี้
“ด้วยความอ่อนแอของเจ้า เจ้าจะปกป้องแมวตัวนั้นได้หรือ?” เชิ่นจิงถาม
“หือ? ท่านรู้เรื่องนั้นได้ยังไง?” อเล็กซ์ตั้งการ์ดป้องกันทันที อยู่ดีๆ ชายคนนี้ก็รู้เรื่องของเพิร์ลขึ้นมา อเล็กซ์สงสัยว่านี่มัน—
อเล็กซ์เห็นชายคนนั้นชี้ไปที่หน้าอกของเขา อเล็กซ์ก้มมองลงไปก็เห็นเพิร์ลโผล่หัวออกมาจากเสื้อคลุม
‘อา’ เขาคิด
เชิ่นจิงโบกมือไปทางเพิร์ล
“เมี๊ยว!” เพิร์ลทักทายเชิ่นจิงขึ้นมาเฉยๆ
“เมี๊ยวตอบเช่นกันเจ้าตัวเล็ก เจ้าชื่ออะไรหรือ?” เชิ่นจิงถาม
ดวงตาของอเล็กซ์เบิกกว้าง ‘เพิร์ล อย่าตอบ—’ เขาพยายามบอกเพิร์ล แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
“เพิร์ล!” เพิร์ลตอบออกมาเสียงดัง ทำให้ครอบครัวที่นั่งข้างๆ ตกใจ พวกเขาไม่เคยเห็นสัตว์อสูรพูดได้มาก่อนในชีวิต และการได้เห็นมันในมุมที่คับแคบแบบนี้ทำให้พวกเขากลัว
“มานี่สิ” เชิ่นจิงกล่าวพร้อมเปิดฝ่ามือออก
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ราวกับถูกสะกดจิต เพิร์ลกระโดดออกจากเสื้อคลุมของอเล็กซ์ไปอยู่บนมือของชายคนนั้นทันที
อเล็กซ์ไม่สามารถห้ามมันได้เลย เขาเริ่มกังวล ตอนนี้เขาควรจะทำอย่างไรดี? ควรจะสู้กับชายคนนี้เพื่อรักษาความลับเรื่องเพิร์ลไว้ดีไหม? แล้วครอบครัวนั้นล่ะ?
เพิร์ลยิ้มเมื่อชายคนนั้นลูบหัวและหลังของมัน “เจ้าสุดยอดมาก เพิร์ล” เขากล่าว
“เมี๊ยว!” เพิร์ลตอบอย่างมีความสุข ความคิดเล็กๆ ผุดขึ้นในใจของอเล็กซ์
‘เขาไม่ใช่คนเลวนะพี่ชาย’ เพิร์ลบอกเขาในใจโดยตรง อเล็กซ์ไม่รู้ว่าเขาควรจะเชื่อเพิร์ลในตอนนี้หรือไม่
เชิ่นจิงหันหน้าไปมองทางด้านข้างและเห็นครอบครัวนั้นยังคงขดตัวด้วยความกลัว ยกเว้นเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังหลงใหลในแมวพูดได้
เชิ่นจิงยิ้มอย่างปลอบประโลมครอบครัวนั้นและกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวลไป มันเป็นแค่แมวตัวน้อยที่มีพรสวรรค์น่ะ มันไม่ทำร้ายใครหรอก”
จากนั้นเขาก็เรียกเด็กหญิงคนนั้นเข้ามา เธอก็วิ่งตรงไปหาเขา
“แบมือมาสิ” เชิ่นจิงบอก เด็กหญิงทำตาม จากนั้นเขาก็วางเพิร์ลลงบนมือของเธอ เพิร์ลแทบไม่มีที่ให้ยืนบนมือของเด็กน้อยจึงกระโดดไปเกาะไหล่ของเธอซึ่งกว้างกว่าเล็กน้อย
“เจ้าช่วยสอนเพื่อนตัวน้อยของข้าให้พูดคำอื่นๆ เพิ่มอีกสักหน่อยได้ไหม?” เชิ่นจิงถาม
เด็กหญิงพยักหน้า “ตกลง งั้นเจ้าลองไปขอให้พ่อกับแม่ช่วยสอนด้วยสิ” เชิ่นจิงบอก เด็กหญิงจึงเดินกลับไปที่มุมของเธอพร้อมกับเพิร์ล
เขาหันกลับมาหาอเล็กซ์แล้วหัวเราะเบาๆ “ไม่ต้องตื่นตระหนกไปหรอกน้องชาย ข้าไม่ทำร้ายพวกเจ้าหรอก” เขากล่าว อเล็กซ์เข้าใจนัยยะในคำพูดเหล่านั้นดี
มันไม่ใช่ว่าเขาทำร้ายไม่ได้ แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ อเล็กซ์รู้ดีว่าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ชายคนนี้ขุ่นเคือง
“ว่าไงล่ะ? ตกลงเจ้าจะรักษาแขนข้างนั้นหรือไม่?” เชิ่นจิงถามขึ้นกะทันหัน
“ข้าจะรักษาครับ” อเล็กซ์กล่าว
เชิ่นจิงทำหน้าแปลกๆ แล้วถามว่า “เอ๊ะ ในเมื่อเจ้าเป็นนักปรุงโอสถไม่ใช่หรือ? เจ้าควรจะรักษาแขนของตัวเองได้ตั้งนานแล้วนะ”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.